ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ - ตอนที่ 2564 ถูกค้นพบเข้าแล้ว
มู่เฉียนซีและฝูเซิงที่อยู่ภายในเมืองแห่งนี้เริ่มซ่อนตัวอีกครั้ง จากประสบการณ์คราวที่แล้ว ทำให้มู่เฉียนซีเลือกที่จะหลบซ่อนตัวอยู่ในตรอกเล็ก ๆ
ถึงคราวนี้จะไม่มีคนที่ตื่นรู้คอยให้สถานที่ซ่อนแก่พวกนาง แต่นางก็สามารถบังคับคนได้!
“ที่นี่ค่อนข้างสะอาดเลยทีเดียว! วันนี้ข้าจะอยู่ที่นี่ก็แล้วกัน” มู่เฉียนซีกล่าวพลางมองไปยังเจ้าของบ้านที่ตัวแข็งทื่อผู้นั้น
นางสัมผัสไปที่หนามโลหิตขนาดเล็กที่เป็นเหมือนสร้อยข้อมือก็มิปานชิ้นนั้นพลางกล่าวว่า “ตอนนี้เสี่ยวเฉี่ยจะได้ระดับหนึ่งดาวแล้ว เหตุใดเจ้าถึงได้เป็นแบบนี้อยู่เรื่อยเลย! ฉะนั้น นนับตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไปเจ้ากับเสี่ยวเฉี่ยจงกลายเป็นร่างเดิมแล้วรออยู่ในของเหลวที่เต็มไปด้วยสารอาหารที่ข้ากลั่นออกมาให้เถอะ! ส่วนข้าจะไปเล่นกับผู้คุมเหล่านั้นต่อ”
คราวนี้มู่เฉียนซีไม่ได้รีบร้อนที่จะจากไป และอยากจะรอเสี่ยวเฉี่ยเลื่อนขั้นให้ถึงระดับหนึ่งดาวก่อนค่อยว่ากัน
ฝูเซิงกล่าวว่า “เจ้านายตัวน้อย ข้าเข้าใจแล้ว! เจ้าไปทำให้เต็มที่เถอะ!”
ด้วยเหตุนี้มู่เฉียนซีจึงปรากฏตัวขึ้นมาอย่างลึกลับ และได้บุกเข้าไปก่อกวนผู้คุมของเมืองแห่งนี้ ซึ่งก็ทำให้มีคนตายไปหนึ่งคนในทุก ๆ สองสามวันนั่นเอง
ผู้คุมของเมืองแห่งนี้กล่าวด้วยความโกรธจนถึงขีดสุดว่า “จะต้องหาให้เจอให้ได้ เอานางสาวน้อยสมควรตายผู้นั้นออกมาให้จงได้”
เหล่าผู้คุมโกรธแค้นมากจริง ๆ ในทุก ๆ วันพวกเขาต่างต้องนอนกันอย่างไม่เต็มอิ่ม แต่มู่เฉียนซีกลับดูผ่อนคลายเป็นอย่างมาก
แม้ว่าผู้คุมเหล่านี้จะมีพลังวิญญาณ แต่พลังจิตวิญญาณของพวกเขาก็ด้อยกว่าของมู่เฉียนซีมากมายนัก
ด้วยเหตุนี้ทันทีที่พวกเขาเข้าใกล้มู่เฉียนซี นางก็จะสัมผัสได้ล่วงหน้า และหลังจากนั้นก็จะอพยพกันจากไปอย่างรวดเร็ว เนื่องจากว่าเมืองแห่งนี้มีขนาดที่ใหญ่มาก ฉะนั้นการที่พวกเขาต้ องการหานางให้เจอ จึงไม่ใช่เรื่องที่ง่ายดายเลย
หลังจากที่เสี่ยวเฉี่ยดูดซับยาที่มู่เฉียนซีเตรียมไว้ให้เสร็จเรียบร้อย ในที่สุดก็สามารถกลายเป็นพืชกลายพันธุ์ระดับสองดาวได้อย่างราบรื่น
นางกล่าวว่า “ผู้คุมเหล่านั้นก็เหลืออยู่อีกไม่มากแล้ว ถึงเวลาจัดการขั้นสุดท้ายแล้วล่ะ”
ตูมมมม!
