ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ - ตอนที่ 2568 ตายเพื่อเขา
ในเวลานี้ ตอนที่อู๋หยาที่กำลังรอข่าวอยู่ในพระราชวังก็สัมผัสได้ถึงการเคลื่อนไหวที่ผิดปกติของหอคอยจำลอง
ดวงตาที่ปิดสนิทคู่นั้นลืมขึ้น เขามองไปข้างหน้าพลางกล่าวว่า “มู่เฉียนซี เจ้ามาแล้ว!”
ปัง!
ประตูใหญ่ได้เปิดออกเพราะถูกแรงระเบิดของมู่เฉียนซี และหลังจากนั้นมู่เฉียนซีเดินเข้ามาแล้วกล่าวว่า “เจ้าคาดเดาได้แต่แรกอยู่แล้วว่าข้าจะต้องมาที่นี่ เหตุใดเจ้าถึงปล่อยให้ผู้คุมปีศาจแห่งความมืดออกไปข้างนอกเพื่อไล่ล่าข้าด้วยเล่า?”
“มีเหตุก็ย่อมต้องมีผล หากเขาไม่ออกไปไล่ล่าเจ้าข้างนอกนั่น เช่นนั้นเจ้าก็ไม่มีทางที่จะมาถึงที่นี่ได้หรอก” อู๋หยากล่าวตอบอย่างเรียบเฉย
“เอาหอคอยจำลองของหอคอยนิรันดร์มาให้ข้า ตอนนี้ข้าไม่อยากเสียเวลากับเจ้าอีกแล้ว” มู่เฉียนซีกล่าว
อู๋หยามองไปทางมู่เฉียนซีพลางกล่าวว่า “สถานการณ์ของฝ่าบาทย่ำแย่มากเลยหรือ?”
“เจ้าคิดว่าเขาจะดีไหมล่ะ?” มู่เฉียนซีขมวดคิ้วมุ่น
“ตราบใดที่ฝ่าบาทรออยู่ที่เหวนรก พระองค์ก็จะไม่เป็นอะไร ฉะนั้นข้าในตอนนี้ จะทำให้เจ้าตาย และหายไปจากโลกนี้ โดยไม่เหลือร่องรอยไว้แม้แต่น้อย” อู๋หยากล่าวอย่างเย็นชา
“จากสายตาของหมอคนหนึ่ง อู๋หยาร่างกายของเจ้าในตอนนี้ได้รับบาดเจ็บสาหัสมาก! และตอนนี้เจ้าไม่เพียงแต่ไม่สามารถออกแรงได้เท่านั้น แม้แต่จะลุกขึ้นยืนเจ้ายังทำไม่ได้เลย” มู่เฉียนซีจ้องมองไปที่อู๋หยา สภาพร่างกายของอู๋หยา นางเพียงแค่เหลือบมองก็สามารถมองได้อย่างทะลุปรุโปร่งแล้ว
อู๋หยาค่อย ๆ กล่าวว่า “แม้ว่าข้าจะไม่เข้าใจความรู้สึก แต่ก็รู้ดีว่าเจ้าน่าจะรักฝ่าบาทของข้ามากอย่างนั้นสินะ! ในเมื่อเจ้ารักฝ่าบาทของข้า แล้วเหตุใดเจ้าถึงไม่สามารถตายเพื่อฝ่าบาทได้ล่ะ! ส่วนสตรีอีกนางหนึ่งเพื่อฝ่าบาทแล้ว นางยอมที่จะเสียสละทุกสิ่งทุกอย่างโดยไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อย”
“แน่นอนว่าข้าต้องรักจิ่วเยี่ยมากอยู่แล้ว เพราะรักเขามาก ข้าจึงต้องการทำให้เขามีชีวิตที่ดี และอยู่ด้วยกันกับเขาตลอดไป! ฉะนั้นข้าเลยโกรธคนบ้าอย่างเจ้ามากเหมือนกันอย่างไรล่ะ” มู่เฉียนซีกล่าวอย่างเกรี้ยวกราด
อู๋หยากล่าวว่า “เจ้าจะโลภมากเกินไปแล้ว และความโลภเช่นนี้ สวรรค์ไม่มีทางปล่อยให้เจ้าสมความปรารถนาแน่นอน!”
