ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ - ตอนที่ 2563 การปกป้องของเจ้านาย
เส้นทางระหว่างเมือง เป็นถนนที่ทอดยาวว่างเปล่าและเต็มไปด้วยอันตราย และมีอันตรายที่คาดไม่ถึงมากมายถาโถมเข้ามาอย่างต่อเนื่อง
สำหรับนักโทษทั่วไปที่อยากจะข้ามไปอีกเมือง นี่ถือว่าเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตอย่างแน่นอน แต่ทว่าตอนนี้มู่เฉียนซีกลับสามารถพาคนบาดเจ็บบุกทะลวงผ่านไปได้อย่างง่ายดาย และมาถึงจุดหมานปลายทางของพวกเขาได้ในที่สุด
“ผู้มาใหม่หรือ!” เมื่อคนเฝ้าประตูเมืองค้นพบว่ามีคนมาใหม่ จึงได้พาพวกเขาไปลงทะเบียน
ทันทีที่เข้าไปในเมือง ก็ค้นพบว่านี่เป็นวันที่ครึกครื้นวันหนึ่ง เหล่าผู้คุมกล่าวว่า “ยังมีสิทธิ์เหลืออีกสองคน ยังมีสิทธิ์เหลืออยู่อีกสองใครจะยอมขึ้นมา?”
“วันนี้ทุกคนดูเหมือนว่าจะเบื่อมากสินะ! คิดไม่ถึงเลยว่าจะไม่มีคนเข้าร่วมเลยเช่นนี้”
มู่เฉียนซีลืมคิดไปว่า ที่นี่ก็ต้องเหมือนกับเมืองที่แล้ว ที่มีกิจกรรมเกมสังหารอันไม่น่าสนใจแบบนั้นเช่นกัน
คราวนี้นางไม่สนใจแม้แต่จะล้อมวงเข้าไปชมเลยด้วยซ้ำ ฉะนั้นจึงคิดที่จะออกไปจากตรงนี้ทันที
แต่ถึงกระนั้น พวกนางกลับถูกสังเกตเห็นเข้าแล้ว
ผู้คุมคนนั้นกล่าวขึ้นมาว่า “ในเมื่อวันนี้ไม่มีคนสนใจแล้วละก็ ฉะนั้นข้าเลือกขึ้นมาเองสองคนก็แล้วกัน! พวกเจ้าสองคนตรงนั้น เป็นพวกเจ้าก็แล้วกัน ดูเหมือนว่าพวกเจ้าจะเป็นคนที่เพิ่งมาใหม่พอดีสินะ! รีบมาลองสัมผัสชีวิตในเมืองใหม่สักหน่อยสิ”
เมื่อมู่เฉียนซีและฝูเซิงถูกเรียก ทำให้พวกเขาที่เดิมทีแล้วไม่ต้องการเข้าร่วมสนุกกลับต้องหยุดฝีเท้าลงในทันที
มู่เฉียนซีพยักหน้าพลางกล่าวว่า “ได้! เข้าร่วมด้วยก็ได้”
ผู้คนต่างค้นพบว่าคนใหม่ที่เข้ามาในเมืองของพวกเขา รูปร่างหน้างดงามอย่างน่าประหลาด ซึ่งมันก็ทำให้ทุกคนต่างตกตะลึงไปครู่หนึ่งเลยทีเดียว
การที่คนหน้าตาดีถึงสองคนเข้าร่วมการลงโทษผู้กระทำความผิดเช่นนี้ ดูเหมือนมันจะทำให้น่าสนใจเป็นอย่างมาก และนี่ก็ทำให้สีหน้าของทุกคนต่างเต็มไปด้วยความคาดหวัง
ในเมื่อมู่เฉียนซีและฝูเซิงต่างก็รู้จักปรับตัวกันเป็นอย่างดี มันจึงทำให้ผู้คุมคนนี้คลี่ยิ้มออกมาด้วยความพึงพอใจ และเขาก็กล่าวขึ้นมาว่า “พวกเจ้านี่ดีมากจริง ๆ!”
