ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ - ตอนที่ 2553 ถูกระเบิดออกมา
มู่เฉียนซีพุ่งทะยานสูงขึ้นไปบนท้องฟ้า นางกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาว่า “ข้าได้ขอให้พวกเขาปล่อยพวกเจ้าออกมา เพียงแต่ไม่สามารถปล่อยพวกเจ้าออกมาโดยเปล่าประโยชน์ได้! ฉะนั้นหลังจ จากที่พวกเจ้าได้รับอิสระแล้ว ข้าต้องการให้พวกเจ้าโจมตีพระราชวังของขุมนรกรากษสแห่งนี้ด้วยกัน”
“แน่นอนว่า พวกเจ้าเองก็สามารถปฏิเสธคำขอนี้ของข้าได้ และเมื่อปฏิเสธตอนนี้แล้ว ข้อเสนอนี้ก็จะหายไปตลอดกาล ฉะน้้นอย่าหาว่าข้าไม่เตือนพวกเจ้าล่ะ”
ไม่ว่านักโทษเหล่านั้นจะอยู่ชั้นล่างสุดหรือว่าอยู่ชั้นบนสุด พวกเขาล้วนไม่ได้สัมผัสถึงความรู้สึกที่ได้ออกไปจากกรงขังเหล่านี้มาเป็นเวลานานมากแล้ว
ในเมื่อตอนนี้กำลังจะได้รับอิสระ พวกเขาย่อมต้องตื่นเต้นมากอยู่แล้ว
ส่วนข้อเรียกร้องเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่มู่เฉียนซีเสนอออกมานั้น พวกเขาไม่คิดที่จะคัดค้านแน่นอน
มันก็แค่ช่วยท่านทั้งสองคนนี้โจมตีพระราชวังเท่านั้นเอง พวกเขาไม่ได้เปิดสงครามกับท่านเจ้าขุมนรกรากษสเสียหน่อย
ความสามารถของพวกเขาทั้งสองแข็งแกร่งมาก แม้แต่ผู้คุมเหล่านี้ก็ยังไม่ใช่คู่ต่อสู้ของพวกเขาเลย
และหากพวกเขาฝ่าฝืนคำสั่งของคนเหล่านี้ เช่นนั้นไม่ใช่ว่าเป็นการรนหาเรื่องตายหรอกหรือ?
พวกเขากล่าวตอบว่า “นายท่าน พวกเรารับปากท่านขอรับ!”
“นายท่าน พวกเราจะพยายามช่วยท่านเปิดพระราชวังแห่งนี้อย่างเต็มที่แน่นอนขอรับ”
“พวกเรารู้สึกขอบคุณนายท่านเป็นอย่างมากที่มอบโอกาสเช่นนี้ให้กับพวกเรา”
เมื่อได้รับคำตอบจากพวกเขาแล้ว มู่เฉียนซีก็กล่าวว่า “พวกเจ้ายังรออะไรอยู่ล่ะ? รีบเปิดประตูกรงขังเร็วเข้าสิ”
แกร่ก!
ผู้คุมได้ทยอยเปิดกรงขังออก และนักโทษแต่ละคนต่างก็พุ่งออกมาจากกรงขังราวกับนกที่ออกจากกรงก็มิปาน
และสิ่งแรกที่พวกเขาทำหลังจากที่ออกมาได้แล้ว ก็คือการทุบทำลายคุกที่ขังพวกเขาเอาไว้มานานหลายปีนั่นเอง
ตูมมม โครมมม!
ทั่วทุกหนทุกแห่งของขุมนรกรากษส มีเสียงระเบิดดังขึ้นมาอย่างรุนแรง
ปัง ปัง ปัง!
เมื่อไม่มีกรงขังเหล่านั้นแล้ว ขุมนรกรากษสก็เปลี่ยนกลายเป็นพื้นที่ว่างเปล่าขนาดใหญ่ขึ้นมาทันที
พวกเขากำลังสูดอากาศแห่งอิสรภาพ แม้ว่าพวกเขาจะเพิ่งออกมาจากกรงขังขนาดเล็กและเดินเข้าไปในกรงขังขนาดใหญ่ แต่มันก็ยังเป็นเรื่องที่ทำให้พวกเขาตื่นเต้นมากอยู่ดี
จำนวนคนเยอะมาก!
