ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ - ตอนที่ 2565 ใช้ความพยายามอย่างหนัก
อู๋หยากล่าวตอบว่า “จะต้องทำลายทั้งร่างกายและจิตวิญญาณของนาง อย่าปล่อยให้รอดชีวิตไปได้ แน่นอนว่า หากเจ้าสามารถทำได้ละก็นะ”
“ท่านอู๋หยา ท่านอย่าดูถูกข้าเกินไปนักเลย! ตอนอยู่ที่แดนนรกก่อนหน้านี้เพราะมีหวงจิ่วเยี่ยคอยปกป้องนางเด็กสาวนั่นอยู่ต่างหาก ตอนนี้นางอยู่ที่เรือนจำปีศาจแห่งความมืดที่เป็ นถึงอาณาเขตของข้า ข้ายังต้องกลัวว่าจะจัดการนางไม่ได้อีกหรือ?” ผู้คุมปีศาจแห่งความมืดมั่นใจในเรื่องนี้เป็นอย่างมาก
อู๋หยาเหลือบตามองไปที่เขาอย่างเรียบเฉย หลังจากนั้นก็มีเสียงไอ “แค่ก แค่ก แค่ก!” ดังออกมา และทันใดนั้นเลือดสด ๆ ก็ไหลทะลักออกมาจากมุมปากของเขา หากไม่ใช่เพราะได้รับบาดเจ จ็บมาหลายครั้งก่อนหน้านี้ การพยากรณ์ตำแหน่งของมู่เฉียนซีในคราวนี้ คงไม่สามารถทำให้เขาบาดเจ็บสาหัสถึงขนาดนี้ได้แน่
เพราะตอนนี้ร่างการของเขาอ่อนแอจนแม้แต่เดินก็ยังเป็นปัญหา มิเช่นนั้นเขาคงไม่ปล่อยให้ผู้คุมปีศาจแห่งความมืดลงมือ แต่เขาจะเป็นคนไปลงมือจัดการมู่เฉียนซีด้วยตนเองทันทีอย่างแน น่นอน
“ท่านรอฟังข่าวเรื่องที่มู่เฉียนซีถูกข้าฆ่าก็พอแล้ว!” ผู้คุมปีศาจแห่งความมืดกล่าวอย่างมั่นใจ
นอกจากเขาจะส่งผู้คุมที่แข็งแกร่งส่วนใหญ่ออกไปหาเบาะแสจากทางตอนใต้ของเรือนจำปีศาจแห่งความมืดแล้ว เขายังมุ่งหน้าไปด้วยตนเองอีกด้วย และนี่ก็เป็นครั้งแรกในเรือนจำปีศาจแห่งความ มมืดที่ผู้คุมปีศาจแห่งความมืดเคลื่อนทัพไปจัดการคนคนเดียวอย่างยิ่งใหญ่เช่นนี้
ในตอนที่มู่เฉียนซีเพิ่งจะย่างก้าวเข้าไปในเมืองแห่งนี้ นางก็สัมผัสถึงอันตรายได้ทันที
ภายในเมืองแห่งนี้ไม่ได้มีเพียงผู้คุมที่เป็นใต้เท้าระดับล่างเท่านั้น แต่ยังมีใต้เท้าระดับบนอยู่ประปรายด้วย ซึ่งจำนวนของมันก็ไม่น้อยเลยทีเดียว
ตามหลักแล้วเมืองระดับนี้ไม่มีทางที่จะมียอดฝีมืออยู่มากมายเช่นนี้ได้ ดังนั้นการมีอยู่ของพวกเขาจึงเป็นเรื่องที่ผิดปกติมากจริง ๆ หลังจากนั้นพลังจิตวิญญาณของมู่เฉียนซีก็แพร่กระ ะจายออกไปทุกซอกทุกมุม และเริ่มระมัดระวังขึ้นมาทันที
หลังจากที่เข้าเมืองมาได้ไม่นานนัก เวลานี้ก็มีผู้คุมกลุ่มหนึ่งวิ่งเข้ามา ภายในมือของพวกเขาถือภาพเหมือนแผ่นหนึ่งเอาไว้ หลังจากนั้นก็กล่าวว่า “พระชายาแห่งแดนนรกให้เกียรติมาถึง งที่นี่ พวกเราต้องขออภัยที่ไม่ได้ออกมาต้อนรับท่านอย่างเหมาะสม! ท่านเจ้าเรือนจำของพวกเราต้องการเชิญท่านไปเป็นแขกที่เมืองอันดับหนึ่ง ไม่ทราบว่าท่านจะยอมรับคำเชิญหรือไม่ขอรับ?”
