ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ - ตอนที่ 2558 สถานที่แห่งความสุข
ฝูเซิงมีข้อเสนอหนึ่งที่ไม่เลวเลย เขารู้สึกว่าดินของที่นี่ค่อนข้างดี สามารถทำให้หญ้าเขียวมากมายนี้เติบโตได้ ฉะนั้นมันจึงเหมาะที่จะให้ร่างแยกของเขาเกิดที่นี่ได้
ฝูเซิงเตรียมแบ่งร่างแยกออกมาเพื่อให้เกิดที่นี่ หลังจากนั้นก็ต้องการให้มันเติบโตขึ้นมาจนกลายเป็นพืชกลายพันธุ์ขั้นเทวะเหมือนตอนที่อยู่ในขุมนรกสีโลหิต อีกทั้งมันยังสามารถช่ วยเพิ่มพลังในการต่อสู้ของมู่เฉียนซีให้มากขึ้นได้
มู่เฉียนซีย่อมเห็นด้วย นางกล่าวว่า “ตกลง! เช่นนั้นเจ้าก็รีบไปจัดการเถอะ! ที่นี่ไว้เป็นหน้าที่ข้า…”
เมื่อเผชิญหน้ากับเหล่างูเขียวที่พุ่งเข้ามาอย่างต่อเนื่อง มู่เฉียนซีจึงหันไปรับมือกับพวกมันทันที
พวกมันใช้ประโยชน์จากสภาพแวดล้อมโดยรอบซ่อนตัวอย่างชำนาญ
ปัง ปัง ปัง!
ในเมื่อมู่เฉียนซีไม่คิดที่จะออกไป เช่นนั้นก็ทำได้แค่ต่อสู้กับพวกมันต่อไปเท่านั้น
ส่วนฝูเซิงที่ยืนอยู่กลางอากาศในเวลานี้ ก็มีลำแสงสีแดงเลือดห่อหุ้มตัวเขาเอาไว้
ขั้นตอนนี้เขาต้องใช้เวลาอีกสักระยะ กว่าที่จะสามารถแบ่งต้นกล้าน้อยก้านหนึ่งออกมาจากตัวเขาได้
นี่ถือเป็นวิธีการในการหลอกกฏแห่งมิติอย่างหนึ่ง แต่ทว่ามันกลับให้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดแล้ว
งูพิษเหล่านี้รับมือได้ยาก แต่สำหรับมู่เฉียนซีแล้วมันเป็นเพียงแค่การอุ่นเครื่องเท่านั้น เพราะพลังในการโจมตีของมันไม่ได้สูงมากนัก
ตูมมม!
ทันใดนั้นก็มีเสียงระเบิดดังขึ้นมา
สำหรับวิธีการเช่นนี้ฝูเซิงจำเป็นต้องจ่ายอย่างหนัก ซึ่งการทำร่างแยกออกมา มันก็เหมือนกับการที่เขาต้องระเบิดตนเองนั่นเอง
ลำแสงสีแดงสาดส่องไปทั่วพื้นดินโดยรอบ และฝูเซิงในเวลานี้ก็วิ่งมาถึงข้างกายของมู่เฉียนซีพลางกล่าวว่า “เจ้านายที่น่ารักของข้า ในที่สุดก็เรียบร้อยแล้ว! เพียงแต่ตอนนี้ข้าอยู่ในช ช่วงที่อ่อนแอมาก จึงทำได้เพียงให้เจ้าคอยปกป้องเท่านั้น และต้องปกป้องร่างแยกตัวน้อยของข้าด้วย”
“อื้ม! ข้ารู้แล้ว” มู่เฉียนซีพยักหน้ากล่าว
มู่เฉียนซีพุ่งไปยังตำแหน่งที่มีร่างแยกตัวน้อยนั้น และสำหรับกลิ่นอายที่ปรากฏขึ้นมาอย่างกะทันหัน ทำให้งูเขียวเหล่านั้นเริ่มโจมตีขึ้นมาทันที
ในตอนที่พืชกลายพันธุ์เพิ่งเกิดนั้นมีความอ่อนแอเป็นอย่างมาก แม้ว่าจะเป็นหนามโลหิตเหมือนกัน แต่ก็ไม่สามารถเผชิญหน้ากับอันตรายใด ๆ ได้อยู่ดี
เข็มยาจำนวนนับไม่ถ้วนถูกปล่อยออกไปจากทั่วทุกทิศทาง มันโจมตีไปยังจุดตายของงูเหล่านั้นบ้าง ไม่ก็โจมตีไปโดนหัวของพวกมันบ้าง ซึ่งก็ทำให้พวกมันถึงแก่ชีวิตได้ในคราวเดียว
ฉึก ฉึก ฉึก!