“ไม่ปล่อยให้พวกเราสมปรารถนา เช่นนั้นข้ากับจิ่วเยี่ยก็จะหาหนทางด้วยตนเอง แต่นี่จิตใจเจ้าทำด้วยอะไรกัน? ครั้งหนึ่งเจ้าก็แค่เคยเป็นลูกน้องคนหนึ่งของจิ่วเยี่ยเท่านั้น” สำหรับร่างทรงที่ไร้เหตผลเช่นนี้ ทำเอามู่เฉียนซีพูดไม่ออกเลยทีเดียว
บางทีในอนาคตอาจจะมีเรื่องอันตรายเกิดขึ้นกับพวกเขา แต่ไม่ว่ามันจะอันตรายหรือยากลำบากเพียงใด นางกับจิ่วเยี่ยจะสามารถพยายามโต้กลับไปแน่นอน และจะไม่ยอมปล่อยให้คนนอกเข้ามาแทรกแซงด้วย
เพราะว่านี่มันคือเรื่องของพวกเขาสองคน!
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “ในเมื่อเจ้าไม่ยอมมอบหอคอยจำลองมาให้เข้า เช่นนั้นข้าก็จะแย่งเอามาเอง ฝูเซิงลงมือ!”
หนามสีแดงโลหิตจำนวนนับไม่ถ้วน พุ่งเข้าจู่โจมอู๋หยาที่นั่งอยู่กับที่โดยไม่ขยับเขยื้อนแม้แต่น้อย แต่ทันใดนั้น ก็มีลำแสงหนึ่งมาสกัดกั้นการโจมตีของฝูเซิงเอาไว้
แม้ว่าอู๋หยาจะไม่สามารถเคลื่อนไหว และไม่มีพลัง แต่ก็ยังคงมีความสามารถพอที่จะปกป้องตนเองได้
ร่างของมู่เฉียนซีสว่างวาบขึ้น และนางก็ไปปรากฏตัวอยู่ข้างกายอู๋หยาด้วยความรวดเร็ว!
“มู่เฉียนซี เจ้ารนหาที่ตายนัก! คิดไม่ถึงเลยว่าเจ้าจะมาถึงที่นี่!” ทันใดนั้นน้ำเสียงอันโกรธเกรี้ยวของผู้คุมปีศาจแห่งความมืดก็ดังขึ้นมา
พลังอันน่าสะพรึงกลัวนั้นโหมกระหน่ำเข้ามาอย่างกะทันหัน ซึ่งมันก็ได้กลืนกินทั้งมู่เฉียนซีและอู๋หยาไปด้วยกัน
ไม่ใช่ว่าผู้คุมปีศาจแห่งความมืดมีความกล้าหาญมากพอที่จะฆ่าอู๋หยา แต่เป็นเพราะว่าอู๋หยาสั่งให้เขาทำเช่นนี้ อู๋หยาสั่งให้เขาฆ่ามู่เฉียนซี โดยที่ไม่ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของเขา
และแน่นอนว่า ร่างทรงผู้นี้ไม่มีทางตายง่าย ๆ อยู่แล้ว!
ตูมมมม!
มีเสียงระเบิดดังขึ้น ลำแสงสีฟ้าอ่อนได้ห่อหุ้มร่างของมู่เฉียนซีเอาไว้ ส่วนเข็มยาของมู่เฉียนซีเล่มหนึ่งได้ปักลงไปบนต้นคอของอู๋หยา
มู่เฉียนซียังคงปลอดภัย และแม้แต่การโจมตีของผู้คุมปีศาจแห่งความมืดก็ยังไม่สามารถทำอันตรายนางได้เลยแม้แต่น้อย!
“ผู้คุมปีศาจแห่งความมืด เจ้าไม่สามารถฆ่าอู๋หยาได้ แต่ข้าสามารถทำได้! เจ้าควรหยุดเสียจะดีกว่า”
ผู้คุมปีศาจแห่งความมืดกล่าวว่า “ดีจริง ๆ! คิดไม่ถึงเลยว่าเจ้าจะกล้าข่มขู่เจ้าเรือนจำอย่างข้า!”
