ที่แท้ข้าก็คือลูกพี่เซียน - ตอนที่ 189 ข้าจะบำเพ็ญเซียนกับผีอะไรอีก? ประจบถูกแล้ว!
“ฟิ้ว—”
วิหคเพลิงลอยโค้งเป็นพาราโบลาในอากาศอย่างสวยงาม ร่อนตกลงนอกเรือนสี่ประสานดัง “ตึง”
เหยาเมิ่งจีและสองปู่หลานกู้ฉางชิงที่ยังโต้เถียงกันอยู่พลันหยุดชะงักในทันใด
พวกเขาหันไปมองวิหคเพลิงตามๆ กัน
กลับเห็นว่าวิหคเพลิงในยามนี้ไม่หลงเหลือท่าทีฮึกเหิมเร่าร้อนเช่นก่อนอีกแล้ว ดวงตาสองข้างว่างเปล่าเลื่อนลอยราวกับสูญเสียจิตวิญญาณ ร่างกายอ่อนปวกเปียกราวกับไร้กระดูก ขนตลอดทั้งตัวไม่สดใสแวววาว ไม่ยากจะจินตนาการว่าเมื่อครู่มันต้องผ่านการทรมานแสนสาหัสเพียงใด
ดีร้ายอย่างไรก็เป็นวิหคขั้นต้าเฉิง อีกทั้งในร่างกายยังมีสายเลือดวิหคสวรรค์ กลับตกต่ำจนมีจุดจบเช่นนี้ ช่างน่าเศร้าน่าสมเพช ชวนให้คนสะอื้นไห้ยิ่งนัก
ทุกคนต่างมองไปยังเรือนสี่ประสานด้วยสีหน้าประหวั่นพรั่นพรึง
น่ากลัว น่ากลัวเกินไปแล้ว!
“หาเรื่องใส่ตัว หาเรื่องใส่ตัวจริงๆ!” กู้ฉางชิงหยิบวิหคเพลิงมาไว้ในมือ พลางพูดอย่างโศกเศร้า “เจ้าอยากรนหาที่ตายก็ช่างเถอะ ไยต้องเอาพวกข้าเข้าไปเกี่ยวด้วย พวกข้าซวยแล้ว!”
“สวบๆๆ!”
เวลานี้เสียงฝีเท้าเหยียบใบไม้ดังมาจากทางเดิน
มาแล้ว!
ปรมาจารย์กลับมาแล้ว!
ทุกคนตื่นตระหนก รีบลูบหน้าลูบตา จัดแจงสีหน้าและอารมณ์ของตนด้วยความเร็วสูงสุด
หลี่เนี่ยนฝานเดินมาช้าๆ พร้อมกับต๋าจี่ เมื่อเห็นทุกคนที่ประตูก็ถึงกับผงะ “ประมุขหุบเขากู้? ผู้เฒ่าเหยา? แม่นางม่านอวิ๋น? พวกท่านมาได้อย่างไร?”
พวกเขาก็ทักทายกลับด้วยรอยยิ้ม “คารวะคุณชายหลี่ พวกข้ามาโดยไม่ได้รับเชิญ รบกวนแล้ว”
“เกรงใจแล้ว ยินดีต้อนรับทุกท่าน”
หลี่เนี่ยนฝานพยักหน้าให้พวกเขาด้วยรอยยิ้ม เมื่อเขาเห็นวิหคเพลิงในมือของกู้ฉางชิงจึงพูดขึ้นอย่างอดไม่ได้ “ว้าว เป็นไก่ที่งดงามจริงๆ ท่านนะท่าน มาก็มาแล้ว ยังอุตส่าห์นำอาหารที่เป็นสัตว์ป่ามาอีก?”
ไก่?
อาหารที่เป็นสัตว์ป่า?
ข้า?
วิหคเพลิงที่เดิมทีเฉื่อยชาเลื่อนลอย พลันดีดตัวตื่นขึ้นมาทันที ข้าไม่ใช่ไก่!
“จีๆๆ!”
“จีๆๆ?”
“จีๆๆ?!”
อาหารที่เป็น…สัตว์ป่า?
กู้ฉางชิงมุมปากกระตุก ทว่าปฏิกิริยายังนับว่ารวดเร็ว เขารีบกดพลังควบคุมวิหคเพลิงที่ใกล้จะเป็นบ้าเอาไว้ ก่อนจะตอบด้วยรอยยิ้ม “คุณชายหลี่ ข้ามาเยือนครั้งแรก ถือเป็นน้ำใจเล็กน้อย ท่านโปรดอย่าได้ปฏิเสธทีเดียว”
หลี่เนี่ยนฝานคลี่ยิ้มน้อยๆ “ฮ่าๆๆ เช่นนั้นข้าก็ไม่เกรงใจล่ะ ขอบคุณมาก! ไก่ของท่านร้องเสียงแจ๋วเสียจริง เนื้อต้องแน่นเป็นแน่ เป็นสายพันธุ์ใดหรือ?”