เมื่อเห็นว่ามีคนจำนวนมากพุ่งทะยานออกมา ผู้คุมเหล่านี้ก็รู้สึกขนลุกขนพองขึ้นมาทันที
ในบรรดาคนเหล่านี้มียอดฝีมือที่ฝึกขัดเกลาร่างกายไม่ขาดอยู่ด้วย หากพวกเขาถูกล้อมเอาไว้ละก็ เกรงว่าจะต้องไม่เป็นผลดีอย่างแน่นอน
นักโทษเหล่านี้ไม่ได้สร้างความวุ่นวายในทันที แต่พวกเขารีบพุ่งไปทางตำแหน่งของมู่เฉียนซี และกล่าวถามว่า “นายท่าน ให้พวกเราลงมือเมื่อไรดีขอรับ!”
มู่เฉียนซีกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “เวลาไม่คอยท่า หากพวกเจ้าพักผ่อนกันพอแล้ว เช่นนั้นก็เริ่มลงมือได้เลย!”
“ขอรับ!” พวกเขากล่าวตอบอย่างกระตือรือร้น
ตูมมม โครมมมม!
เนื่องจากนักโทษมีจำนวนมาก ดังนั้นพระราชวังของเจ้าแห่งขุมนรกรากษสจึงถูกโจมตีอย่างบ้าคลั่งจากทั่วทุกมุมทั้งบนและล่าง ระลอกแล้วระลอกเล่าอย่างต่อเนื่อง
ถึงแม้ว่าค่ายกลป้องกันจะยอดเยี่ยมมากเพียงใด ก็ไม่สามารถทนต่อการโจมตีเช่นนี้ได้ และเจ้าแห่งขุมนรกรากษสที่ซ่อนตัวอยู่ในพระราชวังตอนนี้ก็เริ่มกินไม่ได้นอนไม่หลับแล้ว
เสียงที่ดังสนั่นอย่างต่อเนื่องทำให้เขาปวดศรีษะเป็นอย่างมาก นอกจากนี้มันยังสั่นสะเทือนราวกับนั่งอยู่บนเรือที่อยู่ท่ามกลางพายุอันโหมกระหน่ำก็มิปาน
“นายท่าน นายท่าน เหล่านักโทษที่ถูกปล่อยออกมาเริ่มสร้างปัญหาแล้วขอรับ พวกเราไม่สามารถเพิกเฉยต่อไปได้อีกแล้ว มิเช่นนั้นขุมนรกรากษสได้ถึงคราวสิ้นสุดลงแน่”
เจ้าแห่งขุมนรกรากษสกล่าวตอบว่า “ข้าออกไปก็จบเห่เหมือนกันนั่นแหละ! ข้าได้ตายแน่ คนที่มาใช่ท่านอ๋องจิ่วเยี่ยหรือไม่ ท่านอ๋องจิ่วเยี่ยมาอย่างนั้นหรือ? ”
“นายท่าน ตามการสังเกตการณ์ของพวกเรา น่าจะไม่ใช่ท่านอ๋องจิ่วเยี่ยในข่าวลือนะขอรับ!” คนผู้นั้นกล่าวตอบ
“ไม่ใช่ท่านอ๋องจิ่วเยี่ยอย่างนั้นหรือ? เจ้าแน่ใจนะ” ข้อมูลของเจ้าแห่งขุมนรกรากษสนั้นถือว่าดีมาก เพราะเขาได้รู้มาว่านอกจากอ๋องจิ่วเยี่ยจะมีความทะเยอทะยานที่จะทำให้แดนนรกรวมเป ป็นหนึ่งเดียวกันแล้ว ยังคิดที่จะมาจัดการขุมนรกของพวกเขาอีกด้วย
แน่นอนว่าท่านอ๋องเป็นผู้ที่มีความกล้าหาญมากที่สุดในประวัติศาสตร์ของแดนนรก และยังเป็นผู้ที่แข็งแกร่งมากที่สุดด้วยเช่นกัน มิเช่นนั้นก็คงไม่มีความสามารถเช่นนี้ได้อยู่แล้ว!
