ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ - ตอนที่ 2566 กองกำลังไล่ล่าอย่างต่อเนื่อง
ในเมื่อถูกเจอตัวแล้ว เช่นนั้นมู่เฉียนซีจึงไม่คิดที่จะอยู่ในเมืองนี้นานนัก ดังนั้นนางกับฝูเซิงจึงออกไปจากเมืองนี้ทันที
ผู้คุมปีศาจแห่งความมืดกำลังตามหานางอยู่อย่างนั้นหรือ? แต่ตอนนี้นางยังไม่อยากที่จะเผชิญหน้ากับผู้คุมปีศาจแห่งความมืดเลย เพราะมันยังไม่ถึงเวลา และหากถึงเวลาที่เหมาะสมนางจะไปหาผู้คุมปีศาจแห่งความมืดที่เมืองลำดับที่หนึ่งเพื่อหาหอคอยนิรันดร์ด้วยตนเอง
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “พวกเรามีความเข้าใจในเรือนจำปีศาจแห่งความมืดได้ประมาณหนึ่งแล้ว ก่อนหน้านี้ตำแหน่งของข้าอยู่ในพื้นที่ทางตอนใต้ของเรือนจำปีศาจแห่งความมืด แม้ว่าจะเปลี่ยนเมืองไปมากเพียงใดแต่มันก็ยังคงอยู่ในพื้นที่ทางตอนใต้อยู่ดี! ข้าคิดว่าพวกเราสามารถอ้อมไปยังเขตพื้นที่อื่น เพื่อรบกวนจังหวะการไล่ล่าของพวกผู้คุมปีศาจแห่งความมืดได้”
นักโทษโดยทั่วไป ไม่มีทางเลือกเดินทางไปยังเมืองที่อยู่ห่างไกลออกไปแน่นอน เพราะว่ามันมีความอันตรายเป็นอย่างมาก ดังนั้นผู้คุมของแต่ละพื้นที่ใหญ่ๆจึงไม่มีเครื่องหมายของเขตพื้นที่อื่นเลย
แต่ถึงมันจะอันตราย มู่เฉียนซีก็ไม่กลัวอยู่ดี!
เพราะอันตรายที่น่า
สะพรึงกลัวในเรือนจำปีศาจแห่งความมืดแห่งนี้ น่าจะไม่มีสิ่งใดที่มีระดับสูงไปกว่าผู้คุมปีศาจแห่งความมืดที่กำลังตามไล่ล่านางอยู่ใ
นตอนนี้มิใช่หรือ?
ฝูเซิงกล่าวว่า “ตกลง!”
และอู๋หยาก็คิดไม่ถึงเลยว่าคำพยากรณ์ของตนเอง จะทำให้ผู้คุมปีศาจแห่งความมืดต้องเข้าใจผิด
ในตอนที่ผู้คุมปีศาจแห่งความมืดส่งคนส่วนใหญ่ไปยังดินแดนทางตอนใต้เพื่อค้นหานาง มู่เฉียนซีก็ได้มุ่งหน้าขึ้นไปยังเขตพื้นที่ทางตะวันออก ซึ่งมันเป็นพื้นที่ที่มืดมิดว่างเปล่าร้างผู้คน เดิมทีผู้คุมที่แข็งแกร่งก็มีน้อยอยู่แล้ว เมื่อมู่เฉียนซีไม่ได้ตรงเข้าไปในเมือง พวกเขาจึงไม่สามารถหาข่าวคราวของนางได้เลยแม้แต่น้อย
ผู้คุมปีศาจแห่งความมืดกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาว่า “มู่เฉียนซีหายไปแล้ว! ต้องเป็นเพราะนางกลัวข้าแน่ ๆ คงจะแอบไปซ่อนตัว และไม่กล้าแม้แต่จะเข้าเมืองเลยสินะ!”
“จงกระจายตัวกันออกไปค้นหานางตามพื้นที่รกร้างของแต่ละเขตพื้นที่หลัก ๆ เสีย”
หากเป็นก่อนที่เขาจะออกไปสู้รบกับเมืองหนามโลหิตก่อนหน้านี้ กำลังพลของเรือนจำปีศาจแห่งความมืดของเขาก็คงจะมีเพียงพอให้ไปตามหามู่เฉียนซีแล้ว แต่หลังจากจบสงครามใหญ่ครั้งนั้น ผู้คุมของเขาก็ลดลงไปจำนวนมาก ฉะนั้นหากต้องการค้นหามู่เฉียนซีตามพื้นที่ว่างเปล่าที่ไม่มีเมืองตามเขตพื้นที่หลักต่าง ๆ แล้วละก็ มันก็ถือว่าเป็นงานที่ใหญ่มากเลยทีเดียว
ตูมม โครมมม!
