ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ - ตอนที่ 2561 ควรตื่นจากความฝันได้แล้ว
มู่เฉียนซีกำลังกลั่นยาจึงไม่รู้ว่าภายนอกเกิดอะไรขึ้นบ้าง ส่วนฝูเซิงก็กำลังพักผ่อนอยู่เช่นกัน เพราะหากต้องต่อสู้กับคนที่วิปลาสอย่างผู้คุมปีศาจแห่งความมืดผู้นั้น เขาก็จำเป ป็นที่จะต้องฟื้นตัวให้เร็วที่สุด เพื่อไม่ให้เจ้านายถูกเจ้าวิปลาสอย่างผู้คุมปีศาจแห่งความมืดผู้นั้นรังแกเอาได้
ทันทีที่มีกลิ่นหอมลอยออกมา มู่เฉียนซีที่ได้กลิ่นหอมนั้นก็กล่าวขึ้นมาว่า “น่าจะเกือบเสร็จแล้ว”
แต่ฝูเซิงรู้สึกว่ากลิ่นหอมนี้ค่อนข้างแปลกประหลาดเล็กน้อย จนเขาจามออกมาทีหนึ่งอย่างอดไม่ไหว
เขากล่าวว่า “เจ้านายของข้า ยาน้ำที่เจ้ากลั่นออกมานี้มีอะไรใหม่บ้าง”
“เมื่อถึงเวลาเจ้าก็จะรู้เอง! เมื่อใช้ยาน้ำนี้แล้ว คนในเมืองแห่งนี้ก็จะไม่มีทางไล่ล่าพวกเราอีก! หลังจากนั้นพวกเราก็แค่จัดการผู้คุมก็พอ เช่นนี้พวกเราก็สามารถออกไปจากเมืองแ แห่งนี้ เพื่อเปลี่ยนเมืองอยู่ได้ และค่อย ๆ เข้าใกล้ผู้คุมปีศาจแห่งความมืดอย่างช้า ๆ ได้แล้ว” มู่เฉียนซีกล่าว
ไม่ใช่ว่านางไม่อยากไปหาผู้คุมปีศาจแห่งความมืดในทันที แต่เนื่องจากว่าเรือนจำปีศาจแห่งความมืดกว้างใหญ่มากเกินไปจึงไม่สามารถหาเขาเจอได้ในทันทีนั่นเอง
นอกจากนี้หากผู้คุมปีศาจแห่งความมืดรู้ว่านางมาแล้วละก็ เขาก็น่าจะมาหานางถึงที่เหมือนกัน!
และสิ่งที่พวกเขาต้องทำในตอนนี้ก็คือการเข้าใจสถานการณ์ของเรือนจำปีศาจแห่งความมืดเสียก่อน!
ในตอนที่มู่เฉียนซีและฝูเซิงออกมาจากห้องลับเล็ก ๆ นั่น นางก็ได้กลิ่นคาวของเลือดลอยคละคลุ้งอยู่เต็มไปหมด
และพวกเขาก็เห็นว่าเด็กน้อยที่เคยช่วยเหลือพวกเขาก่อนหน้านี้ ล้มอยู่บนพื้นด้วยร่างกายที่เต็มไปด้วยรอยฟกช้ำ
ฝูเซิงกล่าวด้วยความโกรธเคืองว่า “ไอ้สารเลวคนไหนมันทำแบบนี้กัน คิดไม่ถึงเลยว่าจะทำร้ายแม้แต่เด็กตัวแค่นี้”
มู่เฉียนซีเดินเข้าไปตรวจร่างกายให้เด็กน้อยผู้นั้น ซึ่งความทนทานทางร่างกายของเขานั้นน่าทึ่งมาก
นี่ไม่ใช่สิ่งที่มีมาแต่กำเนิด แต่เป็นสิ่งที่เขาได้รับมาเพราะถูกทุบตีอยู่ทุกวัน
เข็มยาเล่มหนึ่งปักลงไปบนต้นแขนของเขา หลังจากนั้นมู่เฉียนซีก็เทยาน้ำขวดหนึ่งลงบนตัวเขา ซึ่งนางก็ลงมือรักษาอาการบาดเจ็บของเขาอย่างระมัดระวัง
หลังจากที่ทุกอย่างจบลง ก็มีเสียงกร่นด่าดังขึ้นมาจากด้านนอก “ไอ้เด็กเลว ข้าไม่ใช่คนที่จัดการเจ้าแล้วจะไม่ให้สิ่งตอบแทนเจ้า! เพื่อเลี่ยงไม่ตีเจ้าจนตาย เช่นนั้นข้าจะมอบสิ่งนี ให้เจ้า…”
หมั่นโถวขึ้นราลูกหนึ่งถูกโยนเข้ามาผ่านรอยแตกของประตูบานนั้น คนอย่างนั้นหรือ? นางจากไปโดยที่ไม่แม้แต่จะเหลือบมองเด็กน้อยคนนี้ด้วยซ้ำ!