และมู่เฉียนซีก็เริ่มโจมตีเหล่าผู้คุมทันที
“ในที่สุดเจ้าก็กล้าออกมาต่อสู้กับพวกข้าอย่างโจ่งแจ้งได้เสียที ดีมาก! ข้าจะฉีกเจ้าออกเป็นชิ้น ๆ เลยคอยดู!” หัวหน้าผู้คุมกล่าวขึ้นมาอย่างเกรี้ยวกราด
แต่เห็นได้ชัดว่าเขานั้นมองโลกในแง่ดีเกินไป เพราะมันไม่ง่ายเลยที่จะสามารถเอาชนะมู่เฉียนซีได้
ตูมมม โครมมม!
เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหวออกมา ทั่วทั้งร่างของมู่เฉียนซีล้วนปกคลุมไปด้วยพิษ ซึ่งมันก็ทำให้พวกเขาไม่กล้าโจมตีระยะใกล้กับนาง
การต่อสู้กับคู่ต่อสู้ที่อันตรายเช่นนี้จะต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ และการที่ไม่กล้าทุ่มสุดตัว จึงกลายเป็นจุดอ่อนที่ร้ายแรงที่สุดในการต่อสู้ของพวกเขา
ฉึก!
และแล้วเข็มพิษขนาดเล็กก็แทงเข้าไปที่ต้นคอของหัวหน้าผู้คุม ใบหน้าของเขาพลันซีดเผือดและหวาดกลัวเป็นอย่างยิ่ง เขา…เขาต้องตายแน่!
มู่เฉียนซีกล่าวอย่างเรียบเฉยว่า “อย่าทำท่าทางเหมือนใกล้ตายแล้วสิ! ข้าไม่ได้คิดที่จะฆ่าเจ้าเสียหน่อย! เมื่อเทียบกับลูกน้องของเจ้าแล้ว เจ้ายังพอมีค่าที่จะรอดชีวิตมิใช่หรือ?”
“ใช่ ๆ! ใช่แล้ว! ด้วยความสามารถของเขา เจ้าน่าจะไปเพลิดเพลินกับเมืองที่ดียิ่งกว่านี้ได้ ข้าสามารถมอบเครื่องหมายให้เจ้าได้ ได้โปรดอย่าฆ่าข้าเลย! เจ้าได้โปรดอย่าฆ่าข้าเลยนะ!” “เขากล่าว
จากนั้นหัวหน้าผู้คุมก็ได้นำเครื่องหมายทั้งหมดที่มีอยู่ในตัวออกมา มันมีทั้งหมดสามเมือง และมันต่างก็ขึ้นต้นด้วยเลขสองทั้งหมดอีกด้วย
มู่เฉียนซีได้เลือกอันที่อยู่ข้างหน้าสุด ส่วนอันอื่นนางเกียจคร้านเกินกว่าจะหยิบขึ้นมา
“อ๊ากกกกก อ๊ากกก!” ในตอนแรกพิษนี้ทำให้ร่างของเขาแข็งทื่อเท่านั้น แต่หลังจากนั้นไม่นานเขาก็รู้สึกเจ็บปวดขึ้นมาอย่างรุนแรง เขาเจ็บปวดราวกับถูกแทงด้วยลุกธนูนับพันก็มิปาน
มันยังไม่ทันจบ ความเจ็บปวดกลับยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นไปอีก ซึ่งวิญญาณของเขาก็ราวกับถูกทุบตีเป็นชิ้น ๆ อย่างไรอย่างนั้น
เขาคร่ำครวญออกมาอย่างบ้าคลั่ง แม้ว่าจะร้องตะโกนจนคอแทบแตก แต่มันก็ไม่มีประโยชน์อยู่ดี และมีแต่จะทำให้ตนเองเจ็บปวดมากขึ้นไปอีก!
“อ๊ากกกกก! อย่าทรมานข้าเลย ปลดปล่อยข้าไปเถอะ! ให้ข้าได้มีความสุขเถอะ!”
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “คนที่ถูกพวกเจ้าทรมานจนตายเหล่านั้นก็ขอร้องพวกเจ้าเช่นนี้เหมือนกัน แต่พวกเจ้าก็ไม่ปล่อยพวกเขาไปมิใช่หรือ? ตอนนี้มาขอร้องข้า เจ้าคิดว่าข้าจะเมตตาหรืออย่างไร ร?”
“เจ้าพวกนั้นคือนักโทษ เป็นนักโทษ พวกเราคือผู้คุมอันทรงเกียรติ มันจะไปเหมือนกันได้อย่างไร?”