ดูเหมือนว่าการรอให้ร่างแยกของฝูเซิงเติบโตจะต้องใช้เวลานานเลยทีเดียว มู่เฉียนซีกล่าวว่า “ฝูเซิง มันต้องรอไปอีกนานแค่ไหน!”
“ก็ต้องดูว่ามีโชคแค่ไหน ความจริงคราวที่แล้วกว่าจะเจอเจ้า ก็ต้องใช้เวลาถึงร้อยปีเลยทีเดียวกว่าที่ร่างแยกของข้าจะเริ่มมีจิตสำนึก และเดิมทีการเติบโตของพืชกลายพันธุ์นั้นก็ ช้ามากอยู่แล้ว” ฝูเซิงกล่าว
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “นั่นมันช้ามากเกินไปแล้ว ตอนนี้ทำได้เพียงอาศัยร่างกายที่อ่อนแอของเจ้าขวางเจ้าพวกน่ารำคาญนี้ไว้ให้ข้า ข้าต้องไปค้นคว้ายาน้ำบางอย่าง เพื่อบ่มเพาะเจ้า! และท ทำให้เจ้าแตกหน่อได้เร็วขึ้น”
“ความจริงแล้วข้าล้อเจ้านายเล่นต่างหาก! เป็นเพราะว่าคราวที่แล้วข้าต้องอยู่ห่างจากมันเล็กน้อย นอกจากนี้ยังต้องระวังไม่ให้ถูกเจ้าโลหิตพบเห็นอีกด้วย ฉะนั้นถึงได้ใช้เวลานานถึงขน นาดนั้น! แต่ตอนนี้ข้าอยู่รอบตัวมัน ข้าสามารถแพร่กระจายพลังของข้าให้มันดูดกลืนได้ และคาดว่าน่าจะใช้เวลาเพียงไม่กี่วันก็สามารถแตกหน่อออกมาได้แล้ว”
“ถึงเป็นเช่นนั้นแต่ข้าก็จะต้องกระตุ้นสักหน่อยอยู่ดี!” มู่เฉียนซีกล่าวตอบ
“เอาเถอะ! ข้าจะขวางไว้เอง แต่ข้าเวียนหัวมากจริง ๆ!” ฝูเซิงกล่าว
แม้ว่ามันจะวิงเวียน หรือแม้ว่ามันจะไม่มีกำลังมากนัก แต่มันก็ยังโชคดีที่เป็นหนามโลหิต ดังนั้นจึงสามารถสกัดกั้นเอาไว้ได้
อันที่จริงตอนที่อยู่ในขุมนรกสีโลหิตคราวที่แล้วนางมีประสบการณ์เร่งการเจริญเติบโตของร่างแยกของฝูเซิงมาบ้างเล็กน้อย และคราวนี้มู่เฉียนซีก็สามารถกลั่นยาน้ำออกมาได้สำเร็จ!
และทันทีที่ยาน้ำหยดลงไปบนพื้นดิน มันก็เกิดปัญหาที่คาดไม่ถึงขึ้นมาทันที
เพราะหลังจากที่หญ้าธรรมดาที่อยู่ที่นี่เหล่านี้ได้สัมผัสถึงกลิ่นอายของพลังแห่งชีวิต มันก็ให้รากของตนเองพุ่งทะยานเข้ามา เพื่อพยายามดูดซับพลังของยาน้ำที่มู่เฉียนซีกลั่นออกมา า
นี่มันมาเพื่อแย่งอาหารนี่! แล้วร่างแยกของหนามโลหิตตัวน้อยนี้ จะไปแย่งอาหารอย่างบ้าคลั่งกับเจ้าพวกนี้ได้อย่างไรกัน?