“ในเมื่อจำนวนคนครบถ้วนแล้ว เช่นนั้นทุกคนเริ่มลงมือได้! นี่คืออาวุธ พวกเจ้าเลือกได้ดดตามใจชอบ และกฏก็ยังคงเป็นเช่นเดิม! นั่นก็คือการทำให้เหล่านักโทษทรมานจนตาย ใครทรมานอย่างต่อเนื่องได้นานมากที่สุด คนผู้นั้นก็จะเป็นฝ่ายชนะ” ผู้คุมคนนั้นกล่าว
หลังจากนั้นคนอื่นอีกแปดคน ค่อย ๆ เลือกอาวุธที่ตนเองคุ้นเคยคนละชิ้น
แต่มู่เฉียนซีกับฝูเซิงกลับไม่มีหยิบไป ผู้คุมจึงกล่าวถามว่า “พวกเจ้าไม่คิดจะเลือกอาวุธอย่างนั้นหรือ?”
มู่เฉียนซีกล่าวตอบว่า “ไม่จำเป็นต้องวุ่นวายขนาดนั้นหรอก”
“หรือว่าพวกเจ้าคิดจะสู้ด้วยมือเปล่าหรือ มันไม่ได้ผลที่ดีเท่าใช้อาวุธหรอก พวกเจ้าจะแพ้เอาได้นะ!” ผู้คุมกล่าว
“แพ้หรือ?” ดวงตาของมู่เฉียนซีฉายแววเย็นยะเยือกออกมาทันที
หลังจากนั้นเข็มยาทั้งสิบเล่มก็พุ่งออกไป และปักลงบนต้นคอของคนทั้งสิบคนนั้นทันที
หลังจากนั้นพวกเขาก็ชักกระตุกไปทั้งตัว และล้มฟุมลงบนพื้นที่แข็งทื่อนั้นอย่างฉับพลัน
“แค่นี้ก็จัดการเรียบร้อยแล้วมิใช่หรือ เจ็บปวดแค่เพียงชั่วครู่ หลังจากนั้น…”
ทุกสิ่งทุกอย่างที่มู่เฉียนซีทำลงไป ได้ทำให้พวกเขาตื่นตกใจเป็นอย่างมาก “นะ…นางฆ่าคนไปแล้ว!”
“คิดไม่ถึงว่านางจะกล้าฆ่าคนต่อหน้าท่านผู้คุมเช่นนี้ได้”
“นางกล้าทำได้อย่างไร?”
ผู้คุมเหล่านั้นเองก็โกรธมากเช่นกัน ผู้หญิงคนนี้กำลังท้าทายผู้คุมอย่างพวกเขาในที่สาธารณะสินะ
พวกเขากล่าวว่า “นี่เจ้าหมายความว่าอย่างไรกันแน่? เมืองที่พวกเจ้าอยู่ก่อนหน้านี้ไม่ได้สอนกฏให้พวกเจ้าอย่างนั้นหรือ? ใครสั่งให้เจ้าฆ่าคนโดยตรงเช่นนี้? นี่มันง่ายเกินไปสำหรับพวกเขา”
เดิมทีมู่เฉียนซีคิดว่าหลังจากที่เข้ามาในเมืองใหม่แล้ว ก็อยากที่จะพักผ่อนสักหน่อย และทำความเข้าใจสถานการณ์สักเล็กน้อยก่อนจะลงมือ
แต่หลังจากที่เข้ามาได้ไม่นานก็ต้องมามีส่วนร่วมในเรื่องเช่นนี้เสียได้ แต่นางก็ค้นพบว่าเมืองเช่นนี้ นางคงไม่สามารถทนได้แม้แต่เสี้ยวอึดใจเป็นแน่
ในเมื่อทนไม่ไหว เช่นนั้นก็ไม่จำเป็นต้องทน แค่ลงมือไปตรง ๆ เลยก็สิ้นเรื่องแล้ว
เมืองลำดับที่สามร้อยกว่านั้นมีระดับที่ไม่สูงเท่าไรนัก คราวที่แล้วพวกเขาเป็นคนเลือกเมืองแห่งนี้ คราวนี้หากพวกเขายังคงเหนือกว่าต่อไปแล้วละก็ ก็แค่เลือกเมืองต่อไปก็พอแล้ว
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “ข้าอยากจะฆ่าก็ฆ่า อย่างไรเสียก็เป็นเจ้าเองที่เรียกข้าขึ้นมา! ในเมื่อตอนนี้มันจบไปแล้ว ฉะนั้นพวกเราคงไปได้แล้วสินะ”
นี่เป็นครั้งแรกที่ผู้คุมอย่างพวกเขาได้เห็นนักโทษที่หยิ่งผยองเช่นนี้ เนื่องจากนักโทษที่อยู่ที่นี่แต่ละคนล้วนไม่สามารถใช้พลังวิญญาณได้ ซึ่งถือได้ว่าเป็นเพียงมดปลวกที่พวกเขาสามารถบดขยี้ได้อย่างตามใจชอบ ฉะนั้นจึงไม่มีผู้ใดที่ปฏิบัติต่อเขาอย่างไม่ระวัง และไม่ประจบประแจง แต่ใครจะไปคิดว่าจะมาเจอคนที่ไม่กลัวตายเช่นนี้กันละ?