“ข้าต้องการเพียงหอคอยจำลองนั้นเท่านั้น หากได้หอคอยจำลองแล้ว ข้าก็จะไปทันที! ส่วนเรือนจำปีศาจแห่งความมืดของเจ้า รอให้จิ่วเยี่ยของข้าถอนคำสาปได้เมื่อไร พวกข้าจะมาถล่มเรือนจำปีศาจแห่งความมืดของเจ้าให้ราบแน่นอน” มู่เฉียนซีกล่าว
“ช่างปากกล้าเสียเหลือเกินนะ!” ผู้คุมปีศาจแห่งความมืดกล่าวอย่างโกรธเคือง
อู๋หยากล่าวว่า “มู่เฉียนซี เจ้าคิดว่าเจ้าจะเอาร่างแยกของข้ามาเป็นตัวประกันกับผู้คุมปีศาจแห่งความมืดได้อย่างนั้นหรือ? ขอเพียงสามารถฆ่าเจ้าได้ ไม่ว่าข้าจะต้องตายกี่ครั้ง ข้าก็ไม่รังเกียจเลย!”
“ลงมือได้! ฆ่ามู่เฉียนซีซะ นางสามารถสกัดกั้นการโจมตีได้อีกสองครั้งเท่านั้น!” อู๋หยาจ้องมองไปที่มู่เฉียนซีอย่างสงบ
“ลงมือ!”
อู๋หยานั้นถือว่าเป็นตัวละครที่โหดเหี้ยมตัวหนึ่ง เขาปฏิบัติต่อศัตรูอย่างโหดเหี้ยม อีกทั้งยังปฏิบัติต่อตนเองอย่างโหดเหี้ยมเช่นกัน!
เขาสามารถสละชีวิตของตนเองได้โดยไม่ตะขิดตะขวงใจเลยด้วยซ้ำ ซึ่งเหตุผลมันก็อาจจะเป็นเพราะว่านี่เป็นเพียงแค่ร่างแยกของเขาเท่านั้น!
ฉึก!
เข็มยาฝังลงไปบนผิวหนังของเขา มู่เฉียนซีกล่าวว่า “ข้าเองก็รู้ ว่านี่จะต้องเป็นร่างแยกของเจ้าแน่นอน ถึงจะฆ่าเจ้าโดยตรงมันก็ไม่มีประโยชน์ ชอะไร ฉะนั้นพิษนี้จะไม่เอาชีวิตของเจ้า แต่มันทำทรมานเจ้าแทน!”
หลังจากที่มู่เฉียนซีฝังเข็มยาลงไปแล้ว การโจมตีของผู้คุมปีศาจแห่งความมืดก็ได้มาถึงแล้วเช่นกัน
ตูมมม!
ฝูเซิงและเสี่ยวเฉี่ยสกัดกั้นการโจมตีนี้ และปกป้องมู่เฉียนซีเอาไว้ได้ ซึ่งการโจมตีในครั้งนี้ไม่จำเป็นต้องใช้เกราะป้องกันสัมบูรณ์ของสุ่ยจิงอิ๋งเลยด้วยซ้ำ
ภายใต้การโจมตีที่แข็งแกร่งเช่นนี้ ทำให้กิ่งก้านของฝูเซิงและเสี่ยวเฉี่ยต้องแตกหักไปไม่น้อย
และท่ามกลางวิกฤติเช่นนี้ ก็ทำให้เสี่ยวเฉี่ยเลื่อนขั้นได้อย่างราบรื่น
ฝูเซิงกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “ช่างถูกเวลาเสียจริง ๆ! เช่นนั้น พวกเรามาผสานกันเถอะ! หลังจากนั้นค่อยมาจัดการเจ้าหมอนี่ซะ”
ตอนอยู่ที่ขุมนรกสีโลหิตเมื่อคราวที่แล้ว การผสานเพื่อยกระดับพลังเกิดความยุ่งยากขึ้นมาไม่น้อย แต่ทว่าครั้งนี้มันเป็นไปได้อย่างราบรื่นและรวดเร็วเป็นอย่างมาก
หลังจากนั้นไม่นานฝูเซิงที่ได้ครอบครองพลังระดับอ๋อง ก็พุ่งเข้าไปต่อสู้แบบตัวต่อตัวกับผู้คุมปีศาจแห่งความมืดทันที
ผู้คุมปีศาจแห่งความมืดกล่าวอย่างประหลาดใจว่า “เป็นไปได้อย่างไร? คิดไม่ถึงเลยว่าเจ้าจะใช้วิธีเช่นนี้ เพื่อทำให้ตนเองสามารถใช้พลังวิญญาณในเรือนจำปีศาจแห่งความมืดของข้าได้ บัดซบเอ้ย!”