มู่เฉียนซีกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาว่า “ฝูเซิง!”
ในขณะที่หญิงผู้นั้นกำลังจะจากไป ผลปรากฏว่ามีเถาวัลย์มาพันรอบข้อเท้าของนางเอาไว้ จากนั้นก็ลากนางเข้ามา
ตึงง!
“กรี๊ดดดด!”
ยังไม่ทันที่นางจะได้กรีดร้อง ก็ถูกมู่เฉียนซีเอาหมั่นโถวที่นางโยนเข้ามาเมื่อครู่นี้อุดปากเอาไว้ ซึ่งปากที่เต็มไปด้วยกลิ่นราทำให้นางทรมานจนน้ำตาไหลเลยทีเดียว
นางจ้องมองไปที่สองคนนั้นด้วยดวงตาที่เบิกโพลง นะ…นี่มันคนที่ไม่เคารพต่อท่านผู้คุมปีศาจแห่งความมืดและทำผิดร้ายแรงสองคนนั้นมิใช่หรือ?
คนทั้งเมืองและผู้คุมต่างกำลังตามหาพวกเขา แต่คิดไม่ถึงเลยว่าพวกเขาจะมาหลบอยู่ที่นี่กับไอ้เด็กเลว
หากนางไปรายงานเรื่องนี้ ท่านผู้คุมจะต้องให้รางวัลนางอย่างงามแน่นอน!
ฉัวะ!
หนามสีแดงโลหิต ได้แทงเข้าไปในผิวหนังของนาง และมันก็แทงเข้าไปลึกจนเกือบถึงกระดูกเลยทีเดียว
นางอยากจะหนี อยากจะไปแจ้งเรื่องนี้ แต่เกรงว่าอาจจะเป็นเพียงแค่ความหวังลม ๆ แล้ง ๆ เท่านั้น
ในเวลานี้ เด็กน้อยคนนั้นได้ตื่นขึ้นมาแล้ว และการตื่นขึ้นมาครั้งนี้ก็ดีกว่าครั้งก่อน ๆ มากนัก บนร่างกายของเขาไม่เจ็บปวดแล้ว ซึ่งมันก็ทำให้เขาประหลาดใจเล็กน้อย…
เบื้องหน้ามีคนที่ดูคุ้นเคยคนหนึ่ง ซึ่งนางก็คือป้าคนที่มาทุบตีเขาเมื่ออารมณ์ไม่ดีคนนั้น แต่ทว่าตอนนี้นางกลับดูมีสภาพที่น่าเวทนามาก!
ในเวลานี้เมื่อนางเห็นว่าเจ้าเด็กเลวนั่นยังไม่ตาย เพราะไม่สามารถพูดได้ ดังนั้นนางจึงทำได้เพียงขอความช่วยเหลือทางสายตาเท่านั้น
มู่เฉียนซีหยิบยาออกมาแล้วกล่าวว่า “เจ้าน่าจะหิวแล้ว กินนี่สิ”
ยานี้สามารถทำให้คนรู้สึกอิ่มได้ นอกจากที่ยังสามารถฟื้นฟูพลังงานต่าง ๆ ที่ร่างกายต้องการได้อีกด้วย
“อร่อยจัง!” เพราะเขาหิวจริง ๆ ดังนั้นจึงไม่เกรงใจ
หลังจากที่ดื่มลงไปแล้ว เขาก็รู้สึกว่านี่คือน้ำที่อร่อยที่สุดที่เขาเคยดื่มมาในชีวิตนี้เลย
มู่เฉียนซีกล่าวถามว่า “ผู้หญิงคนนี้เกือบทำให้เจ้าต้องตาย เช่นนั้นแล้วเจ้าอยากให้ข้าลงโทษเขาอย่างไร?”
