ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ - ตอนที่ 2562 ตื่นจากฝัน
ตูมมม โครมมมม!
และเมืองแห่งนี้ ก็กลายเป็นสนามรบของพวกเขา
ถึงผู้คุมจะตามไล่ล่ามู่เฉียนซีไปทั่วทั้งเมือง แต่พวกเขากลับเป็นฝ่ายถูกมู่เฉียนซีลอบโจมตีครั้งแล้วครั้งเล่า
ความสามารถของพวกเขาเป็นฝ่ายได้เปรียบอย่างเห็นได้ชัด แต่ดันเป็นฝ่ายถูกกระทำ ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่าจะถูกทำลายล้างเมื่อใดก็ได้เสียอย่างนั้น!
พลังจิตวิญญาณของมู่เฉียนซีเหนือกว่าพวกเขามากนัก เพราะมันสามารถปกคลุมเมืองขนาดใหญ่แห่งนี้ได้ นอกจากนี้พิษของนางก็ยังถือว่าเป็นดาบที่คมที่สุด ซึ่งมันสามารถปลิดชีพของศัตรู ได้ในทันที
ปัง ปัง ปัง!
ทั่วทั้งเมืองสามารถได้ยินเสียงของการต่อสู้ระหว่างมู่เฉียนซีกับผู้คุมไปทั่วทุกหนแห่ง แต่ทว่าเหล่าชาวเมืองทุกคนกลับตกอยู่ในห้วงนิทรา
สีหน้าของแต่ละคนต่างทุกข์ทรมานเป็นอย่างมาก ราวกับว่ากำลังพบเจอกับฝันร้ายอันน่าสะพรึงกลัวก็มิปาน
แต่ทว่าสิ่งเหล่านี้กลับไม่ใช่ฝันร้าย แต่มันเป็นเรื่องที่พวกเขาเคยทำมาตลอดตอนที่อยู่ในเรือนจำปีศาจแห่งความมืดต่างหาก
ทั้งการทรยศ หน้าไหว้หลังหลอก โหดเหี้ยม ทั้งยังอาศัยความแข็งแกร่ง ไปข่มเหงผู้อ่อนแอกว่า…
ผู้คุมในหนึ่งเมือง ก็มีเพียงสิบกว่าคนเท่านั้น แต่ทว่าตอนนี้เหลือเพียงคนที่แข็งแกร่งที่สุดผู้นั้นแล้ว
สีหน้าของเขาฉายแววเคร่งเครียดขึ้นมาทันที “ข้าจะฆ่าเจ้าแน่!”
“เช่นนั้นก็มาสิ!” มู่เฉียนซีกล่าวอย่างเย็นชา
ตูมมม โครมมม!
มู่เฉียนซีต่อสู้กับคนผู้นี้ และนางก็ได้ปลดปล่อยความสามารถทั้งหมดที่มี
อย่างไรเสียความสามารถทางกายภาพของนาง ก็ทำได้เพียงสกัดกั้นการโจมตีของเขาได้เท่านั้น หากต้องการเอาชนะเขา นั่นก็ไม่ใช่เรื่องที่ง่ายดายเลย
ตูมมม โครมมม!
เสียงระเบิดที่สนั่นหวั่นไหวดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง
แม้ว่าผู้คุมจะสามารถใช้พลังวิญญาณได้ แต่หากเขายังผลาญพลังกับมู่เฉียนซีเช่นนี้ต่อไป เขาจะต้องสูญเสียพลังวิญญาณไปจนหมดอย่างรวดเร็วแน่นอน
และในเรือนจำใหญ่แต่ละแห่ง ยาลูกกลอนนั้นก็เป็นสิ่งที่หาได้ยากยิ่ง
แม้ว่าจะเป็นเรือนจำที่ใหญ่ที่สุดอย่างเรือนจำปีศาจแห่งความมืดเองก็เช่นกัน ดังนั้นผู้คุมผู้นี้จึงจำเป็นต้องใช้ยาลูกกลอนอย่างระมัดระวัง
อย่างไรก็ตามสิ่งที่ทำให้เขาอยากจะอาเจียนออกมาเป็นเลือดก็คือ แม่สาวน้อยที่อยู่ตรงหน้าผู้นี้นำยาลูกกลอนฟื้นฟูพลังกายออกมากินอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมันช่างน่าโมโหจริง ๆ
“เจ้ามียาลูกกลอนมากมายเช่นนั้นได้อย่างไร! ก่อนที่จะเข้ามาในเรือนจำ เจ้าต้องส่งมอบสิ่งของทุกสิ่งทุกอย่างมิใช่หรือ?”