คนอื่น ๆ ต่างผงะไปทันที พระชายาแห่งแดนนรกอย่างนั้นหรือ?
แดนนรกทั้งหมดถูกแบ่งออกเป็นสองส่วนใหญ่ ๆ ซึ่งก็คือคุกนรกทั้งเจ็ดและเรือนจำหลักต่าง ๆ แต่พวกเขาต่างก็รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยว่าเพราะเหตุใดพระชายาแห่งแดนนรกถึงได้มายังเรือ อนจำปีศาจแห่งความมืดแห่งนี้ นางคงจะไม่ได้ถูกคนอื่นหลอกพาเข้ามาหรอกกระมัง!
มู่เฉียนซีไม่ได้รู้สึกแปลกใจต่อการกระทำของพวกเขาเลย และนางยังกล่าวอีกว่า “ข้าว่าช่างมันเถอะ! ให้เจ้าเรือนจำของพวกเจ้ามาพบข้าด้วยตนเองดีกว่า อยากให้ข้าไปหาเขาก่อนอย่างนั้ นหรือ เขาเป็นแค่แม่ทัพที่พ่ายแพ้นะ ไม่มียางอายบ้างหรือไง?”
คนอื่น ๆ ต่างอ้างปากค้างด้วยความตกใจ พวกเขาถูกขังอยู่ในเรือนจำปีศาจแห่งความมืดมาเป็นเวลานานขนาดนี้แล้ว แต่นี่เป็นครั้งแรกที่ได้เห็นใครบางคนเสียมารยาทต่อท่านเจ้าเรือนจำเช่ นนี้ ช่างรนหาที่ตายนัก!
ผู้คุมเหล่านั้นล้วนถูกมู่เฉียนซีทำให้โกรธเคืองเช่นกัน “มู่เฉียนซี ดูเหมือนว่าเจ้าเป็นคนที่ต้องเอากระบี่มาจ่ออยู่ตรงหน้าก่อน จึงจะยอมทำตามสินะ ดี! เจ้าคิดว่าที่นี่คือคุกทั้ง เจ็ดอย่างนั้นหรือ?”
เหล่าผู้คุมลงมือทันทีที่กล่าวจบ ซึ่งพวกเขาก็ได้พุ่งเข้ามาโจมตีมู่เฉียนซีอย่างกะทันหัน นอกจากนี้พวกเขายังใช้กระบวนท่าสังหารที่รุนแรงอีกด้วย
เพราะท่านเจ้าเรือนจำเคยสั่งเอาไว้ว่า ไม่จำเป็นต้องเหลือชีวิตเอาไว้ หากต้องให้ท่านเจ้าเรือนจำมาฆ่าเหยื่อเช่นนี้เอง แน่นอนว่ามันจะต้องเป็นการสิ้นเปลืองที่เกินไป
มู่เฉียนซีใช้การเคลื่อนย้ายภายในชั่วพริบตา และใช้ความเร็วที่รวดเร็วที่สุดในการหลบหลีก และนางก็ไม่มีความผันผวนทางพลังวิญญาณเลยแม้แต่น้อย ซึ่งนี่ก็ทำให้เหล่าผู้คุมมีความมั่นใจเ เป็นอย่างมาก
“พวกเราก็คิดว่าพระชายาแห่งแดนนรกจะเก่งกาจสักแค่ไหน! ถึงได้มายังเรือนจำแห่งนี้ได้ แต่นี่กลายเป็นว่าท่านถูกกำหนดให้ใช้พลังวิญญาณไม่ได้ ซึ่งไม่ต่างไปจากนักโทษของพวกเราเลยม มิใช่หรือ ฉะนั้นการจับตัวท่านจึงไม่ใช่เรื่องยากเลยแม้แต่น้อย”
“เป็นเรื่องที่ไม่ยากอย่างนั้นหรือ เช่นนั้นเจ้าก็ลองดูสิ!” มู่เฉียนซีกล่าวอย่างเย็นชา
อย่างไรเสียนางก็เป็นถึงปรมาจารย์พิษเชียวนะ! ในชั่วพริบตานั้น เข็มยาจำนวนนับไม่ถ้วนก็ได้พุ่งเข้าไปเพื่อจู่โจมพวกเขา จากนั้นมันก็ได้โรยผงยาที่ไร้สีไร้กลิ่นไปบนแขนเสื้อของ งพวกเขา
พิษของมู่เฉียนซีสามารถใช้ได้ดีกับยอดฝีมือระดับทั่วไป แต่สำหรับคนที่มีความสามารถแข็งแกร่งเพียงพอ มันยังยากที่จะส่งผลกระทบต่อพวกเขาได้อยู่ดี
