ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ - ตอนที่ 2555 เข้าถ้ำเสือ
และการต่อสู้ระหว่างมู่เฉียนซีกับคนของขุมนรกรากษสเหล่านั้นก็ได้ระเบิดออกมาอีกครั้ง แต่ทว่าคราวนี้มู่เฉียนซีกับฝูเซิงสามารถใช้พลังวิญญาณได้แล้ว
ทว่าเจ้าแห่งขุมนรกรากษสได้ประเมินความสามารถของฝูเซิงต่ำมากเกินไป เพราะความสามารถของฝูเซิงนั้นเหนือกว่าเขาอย่างสมบูรณ์! ซึ่งนี่ก็เป็นเรื่องที่เขาไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลย
ทั้งคู่ล้วนเป็นเจ้าแห่งขุมนรก แต่ทว่าพลังในการต่อสู้ของหนามโลหิตที่เป็นพืชกลายพันธุ์ขั้นเทวะนั้นจะวิปลาสมากเกินไปแล้ว
ฉัวะ ฉัวะ ฉัวะ!
หนามโลหิตจำนวนนับไม่ถ้วนแทงทะลุผ่านร่างกายของเขาไป หลังจากนั้นมันก็ได้ตรึงเขาไว้กับผนังของพระราชวังโดยตรง
“นายท่าน!” ผู้คุมเหล่านั้นหวาดกลัวขึ้นมาทันที เมื่อได้เห็นเจ้านายของตนเองมีสภาพที่น่าเวทนาเช่นนี้
พรวดดดดด!
เจ้าแห่งขุมนรกรากษสกระอักเลือดออกมา เขาจ้องเขม็งไปที่ฝูเซิงอย่างไม่พอใจพลางกล่าวว่า “ข้ายังไม่แพ้ ยังไม่แพ้!”
“เจ็บจะตายอยู่แล้ว! ข้าอยากให้เจ้าตาย! อยากให้เจ้าตายไปเสีย!”
ครืนนนนน!
มีเสียงดังสนั่นออกมา และพระราชวังลอยฟ้าที่งดงามนั้นก็เริ่มพังทลายลง
ในที่สุดมันก็ไม่สามารถทนต่อพลังที่เอ่อล้นถึงขนาดนี้ได้อีกต่อไป และเริ่มร่วงหล่นลงมาจากท้องฟ้าทันที
“พระราชวังนั่นกำลังจะร่วงลงมาแล้ว ทุกคนรีบหนีเร็วเข้า! เร็วเข้า!”
“รีบหลบเร็วเข้า!”
คาดไม่ถึงว่าสถานที่ที่เจ้าแห่งขุมนรกรากษสใช้พักผ่อนและหลบหนีจะถูกศัตรูทำลายลงเช่นนี้ นอกจากนี้ร่างกายของเขายังเต็มไปด้วยบาดแผลอีกด้วย
เฟี้ยว!
มีเสียงแหวกอากาศดังขึ้นมา และเข็มยาก็แทงเข้าไปที่หลังใบหูของเจ้าแห่งขุมนรกรากษส
หลังจากที่มีเข็มยาของมู่เฉียนซีเพิ่มเข้าไป มันก็ยิ่งทำให้เจ้าแห่งขุมนรกรากษสเลวร้ายมากยิ่งขึ้นไปอีก
เดิมทีเขาก็ผลาญพลังวิญญาณส่วนใหญ่ไปจนจะหมดแล้ว ตอนนี้พลังวิญญาณของเขากลับสูญเสียไปอย่างรวดเร็วมากยิ่งขึ้นไปอีก!
“เป็นเพราะสิ่งนี้!” และตอนนี้เขาก็หาสาเหตุที่ทำให้เขาต้องสูญเสียพลังวิญญาณไปอย่างรวดเร็วยิ่งขึ้นเจอแล้ว
เขาค่อย ๆ ดึงเข็มยาขนาดเล็กอันหนึ่งออกมาจากหลังใบหูของเขา จากนั้นก็มีเสียง แกร่ก! ดังขึ้นมา เนื่องจากเขาได้บดขยี้เข็มยาของมู่เฉียนซีลงนั่นเอง
พรวด!
เขากระอักเลือดออกมาอย่างต่อเนื่อง จากนั้นก็เหลือบมองไปทางมู่เฉียนซีกับฝูเซิงอย่างอาฆาตแค้น พลางกล่าวว่า “พวกเจ้าช่างกล้านัก! คิดไม่ถึงเลยว่าจะลอบโจมตีข้า ข้าจะให้พวกเจ้าได้ช ชดใช้อย่างสาสมแน่นอน!”
