ที่แท้ข้าก็คือลูกพี่เซียน - ตอนที่ 191 ท่านปู่ ทั้งหมดเพื่อตัวเจ้าเอง
ทุกคนนั่งในเรือนอย่างประหม่า
แม้ว่ากู้ยวนจะมาจากโลกเซียน ก็ยังตกตะลึงกับสมบัติมากมายในเรือน โดยเฉพาะสมบัติเหล่านี้ที่อยู่กับปรมาจารย์ ได้ปนเปื้อนกลิ่นอายของปรมาจารย์ ก่อนหน้านี้อาจไม่ได้เป็นศาสตราเซียน ทว่ายามนี้เกรงว่าจะมีค่าเสียยิ่งกว่าศาสตราเซียน
อยู่ข้างกายเทพ แม้ไม่อาจเป็นเทพก็ต้องปนเปื้อนด้วยไอเทพอย่างแน่นอน!
ส่วนวิหคเพลิงถูกเสี่ยวไป๋ทำความสะอาดเรียบร้อย นำวางไว้ข้างเขียงเพื่อรอเชือด
มันสั่นสะท้าน ดวงตาคลอไปด้วยน้ำตาแห่งความอัปยศ ยามเห็นมีดทำครัววาววับวางอยู่ข้างเขียง มันก็ยิ่งหดคอ น้ำตาแห่งความหวาดกลัวไหลพราก
น่ากลัวเกินไปแล้ว นี่ข้าต้องมาตายด้วยมีดทำครัวเล่มนั้นน่ะหรือ?
ไม่ได้!
ข้าต้องช่วยตัวเองให้ได้!
ข้าอยากมีชีวิตอยู่!
มันเค้นสมองใช้ความคิดด้วยความเร็วสูง แต่ก็ยังคิดหาวิธีหลบหนีไม่ได้อยู่ดี
แม้แต่ผึ้งเพลิงทองโบราณยังยอมจำนนต่ออำนาจของเจ้าพ่อท่านนั้น วิหคเพลิงตัวน้อยๆ อย่างข้าจะทำอะไรได้? โชคชะตาคงกำหนดให้ชีวิตข้ากลายเป็นอาหาร
หากถูกกินเข้าไป ไม่นานข้าก็ต้องกลายเป็นก้อนอุจจาระน่ะหรือ?
ไม่ได้ ไม่ได้เด็ดขาด!
มันสั่นสะท้านยิ่งกว่าเดิม ปีกของมันกระพือ แต่กลับบินได้ไม่สูง
“แอด” ทันใดนั้นประตูหลังบ้านก็เปิดออก
หลี่เนี่ยนฝานถือขวดน้ำผึ้งเดินเข้ามาด้วยรอยยิ้ม
“ฮ่าๆๆ ครั้งนี้เก็บเกี่ยวได้ไม่น้อยเลย มีน้ำผึ้งในรังเยอะมาก เลี้ยงต่อไปอีกหน่อยก็น่าจะเพียงพอดื่มได้ตลอดแล้ว”
หลี่เนี่ยนฝานยิ้มดีใจ “วันนี้พวกท่านมีลาภปากแล้ว มีพร้อมทั้งน้ำผึ้งและไก่งวง ทำไก่ย่างน้ำผึ้งให้พวกท่านได้พอดี”
พวกกู้ฉางชิงทั้งสามไม่คาดฝัน ต่างปลื้มปีติยินดี “ขอบคุณคุณชายหลี่ยิ่งนัก”
น้ำผึ้งเป็นน้ำผึ้งจากผึ้งเพลิงทอง ไก่ย่างก็เป็นวิหคเพลิงที่มีสายเลือดวิหคสวรรค์
ขอบคุณกับผีน่ะสิ!
ไม่มีใครลุกขึ้นพูดแทนข้าเลยหรือ? ข้ามีไว้กินเท่านั้นหรือ?
ข้าต้องช่วยตัวเอง ข้าต้องช่วยตัวเอง!
วิหคเพลิงใจเต้นระส่ำ รอยยิ้มของหลี่เนี่ยนฝานก็เปรียบเสมือนรอยยิ้มของปีศาจในสายตาของมัน
หลี่เนี่ยนฝานเอ่ย “เสี่ยวไป๋ ไปจัดการไก่ตัวนั้น จำไว้ว่าทำให้สะอาดหมดจด”
“รับทราบเจ้านาย”
“ตึกๆๆ”
เสียงมาถึงด้านหน้า มีดทำครัวก็ถูกยกขึ้นสูง
วิหคเพลิงขนลุกไปทั้งตัว
มันระเบิดพลัง สมองทำงานด้วยความเร็วสูงสุดอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน
ผึ้งเพลิงทองผลิตน้ำผึ้งได้ แล้วข้าล่ะมีประโยชน์อะไร? ข้ามีคุณค่าอะไรให้มีชีวิตอยู่?