หนามสีแดงโลหิตได้มัดสัตว์ร้ายที่อันตรายตัวหนึ่งเอาไว้ หลังจากนั้นก็แยกมันออกเป็นชิ้นเท่า ๆ กัน
ฝูเซิงกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “เจ้านาย คุณภาพเนื้อของสัตว์ร้ายไม่เลวเลย และมันก็น่าจะมีรสชาติที่อร่อยอีกด้วย”
“เช่นนั้นก็ลองดูสักหน่อยแล้วกัน!”
แม้ว่ามู่เฉียนซีจะไม่สามารถใช้พลังธาตุอัคคีได้ แต่นางก็มีที่จุดไฟเก็บเอาไว้ ดังนั้นจึงสามารถทำเนื้อย่างได้ไม่ยากเลย
“ฝีมือของเจ้านายยอดเยี่ยมมาก เจ้านายทำอาหารได้อร่อยกว่าคนที่อยู่ในเมืองเหล่านั้นเสียอีก” หลังจากที่กินเนื้อย่างของมู่เฉียนซีแล้ว ฝูเซิงก็กล่าวขึ้นมาอย่างพึงพอใจเป็นอย่างมาก
“หากกินอิ่มแล้ว เจ้าก็รีบไปกระตุ้นให้เสี่ยวเฉี่ยเร่งพัฒนาความสามารถเร็วเข้าเถอะ” มู่เฉียนซีกล่าว
“ตกลง!”
มู่เฉียนซีไม่ต้องการไปเผชิญหน้ากับผู้คุมปีศาจแห่งความมืดและอู๋หยาก่อนที่เสี่ยวเฉี่ยจะเติบโตขึ้นมา เพราะนั่นถือเป็นการรนหาที่ตายอย่างสมบูรณ์ ดังนั้นตอนนี้นางจึงหลบซ่อนตัวเพื่อยื้อเวลาเอาไว้ก่อน
ตอนนี้เสี่ยวเฉี่ยได้กลายเป็นพืชกลายพันธุ์ระดับหกดาวแล้ว ซึ่งมันก็สามารถพูดได้และรู้ว่าฝูเซิงก็คือตัวมันเอง แต่มันกลับไม่ถูกใจร่างหลักของตนเองเป็นอย่างมาก!
“ไอ้คนสารเลว! เหตุใดเจ้าถึงกินได้แต่ข้ากินไม่ได้กันล่ะ! ของอร่อย! ฮืออออ!” เสี่ยวเฉี่ยกล่าวด้วยความไม่พอใจ
ฝูเซิงกล่าวว่า “อยากกินหรือ! เช่นนั้นเจ้าก็รีบกลายเป็นพืชกลายพันธุ์ขั้นเทวะซะสิ! เลื่อนขั้นช้าขนาดนี้ยังจะมาอยากกินอีก ฝันไปเถอะ!”
เสี่ยวเฉี่ยแทบรอที่จะแทงเจ้าหมอนี่ให้ตายไม่ไหวอยู่แล้ว “เจ้าตัวใหญ่ เจ้าคิดว่าเจ้าเก่งนักหรือไง!”