“ไก่…ไก่งวง!”
ที่แท้ไก่งวงในโลกบำเพ็ญเซียนก็มีหน้าตาเช่นนี้ แปดส่วนคงเป็นไก่สายพันธุ์พิเศษที่ถูกเลี้ยงมาโดยผู้บำเพ็ญเซียน รสชาติเนื้อต้องดีแน่ๆ
“เกรงใจ ท่านเกรงใจเกินไปแล้ว ครั้งนี้ข้าจะรับไว้ แต่ต่อไปไม่ได้แล้วนะ” หลี่เนี่ยนฝานรับไก่งวงจากมือของกู้ฉางชิงมาอย่างมีความสุข พลันพูดเข้าไปในประตูว่า “เสี่ยวไป๋ เปิดประตู”
“แอด”
เสี่ยวไป๋โผล่หัวออกมาจากด้านใน “ยินดีต้อนรับนายท่านกลับบ้าน”
ต้าเฮยเดินกระดิกหางออกมา วนรอบตัวหลี่เนี่ยนฝาน
หลี่เนี่ยนฝานขมวดคิ้วเอ่ย “เสี่ยวไป๋ มีแขกมา ทำไมเจ้าไม่เปิดประตูให้เข้าไป?”
เสี่ยวไป๋มองไปที่กู้ฉางชิงและคนอื่นๆ พลางพูดอย่างไร้เดียงสา “พวกท่านไม่ได้เคาะประตูหรือ? คงจะเพิ่งมาถึงกระมัง ใช่หรือไม่?”
“ใช่ๆๆ ไม่ผิดเลย เพิ่งมาถึง!”
“คุณชายหลี่ ความจริงก็เป็นเช่นนี้ ช่างบังเอิญเสียจริง!”
พวกกู้ฉางชิงทั้งสามพยักหน้าซ้ำแล้วซ้ำเล่า
หลี่เนี่ยนฝานพูดด้วยรอยยิ้ม “เช่นนั้นก็บังเอิญจริงๆ”
เขายกขาก้าวเข้าไปในเรือนสี่ประสาน โยนไก่งวงในมือลงบนพื้นพร้อมกับเอ่ยว่า “เสี่ยวไป๋ ทำน้ำแห่งความสุขเสร็จเรียบร้อยแล้วใช่ไหม? รีบเทให้แขกชิมสักหน่อยสิ”
“ขอรับนายท่าน”
ไม่นานเสี่ยวไป๋ก็ถือถาดเดินออกมา และส่งน้ำแห่งความสุขให้คนละถ้วย
ครั้งนี้ต่างจากครั้งก่อน ครั้งก่อนเพราะเติมส้ม น้ำจึงเป็นสีส้ม แต่คราวนี้กลับเป็นมะนาว ทั้งยังผ่านกรรมวิธีอย่างละเอียด หน้าตาจึงเหมือนกับน้ำสไปรท์ในโลกก่อนไม่มีผิด
ฟองซ่าที่ลอยขึ้นมา แค่มองเห็นก็รู้สึกชวนดื่ม
ฉินม่านอวิ๋นรับถ้วยจากมือเสี่ยวไป๋ และพูดอย่างนอบน้อม “ขอบคุณ”
ครั้งนี้หลี่เนี่ยนฝานตั้งใจเตรียมหลอดดูดน้ำไว้โดยเฉพาะ ทำให้ดูเจ๋งขึ้นมาอีกไม่น้อย
ปากเล็กของฉินม่านอวิ๋นเผยอเล็กน้อย ครอบปลายหลอด จากนั้นจึงดูดเบาๆ
แม้ไม่ออกแรงมากมาย น้ำสไปรท์ก็พุ่งขึ้นกระทบลิ้นของนาง เป็นความรู้สึกสุขที่สุดจะพรรณนา
นางอดใจไม่ไหวดูดน้ำอีกครั้ง สัมผัสความรู้สึกพิเศษในปากแบบนี้ซ้ำแล้วซ้ำอีก
ขณะเดียวกันรสชาติน้ำแห่งความสุขก็แผ่ซ่านในปาก ตามมาด้วยฟองอากาศที่ดีดตัวโลดเต้นไปมา เกิดความรู้สึกซาบซ่าบนลิ้น
สดชื่น สดใส เย็นสบายถึงใจ!