“ผู้ใดบอกว่าเจ้าไปได้! หยุดเดี๋ยวนี้นะ! เจ้าจะต้องชดใช้ที่ทำให้พวกข้าขุ่นเคืองใจ แต่เพราะหน้าตาของพวกเจ้าทั้งสองงดงามมาก ฉะนั้นพวกข้าจะไม่ฆ่าพวกเจ้าก็แล้วกัน” ทันทีที่ผู้นำของผู้คุมโบกมือ ลูกน้องของเขาก็พุ่งมาข้างหน้า และล้อมมู่เฉียนซีเอาไว้ทันที
ฝูเซิงหลบอยู่ข้างหลังของมู่เฉียนซีพลางกล่าวว่า “เจ้านาย จะต้องสู้กันอีกแล้วหรือ! ข้ากลัวเหลือเกิน! ท่านจะต้องปกป้องข้านะขอรับ”
มุมปากของมู่เฉียนซีกระตุกขึ้นอย่างรุนแรง นางกล่าวว่า “ฝูเซิง ช่วงนี้ดูเหมือนว่าเจ้าจะเล่นมากขึ้นเรื่อย ๆ แล้วนะ”
เจ้าสองคนนี้ถูกพวกเขาล้อมไว้ขนาดนี้แล้ว คิดไม่ถึงเลยว่าจะยังมีอารมณ์มาหยอกล้อกันได้อีก ซึ่งมันได้ทำให้ผู้คุมเหล่านี้โกรธเป็นฟืนเป็นไฟ จนกล่าวอย่างเย็นชาว่า “บังอาจนัก ลงมือได้!”
ปัง!
การเคลื่อนไหวของมู่เฉียนซีนั้นเร็วกว่าพวกเขาเท่าหนึ่ง ซึ่งพลังของนางก็ได้ทำให้ผู้คุมเหล่านี้ตกใจเป็นอย่างมาก
“เป็นพลังที่แข็งแกร่งมาก ผู้หญิงคนนี้แปลกประหลาดมากจริง ๆ!”
มู่เฉียนซีดูเหมือนจะไม่ใช่คนที่แข็งแกร่งมากเท่าไรนัก พวกเขาคิดไม่ออกเลยว่าหญิงสาวที่อ่อนปวกเปียกคนหนึ่งจะสามารถครอบครองพลังเช่นนี้ได้อย่างไร?
ฟิ้ว ฟิ้ว ฟิ้ว!
และทันใดนั้นเข็มยาของมู่เฉียนซีก็พุ่งทะยานออกไป
ตูมมมม!