“ถึงแม้ว่าในสายตาของตัวเจ้าเองจะไม่เหมือนกัน แต่ในสายตาของข้ามันเหมือนกัน! ฉะนั้นเจ้าคิดว่าอย่างไรล่ะ?” มู่เฉียนซีกล่าวอย่างเฉยเมย
“ช่วยทำงานให้ข้าเรื่องหนึ่ง แล้วข้าจะยุติมันให้เจ้า!”
เรื่องที่มู่เฉียนซีให้พวกเขาทำก็คือการเรียกพลเมืองทั้งหมดของพวกเขาให้ออกมารวมตัวกันที่นี่ และเพราะความหวาดกลัวที่มีต่อผู้คุม แน่นอนว่ามันทำให้พวกเขายอมจำนนและทำตามคำสั่ง ของผู้คุมจนกลายเป็นความเคยชิน ดังนั้นพวกเขาจึงไม่กล้าที่จะปฏิเสธคำสั่งของผู้คุมอยู่แล้ว
หลังจากมากันครบจนไม่ตกหล่นเลยแม้แต่คนเดียว ผู้คุมที่อยู่เบื้องหน้าของพวกเขาในเวลานี้ ก็ได้โยนขวดยาจำนวนนับไม่ถ้วนออกมา และยาน้ำเหล่านั้นก็ตกลงมาราวกับห่าฝนก็มิปาน
พวกเขารู้สึกว่ายาเหล่านี้แปลกประหลาดมาก และในตอนที่พวกเขากำลังจะหลีกเลี่ยง ผู้คุมกลับออกคำสั่งว่า “พวกเจ้าลองหลบมันดูสิ?”
เนื่องจากใช้ชีวิตอยู่ภายใต้การข่มขู่ของผู้คุมมาเป็นเวลานาน ร่างกายของคนเหล่านี้จึงแข็งทื่อและไม่กล้าขยับเขยื่อนเลยแม้แต่น้อย และทำได้เพียงรับยาที่เป็นเหมือนน้ำฝนที่ตกลงมา าบนร่างกายของพวกเขาเท่านั้น ซึ่งตอนนี้พวกเขาก็เริ่มรู้สึกวิงเวียนขึ้นมาแล้ว
ตึง ตึง ตึง!
หลังจากที่ล้มลงไปทีละคน พวกเขาก็รู้สึกเสียใจเล็กน้อย หากรู้ว่าเป็นเช่นนี้ หากรู้แต่แรก พวกเขาควรที่จะต่อต้าน บางทีพวกเขาอาจจะไม่ต้องมาตายเช่นนี้ก็ได้!
ตอนนี้ พวกเขาจะต้องตายไปทั้งอย่างนี้งั้นหรือ?
เมื่อรู้สึกว่าความตายกำลังมาเยือน ในที่สุดภายในใจของพวกเขาก็มีความรู้สึกต่อต้านขึ้นมาเล็กน้อยแล้ว!
หลังจากที่คนทั้งเมืองล้มฟุบลงไปบนพื้น ผู้คุมผู้นั้นก็ตื่นตกใจเช่นกัน “จะ…เจ้า…นี่เจ้าฆ่าพวกเขาไปแล้วอย่างนั้นหรือ? เจ้าวางยาพิษพวกเขาทั้งหมดเลยนี่ หากท่านผู้คุมปีศาจแห่งค ความมืดรู้เข้า หากนายท่านทุกท่านรู้เรื่องที่เจ้าทำ พวกเขาจะต้องไม่ปล่อยเจ้าไปแน่นอน”
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “แม้ว่าข้าจะไม่ได้ทำอะไรเลย พวกเขาก็ไม่มีทางปล่อยข้าไปอยู่แล้ว! เพราะข้าคือศัตรูของผู้คุมปีศาจแห่งความมืดของพวกเจ้า และยังเป็นหนึ่งในคนที่ทำให้ผู้คุมปี ศาจแห่งความมืดของพวกเจ้าต้องพ่ายแพ้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าน่ะสิ!”
หลังจากนั้นผู้คุมก็ค้นพบว่าคนเหล่านี้ไม่ได้หมดลมหายใจ แต่กำลังขมวดคิ้วอย่างทุกข์ทรมาน และดูเหมือนว่ากำลังฝันร้ายก็มิปาน หลังจากนั้นก็กรีดร้อง…
ฉึก!