ปังง!
สุดท้ายแล้วพลังของเจ้าแห่งขุมนรกรากษสก็ได้หายไปจนหมด จากนั้นเขาก็ร่วงลงมาจากกลางอากาศ และกระแทกลงบนเศษซากของกรงขังที่ถูกทำลายไปก่อนหน้านี้
พรวด พรวด พรวด!
ในเมื่อไม่มีพลังวิญญาณเป็นเกราะป้องกัน เขาจึงถูกเศษซากที่แหลมคมเหล่านั้นแทงจนเป็นรูพรุน และมีเลือดไหลออกมาไม่หยุด!
อย่างไรเสียเจ้าแห่งเรือนจำใหญ่ก็เป็นคนที่แข็งแกร่งมากคนหนึ่ง ถึงกระนั้น บาดแผลเหล่านี้ก็ไม่ร้ายแรงพอที่จะทำให้เขาตายทันทีได้อยู่ดี
“พะ…พวกเจ้า…” ด้วยสภาพอันน่าเวทนาของเจ้านายของพวกเขา ทำให้ผู้คุมเหล่านั้นหวาดกลัวจนถึงขีดสุด
ผู้คุมที่มีความสามารถต่ำในเวลานี้เริ่มเสียใจที่ตนเองไม่ติดตามพวกของมู่เฉียนซีต่อไป แต่กลับแปรพักตร์มาหานายท่านแทน
พวกเขาเดิมพันผิดไปแล้ว มันช่างน่าสังเวชมากจริง ๆ!
ฝูเซิงกล่าวว่า “เมื่อครู่นี้ที่พวกเจ้าโจมตีเจ้านายของข้า ดูเหมือนว่าจะสนุกสนานกันมากเลยสินะ! ตอนนี้ถึงตาข้าช่วยเจ้านายของข้าจัดการเศษสวะอย่างพวกเจ้าบ้างแล้ว! ตายซะเถอะ!”
ตูมมมม!
หนามโลหิตแผ่ขยายออกไปทันที และไม่ว่าพวกเจ้าจะหลบหนีด้วยความเร็วที่เร็วมากเพียงใด ก็ไม่อาจหลบหนีไปจากการพันธนาการของหนามโลหิตที่โหดร้ายเหล่านี้ได้
ปัง ปัง ปัง!
ฝูเซิงยกมือขึ้น จากนั้นก็โยนพวกเขาออกไปโดยตรง และบริเวณโดยรอบก็เงียบสงัดลงทันที
ฝูเซิงกล่าวว่า “นายท่าน ข้าจัดการเรียบร้อยแล้วขอรับ”
“ยังไม่ได้จัดการอย่างสมบูณ์ รอคนมาก่อน น่าจะใกล้มาถึงแล้วล่ะ!”
และเป็นไปตามที่คาดไว้ ทันใดนั้นก็มีรอยแยกของมิติปรากฏขึ้นมาอย่างกะทันหัน หลังจากนั้นคนในชุดคลุมดำสองสามคนก็ปรากฏตัวขึ้นในขุมนรกรากษสแห่งนี้ ซึ่งคนที่มานี้ก็คือทูตของเ เรือนจำปีศาจแห่งความมืดนั่นเอง
“นายท่าน! นายท่านโปรดช่วยข้าด้วย! สองคนนี้ เจ้าสองคนนี้ต้องการสร้างความวุ่นวายในขุมนรกรากษส พวกท่านจะต้องลงโทษพวกเขาให้หนักนะขอรับ พวกเขาไม่เห็นกฏอยู่ในสายตาเลยแม้แต่ น้อย” เจ้าแห่งขุมนรกรากษสกล่าวขณะที่กำลังจะตาย
ความวุ่นวายของขุมนรกรากษสในเวลานี้ ทำให้ทูตที่มาใหม่ทั้งสองไม่พอใจเป็นอย่างมาก
คิ้วของพวกเขาขมวดมุ่นพลางกล่าวว่า “สามารถใช้พลังวิญญาณได้ พวกเจ้าเป็นคนของเรือนจำไหนกัน?”
