ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ - ตอนที่ 2567 มาถึงเมืองลำดับที่หนึ่ง
เห็นได้ชัดว่าล้วนเป็นตัวเองทั้งนั้น แต่ก็ยังชื่นชอบที่จะแข่งขันอยู่ดี และมู่เฉียนซีก็มองไปยังชายที่ละเอียดอ่อนผู้นั้นอย่างจนปัญญา
ความแข็งแกร่งแบบหนึ่งบวกหนึ่งไม่ได้มีเพียงผลลัพธ์ง่าย ๆ อย่างการเท่ากับสองเท่านั้น แต่ภายใต้ความสามารถระดับอ๋อง ก็แทบจะถูกกวาดล้างไปทั้งหมดในทันที
และในบรรดากลุ่มคนที่ไล่ล่าในคราวนี้ก็ยังคงไม่มีคนระดับอ๋องอยู่ด้วยเช่นเคย ดังนั้นพวกเขาจึงต้องเผชิญหน้ากับการโจมตีอันบ้าคลั่งของฝูเซิงและเสี่ยวเฉี่ย ซึ่งมันก็ทำให้ปวดหัว มากทีเดียว!
ตูมมม โครมมม!
ศัตรูทั้งหมดล้วนถูกฝูเซิงและเสี่ยวเฉี่ยตรึงเอาไว้ ส่วนมู่เฉียนซีก็รับผิดชอบคนที่เล็ดลอดออกไป
ฉัวะ! ฉัวะ ฉัวะ!
และในที่สุดเหล่าลูกน้องของผู้คุมปีศาจแห่งความมืดกลุ่มนั้น ก็ถูกทำลายล้างไปด้วยวิธีการเช่นนี้
พวกเขาไม่ยอม!
“พวกเจ้าอย่าได้ใจให้มันมากเกินไปนักเลย รอให้พวกเจ้าถูกท่านเจ้าเรือนจำของพวกเราจับได้ก่อนเถอะ พวกเจ้าจะต้องมีสภาพที่น่าเวทนามากแน่”
“ให้เขาหาพวกข้าให้เจอก่อนแล้วค่อยมาพูดเถอะ!” มู่เฉียนซีกล่าวอย่างเรียบเฉย
เรือนจำปีศาจแห่งความมืดขนาดใหญ่ได้กลายเป็นสนามเด็กเล่นสำหรับแข่งขันของมู่เฉียนซีและผู้คุมปีศาจแห่งความมืดไปแล้ว ซึ่งทั้งการตามแกะรอยและการลบร่องรอย ที่สลับกันไปมาเช่นนี้ได้ทำ ำให้ผู้คุมปีศาจแห่งความมืดเริ่มโมโหขึ้นมาแล้ว
“นางมู่เฉียนซีบ้านั่น นางจะซ่อนตัวเก่งเกินไปแล้วนะ!”
“เจ้าพวกไร้ประโยชน์ คนตั้งมากมายแค่ผู้หญิงเพียงคนเดียวยังหาไม่เจออีกหรือ?”
“ไปตามหามาเดี๋ยวนี้ ต่อให้ต้องพลิกทั้งเรือนจำปีศาจแห่งความมืดก็ต้องหานางให้เจอให้ได้”
“ขอรับ ท่านเจ้าเรือนจำ”
ทุกครั้งที่พวกของมู่เฉียนซีเผชิญหน้ากับผู้คุม และหลังจากที่พวกเขาจัดการผู้คุมไปแล้ว ผู้คุมปีศาจแห่งความมืดที่ได้รับข่าวก็รีบตรงมาทันที
แต่ทุกครั้งพวกเขาจะมาช้าไปก้าวหนึ่ง และมู่เฉียนซีก็มักจะหายตัวไปก่อนที่พวกเขาจะมาเสมอ
ซึ่งการปล่อยให้มู่เฉียนซีหนีไปได้ครั้งแล้วครั้งเล่าเช่นนี้ จะไม่ทำให้ผู้คุมปีศาจแห่งความมืดโมโหได้อย่างไรกัน?