ทันใดนั้นเข็มก็ถูกฝังลงไปอีกครั้ง
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “เข็มนี้ จะปลิดชีพของเจ้า! แต่ต้องรอให้พวกเขาฟื้นขึ้นมาเสียก่อนเจ้าถึงจะตายได้ ฉะนั้นเจ้าก็เฝ้าพวกเขาเอาไว้ก่อนเถอะ!”
“พวกเจ้าทำให้ข้าขุ่นเคือง นอกจากนี้เจ้ายังเป็นถึงลูกน้องของผู้คุมปีศาจแห่งความมืดอีกด้วย ฉะนั้นข้าไม่มีทางไว้ชีวิตเจ้าแน่นอนอยู่แล้ว ส่วนคนอื่น ๆ ที่อยู่ภายในเมือง พวกเขาไม่ได้ ทำให้ข้าขุ่นเคืองใจ ดังนั้นข้าจึงไม่สนใจที่จะฆ่าชาวเมืองทั้งหมดเหล่านี้!”
ตึงง!
และหลังจากที่ผู้คุมล้มฟุบลงไป มู่เฉียนซีจึงกล่าวขึ้นมาว่า “ฝูเซิง พวกเราไปกันเถอะ!”
ฝูเซิงเดินออกมาจากความมืด เขากล่าวว่า “ได้สิ! เจ้านายพวกเราไปเมืองต่อไปกันเถอะ!”
หากผู้คุมของเมืองใดได้ต้อนรับมู่เฉียนซี มันจะต้องถือว่าเป็นฝันร้ายของพวกเขาอย่างแน่นอน และในเวลานี้คนที่ผู้คุมปีศาจแห่งความมืดส่งมาก็ได้รู้ถึงสถานการณ์เหล่านี้แล้ว พวกเขาไม ม่ได้ให้ความสนใจเกี่ยวกับสถานการณ์ของคนภายในเมือง เพียงแค่ส่งผู้คุมมาเพิ่มในส่วนที่ขาด อีกทั้งพวกเขาก็ได้รู้รูปร่างหน้าตาของผู้ที่กระทำความผิดเหล่านี้แล้ว
ตามคำบอกเล่าของผู้ที่เคยพบเห็นมู่เฉียนซี ทำให้พวกเขายืนยันได้แล้วว่าคนผู้นั้นก็คือคนที่ท่านผู้คุมปีศาจแห่งความมืดต้องการตามหา นางคือมู่เฉียนซี เจ้าเมืองของเมืองหนามโลหิ ตแห่งแดนนรก และยังเป็นผู้หญิงของอ๋องจิ่วเยี่ยที่เป็นถึงอ๋องแห่งแดนนรกอีกด้วย
“เป็นอย่างที่ท่านผู้คุมปีศาจแห่งความมืดกล่าวไว้ไม่มีผิด คิดไม่ถึงเลยว่าพวกเขาจะกล้ามาที่เรือนจำปีศาจแห่งความมืดนี้จริง ๆ!”
“ทันทีที่ยืนยันได้ว่านางอยู่ที่เมืองใด! ไม่ว่าจะต้องทำเช่นไรก็จะต้องจับนางไว้ให้ได้”
“……”
ผู้คุมของเรือนจำปีศาจแห่งความมืดเริ่มเคลื่อนไหวแล้ว และผู้คุมปีศาจแห่งความมืดที่อยู่ในเมืองลำดับที่หนึ่งก็ได้ยินข่าวแล้วเช่นกัน เขาจึงกล่าวกับอู๋หยาว่า “สมกับที่ท่านอู๋หย ยาเป็นถึงเทพพยากรณ์อันดับหนึ่งของเผ่าเทพ มันเป็นไปตามที่ท่านคำนวณเอาไว้จริง ๆ! ตอนนี้มู่เฉียนซีมาถึงเรือนจำปีศาจแห่งความมืดแล้ว นอกจากนี้ยังอยู่ที่เมืองทางตอนใต้อย่างที่คาด ไว้อีกด้วย”
“อีกไม่นานหลังจากนี้! ข้าจะเอานางผู้หญิงที่รนหาที่ตายและมาติดกับดักด้วยตนเองผู้นี้ มาส่งให้ถึงเบื้องหน้าท่านเอง”