หลังจากนั้นสถานที่แห่งนี้ก็วุ่นวายขึ้นมาในทันที
ส่วนฝูเซิงก็ได้แต่ยืนอยู่อีกด้านหนึ่งโดยไม่เคลื่อนไหวใด ๆ และอย่างมากที่สุดเขาก็ทำแค่เพียงเพิ่มพลังให้เจ้านายของตนเองบ้าง แต่ก็ไม่เห็นถึงความกังวลใด ๆ เลย
เพราะเมืองแห่งนี้ไม่มีคนที่เป็นถึงใต้เท้าระดับบนอยู่ด้วย ฉะนั้นเจ้านายของเขาไม่มีทางเป็นอันตรายอย่างแน่นอน แต่หากเป็นเมืองที่มีคนระดับใต้เท้าระดับบนหรือสถานที่ที่มีคนระดับอ๋องอยู่ด้วย เช่นนั้นก็คงจะมีปัญหาเล็กน้อย
ภายใต้สถานการณ์ที่ไม่สามารถใช้พลังวิญญาณได้ มู่เฉียนซีได้อาศัยความแกร่งของร่างกาย วิธีการวางยาพิษที่แปลกประหลาด และยาพิษที่น่าสะพรึงกลัว เพื่อทำให้ผู้คุมเหล่านั้นไม่สามารถทำอะไรนางได้
แน่นอนว่า ผู้คุมของเมืองนี้รับมือได้ไม่ง่ายเหมือนก่อนหน้านี้ ฉะนั้นการต่อสู้จึงยังคงดำเนินต่อไป
พวกเขาค้นพบว่าผู้หญิงคนนั้นเหมือนจะมียาเอาไว้ให้กินได้อย่างไม่สิ้นสุด ดังนั้นถึงจะต่อสู้กันไปนานเพียงใด นางก็ยังคงมีชีวิตชีวาและเต็มไปด้วยพลังอยู่เสมอ แต่พวกเขากลับมีสภาพที่ย่ำแย่มากขึ้นเรื่อย ๆ
ผู้หญิงคนนี้เอายามากมายมาจากที่ไหนกันแน่? แต่ไม่ว่าที่มาของยาของนางเป็นอะไรก็ตาม ในเมื่อตอนนี้นางมาถึงเมืองของพวกเขาแล้ว เช่นนั้นของทุกสิ่งทุกอย่างในตัวของนางก็ย่อมต้องเป็นของพวกเขา
ตูมมมม!
ผู้คุมกลุ่มนี้ยังคงทรนงตนเป็นอย่างมาก แม้ว่าพวกเขาจะไม่สามารถทำอะไรมู่เฉียนซีมาได้ระยะหนึ่งแล้ว แต่พวกเขาก็ยังมั่นใจว่าตนเองสามารถจับนางได้อยู่ดี ดังนั้นพวกเขาจึงยังไม่ได้สั่งให้คนในเมืองเหล่านั้นลงมือ
พวกเขารู้สึกว่าชาวเมืองที่ไม่สามารถใช้พลังวิญญาณได้เหล่านี้ ถึงจะลงมือไปก็มีแต่จะเกะกะเปล่า ๆ อย่างไรเสียแม้แต่พวกเขาก็ยังไม่สามารถจัดการนางได้เลยด้วยซ้ำ แล้วขยะกลุ่มนี้จะไปจัดการนางได้อย่างไร?
ปัง ปัง ปัง!
ฝูเซิงเองก็คิดไม่ถึงเลยว่า เจ้าพวกผู้คุมที่กำลังต่อสู้กับเจ้านายของตนเองอยู่กลุ่มนี้ สุดท้ายจะมุ่งเป้ามาที่คนอ่อนแออย่างเขาจนได้
“ไปจับผู้ชายคนนั้นก่อน!” พวกผู้คุมรู้สึกว่าการผลาญพลังต่อไปเช่นนี้ไม่ใช่วิธีที่ดีนัก
เลือกที่จะไปจับอีกคนก่อน เพื่อทำให้ผู้หญิงคนนั้นเสียสมาธิ นี่แหละคือสิ่งที่เรียกว่ายอดกลยุทธ์
เป็นผู้ชายตัวโตขนาดนี้แต่ต้องอาศัยให้ผู้หญิงคนหนึ่งปกป้อง ฉะนั้นความสามารถต้องไม่แข็งแกร่งแน่
เมื่อฝูเซิงถูกล้อมเข้ามา เขาจึงกล่าวว่า “เจ้านาย ช่วยข้าด้วย!”
ฟิ้ว ฟิ้ว ฟิ้ว!
ทันใดนั้นเข็มยาจำนวนนับไม่ถ้วนก็หลั่งไหลออกมาราวกับห่าฝนก็มิปาน และหลังจากนั้นมู่เฉียนซีก็โยนผงยาออกมา
ร่างเงาที่สว่างวาบพุ่งทะยานไปอยู่ข้างกายของฝูเซิงอย่างรวดเร็วราวกับสายฟ้าก็มิปาน จากนั้นนางก็ได้พาฝูเซิงออกมาจากพื้นที่ที่อันตรายนั้นทันที!
“ฝูเซิง พวกเราไปกันเถอะ!”