และเมื่อฝูเซิงเห็นเช่นนั้น จึงโกรธเป็นฟืนเป็นไฟขึ้นมาทันที
“เจ้าพวกนี้ช่างหน้าด้านหน้าทนนัก! คิดไม่ถึงเลยว่าจะมาแย่งของของข้า”
หญ้าที่อยู่ที่นี่มีจำนวนมากมายมหาศาล ถึงอยากจะขวางก็ไม่สามารถขวางได้ ฉะนั้นมู่เฉียนซีจึงทำได้เพียงปล่อยให้ตนเองพยายามอย่างหนักขึ้นอีกหน่อย ด้วยการกลั่นยาเหล่านั้นให้มากขึ้ นไปอีก
ปล่อยให้พวกมันแย่งไป ขอเพียงประคองไว้ไม่ให้ตายก็พอแล้ว
เนื่องจากว่าระดับของพวกมันไม่สูงนัก เมื่อเจอกับยาน้ำที่ทรงพลังของมู่เฉียนซีที่รดลงไปอย่างต่อเนื่อง จึงทำให้หญ้าเหล่านั้นถูกป้อนจนหมดสติไป และค่อย ๆ ตกสู่การจำศีลทีละตัว
มุมปากของฝูเซิงกระตุกอย่างแรง “เจ้าพวกโลภมากเหล่านี้ สมควรแล้วที่หมดสติไปเช่นนี้”
และในเวลานี้ หน่อของร่างแยกของฝูเซิงก็เริ่มแตกออกแล้ว
แต่มันในตอนนี้ยังไม่มีจิตสำนึกเลยแม้แต่น้อย ซึ่งเป็นเหมือนกับหนามธรรมดาอันหนึ่งก็มิปาน
มู่เฉียนซีกล่าวถามว่า “หากไม่มีจิตสำนึก สามารถทำสัญญาแล้วเอาไปเลยได้หรือไม่?”
“ได้อยู่แล้ว! ข้าบอกว่าได้มันก็ต้องได้สิ!”
เขากล่าวว่า “ในที่สุดก็มาถึงตรงนี้ได้แล้ว ข้าอยากรู้มากจริง ๆ ว่าเรือนจำหลักของแดนนรกอย่างเรือนจำปีศาจแห่งความมืดนี้แตกต่างจากเรือนจำอื่น ๆ อย่างไรกันแน่?”
“ข้าเองก็อยากรู้อยากเห็นเหมือนกัน!” แววตาของมู่เฉียนซีจ้องมองไปข้างหน้าอย่างเงียบงัน
เพราะจิ่วเยี่ยเคยอยู่ที่เรือนจำปีศาจแห่งความมืดนี้ ก่อนที่จะมาถึงแดนนรก!
เห็นได้ชัดว่าเรื่องนั้นไม่ใช่ความทรงจำที่ดีเท่าไรนัก และเหตุผลหลักที่มีที่นี่ก็เพราะต้องการจะหาหอคอยนิรันดร์ให้เจอ นอกจากนี้นางยังต้องการให้ผู้คุมปีศาจแห่งความมืดชดใช้อีกด ด้วย
หลังจากที่มู่เฉียนซีและฝูเซิงจากไปแล้ว หญ้าเขียวที่หมดสติไปเหล่านั้นก็เพิ่มขึ้นมาอย่างบ้าคลั่ง
ความสามารถของพวกมันยกระดับขึ้นไม่น้อย ซึ่งนั่นก็ทำให้งูเขียวเหล่านั้นถูกรังเกียจ หลังจากนั้นทั้งสองฝ่ายก็กลายเป็นศัตรูกัน และเริ่มฆ่าฟันกันขึ้นมาทันที
เรือนจำปีศาจแห่งความมืดมีทั้งต้นไม้และต้นหญ้า ดูแล้วเหมือนโลกธรรมดาทั่วไปเป็นอย่างมาก ซึ่งมองไม่ออกเลยว่าทั้งหมดนี้เป็นเพียงแค่เรือนจำเท่านั้น
นอกจากนี้ภายในเมืองยังมีความเจริญรุ่งเรืองเป็นอย่างมาก อีกทั้งร้านค้ายังเต็มไปด้วยสินค้าสุดอลังการมากมาย
นอกจากเรื่องที่ไม่สามารถใช้พลังวิญญาณได้แล้ว โลกแห่งนี้แทบไม่มีความแตกต่างไปจากดินแดนทั้งสี่ทิศที่นางเคยอยู่มาก่อนหน้านี้เลย!