“ในเมื่อมีกฏ ว่าไม่สามารถฆ่าคนได้! ไม่เช่นนั้นก็มัดนางเอาไว้ ปล่อยให้นางหิวไปสักสองสามวันก็พอแล้ว” สำหรับเขาแล้ว สิ่งที่เจ็บปวดมากที่สุดไม่ใช่การทุบตี แต่เป็นเพราะท้องห หิวมากกว่า รสชาตินั้นเป็นอะไรที่ทุกข์ทรมานมากจริง ๆ!
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “ตกลง!”
“เจ้ามีชื่อว่าอะไร?” มู่เฉียนซีกล่าวถาม
“ข้าชื่อว่าเสี่ยวโส่ว”
“เช่นนั้นเสี่ยวโส่วเจ้ารออยู่ในห้องลับนั้นของเจ้าอย่างเชื่อฟัง หากหิวละก็ เจ้าก็กินยาเหล่านี้เข้าไปก่อน ข้าจะต้องไปจัดการเรื่องบางอย่าง” มู่เฉียนซีกล่าวกับเขา
“คนที่อยู่ภายในเมืองทั้งหมดกำลังตามหาท่านอยู่ พี่สาวคนสวย หากท่านออกไปอาจจะเป็นอันตรายก็ได้ มิเช่นนั้นท่านซ่อนอยู่ในบ้านของข้าก่อนเถอะ!” เสี่ยวโส่วกล่าว
“วางใจเถอะ! ข้ามีความมั่นใจว่าจะสามารถจัดการพวกเขาได้”
“จัดการพวกเขาทั้งหมดอย่างนั้นหรือ? พี่สาวท่านแข็งแกร่งมากเกินไปแล้ว!” เขาหลบซ่อนอยู่ท่ามกลางฝูงชน ฉะนั้นย่อมเคยเห็นมู่เฉียนซีต่อสู้กับผู้คุมมาก่อน และเขาก็รู้สึกว่ามันสุดยอ อดมากจริง ๆ
แต่สำหรับเด็กน้อยคนหนึ่ง ไม่มีทางรู้เลยว่าระดับนี้เก่งกาจมากเพียงใด
แต่ตอนนี้มู่เฉียนซีกลับบอกว่านางสามารถจัดการกับคนมากมายทั่วทั้งเมืองได้ ดังนั้นเขาจึงรู้สึกว่ามู่เฉียนซีจะต้องเป็นคนที่แข็งแกร่งที่สุดในเมืองอย่างแน่นอน
“อีกเดี๋ยว ไม่ว่าในเมืองจะวุ่นวายมากเพียงใด แต่เจ้าห้ามออกมาเด็ดขาด! รู้ไหม?”
“ขอรับ!”
เมื่อมู่เฉียนซีออกจากกระท่อมหลังเล็กนี้ นางก็พุ่งขึ้นไปบนหลังคากระท่อม และจากนั้นก็ทะยานผ่านไปยังสิ่งปลูกสร้างที่สูงมากที่สุดในเมืองแห่งนี้
ตอนนี้มู่เฉียนซีปรากฏตัวขึ้นบนที่สูง แน่นอนว่ามันต้องทำให้คนอื่นสังเกตเห็นอยู่แล้ว หลังจากนั้นพวกเขาก็ตะโกนออกมาว่า “ที่นั่น ในที่สุดก็หาเจอแล้ว!”
“อย่าปล่อยให้นางหนีไปได้ อย่าปล่อยให้นางไปซ่อนตัวได้อีก ตามไป!”
“ไล่ตามไป!”