คนเหล่านี้เป็นคนที่ผู้คุมปีศาจแห่งความมืดส่งออกมาโดยเฉพาะ นอกจากนี้พวกเขายังเคยได้รับคำเตือนจากผู้คุมปีศาจแห่งความมืดให้ระวังพิษของมู่เฉียนซีเอาไว้ให้ดี ดังนั้นพวกเขาจึงได้ มีการเตรียมการป้องกันเอาไว้นานแล้ว
“หากใช้ได้แค่ยาพิษแล้วละก็ วันนี้เจ้าได้ตายแน่นอน!” ผู้คุมเหล่านั้นกล่าวอย่างเยาะเย้ย
“นี่พวกเจ้ากำลังทำเหมือนข้าเป็นอากาศอย่างนั้นหรือ?” และในเวลานี้ ฝูเซิงก็ได้ก้าวออกมา
ฝูเซิงกล่าวกับมู่เฉียนซีว่า “เจ้านายตัวน้อยของข้า ข้าฟื้นตัวกลับมาแล้ว เช่นนั้นหลังจากนี้ไป ก็ถึงเวลาที่ข้าควรจะปกป้องท่านได้แล้ว”
ชายหนุ่มที่รูปร่างหน้าตางดงามผู้นั้น ได้กลายร่างเป็นพืชกลายพันธุ์ที่โหดร้ายอย่างกะทันหัน และหนามโลหิตที่แข็งแกร่งก็พุ่งเข้าไปจู่โจมผู้คุ้มเหล่านั้นทันที
ตูมมมม!
“พืชกลายพันธุ์ขั้นเทวะ!”
“ถึงความแข็งแกร่งของพืชกลายพันธุ์ขั้นเทวะในร่างหลักจะเหนือกว่าใต้เท้าระดับบน แต่มันไม่สามารถใช้พลังวิญญาณได้ ฉะนั้นพวกเราไม่จำเป็นต้องไปกลัวมัน”
“ส่วนคนอีกลุ่มหนึ่ง ไปจัดการมู่เฉียนซี ส่วนอีกกลุ่มไปจัดการพืชกลายพันธุ์กับข้า”
ตูมมม โครมมม!
มีเสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหวออกมา
มู่เฉียนซีเหลือบมองไปทางพวกเขาแล้วกล่าวว่า “ข้าคิดว่าการต่อสู้ระหว่างเรือนจำปีศาจแห่งความมืดของพวกเจ้ากับเมืองหนามโลหิตของข้าเมื่อคราวที่แล้ว จะทำให้ยอดฝีมือของเรือนจำปีศาจแ แห่งความมืดของพวกเจ้าตายไปหมดแล้วเสียอีก คิดไม่ถึงว่าจะยังมีคนที่มีสมองและสามารถต่อสู้ได้เหลืออยู่ด้วย”
ครั้นมู่เฉียนซีกล่าวถึงประวัติศาสตร์อันมืดมนของเรือนจำปีศาจแห่งความมืดของพวกเขาที่ล้มเหลวในการเอาชนะเมืองหนามโลหิตเมื่อครั้งที่แล้วนั้น มันก็ได้ทำให้สีหน้าของคนเหล่านี้บูด ดบึ้งเป็นอย่างมาก และความพ่ายแพ้ในครั้งนั้น ได้ทำให้เรือนจำปีศาจแห่งความมืดของพวกเขาต้องสูญเสียยอดฝีมือไปถึงสองในสามส่วนเลยทีเดียว
“ข้าจะฆ่าเจ้า! เพื่อแก้แค้นให้กับพี่น้องที่ต้องตายไปในสงครามเหล่านั้น!” ผู้คุมเหล่านั้นกล่าวขึ้นมาด้วยความเกรี้ยวกราด
พรึ่บ พรึ่บ พรึ่บ!
ใต้เท้าระดับบนที่ต้องการเข้าใกล้มู่เฉียนซีเหล่านั้นได้ถูกฝูเซิงจับโยนออกไปทั้งหมด จากนั้นเขาก็สามารถเอาชนะศัตรูเหล่านั้นได้อย่างง่ายดาย คิดว่าเขาจะยอมเปิดโอกาสให้คนเหล่านี มาทำร้ายเจ้านายตัวน้อยของเขาหรืออย่างไรกัน?
ปัง ปัง ปัง!