แน่นอนว่า แม้ว่าพื้นที่รกร้างจะมีขนาดที่กว้างใหญ่ไพศาลและเหมาะที่จะเป็นสถานที่ซ่อนตัว แต่เรือนจำปีศาจแห่งความมืดก็เป็นอาณาเขตของคนอื่นอยู่ดี ดังนั้นไม่มีทางที่ผู้คุมปีศาจแห่งความมืดจะหานางไม่เจอแน่
นั่นก็เป็นเพราะว่าครั้งนี้เขาได้สั่งให้นักโทษทั้งหมดในเรือนจำช่วยกันค้นหามู่เฉียนซี หากสามารถค้นหาเบาะแสเกี่ยวกับมู่เฉียนซีได้ ก็จะมีสิทธิ์อาศัยอยู่ในเมืองลำดับที่หนึ่ง ซึ่งพวกเขาสามารถใช้ชีวิตอย่างไร้กังวล และมีความสุขอยู่ในเมืองลำดับที่หนึ่งไปตลอดชีวิตได้อีกด้วย
แม้ว่าจะไม่อาจออกไปจากเรือนจำปีศาจแห่งความมืดแห่งนี้ได้ แต่การได้ใช้ชีวิตเช่นนั้น ก็ถือว่าเป็นจุดสูงสุดของนักโทษเหล่านั้นแล้ว
แม้ว่าในสถานที่รกร้างนั้นจะอันตรายเป็นอย่างยิ่ง แต่คนเหล่านั้นก็ยังไปตามสถานที่ต่าง ๆ อย่างไม่ขาดสาย เพื่อเริ่มค้นหาตำแหน่งของมู่เฉียนซี
ยิ่งมีคนออกตามหามากเท่าไร พื้นที่ของมู่เฉียนซีก็ถูกเปิดเผยมากขึ้นเท่านั้น และหลังจากที่พวกเขาตามหาจนเจอ พวกเขาก็ไม่ได้ลงมือกับมู่เฉียนซีแต่อย่างใด เพราะพวกเขารู้ว่านางวิปลาสมากถึงขนาดที่ท่านผู้คุมยังยากที่จะเอาชนะได้ หากพวกเขากล้าลงมือกับพวกนาง เช่นนั้นคงเป็นการหาเรื่องตายอย่างสมบูรณ์แน่นอน!
นอกจากนี้ท่านเจ้าเรือนจำยังขอเพียงแค่แจ้งข้อมูลของนางเท่านั้น และไม่ได้ต้องการให้พวกเขาจับนางด้วยตนเองอีกด้วย!
และช่วงเวลาที่พวกของมู่เฉียนซีถูกค้นพบ ผู้คุมกลุ่มหนึ่งก็รีบมาถึงอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็ได้ล้อมมู่เฉียนซีเอาไว้
ฝูเซิงกล่าวว่า “พวกเจ้ามาได้บังเอิญจริง ๆ มาช่วยข้าย่อยอาหารได้พอดีเลย”
ตูมมม!
ฝูเซิงลงมือรวดเร็วเป็นอย่างมาก และเขาก็ยังคงทำตามกฏเก่าเช่นเคย!
เขาเป็นคนจัดการใต้เท้าระดับบน ส่วนคนอื่น ๆ เจ้านายของเขาย่อมเป็นคนจัดการ
คราวนี้พวกเขามีใต้เต้าระดับล่างมาด้วยค่อนข้างมาก ฉะนั้นมู่เฉียนซีจึงต้องต่อสู้กับคนกลุ่มหนึ่ง และแม้ว่ามู่เฉียนซีจะเป็นถึงปรมาจารย์พิษ แต่ก็คงรู้สึกว่ารับมือได้ยากมากเช่นกัน
ทว่าการคำนวนของพวกเขานั้นผิดพลาด เพราะคิดว่านอกจากฝูเซิงแล้ว นางก็ไม่มีผู้ช่วยคนอื่นอีก
“เสี่ยวเฉี่ย เจ้าควรลงมือได้แล้ว”
ความจริงเสี่ยวเฉี่ยพร้อมที่จะกระโจนออกไปนานแล้ว ตอนนี้พืชกลายพันธุ์ระดับหกดาวอย่างมันมีพลังในการต่อสู้ที่ยอดเยี่ยมแล้ว ยิ่งไปกว่านั้นมันยังสามารถใช้พลังวิญญาณได้อีกด้วย
ฟิ้ว ฟิ้ว ฟิ้ว!