“นะ…นี่คือเรือนจำปีศาจแห่งความมืดอย่างนั้นหรือ?” ฝูเซิงเองก็ประหลาดใจมากเช่นกัน
สภาพที่แท้จริงของเรือนจำปีศาจแห่งความมืด ช่างแตกต่างจากที่พวกเขาเคยจินตนาการไว้อย่างสิ้นเชิง
เดิมทีแล้วพวกเขาคิดว่าเรือนจำแห่งนี้จะต้องเป็นสถานที่ที่น่าสะพรึงกลัว เงียบสงัด และทำให้คนหายใจไม่ออกอย่างแน่นอน
แต่ผลปรากฏว่ามันกลับตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง คนที่อยู่ที่นี่ใช้ชีวิตเหมือนคนปกติทั่วไป มีเสียงหัวเราะและพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน อีกทั้งยังเงียบสงบ ซึ่งมันก็ทำให้มู่เฉียนซีแล ละฝูเซิงเกิดความสงสัยขึ้นมาว่าตนเองมาผิดที่แล้วหรือไม่
มู่เฉียนซีรู้สึกว่าสุ่ยจิงอิ๋งไม่มีทางพามาผิดที่อย่างแน่นอน นางกล่าวว่า “ไปถามดูก่อนเถอะ!”
และผลจากการสอบถาม ก็ปรากฏว่าที่นี่คือเรือนจำปีศาจแห่งความมืดจริง ๆ และพวกเขาก็ยังได้เข้าใจเกี่ยวกับสถานการณ์โดยรวมของเรือนจำปีศาจแห่งความมืดแล้วด้วย
ซึ่งเรือนจำที่อันตรายมากที่สุดในบรรดาเรือนจำใหญ่ทั้งหมดนี้ มีพื้นที่ที่ใหญ่เท่ากับคุกนรกทั้งเจ็ดรวมกันเลยทีเดียว
มันมีเมืองอยู่ทั้งหมดสี่ร้อยสี่สิบสี่แห่ง และผู้ที่เป็นเจ้าเหนือหัวคอยควบคุมเรือนจำแห่งนี้ ก็คือผู้คุมปีศาจแห่งความมืดนั่นเอง
เมืองที่ผู้คุมปีศาจแห่งความมืดอาศัยอยู่ก็คือเมืองอันดับหนึ่งซึ่งอยู่ห่างไกลจากเมืองที่พวกเขาอยู่เป็นอย่างมาก ฉะนั้นถึงมู่เฉียนซีจะรีบไปที่นั่นก็ต้องใช้เวลาสักพักอยู่ดี
เมื่อถามถึงสิ่งที่แตกต่างจากที่จินตนาการไว้ อีกฝ่ายกลับบอกกับมู่เฉียนซีว่า นั่นเป็นความเข้าใจผิดที่คนโลกภายนอกมีต่อเรือนจำปีศาจแห่งความมืดเท่านั้น
เพราะการจัดการที่ดีของผู้คุมปีศาจแห่งความมืด จึงทำให้นักโทษที่เข้ามาที่นี่ทุกคนมีความสุขมากจริง ๆ ซึ่งพวกเขามีความสุขมากกว่าอยู่ข้างนอกเสียอีก
เมื่อเห็นรอยยิ้มที่มีความสุขของคนตรงหน้า มู่เฉียนซีก็รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย
“หาสถานที่พักผ่อนกันก่อนเถอะ!” นางไม่เชื่อว่าคนอย่างผู้คุมปีศาจแห่งความมืดจะเป็นเช่นนั้น เป็นคนที่สามารถสร้างสวรรค์บนดินออกมาได้ เช่นนั้นปัญหานี้มันเกิดขึ้นจากที่ใดกันแน น่?
ในเมื่อไม่รู้สถานการณ์ที่ชัดเจน มู่เฉียนซีจึงไม่ได้ลงมือใด ๆ ซึ่งฝูเซิงที่ร่างกายอ่อนแอก็จำเป็นต้องพักผ่อนสักหน่อยอยู่พอดี
หลังจากที่พวกเขาอยู่มาหลายวัน เมืองที่เดิมทีก็มีชีวิตชีวามากอยู่แล้ว วันนี้กลับเปลี่ยนเป็นครึกครื้นมากขึ้นไปอีก และทุกคนต่างก็วิ่งออกมา ราวกับว่ากำลังจะเกิดเรื่องใหญ่ขึ้นก็ มิปาน
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “ฝูเซิง พวกเราก็ไปดูกันเถอะ!”