“ข้ากลั่นออกมาเอง ไม่ได้หรือไง?” มู่เฉียนซีกล่าวอย่างเรียบเฉย
อย่างไรเสียเมืองขนาดใหญ่เช่นนี้ ก็น่าจะไม่มีคนมารบกวนไปสักระยะ ดังนั้นมู่เฉียนซีจึงค่อย ๆ เล่นกับเขาไปอย่างช้า ๆ
นางจะผลาญพลังวิญญาณของเขาจนหมดลงอย่างสมบูรณ์ ผลาญจนเขาไม่สามารถปีนป่ายกลับขึ้นมาได้อีกครั้ง และเมื่อถึงเวลานั้น คนที่พ่ายแพ้ก็ต้องเป็นผู้คุมผู้นี้อย่างแน่นอน
สุดท้ายแล้ว แน่นอนว่ามู่เฉียนซีย่อมต้องทำได้อยู่แล้ว
ฝูเซิงกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “เจ้านายของข้ายังคงแข็งแกร่งเช่นเคย ในที่สุดก็สามารถทรมานเจ้าหมอนี่ได้แล้ว”
พรวดดดด!
ในเวลานี้ผู้คุมผู้นี้ก็โดนพิษของมู่เฉียนซีเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ส่วนผู้คุมคนอื่นต่างก็โดนพิษของนางจนถึงแก่ความตายไปนานแล้วเช่นกัน
“จะ…เจ้าจะทำอะไรกันแน่? เจ้าคือผู้ใดกัน?” หญิงสาวผู้นี้ดูถูกท่านผู้คุมปีศาจแห่งความมืดของพวกเขา อีกทั้งยังมียาลูกกลอนอย่างไม่จำกัด และมีร่างกายที่แข็งแกร่งอีกด้วย ฉะนั้นนา างจะต้องไม่ใช่คนธรรมดาทั่วไปแน่นอน
“ได้ยินมาว่าเจ้ามีสิทธิ์ทำให้คนขึ้นไปที่เมืองชั้นถัดไปได้สินะ จงเอาสองสิทธิ์นั้นออกมาซะ!” มู่เฉียนซีกล่าวกับเขา
“ไม่มีทาง! ข้าไม่มีทางให้สิทธิ์ที่เจ้าต้องการแน่!” ผู้คุมผู้นี้ถือได้ว่าเป็นคนที่ดื้อดึงคนหนึ่งเช่นกัน
“โอ้! ไม่มีทางให้แน่นอนสินะ! เช่นนั้นเจ้าก็รอดูได้เลย!” มู่เฉียนซีกล่าวอย่างใจเย็น
ในเวลานี้คนที่หลับไหลอยู่เหล่านั้น ดูเหมือนว่าจะสามารถเดินออกมาจากฝันร้ายได้แล้ว
ทันใดนั้นก็มีรอยยิ้มที่ดูจริงใจมากที่สุดปรากฏขึ้นมาบนใบหน้าของพวกเขา ซึ่งรอยยิ้มเช่นนี้ก็แตกต่างจากรอยยิ้มที่ถูกบีบบังคับอย่างสิ้นเชิง
ผู้คุมกล่าวอย่างประหลาดใจว่า “คิดไม่ถึงเลยว่าพวกเขาจะไม่ตาย นั่นพวกเขาเป็นอะไรกันไปหมด?”
เปาะ!
มู่เฉียนซีดีดนิ้วหนึ่งครั้ง พลางกล่าวว่า “ถึงเวลาตื่นจากฝันแล้วสินะ!”
พวกเขาทั้งหมดลืมตาขึ้น และมีความรู้สึกเสมือนอยู่อีกโลกหนึ่งก็มิปาน
ถึงบางทีก่อนที่พวกเขาจะถูกนำมาขังไว้ที่เรือนจำปีศาจแห่งความมืด พวกเขาอาจจะเคยทำเรื่องผิดบาปเอาไว้มากมาย แต่เมื่อถูกขังที่เรือนจำปีศาจแห่งความมืดแล้ว ดูเหมือนว่าพวกเขาจะไม่ เหมือนคนมากขึ้นไปอีก ซึ่งมันก็เลวร้ายยิ่งกว่าสัตว์ด้วยซ้ำ
ทันทีที่ตื่นจากฝัน นิสัยเดิมของพวกเขาก็กลับคืนมา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องดีหรือชั่ว แต่มันก็คือตัวตนของพวกเขา และไม่ใช่หุ่นเชิดที่ใช้ชีวิตตามความปรารถนาของผู้อื่นอีกต่อไป
“ข้า…”
“พวกเรา!”