เสี่ยวเฉี่ยพุ่งทะยานออกไป และตรงเข้าไปจู่โจมผู้คุมเหล่านั้นทันที
การปรากฏตัวอย่างกะทันหันของมัน ทำให้ผู้คุมเหล่านี้ตื่นตกใจเป็นอย่างมาก พวกเขาตะโกนว่า “เป็นไปได้อย่างไร? ยังมีหนามโลหิตอยู่อีกตัวอย่างนั้นหรือ นอกจากนี้หนามโลหิตตัวนี้ยังใช้พลังวิญญาณได้ด้วย”
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “พวกเจ้าต้องประหลาดใจกันขนาดนั้นเลยหรืออย่างไร? ในฐานะผู้คุม พวกเจ้ารู้กฏของเรือนจำเป็นอย่างดีมิใช่หรือว่าทุกสรรพสิ่งที่เกิดในเรือนจำ จะไม่อยู่ในข้อจำกัดที่ไม่สามารถใช้พลังวิญญาณในเรือนจำได้! ซึ่งไม่ว่าจะเป็นสัตว์หรือพืชกลายพันธุ์ก็ตาม”
พวกเขาคิดไม่ถึงว่ามู่เฉียนซีจะโชคดีถึงขนาดหาพืชกลายพันธุ์ระดับหกและสามารถทำให้มันยอมจำนนได้ ซึ่งสิ่งนี้ก็ทำให้พวกเขาจับมู่เฉียนซีได้ยากมากขึ้นไปอีก และยังไม่ทันที่พวกเขาจะจัดการมู่เฉียนซีกับฝูเซิงได้สำเร็จ ทางด้านของฝูเซิงก็ถูกจัดการลงเรียบร้อยแล้ว
“ความสามารถของเจ้านี่ไม่ได้เรื่องเอาเสียเลย! ให้จัดการคนแค่ไม่กี่คนแค่นี้เองนะ? มันช่างน่าอับอายจริง ๆ” ฝูเซิงกล่าว
เสี่ยวเฉี่ยขบฟันด้วยความโกรธเกรี้ยว เขาส่งเสียงฮึดฮัดขึ้นมาทันที “เฮอะ!”
“จัดการให้เสร็จโดยเร็วเถอะ เจ้ามาจัดการคนเหล่านี้ซะ!” มู่เฉียนซีกล่าว
ตอนนี้ไม่ใช่เวลาของการฝึกซ้อม เพราะนางต้องการที่จะออกไปจากที่นี่ก่อนที่ผู้คุมปีศาจแห่งความมืดจะมาถึง ดังนั้นการให้ฝูเซิงมาจัดการพวกเขาจึงเป็นวิธีที่เร็วที่สุด
ปัง ปัง ปัง!
หลังจากนั้นก็มีเสียงดังสนั่นหวั่นไหวออกมา และผู้คุมเหล่านั้นก็เริ่มกรีดร้องขึ้นมาทันที
“อ๊ากก! อ๊ากกกกก!”
เสี่ยวเฉี่ยเม้มริมฝีปาก จากนั้นก็กล่าวว่า “หลังจากที่ข้าโตขึ้นนี่คือความแข็งแกร่งของข้าอย่างนั้นหรือ? ไม่สิ ข้าจะต้องแข็งแกร่งยิ่งกว่าเขาตอนนี้ให้ได้”
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “ใช่แล้ว! เจ้าต้องแข็งแกร่งมากกว่านี้ได้แน่”
“เจ้านาย พวกเราไปกันเถอะ!” หลังจากที่จัดการตัวเกะกะเหล่านั้นแล้ว พวกของฝูเซิงก็ออกไปจากสถานที่แห่งนี้อย่างรวดเร็ว
เมื่อเสี่ยวเฉี่ยถูกกระตุ้นโดยฝูเซิง หลังจากนั้นมันก็ตั้งใจว่าจะแข็งแกร่งขึ้นอย่างรวดเร็ว แม้ว่ามันกินยาจนเกือบจะอาเจียนออกมา แต่มันก็ยังยืนหยัดที่จะกินเข้าไปอีก
การถูกกระตุ้นเช่นนี้จึงทำให้ผลลัพธ์ที่ออกมายอดเยี่ยมมาก เพราะภายในเวลาอันสั้นเสี่ยวเฉี่ยก็สามารถเลื่อนขั้นเป็นพืชกลายพันธุ์ระดับเจ็ดได้แล้วนั่นเอง แต่ในเวลานี้กองกำลังของผู้คุมระลอกใหญ่ได้ไล่ตามพวกเขามาแล้ว
พวกเขากล่าวว่า “มู่เฉียนซี มาดูซิว่าคราวนี้เจ้าจะหนีไปได้อย่างไร?”
มู่เฉียนซีกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “เป็นขบวนทัพที่แข็งแกร่งจริง ๆ เลยนะ!”
เสี่ยวเฉี่ยที่กลายเป็นหนุ่มน้อยได้มองไปทางฝูเซิงแล้วกล่าวว่า “พวกเรามาแข่งกันดีกว่า ว่าใครจะฆ่าได้มากกว่ากัน เป็นไง?”
.