มู่เฉียนซีรู้ดีว่าหลังจากนี้ไปอาจจะไม่ได้ราบรื่นเช่นนี้อีกแล้ว เพราะนางค้นพบว่าผู้คุมปีศาจแห่งความมืดเริ่มไล่ตามใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ แล้วนั่นเอง
บางทีในการต่อสู้ระหว่างพวกนางกับผู้คุมครั้งหน้า ผู้คุมปีศาจแห่งความมืดอาจจะมาถึงได้ทันเวลาก็เป็นได้
หากไม่ใช่ครั้งต่อไป แต่คาดว่าครั้งต่อ ๆ ไปอาจจะ…
มู่เฉียนซีมองไปทางเสี่ยวเฉี่ยที่กำลังดื่มยาของนางราวกับน้ำ พลางกล่าวถามขึ้นมาว่า “ฝูเซิง ต้องใช้เวลานานแค่ไหนถึงจะเลื่อนขั้นกลายเป็นขั้นเทวะอย่างนั้นหรือ?”
“น่าจะใช้เวลาอีกไม่นานนัก เพราะจากประสบการณ์การต่อสู้ครั้งที่แล้ว ทำให้ครั้งนี้พวกเราผสมผสานกันได้อย่างราบรื่นขึ้นมากเลยล่ะ” ฝูเซิงกล่าว
“ในเมื่อเป็นแบบนี้ เช่นนั้นพวกเราฝ่าขึ้นไปที่เมืองลำดับที่หนึ่งกันเถอะ!”
ในขณะที่ผู้คุมปีศาจแห่งความมืดรวบรวมยอดฝีมือเกือบทั้งหมดไปยังเขตพื้นที่รกร้างเพื่อไล่ล่าพวกเขา มันจึงทำให้เมืองใหญ่ต่าง ๆ ว่างเปล่ามาก จนสามารถบุกเข้าไปได้ง่ายอย่างเห็นได้ชั ด
“ตกลง!”
มันว่างเปล่ามากจริง ๆ! นอกจากนี้เหล่าผู้คุมที่เหลือเอาไว้เฝ้าเมืองก็ยังอ่อนแอจนมู่เฉียนซีสามารถจัดการด้วยตนเองได้อีกด้วย และพวกเขาก็ใช้วิธีนี้บุกทะลวงขึ้นไปจนถึงเมืองที่อ อยู่ร้อยอันดับแรก
และในตอนที่ผู้คุมปีศาจแห่งความมืดได้รู้ข่าวนี้เขาก็โกรธเป็นฟืนเป็นไฟขึ้นมาทันที “บัดซบเอ้ย! นางเปลี่ยนกลยุทธ์แล้ว คิดไม่ถึงเลยว่านางจะเปลี่ยนตำแหน่งอีกครั้ง ตอนนี้นางไปปรา ากฏตัวที่เมืองไหน ตามไป! ตามไปเดี๋ยวนี้! จะปล่อยให้นางไปถึงเมืองลำดับที่หนึ่งไม่ได้”
อย่างไรก็ตามพวกของมู่เฉียนซีก็สามารถเข้าใกล้เมืองลำดับที่หนึ่งได้อย่างราบรื่น ถึงกองกำลังที่ไล่ตามมาจะไม่ล่าช้า แต่กลับไม่ได้มีประโยชน์มากเท่าไรนัก
ปัง ปัง ปัง!
เนื่องจากพวกเขาทั้งหมดต่างไม่ใช่คู่ต่อสู้ของพวกมู่เฉียนซี จึงทำให้พวกเราถูกจัดการไปอย่างรวดเร็ว
ยิ่งเข้าใกล้เมืองลำดับที่หนึ่งมากเท่าไร มู่เฉียนซีก็ค้นพบได้ว่าหอคอยจำลองอันน้อยทั้งสามอันนั้นของนางเริ่มมีการเคลื่อนไหวมากขึ้น หลังจากนั้นมู่เฉียนซีจึงกล่าวว่า “เป็นอย่างที่ คาดไว้จริง ๆ เหยื่อที่ล่อให้ข้ามาติดกับดักนี้ไม่ใช่ของปลอม แม้ว่าสิ่งที่อยู่ในเรือนจำปีศาจแห่งความมืดแห่งนี้จะไม่ใช่ร่างหลักของหอคอยนิรันดร์ แต่อย่างน้อยมันต้องเป็นร่างจำล ลองอีกอันหนึ่งอย่างแน่นอน”
แม้ว่าจะเป็นเพียงหอคอยจำลอง แต่นางก็ไม่คิดจะยอมปล่อยไปเช่นกัน เพราะยิ่งมีหอคอยจำลองมากเท่าไร ก็ถือว่าได้เข้าใกล้หอคอยนิรันดร์มากขึ้นไปอีกก้าวหนึ่งเท่านั้น
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “นำทางสิ!”