“ปุ๋ง—”
ทันใดนั้นมันก็เกิดปัญญา ยกก้นขึ้นสูง ได้ยินเสียง “ปุ๋ง” ไข่กลมโผล่ออกมาจากใต้ก้นของมัน
กู้ยวนในจี้หยกตกตะลึง “วิหคเพลิง…ออกไข่แล้ว?”
นี่มันอะไรกัน?
นกเซียนออกไข่ นั่นก็คือไข่เซียน!
เจ้าสำนักเมฆาครามเลี้ยงดูมันมาหลายปี ปฏิบัติต่อมันราวกับเป็นยาย ร้องไห้อ้อนวอนอย่างไรก็ไม่เห็นมันออกไข่มาสักใบ บัดนี้มาออกไข่?
มิใช่เรื่องที่ยากจะพบได้ในหมื่นปีหรอกหรือ?
มิใช่ควรจะท้องฟ้าแปรปรวน ตะวันจันทราส่องแสง ปรากฏแสงสว่างงดงามบนท้องฟ้า เซียนปุถุชนร่วมกันเฉลิมฉลองหรอกหรือ?
ไหนล่ะปรากฏการณ์ฟ้าดิน?
ไหนล่ะเซียนนับหมื่นมาเป็นพยาน?
เจ้าเร่งออกไข่เร็วไปหรือไม่?
กู้ฉางชิงตกตะลึง
เหยาเมิ่งจีตกตะลึง
ฉินม่านอวิ๋นก็ตกตะลึงเช่นกัน
นั่นมันนกเซียนเชียวนะ อยู่ๆ ก็ออกไข่เช่นนี้น่ะหรือ?
ไข่ใบนี้…กินคำเดียวก็สามารถทำให้ปุถุชนละทิ้งร่างสามัญ กลายเป็นอัจฉริยะผู้บำเพ็ญเซียนได้!
ล้ำค่าอย่างไม่อาจประมาณ!
“เสี่ยวไป๋ อย่าเพิ่งฆ่าไก่!”
หลี่เนี่ยนฝานเดินไปด้วยความรีบร้อน หยิบไข่ไว้ในมือ ผงะเล็กน้อย “ออกไข่ได้? หรือว่าจะเป็นแม่ไก่?”
ไข่ยังอุ่น เป็นสีแดงอ่อน กลมกลึง น่าดึงดูดเป็นอย่างยิ่ง
“ไก่ที่ออกไข่ได้…”
เขาขมวดคิ้วเล็กน้อย รู้สึกลังเล
คุณค่าของไก่ที่ออกไข่ได้แตกต่างไป อย่างน้อยในอนาคตก็สะดวกที่จะกินไข่ ทั้งยังเป็นไก่งวง ซึ่งหาได้ยากในเงื้อมมือของมนุษย์ปุถุชน ไก่ชนิดนี้สามารถเลี้ยงเพื่อวางไข่ได้ จู่ๆ หลี่เนี่ยนฝานก็ไม่อยากฆ่ามันเพื่อเอาไว้กินแล้ว
เพียงแต่เมื่อครู่เพิ่งจะชวนพวกเขากินไก่ย่างน้ำผึ้ง มาบัดนี้กลับเปลี่ยนใจ คงไม่ดีกระมัง
วิหคเพลิงสังเกตเห็นความลังเลใจของหลี่เนี่ยนฝาน หัวใจพลันมีความสุข รู้สึกตื่นเต้น
เพียงความคิดชั่วแล่น ในที่สุดชีวิตนกของข้าก็รอดแล้ว!
มันยกก้น “ปุ๋งๆๆ” ออกไข่อีกสามฟองต่อหน้าหลี่เนี่ยนฝาน
“อะ…”
พวกกู้ฉางชิงที่มองเห็นต่างศีรษะชา มุมปากกระตุกอย่างรุนแรง เกือบจะคิดว่าตนเห็นภาพหลอน
เป็นถึงวิหคเพลิง กลับออกไข่สี่ฟองรวดในคราวเดียว?!
ใต้หล้านี้มีการเล่นกลเช่นนี้ด้วยหรือ? แม้แต่ได้ยินก็ยังไม่เคยได้ยินมาก่อน พูดไปคงไม่มีใครเชื่อ!
ช่างเหลือเชื่อ ยากจะเชื่อ กุเรื่องให้ใหญ่โตสะเทือนขวัญ!