ฝูเซิงกล่าวว่า “ข้าคือเจ้าแห่งขุมนรกสีโลหิต ข้าอยากรู้เรื่องเกี่ยวกับขุมนรกรากษสมาโดยตลอด ฉะนั้นจึงตั้งใจที่จะมาเยี่ยมเยือน ทว่าเจ้าแห่งขุมนรกรากษสกลับต้อนรับพวกเราอย่างกระตือรื อร้นมาก! และยังหาเรื่องข้าด้วย แต่น่าเสียดายที่ความสามารถของเจ้าแห่งขุมนรกรากษสที่พวกเจ้าเลือกมาผู้นี้แย่เกินไปหน่อย เขาอ่อนแอเกินไป!”
เจ้าแห่งขุมนรกรากษสโมโหจนแทบที่จะกระอักออกมาเป็นเลือดอีกครั้งแล้ว ก็เห็นอยู่ชัด ๆ ว่าไม่ได้เป็นเช่นนั้นมิใช่หรือ?
หาเรื่องอะไรกัน? พวกเขาเริ่มยั่วยุเขาก่อนชัด ๆ พวกเขามาสร้างความวุ่นวายต่างหากล่ะ
พวกเขาเป็นคนที่อ๋องจิ่วเยี่ยส่งมาต่างหาก พืชกลายพันธุ์สามารถพูดจาโกหกเช่นนี้ได้ด้วยหรือ?
“นายท่าน! อย่าไปฟังคำพูดไร้สาระของพวกมันเด็ดขาดเลยนะขอรับ ข้า…”
พวกเขาเหล่านั้นกล่าวว่า “ความสามารถของเจ้าช่างอ่อนแอจริง ๆ! แม้แต่เจ้าแห่งขุมนรกสีโลหิตที่เป็นเจ้าแห่งเรือนจำเหมือนกันยังสู้ไม่ได้เลย ตอนนี้อ๋องจิ่วเยี่ยกำลังจับตามองเรือนจำของ พวกเราอยู่ ขุมนรกอสูรก็ถูกทำลายไปแล้ว ฉะนั้นพวกเราไม่สามารถเสียขุมนรกรากษสไปได้อีก หลังจากนี้คงจะต้องเลือกผู้ที่เหมาะสม มาเป็นเจ้าแห่งขุมนรกรากษสแทนเสียแล้ว”
“อะไรนะ?” เจ้าแห่งขุมนรกรากษสไม่อยากจะเชื่อเลยจริง ๆ ทูตเหล่านี้ไม่แก้แค้นให้เขายังไม่เท่าไร แต่ยังไปเชื่อคำพูดบ้า ๆ ของพวกเขาและจะถอดถอนตำแหน่งของเขาอีก
“พวกเขา…พวกเขาคือคนของท่านอ๋องจิ่วเยี่ยนะ! ผู้หญิงคนนั้นคือมู่เฉียนซี นางคือผู้หญิงของอ๋องจิ่วเยี่ย…”
เมื่อสถานะของมู่เฉียนซีและฝูเซิงกำลังจะถูกเปิดเผย ในขณะที่เขายังไม่ทันจะพูดจบ พวกเขาย่อมต้องฉวยโอกาสนี้โจมตีทูตเหล่านี้ก่อนอยู่แล้ว
ปังงง!
และทูตเหล่านั้นก็ถูกโจมตีจนลอยกระเด็นออกไปอย่างไม่ทันได้ตั้งตัว
พวกเขากล่าวอย่างเดือดดาลว่า “นี่พวกเจ้าหมายความว่าอย่างไรกันแน่?”
มู่เฉียนซีกล่าวตอบว่า “ข้าคิดว่าพวกเจ้าไม่ได้หูหนวกนี่นา! พวกเจ้าไม่ได้ยินที่เจ้าหมอนั่นพูดเมื่อครู่นี้อย่างนั้นหรือ?”
ในตอนแรกที่มู่เฉียนซีไปยึดขุมนรกอสูรด้วยกันกับจิ่วเยี่ย พวกเขาได้สร้างความวุ่นวายไว้มากทีเดียว
แต่ฝูเซิงกลับยึดขุมนรกสีโลหิตมาอย่างเงียบ ๆ ฉะนั้นพวกเขาจึงไม่คิดมาก่อนว่าเจ้าแห่งขุมนรกสีโลหิตจะลงมือกับพวกเขาเช่นนี้
“ดีจริง ๆ! เจ้าแห่งขุมนรกสีโลหิต แม้แต่เจ้าก็ติดตามสัตว์ประหลาดอย่างอ๋องจิ่วเยี่ย และทรยศท่านผู้คุมปีศาจแห่งความมืดเหมือนกันสินะ” พวกเขากล่าวอย่างเคร่งขรึม
ฝูเซิงกล่าวว่า “เจ้าพูดผิดแล้ว! ข้าแค่ติดตามเจ้านายของข้าเท่านั้น ไม่ได้ติดตามอ๋องจิ่วเยี่ยเสียหน่อย”
“ไปตายซะ!”