“ขอบคุณนายท่าน!”
พวกเขาไม่เชื่อฟังคำสั่งของผู้คุมที่ให้โจมตีมู่เฉียนซีอีกแล้ว และยังรู้สึกขอบคุณแม่สาวน้อยผู้นี้ที่ทำให้พวกเขาตาสว่างอีกด้วย
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “อันที่จริงแล้ววิธีการทรมานของผู้คุมปีศาจแห่งความมืดเหล่านั้น ข้าคิดว่ามันไม่ค่อยจะดีเท่าไรเลย เจ้าสามารถลองพิษของข้าก่อนได้ เมื่อถึงตอนนั้นเจ้าก็จะได้รู แล้วว่าใครกันแน่ที่อ่อนแอและใครกันแน่ที่แข็งแกร่ง”
ฉึก ฉึก ฉึก!
เข็มแต่ละเล่มปักเข้าไปที่จุดตายแต่ละที่ของผู้คุม
ความเจ็บปวดอันน่าสะพรึงกลัวพัดโหมกระหน่ำเข้ามา และสิ่งนี้ก็ทรมานจนผู้คุมผู้นี้ยากที่จะทนทานไหว มันยิ่งกว่าถูกฟันด้วยดาบนับพันครั้งเสียอีก
“ข้าสามารถทำให้เจ้าไม่ตาย และมีชีวิตอยู่ต่อไปได้นานเท่าที่เจ้าต้องการ ซึ่งทั้งเมืองแห่งนี้ไม่มีผู้ใดสามารถทำถึงระดับนี้ได้แน่นอน เจ้าอยากจะเพลิดเพลินไปกับมันนานแค่ไหนกันล่ะ ะ?” มู่เฉียนซีกล่าวอย่างใจเย็น
แม้ว่าเขาจะเหลือเพียงลมหายใจเฮือกสุดท้าย แต่มู่เฉียนซีก็จะให้เขามีชีวิตต่อไป ซ้ำแล้ว ซ้ำเล่า…
เมื่อเขาทนต่อไปไม่ไหว ในที่สุดเขาก็ยอมแพ้ เขากล่าวว่า “ตกลง! ข้าให้เจ้า! นี่คือเครื่องหมายผ่านเข้าเมืองที่สามร้อยยี่สิบที่อยู่ใกล้เมืองพวกเรามากที่สุด ขอเพียงเจ้าสามารถมี ชีวิตรอดไปถึงที่นั่นได้ ก็จะสามารถเข้าไปในเมืองได้แล้ว”
คนผู้นี้โยนเครื่องหมายทั้งสองชิ้นออกมา และหลังจากที่มู่เฉียนซีเก็บเครื่องหมายนั้นเรียบร้อยแล้ว นางก็กล่าวว่า “เช่นนั้นเจ้าก็ไม่มีประโยชน์อีกต่อไปแล้ว”
พรวด!
ทันทีที่ใช้พิษร้ายแรง แน่นอนว่าผู้คุมผู้นี้ก็ได้ตายลงอย่างสมบูรณ์
ผู้คุมของเมืองนี้ไม่มีชีวิตรอดเลยแม้แต่คนเดียว และแม้ว่าพลเมืองเหล่านี้จะตาสว่างแล้ว แต่พวกเขาก็ยังคงสับสนเกี่ยวกับเรื่องของอนาคตอยู่ดี
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “จนกว่าผู้คุมกลุ่มต่อไปจะมา พวกเจ้าสามารถใช้ชีวิตตามต้องการได้ และหลังจากที่ผู้คุมกลุ่มต่อไปมาถึงพวกเจ้าต้องการจะใช้ชีวิตอย่างไร นั่นมันก็ขึ้นอยู่กับพวกเจ้าแ แล้ว”
มู่เฉียนซีและฝูเซิงหันหลังจากไป เมื่อนางกลับไปยังกระท่อมหลังเล็กก็พบว่าเสี่ยวโส่วยังคงหลบซ่อนตัวอยู่เป็นอย่างดี และเขาก็ไม่ยอมออกไปไหนอย่างเชื่อฟัง
“เรื่องราวถูกคลี่คลายแล้ว เจ้าออกมาได้แล้วล่ะ”
“ขอรับ!”
หลังจากที่เขากระโดดออกมาจากห้องลับนั้น มู่เฉียนซีก็กล่าวกับเขาว่า “ข้าต้องไปแล้ว สิ่งเหล่านี้คือพิษ หากมีคนมารังแกเจ้า เจ้าก็โยนของสิ่งนี้เข้าไปเลย!”