น้ำแห่งความสุขอึกเดียว ทำให้เซลล์ในร่างกายของนางเริงระบำด้วยความสุขชื่นมื่น สมกับได้ชื่อว่าน้ำแห่งความสุข
เหยาเมิ่งจีและกู้ฉางชิงก็ทำตาม ขบหลอด ดูดไปดูดมา หน้าก็แดงระเรื่อ
หากไม่ใช่เพราะพวกเขาพยายามควบคุมตนเองไว้อย่างสุดกำลังความสามารถ เกรงว่าคงส่งเสียง “อ๊า” ทุกครั้งที่ดื่มน้ำแห่งความสุข
กู้ฉางชิงทำปากแจบๆ ก่อนจะสื่อสารผ่านจิต “ท่านปู่ ข้าบอกท่านเลย น้ำนี้อร่อยสุดๆ ดื่มลงท้องคำเดียว จิตวิญญาณยังสั่นสะท้านเพราะความสดชื่น ความรู้สึกพึงพอใจเช่นนี้ไม่อาจจะบรรยายได้จริงๆ! ที่สำคัญ น้ำนี้ไม่เพียงแต่หล่อเลี้ยงจิตวิญญาณคน ยังแฝงด้วยทำนองมรรคา ไม่รู้ว่าในแดนเซียนท่านจะได้ลิ้มลองหรือไม่?”
กู้ยวนอดไม่ได้ที่จะกลืนน้ำลาย แสร้งทำเป็นไม่สนใจ “เหอะๆ ข้าแก่แล้ว ไม่สนเรื่องพวกนี้แล้วล่ะ ดังนั้นเจ้าช่วยหุบปากทีเถอะ!”
ลำพังแค่เห็นน้ำก็ทำให้เขารู้สึกกระหายขึ้นมาแล้ว ยิ่งเห็นพวกกู้ฉางชิงออกอาการเคลิบเคลิ้มยามดื่มด่ำเช่นนั้น ราวกับเห็นโฆษณาที่เป็นธรรมชาติอยู่ตรงหน้า มาบัดนี้กู้ฉางชิงยังจงใจยั่วเขาอีก หากทำได้ ข้าก็อยากพุ่งออกจากจี้มาขอดื่มสักถ้วยให้รู้แล้วรู้รอด
พร ช่างเป็นพรจริงๆ!
ใครจะคิดว่าแค่มาเยี่ยมเยียน ปรมาจารย์จะประทานน้ำดื่มให้ ช่างเปรียบได้กับโอกาสอันยิ่งใหญ่
นี่น่ะหรือโลกของเจ้าพ่อ?
ข้าจะบำเพ็ญเซียนไปทำไม? เลียแข้งเลียขาถูกแล้ว!
ทุกคนต่างตั้งใจแน่วแน่ขึ้นมา
เวลานี้ ทุกคนสังเกตเห็นมือของหลี่เนี่ยนฝานถือถังใบหนึ่ง กำลังจะวางลงข้างๆ
ภายในถังยังมีเสียง “หึ่งๆๆ” ดังออกมา
พวกเขาเผยสีหน้าอยากรู้อยากเห็น พยายามเหลือบมองด้วยหางตาอย่างอดไม่ได้
เอ๊ะ?
ผึ้งหรือ?
เรื่องอะไรกัน เหตุใดข้าเห็นผึ้งพวกนั้นแล้วขนลุกอย่างบอกไม่ถูก?
เมื่อตั้งใจดูอีกครั้ง
ทั้งสามก็ถึงกับสั่นสะท้าน ความหนาวเหน็บถึงกระดูกแผ่ซ่านไปทั่วร่าง ตกใจจนเลือดไหลย้อนกลับ แขนขาแข็งทื่อ
ในจี้หยก จิตวิญญาณของกู้ยวนแทบจะดับสลายไปเพราะความตื่นเต้นตกใจ
ฉินม่านอวิ๋นรีบเอามือปิดปาก ร่างบางสั่นอย่างรุนแรง หากไม่ใช่เพราะสติสุดท้าย นางคงจะกรีดร้องออกมาด้วยความตกใจ
ผึ้งเพลิงทองงั้นหรือ?
เป็นผึ้งทองจริงๆ!
แม่เจ้าโว้ย! ปรมาจารย์เอาของพวกนี้กลับมา?
แม้แต่รังก็ไม่ละเว้น เอากลับมาหมด?
ฟืด—
หนังศีรษะชา น่ากลัวน่าสยดสยอง!
“เย็นไว้! ตนต้องเย็นไว้! ห้ามออกอาการเด็ดขาด อาจจะทำให้ผู้ยิ่งใหญ่ไม่พอใจ”
ทุกคนต่างกรีดร้องในใจอย่างบ้าคลั่ง ท่องข้อห้ามของผู้ยิ่งใหญ่ซ้ำไปซ้ำมา ระงับจิตใจที่ตื่นตระหนก ภายนอกฝืนแสร้งทำเป็นปกติสบายๆ แต่น้ำแห่งความสุขในถ้วยที่ถืออยู่ในมือกลับสั่นอย่างรุนแรง
………………………………………………