ทูตเหล่านี้แข็งแกร่งมาก แต่ฝูเซิงเองก็ไม่ได้อ่อนแอเช่นกัน แม้ว่าเขาจะไม่เหมือนจิ่วเยี่ยที่สามารถทำให้ทูตเหล่านี้ต้องหวาดกลัวได้ด้วยการลงมือเพียงครั้งเดียว แต่พลังในการต่อส สู้ที่แข็งแกร่งของหนามโลหิตที่ใช้ต่อสู้แบบหลายคนลุมหนึ่ง ก็เพียงพอที่จะรับมือกับคนเหล่านี้ได้แล้ว
ส่วนมู่เฉียนซีทำหน้าที่ในการปิดช่องโหว่ หากฝูเซิงสร้างความเสียหายที่รุนแรงให้กับศัตรู นางก็แค่ใช้โอกาสนี้โจมตีศัตรูก็เพียงแล้ว
ปัง ปัง ปัง!
แม้ว่าจะต้องใช้ความพยายามเป็นอย่างมาก แต่สุดท้ายแล้วมู่เฉียนซีกับฝูเซิงก็สามารถจับตัวทูตของเรือนจำปีศาจแห่งความมืดเหล่านั้นได้สำเร็จ
ฝูเซิงกล่าวว่า “คนของเรือนจำปีศาจแห่งความมืดจะมาอีกหรือไม่? หากไม่มีมาแล้วละก็ พวกข้าจะได้พักผ่อนสักหน่อย”
หนามโลหิตมัดคนเหล่านั้นเอาไว้ ส่วนมู่เฉียนซีก็ทำหน้าที่ในการวางยาพิษ ซึ่งการร่วมมือกันของทั้งสองคนก็เป็นไปได้ด้วยดี และคนที่กล้ามากระโดดโลดเต้นต่อหน้าพวกเขาในขุมนรกรากษสก ก็ได้ถูกจัดการลงทั้งหมดแล้ว
ทูตของเรือนจำปีศาจแห่งความมืดเหล่านี้กล่าวถามว่า “พวกเจ้า…พวกเจ้าต้องการจะทำอะไรกันแน่?”
มู่เฉียนซีเหลือบมองไปทางพวกเขาแล้วกล่าวว่า “ได้ยินมาว่าผู้คุมปีศาจแห่งความมืดของพวกเจ้าได้หอคอยนิรันดร์มาแล้ว ไม่รู้ว่าเป็นเรื่องจริงหรือไม่?”
“นั่นมันต้องเป็นเรื่องจริงแน่นอนอยู่แล้ว! ผู้คุมปีศาจแห่งความมืดของพวกเราได้รับมหาวัตถุศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์มาแล้ว รอให้เขาสามารถควบคุมมหาวัตถุศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์ได้อย่างสมบ บูรณ์เมื่อไร แม้แต่อ๋องจิ่วเยี่ยก็ไม่มีทางเป็นคู่ต่อสู้ของเขาได้แน่ เมื่อถึงตอนนั้น…เมื่อถึงตอนนั้นแดนนรกทั้งหมดก็จะต้องตกเป็นของนายเหนือหัวของพวกเรา ฮ่า ฮ่า ฮ่า!”
ฉึก!
ทันทีที่มู่เฉียนซีโบกมือ เข็มยาเล่มหนึ่งก็ปักลงไปบนจุดตายของพวกเขา และตอนนี้ถึงพวกเขาอยากจะหัวเราะก็ไม่สามารถหัวเราะได้อีกแล้ว
“ฝันกลางวันให้มันน้อย ๆ หน่อยจะดีกว่านะ!” มู่เฉียนซีกล่าวด้วยน้ำเสียที่เย็นชา
เพราะผู้คุมปีศาจแห่งความมืดได้พยายามแพร่กระจายข้อมูลนี้อย่างครึกโครม ฉะนั้นหากนางต้องการรู้ว่ามันเป็นเรื่องจริงหรือเท็จ ก็มีแต่ต้องเข้าถ้ำเสือเท่านั้นถึงจะรู้