ใต้เท้าระดับบนถูกขัดขวางโดยฝูเซิง ส่วนคนที่อ่อนแอและไม่แข็งแกร่งพอที่จะจับมู่เฉียนซีได้ แน่นอนฝูเซิงย่อมปล่อยไว้ให้เจ้านายของตนเองได้ยืดเส้นยืดสายอยู่แล้ว
ฉัวะ ฉัวะ ฉัวะ!
และจุดสำคัญที่ถึงแก่ชีวิตเหล่านั้นก็ถูกหนามโลหิตทะลวงผ่านอย่างไร้ความปรานี
ฝูเซิงกล่าวว่า “สามารถใช้พลังวิญญาณได้แล้วอย่างไร? ในสายตาข้าพวกเจ้าก็ยังคงอ่อนแออยู่ดี! พวกเจ้านี่ช่างเปราะบางเสียจริง”
“บัดซบเอ้ย!” แววตาของผู้คุมเหล่านั้นเต็มไปด้วยความโกรธแค้น
มู่เฉียนซีและฝูเซิงร่วมมือกัน จนกำจัดผู้คุมกลุ่มนี้ได้สำเร็จ และแน่นอนว่าพวกเขาได้ส่งข่าวออกไปให้กับเจ้านายสูงสุดของพวกเขา หรือก็คือผู้คุมปีศาจแห่งความมืดแล้วนั่นเอง!
มู่เฉียนซีหยิบภาพเหมือนใบนั้นขึ้นมา ภาพเหมือนภาพนี้วาดได้ดีมาก มันดูมีชีวิตชีวามากจริง ๆ หลังจากนั้นมู่เฉียนซีก็กล่าวขึ้นว่า “ภาพวาดนี้อู๋หยาคงจะเป็นคนวาดขึ้นมาสินะ! ข้า าคิดว่าเขาที่เกลียดข้ามากขนาดนั้น จะวาดให้ข้ากลายเป็นสัตว์ประหลาดอัปลักษณ์ไปแล้วเสียอีก! แต่นี่เขากลับวาดออกมาได้งดงามถึงเพียงนี้ มันค่อนข้างเหนือความคาดหมายมากเลยทีเดีย ยว”
เหตุผลที่นางมั่นใจว่าอู๋หยาเป็นคนวาดภาพนี้ ก็เป็นเพราะว่าภาพนี้เต็มไปด้วยพลังของอู๋หยานั่นเอง
สามารถทำให้อู๋หยาใช้พลังมากถึงเพียงนั้นเพื่อวาดภาพออกมาได้ มู่เฉียนซีรู้สึกว่ามันไม่ง่ายเลย และมันก็เป็นไปอย่างที่คาดไว้…
นางลองปลอมตัวดู และผลปรากฏว่ารูปภาพนั้นก็ได้เปลี่ยนเป็นอีกคนหนึ่ง ซึ่งมันก็มีหน้าตาเหมือนนางหลังจากที่ปลอมตัวแล้วทุกประการ
หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ ไม่ว่ามู่เฉียนซีจะเปลี่ยนหน้าตาเป็นอย่างไรก็ตาม หากมีภาพเหมือนของอู๋หยา ผู้คุมของเรือนจำปีศาจแห่งความมืดเหล่านี้ก็จะต้องหานางเจออย่างแน่นอน ฉะนั้นวิ ธีการปลอมตัวเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกไล่ล่า จึงไม่สามารถใช้ได้!
มู่เฉียนซีกล่าวด้วยเสียงทุ้มต่ำว่า “เพื่อที่จะฆ่าข้า อู๋หยาคงใช้ความพยายามอย่างหนักน่าดูเลยสินะ!”
ฝูเซิงกล่าวว่า “การเป็นศัตรูกับร่างทรงระดับสูงเช่นนี้ช่างรับมือได้ยากจริง ๆ แต่พวกเราไม่ต้องกลัวเขาหรอก ข้าสามารถปกป้องเจ้านายตัวน้อยของข้าได้อยู่แล้ว”
ในเมื่อเดินมาถึงขนาดนี้แล้ว หากไม่ได้ดูว่าในมือของผู้คุมปีศาจแห่งความมืดนั้นมีหอคอยนิรันดร์อยู่จริงหรือไม่แล้วละก็ นางไม่คิดที่จะถอยกลับไปอย่างนี้แน่นอน
“อืม! ข้าก็อยากจะรู้ว่าเจ้าร่างทรงอู๋หยาผู้นี้ จะยังสามารถเล่นลูกไม้อะไรได้อีกบ้าง?”