ตอนนี้ผู้คุมปีศาจแห่งความมืดกำลังไล่ล่าตามหลังพวกนางมา แต่หอคอยจำลองกลับมุ่งหน้าไปยังเมืองลำดับที่หนึ่ง บางทีผู้คุมปีศาจแห่งความมืดอาจจะทิ้งมันไว้ที่เมืองลำดับที่หนึ่งก็เป ป็นได้
บางทีหอคอยจำลองนั้น อาจจะอยู่ในมือของคนอื่นก็ได้
ซึ่งสิ่งของที่สำคัญเช่นนี้ ผู้คุมปีศาจแห่งความมืดไม่มีทางมอบให้คนอื่นอย่างส่งเดชแน่นอน และมู่เฉียนซีก็สามารถคาดเดาได้ว่า คนผู้นั้นน่าจะเป็นอู๋หยานั่นเอง
เมืองลำดับที่หนึ่งนั้นใหญ่โตมโหฬารเป็นอย่างมาก เมื่อเทียบกับเมืองที่ถูกทอดทิ้งเมืองอื่น ๆ แล้ว คนของเมืองลำดับที่หนึ่งเหล่านี้กลับไม่ได้รีบไปตามหานางที่เมืองรกร้างเหล่านั้น นเลย
เพราะเดิมทีพวกเขาก็เป็นคนของเมืองลำดับที่หนึ่งอยู่แล้ว ฉะนั้นจึงไม่ต้องการของรางวัลที่ผู้คุมปีศาจแห่งความมืดเสนอให้
มู่เฉียนซีคือบุคคลภายนอก และนางยังเป็นบุคคลภายนอกที่ไม่ได้เข้ามาตามกฏอีกด้วย ส่วนหอคอยสีดำทั้งสามอันในเวลานี้ก็พุ่งทะยานไปยังใจกลางของเมืองลำดับที่หนึ่ง ซึ่งมันก็ได้พุ่งท ทะยานออกไปทางพระราชวังของเจ้าเรือนจำ
“นางก็คือมู่เฉียนซี!”
“นางคือพระชายาของหวงจิ่วเยี่ยผู้เป็นอ๋องแห่งแดนนรก”
“……”
เนื่องจากว่าคนของเมืองลำดับที่หนึ่งล้วนเป็นผู้ที่มีความแข็งแกร่งสูงสุด และยังเป็นผู้ที่มีสถานะสูงส่งในเรือนจำปีศาจแห่งความมืด ฉะนั้นการรับข่าวสารของพวกเขาจึงค่อนข้างรวดเร็ว วเช่นกัน
อย่างไรเสียผู้คุมปีศาจแห่งความมืดก็พ่ายแพ้ให้พวกนางมาแล้วถึงสองครั้งสองครา ดังนั้นชื่อของมู่เฉียนซีสำหรับพวกเขาแล้ว ถือได้ว่าได้ยินมาหนาหูเลยทีเดียว
มู่เฉียนซีเหลือบมองไปทางพวกเขาพลางกล่าวว่า “ใช่แล้ว! ข้าคือมู่เฉียนซี พวกเจ้าก็คิดที่จะขวางทางข้าด้วยอย่างนั้นหรือ?”
พวกเขากล่าวว่า “พวกเรายอมรับว่าตนเองไม่ใช่คู่ต่อสู้ของพวกเจ้า ฉะนั้นเหตุใดต้องเข้าไปขวางด้วยล่ะ?”
“อันที่จริงสำหรับนักโทษอย่างพวกเราแล้ว อ๋องจิ่วเยี่ยถือได้ว่าเป็นบุคคลที่พวกเราเลื่อมใสมากที่สุด นั่นก็เป็นเพราะว่าเขาสามารถทำในสิ่งที่พวกเราไม่มีทางทำได้อย่างแน่นอน ซึ่งมั นก็คือการหนีออกไปจากเรือนจำปีศาจแห่งความมืดได้สำเร็จอย่างไรล่ะ”
“ใช่แล้ว! ตอนนั้นอ๋องจิ่วเยี่ยเพิ่งจะอายุเท่าไรเองนะ! น่าจะไม่ถึงสิบขวบเลยด้วยซ้ำ! เขาไม่เพียงแต่สามารถมีชีวิตอยู่ในเรือนจำปีศาจแห่งความมืดได้เท่านั้น แต่ยังมีความสามารถมากพ พอที่จะหนีออกไปได้อีกด้วย! เขาช่างเป็นคนที่น่าชื่นชมมากจริง ๆ!”