“ตูมมม โครมมม!” แม้ว่าพระราชวังแห่งนี้ยังไม่ถูกตีจนแตก แต่คนที่รออยู่ข้างในไม่สามารถทนอยู่ได้อีกต่อไปแล้ว
เจ้าแห่งขุมนรกรากษสกล่าวว่า “หากว่าท่านอ๋องจิ่วเยี่ยไม่ได้มาด้วยละก็ ข้าจะไปกลัวพวกเขาได้อย่างไร! ปล่อยให้พวกเขาหยิ่งผยองมานานขนาดนี้แล้ว ข้าทนมามากพอแล้ว เปิดพระราชวังเสี ย ออกไปฆ่าเจ้าพวกมดปลวกเหล่านั้นซะ!”
“ขอรับ! นายท่าน!” ในที่สุดเจ้าแห่งขุมนรกรากษสก็ตัดสินใจที่จะโจมตีกลับ และผู้คุมเหล่านั้นรู้สึกหงุดหงิดและตื่นเต้นเป็นพิเศษ
เจ้าแห่งขุมนรกรากษสหวาดกลัวเพียงแค่อ๋องจิ่วเยี่ยเท่านั้น เพราะชายผู้นั้นน่าหวาดกลัวเกินไป ส่วนคนอื่นที่เข้ามาในขุมนรกต่างก็ไม่สามารถใช้พลังวิญญาณได้ แม้ว่าจะมีพลังในการต่อสู แข็งแกร่งเพียงใด ก็ไม่มีทางเป็นคู่ต่อสู้ของเจ้าแห่งขุมนรกคนหนึ่งได้อย่างแน่นอน
ตูมมม!
ภายใต้การพยายามโจมตีอย่างต่อเนื่อง เจ้าแห่งขุมนรกรากษสที่ทนต่อการรบกวนไม่ไหวก็ได้เปิดประตูใหญ่ทันที!
ตูมมม โครมมม!
ประตูบานใหญ่นี้เกือบถูกพลังอันยุ่งเหยิงโจมตีจนลอยกระเด็นออกไป ทันใดนั้นก็มีกลุ่มผู้คุมที่แข็งแกร่งเดินออกมาจากข้างใน และพวกเขาก็ได้ระเบิดพลังที่แข็งแกร่งที่สุดออกมา เพื่ อขวางการโจมตีของทุกคนเอาไว้
ผู้คุมที่แข็งแกร่งอย่างแท้จริง ล้วนถูกเจ้าแห่งขุมนรกรากษสเก็บเอาไว้ข้างกายของตนเอง นั่นก็เป็นเพราะเจ้าหมอนี่กลัวตาย เขากลัวที่จะมีชะตากรรมเหมือนอย่างขุมนรกสีโลหิต และขุม มนรกอสูรที่ถูกทำลายลงด้วยน้ำมือของอ๋องจิ่วเยี่ย
ผู้คุมที่แข็งแกร่งมากเหล่านี้ ได้ทำให้สีหน้าของเหล่านักโทษที่มู่เฉียนซีเชิญออกมาเต็มไปด้วยความหวาดกลัวทันที
มู่เฉียนซีกล่าวกับพวกเขาว่า “พวกเจ้าทำได้ดีมากแล้ว จากนี้ไปพวกเจ้าจงรีบไปซ่อนตัวให้ไกล อย่าปล่อยให้ตนเองได้รับผลกระทบจากการต่อสู้ก็พอ”
นักโทษเหล่านั้นตะลึงงันไปทันที นายท่านทั้งสองจะเอาชนะผู้คุมเหล่านี้ได้จริง ๆ หรือ?
แน่นอนว่าพวกเขาต้องคาดหวังให้พวกท่านทั้งสองชนะอยู่แล้ว เพราะหากพวกนายท่านชนะพวกเขาเหล่านี้ถึงจะได้รู้สึกดีขึ้นมาบ้าง
แต่หากทางฝ่ายเจ้าแห่งขุมนรกรากษสชนะแล้วละก็ คาดว่าพวกเขาคงจะต้องมีสภาพที่น่าเวทนากว่าก่อนหน้านี้เป็นร้อยเป็นพันเท่าอย่างแน่นอน
แต่ถึงกระนั้น พวกเขาก็ไม่รู้สึกเสียใจเลยแม้แต่น้อย เพราะพวกเขาถูกขังมานาน ฉะนั้นจึงกระหายที่จะออกมาอยู่แล้ว
เฟี้ยว เฟี้ยว เฟี้ยว!