“นั่น…” หลี่เนี่ยนฝานยิ่งลังเลที่จะเชือด
ไก่ที่ออกไข่ได้เช่นนี้ เป็นใครก็คงไม่อยากฆ่า
เขาครุ่นคิดอยู่นาน ทอดถอนใจเบาๆ แล้วพูดว่า “เฮ้อ อย่างไรก็เป็นหนึ่งชีวิต อยู่ๆ ข้าก็ทำใจไม่ได้”
เหยาเมิ่งจีเข้าใจความหมายแฝงของปรมาจารย์ได้ทันทีโดยไม่ต้องคิด รีบพูดขึ้นว่า “คุณชายหลี่ ไก่ตัวนี้ออกไข่ได้ ช่างหายากยิ่ง ฆ่าไปก็น่าเสียดาย อีกอย่างพวกเราก็มีเรื่องด่วนกะทันหัน ต้องรีบกลับ เกรงว่าคงไม่อาจอยู่กินได้”
กู้ฉางชิงก็รีบเอ่ย “ใช่แล้ว คุณชายหลี่ ข้าก็ต้องรีบกลับเช่นกัน คุณชายหลี่โปรดยกโทษให้ข้าด้วย”
หลี่เนี่ยนฝานเก็บมีดลงอย่างไม่เป็นที่สังเกต แล้วพูดว่า “ละอายใจยิ่งนัก ทั้งที่เชิญพวกท่านทานอาหารแล้ว”
พวกเหยาเมิ่งจีทั้งสามยกมือคำนับพร้อมกันและกล่าวว่า “คุณชายหลี่เกรงใจแล้ว พวกข้าขอลาก่อน”
หลี่เนี่ยนฝานกล่าวด้วยรอยยิ้ม “ติดไว้ก่อน คราวหน้าจะชดเชยให้พวกท่าน”
เขาชะงัก ทันใดนั้นก็แบ่งน้ำผึ้งสองขวด พร้อมไข่สองฟองมอบให้เหยาเมิ่งจีและกู้ฉางชิง
“มื้อนี้กินไม่ได้ ถือว่ายืมดอกไม้ถวายพระ หากไม่รังเกียจ พวกท่านก็รับไข่กับน้ำผึ้งนี้กลับไปเถิด”
เหยาเมิ่งจีและกู้ฉางชิงดีใจจนตะลึงค้าง อึ้งไปครู่หนึ่ง ก็รีบเอื้อมมือไปรับ “ไม่รังเกียจ ไม่รังเกียจแน่นอน ขอบคุณคุณชายหลี่”
หลี่เนี่ยนฝานกล่าวด้วยรอยยิ้ม “แค่ของเล็กน้อยเท่านั้น มีอะไรต้องเกรงใจ”
…
ออกจากประตูเรือนสี่ประสาน
เหยาเมิ่งจีและกู้ฉางชิงยังมึนงงอยู่เล็กน้อย ในมือถือขวดน้ำผึ้งและไข่ไว้แน่น ราวกับสมบัติล้ำค่าที่สุดในใต้หล้า
อันที่จริงก็เป็นสมบัติล้ำค่าที่สุดในใต้หล้าจริงๆ นั่นแหละ
พวกเขาตื่นเต้น ตะโกนกู่ร้องในใจว่า “ได้มาแล้ว ครั้งนี้ข้าได้มาแล้ว!”
พวกเขาแค่บอกลากันผ่านๆ ก็เร่งรุดจากไป ไม่กล้าอยู่นาน
มีสมบัติล้ำค่าอยู่กับตัว รีบกลับบ้านจะปลอดภัยที่สุด
“หลานข้า”
ระหว่างทางกลับ จี้หยกส่องแสงเจิดจ้า กู้ยวนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงล่องลอย “คราวนี้ต้องขอบคุณไก่ที่ข้าส่งไป ได้รับความโปรดปรานจากปรมาจารย์ ไม่เช่นนั้นไหนเลยจะได้ไข่ไก่และน้ำผึ้ง เจ้าว่าไหม?”
กู้ฉางชิงพยักหน้า “อื้ม ท่านปู่พูดถูก”
“อื้มกับผีน่ะสิ!”
กู้ยวนโพล่งออกมาอย่างอดไม่ได้ “เจ้าเด็กนี่แกล้งโง่หรืออย่างไร? คำใบ้ของข้ายังไม่ชัดเจนพออีกหรือ? ไข่ไก่และน้ำผึ้งต้องมีส่วนแบ่งของข้า!”
กู้ฉางชิงพูดเสียงอ่อน “แต่ท่านปู่ก็เอาภาพวาดของข้าไปแล้ว…”
กู้ยวนปะทุโทสะ “ไร้สาระ! ข้าเอาไปที่ไหนกันล่ะ? นั่นเรียกว่าเก็บรักษาไว้ให้เจ้า! นี่ข้ายังไม่ได้เรียกเก็บค่าคุ้มครองจากเจ้าเลยนะ”
“อันที่จริง…ข้าก็ไม่ได้ต้องการให้ท่านช่วยข้าเก็บรักษา”
“พูดเหลวไหล! เลอะเทอะ ของสำคัญเช่นนี้ มีแต่ต้องเก็บไว้กับข้าถึงจะปลอดภัย โลกนี้อันตราย เจ้ายังเด็ก ไม่เข้าใจอะไร” กู้ยวนพูดแนะ “ที่ปู่ทำไปก็เพราะหวังดีกับเจ้า!”
………………………………………………