คนทั้งหมดต่างระดมกำลังเข้ามา จากนั้นก็พุ่งเข้าไปล้อมพวกของมู่เฉียนซีเอาไว้
ผู้คุมเหล่านั้นหมุนเวียนพลังวิญญาณและทะยานไปในอากาศ เพื่อไล่ตามมู่เฉียนซีอย่างไม่ลดละ
และในตอนนี้เอง มู่เฉียนซีก็สามารถไปถึงจุดที่สูงที่สุดของเมืองได้อย่างราบรื่น
นางก้มมองไปยังมวลมนุษย์จำนวนมหาศาลข้างล่างพลางกล่าวว่า “พวกเจ้านี่นะ! ถูกผู้คุมปีศาจแห่งความมืดล้างสมองให้อยู่กับทั้งฝันกลางวัน และฝันลม ๆ แล้ง ๆ! วัน ๆ เอาแต่หลอกว่าตัวเอง งมีความสุขมาก แต่กลับปล่อยให้อารมณ์ด้านมืดของตนเองเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ สุดท้ายก็ใช้ความรุนแรง ทรมานและระบายความโกรธเกรี้ยวใส่ผู้อื่นแทน พวกเจ้าป่วยอยู่เช่นนี้วันแล้ววันเล่า แล ละในที่สุดก็จะต้องใช้ชีวิตอยู่ในห้วงแห่งความมืดมิดไปตลอดชีวิต”
“เมื่อหลับฝันก็มีเวลาที่ต้องตื่น พวกเจ้าเตรียมตัวพร้อมแล้วหรือไม่?” ทันทีที่มู่เฉียนซีกล่าวจบ ยาน้ำจำนวนนับไม่ถ้วนก็ถูกมู่เฉียนซีโยนออกไปทันที
“ฝูเซิง!” ลำแสงสีแดงเลือดสว่างวาบขึ้นมาทันที หลังจากนั้นขวดยาจำนวนนับไม่ถ้วนก็ถูกทำให้แตกออกอย่างกะทันหัน!
พรวด พรวด พรวด!
ยาน้ำตกลงมาจากท้องราวกับห่าฝนก็มิปาน ผู้คุมเหล่านั้นร้องตะโกนว่า “ถอยไป รีบถอยไปเร็ว นี่จะต้องเป็นยาพิษแน่นอน!”
ยาน้ำที่ตกลงมาเหล่านี้หนาแน่นเกินไป และคนทั้งหมดเหล่านี้ต่างก็มารวมตัวกันเป็นกลุ่มก้อนจนหนาแน่นมากอยู่ที่นี่ แต่ว่ายานี้ของนางไม่จำเป็นต้องสัมผัสก็ใช้ได้ผลเช่นกัน
ขอเพียงสามารถสูดดมกลิ่นของยาน้ำเหล่านี้ ก็นับว่าได้ผลแล้ว
ตึง ตึง ตึง!
พวกเขาที่ไม่สามารถใช้พลังวิญญาณป้องกันได้ ล้วนไม่สามารถหลีกเลี่ยงกระบวนท่านี้ได้ ดังนั้นคนทั้งหมดเหล่านี้จึงหมดสติไปทันที
ส่วนผู้คุมเหล่านั้นเนื่องจากว่าใช้พลังวิญญาณในการปกป้องร่างกาย จึงไม่โดนกระบวนท่านี้ และพวกเขาก็พุ่งทะยานเข้ามาโจมตีมู่เฉียนซีด้วยความรุนแรง “เจ้ามันนางปีศาจ! คิดไม่ถึงเลยว่าจ จะวางยาพิษคนทั้งเมืองจริง ๆ เจ้าช่างรนหาที่ตายนัก!”
“ตอนนี้พวกเขาไม่เจ็บปวดเลยแม้แต่น้อย ซึ่งมันก็ดีกว่าปล่อยให้คนเสียสติอย่างพวกเจ้าทรมานพวกเขาจนตายมิใช่หรือ!” มู่เฉียนซีกล่าวโต้
“ปากนั้นช่างเต็มไปด้วยคำพูดคำจาที่ไร้สาระจริง ๆ”
“ในเมื่อไม่มีพวกเขาคอยเกะกะแล้ว เจ้าคิดว่าพวกเจ้าเพียงไม่กี่คนจะสามารถเป็นคู่ต่อสู้ของข้าได้อย่างนั้นหรือ?” สายตาที่เย็นยะเยือกของมู่เฉียนซีกวาดมองไปทางพวกเขา และหลังจากนั้ นนางก็เริ่มโจมตีพวกเขาทันที