“นี่คือยา สามารถเปลี่ยนคุณสมบัติร่างกายของเจ้า และยังทำให้เจ้าแข็งแกร่งขึ้นด้วย”
“ส่วนของพวกนี้ทำให้ท้องของเจ้าอิ่มได้!”
เสี่ยวโส่วรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย เขากล่าวว่า “นอกจากพ่อของข้าแล้ว ท่านคือคนที่ดีกับข้ามากที่สุด น่าเสียดายที่ท่านต้องจากไปแล้ว ข้าทำใจไม่ได้เลยจริง ๆ!”
“ข้ายังมีเรื่องสำคัญมากที่ต้องทำ ฉะนั้นจึงจำเป็นต้องจากไป!” มู่เฉียนซีกล่าว
“พี่สาว ท่านรู้หรือไม่ว่าโลกภายนอกเป็นอย่างไรบ้าง? ตั้งแต่เกิดมาข้าไม่เคยเห็นโลกภายนอกเลย แต่พ่อของข้าเคยพูดถึงโลกภายนอกอยู่บ้าง ข้าเลยสงสัยว่าโลกของพี่สาวเป็นเช่นไร” ” เสี่ยวโส่วกล่าว
“ข้าเคยไปมาหลายโลกเลยล่ะ…” มู่เฉียนซีเล่าถึงสิ่งที่น่าสนใจบางอย่าง เพื่อสนองความอยากรู้อยากเห็นของเพื่อนตัวน้อยผู้นี้ อย่างเช่นเผ่าหงส์ และโลกของเผ่ามังกรเป็นต้น
เสี่ยวโส่วพึงพอใจเป็นอย่างมาก เขากล่าวว่า “แน่นอนว่าข้าจะต้องการเป็นนักกลไกที่ยอดเยี่ยมที่สุดให้จงได้ หลังจากนั้นข้าจะหาทางออกไปจากที่นี่ และไปท่องโลกที่อยู่นอกแดนนรก พ่อข ของข้าบอกว่าจนถึงตอนนี้ มีเพียงคนเดียวที่ออกไปจากเรือนจำปีศาจแห่งความมืดได้สำเร็จ ข้าจะต้องพยายาม และกลายเป็นคนที่สองให้ได้!”
ฝูเซิงกล่าวว่า “เจ้าไม่สามารถเป็นคนที่สองได้หรอก เพราะเจ้านายน้อยของข้าจะเป็นคนที่สอง ส่วนเจ้าหนู เจ้าเป็นคนถัดไปเถอะ!”
เสี่ยวโส่วมองไปทางพวกเขาทั้งสอง จากนั้นก็กล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “ไม่เป็นไร เช่นนั้นข้าเป็นคนที่สี่ก็ได้ อย่างไรเสียข้าก็จะพยายามออกไปให้ได้! พ่อข้าบอกว่า แม้ว่าพวกเราจะไม่สา ามารถใช้พลังวิญญาณได้ แต่ก็ยังมีคนบางประเภทที่มีข้อได้เปรียบอยู่บ้าง ซี่งปรมาจารย์พิษก็เป็นประเภทที่แข็งแกร่งที่สุด และเขาสามารถใช้ยาและยาพิษได้อย่างยอดเยี่ยมเหมือนพี่สาว เลย ส่วนนักกลไกอย่างพวกเราก็เป็นหนึ่งในนั้นเช่นกัน ฉะนั้นข้าจะต้องทำได้อย่างแน่นอน!”
“อื้ม! เช่นนั้นเจ้าก็พยายามเข้า ไม่เพียงแต่ต้องพยายาม ทว่าก็ต้องดูแลตัวเองให้ดีด้วย อย่าปล่อยให้คนอื่นมารังแกได้ล่ะ” ฝูเซิงกล่าว
“ข้าเข้าใจแล้ว!”
จากนั้นมู่เฉียนซีกับฝูเซิงก็ออกจากเมืองที่มาถึงเป็นเมืองแรกในเรือนจำปีศาจแห่งความมืดไป ส่วนผู้คุมปีศาจแห่งความมืดก็ได้ส่งคนสนิทของเขาออกมามากมาย เพื่อค้นหาร่องรอยของมู่เฉียน ซีที่ดินแดนทางตอนใต้ของเรือนจำปีศาจแห่งความมืด
ส่วนเรื่องที่พวกเขาจะได้เผชิญหน้ากันเมื่อไร ก็ขึ้นอยู่กับเวลาเท่านั้น