“อะไรนะ?” มู่เฉียนซีตะลึงงันไปทันที
นางรู้ว่าก่อนที่จิ่วเยี่ยจะมายึดครองแดนนรกเขาเคยถูกขังอยู่ในเรือนจำปีศาจแห่งความมืดแห่งนี้มาก่อน แต่นางกลับคิดไม่ถึงเลยว่าเขาจะเด็กมากขนาดนั้น และนางก็คิดไม่ถึงเลยจริ ง ๆ ว่าจะมีคนที่เสียสติถึงขนาดโยนเด็กน้อยมาขังในเรือนจำที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดเช่นนี้ได้
เรือนจำหลักแต่ละแห่งมีเด็กน้อยมาก และต่างก็เกิดข้างในเรือนจำทั้งนั้น แม้ว่าอัตราการเกิดจะต่ำมาก แต่ทุกเรือนจำมีหนึ่งหรือสองคนก็ถือว่ามากแล้ว
แต่นางก็ไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าจะมีคนที่ส่งเด็กน้อยมาไว้ในสถานที่เช่นนี้ด้วย!
มู่เฉียนซียังคงอยากรู้เกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้อีก แต่ทว่าในเวลานี้กลับมีแรงกดดันของคนระดับอ๋องกระจายออกมา ซึ่งมู่เฉียนซีทำได้เพียงแค่จากไปเท่านั้น
แม้ว่าในสงครามใหญ่ของเรือนจำปีศาจแห่งความมืดครั้งที่แล้วจะสามารถสังหารคนระดับอ๋องไปไม่น้อย แต่มันก็ยังคงเหลือมากอยู่ดี
ตอนนี้เสี่ยวเฉี่ยเหลืออีกเพียงเล็กน้อยก็เกือบจะเลื่อนขั้นได้สำเร็จแล้ว แต่มู่เฉียนซียังคงไม่อยากเผชิญหน้ากับพวกเขาอยู่ดี ฉะนั้นจึงหาที่หลบก่อนค่อยว่ากัน
มู่เฉียนซีซ่อนตัวอยู่ภายในบ้านหลังหนึ่งในเมืองลำดับที่หนึ่งแห่งนี้ และนางก็เริ่มกลั่นยาทันที อู๋หยามีวิธีการณ์อันชาญฉลาดของอู๋หยา ส่วนนางก็สามารถเสี่ยงดวงดูได้เช่นกัน น
ม้วนภาพนี้ ล้วนเป็นสิ่งที่มู่เฉียนซีเก็บมาจากมือของเหล่าผู้คุมที่ตามไล่ล่านางเหล่านั้น
“อู๋หยาเองก็คงจะสู้สุดชีวิตเหมือนกันสินะ คิดไม่ถึงเลยว่าจะสามารถสร้างภาพเหมือนออกมาได้มากมายขนาดนี้ ”
หลังจากนั้น นางแค่ต้องการกลั่นยาที่สามารถซ่อนตนเองจากภาพเหมือนนี้ แต่นางจะซ่อนตัวจากพลังแห่งดาราที่เป็นเอกลักษณ์ของอู๋หยาได้อย่างไร นั่นถือว่าเป็นหัวข้อที่ยากจะรับมือไ ได้จริงๆ!
แต่นางที่เป็นถึงหมอปีศาจไม่มีทางยอมแพ้แน่นอนอยู่แล้ว!
ในที่สุดมู่เฉียนซีก็กลั่นยาออกมาได้สำเร็จ หลังจากนั้นนางก็ใส่พลังจิตวิญญาณอันแข็งแกร่งของนางเข้าไปข้างใน เพื่อป้องกันพลังที่ก่อตัวเหล่านี้
อย่างไรเสียอู๋หยาก็มีพลังแห่งดวงดาราที่แข็งแกร่งมาก แต่พลังจิตวิญญาณของนางก็แข็งแกร่งอย่างผิดปกติเช่นกัน! แล้วนางจะไปกลัวทำไม?
ตอนนี้จากมู่เฉียนซีที่เปล่งประกายและเป็นที่รู้จักของคนมากมาย ได้เปลี่ยนกลายเป็นคนที่ธรรมดามากที่สุดไปแล้ว
และทันใดนั้นนางก็สัมผัสได้ถึงการนำทางของหอคอยจำลอง ซึ่งนางก็ได้แอบเข้าไปในพระราชวังอันยิ่งใหญ่ของผู้คุมปีศาจแห่งความมืดอย่างเงียบ ๆ ได้แล้ว