และพวกเขาทั้งหมดก็ล่าถอยไปไกลอย่างรวดเร็ว
ส่วนผู้คุมที่ถูกมู่เฉียนซีวางยาพิษไว้เป็นตัวประกันก็ไม่ได้ล่าถอยไปแต่อย่างใด และแน่นอนว่าตอนนี้พวกเขาได้เข้าไปกอดขาเจ้านายของพวกเขาเอาไว้พลางกล่าวว่า “นายท่าน! พวกเราถูกบ บีบบังคับขอรับ!”
“พวกเขาเย่อหยิ่งมากเกินไปจริง ๆ ไม่ว่าพวกเราจะทำเช่นไรก็ไม่สามารถขวางเอาไว้ได้เลยขอรับ”
“แน่นอนว่าพวกเราจงรักภักดีต่อนายท่านเพียงผู้เดียวอยู่แล้วขอรับ”
“พูดมาว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่?” ผู้คุมที่แข็งแกร่งคนหนึ่งกล่าวขึ้น
พวกเขาได้นำเรื่องที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ทั้งหมด เล่าให้ผู้คุมผู้แข็งแกร่งเหล่านั้นได้ฟัง
คนผู้นั้นกล่าวกับเจ้านายของพวกเขาว่า “นายท่าน นี่ต้องไม่ใช่ท่านอ๋องจิ่วเยี่ยแน่นอน หากเป็นท่านอ๋องจิ่วเยี่ยละก็ ด้วยความสามารถของเขาไม่จำเป็นต้องทำให้วุ่นวายขนาดนี้เลย”
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า!” เมื่อได้ยินลูกน้องของตนเองบอกว่าอ๋องจิ่วเยี่ยไม่ได้มา ก็ดูเหมือนว่าสิ่งที่อยู่ภายในใจของเจ้าแห่งขุมนรกรากษสได้ถูกชำระล้าง ซึ่งก็ทำให้เขาหัวเราะอย่างมีความสุขขึ้ นมา
“พวกเจ้าไม่ใช่ท่านอ๋องจิ่วเยี่ย คนหนึ่งเป็นพืชกลายพันธุ์ ส่วนอีกคนเป็นเพียงแค่สาวงามคนหนึ่ง อย่างไรเสียก็ไม่มีทางเป็นท่านอ๋องจิ่วเยี่ยได้ ช่างดีเหลือเกิน!”
เมื่อเห็นพฤติกรรมการแสดงออกของเจ้าแห่งขุมนรกรากษส มู่เฉียนซีก็มั่นใจแล้วว่าเจ้าหมอนี่ต้องถูกชื่อเสียงของจิ่วเยี่ยทำให้หวาดกลัวจนต้องแอบไปซ่อนตัวอยู่ในกระดองแน่นอน
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “ใช่แล้ว! ที่อ๋องจิ่วเยี่ยไม่ได้มาที่ขุมนรกรากษส ก็เป็นเพราะว่าเขาไม่จำเป็นต้องมาลงมือกับเศษสวะเช่นเจ้าด้วยตนเอง! อาศัยเพียงแค่พวกข้าก็เพียงพอแล้ว”
“ใช่แล้ว! นายท่านกล่าวได้ถูกต้องที่สุด” ฝูเซิงกล่าวตอบ
“พวกเจ้านี่ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงเลยจริง ๆ ที่นี่คืออาณาเขตของข้า หากพวกเจ้าไม่ใช่ท่านอ๋องจิ่วเยี่ย เช่นนั้นก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของข้าหรอก! เตรียวตัวตายซะเถอะ!” เมื่อรู้ว่าพวกเขา าไม่ใช่อ๋องจิ่วเยี่ย เจ้าแห่งขุมนรกรากษสก็มีความมั่นใจเป็นอย่างยิ่ง และเขาก็สั่งการให้ผู้คุมโจมตีมู่เฉียนซีและฝูเซิงทันที