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “หากไม่ใช่เพราะว่ามีวิธีเช่นนี้ เจ้าคิดว่าข้าจะบุกมาที่เรือนจำปีศาจแห่งความมืดเพื่อรนหาที่ตายอย่างนั้นหรือ?”
“แต่ยอดฝีมือระดับอ๋องในเรือนจำปีศาจแห่งความมืดแห่งนี้ ไม่ได้มีแค่ข้าคนเดียวหรอกนะ มู่เฉียนซี!” ผู้คุมปีศาจแห่งความมืดกล่าว
“ไม่ได้มีแค่เจ้าคนเดียว แต่ก็เหลืออีกไม่มากอยู่ดี! อย่างไรเสียคราวที่แล้วก็ตายกันไปเยอะแล้วนี่!” มู่เฉียนซีกล่าวตอบ
ผู้คุมปีศาจแห่งความมืดโมโหจนแทบจะกระอักเลือดออกมา มีหลายชีวิตต้องตายไปในการต่อสู้กับหนามโลหิต หลังจากนั้นตอนที่พวกเขาจัดการเรือนจำอื่น ๆ เขาก็ได้ส่งคนออกไปบ้างเช่นกัน แต่สุดท้ายแล้วทั้งหมดกลับถูกหวงจิ่วเยี่ยและมู่เฉียนซีฆ่าตาย จนตอนนี้เหลือน้อยยิ่งกว่าเดิมเสียอีก!
ตอนนี้เขาเหลืออยู่ประมาณสิบคนเท่านั้น นอกจากนี้อีกครึ่งหนึ่งก็ยังเป็นระดับอ๋องที่ค่อนข้างอ่อนแออีกด้วย
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “ผู้คุมปีศาจแห่งความมืด อาการบาดเจ็บของเจ้ายังไม่ได้หายสนิทดีสินะ! คนเหล่านี้ก็เช่นกัน อย่างไรเสียร่างกายของอู๋หยาก็เป็นเช่นนี้ไปแล้ว เจ้าคิดว่า…”
มู่เฉียนซียังค้นพบอีกว่า ผู้คุมปีศาจแห่งความมืดอ่อนแอมากกว่าตอนที่เขาอยู่ในจุดสูงสุดเสียอีก
เดิมทีความสามารถของเขาสามารถเทียบเคียงจิ่วเยี่ยได้เลยด้วยซ้ำ แต่ผลปรากฏว่าหลังจากที่เขาได้รับความเสียหายหลายต่อหลายครั้ง มันจึงทำให้เขามีความสามารถเพียงระดับอ๋องทั่วไปของแดนนรกเท่านั้น
และแม้ว่าฝูเซิงจะมีปัญหาเล็กน้อย แต่ก็ยังสามารถตรึงพวกเขาเอาไว้ได้อยู่ดี
ส่วนอู๋หยาในเวลานี้ก็เริ่มรู้สึกเจ็บปวดเป็นอย่างมากขึ้นมาแล้ว แม้ว่าสีหน้าของเขายังคงไร้อารมณ์ แต่มู่เฉียนซีย่อมรู้ดีว่าพิษของตนเองได้ออกฤทธิ์แล้ว ดังนั้นมู่เฉียนซีจึงกล่าวว่า “อู๋หยา เจ้าเอาหอคอยจำลองออกมาซะเถอะ!”
แต่อู๋หยาจะยอมแพ้ง่าย ๆ ได้อย่างไร? เขากล่าวว่า “มู่เฉียนซี เจ้าอยากรู้หรือไม่ว่าฝ่าบาทจิ่วเยี่ยต้องเจอกับอะไรบ้างตอนที่อยู่ในคุกโลหิต? ทั้งโลกใบนี้มีความอาฆาตพยาบาทต่อฝ่าบาทจิ่วเยี่ย พระองค์ต้องประสบกับความยากลำบากและความมืดมิดมาเป็นเวลานานกว่าจะมาถึงวันนี้ได้ แต่เจ้ากลับเห็นแก่ตัวจนไม่ยอมตายไปเพื่อฝ่าบาท และยังคิดจะปล่อยให้ความมุ่งมั่นทั้งหมดของพระองค์ ถูกทำลายลงในคราวเดียวด้วยอย่างนั้นหรือ?”