ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ - ตอนที่ 2570 ความลับสวรรค์ถูกเปิดเผย
“ข้าว่านะอู๋หยา ใครกันแน่ที่เป็นคนทำเรื่องโง่เขลา? หากไม่ใช่เพราะเจ้าต้องการจะฆ่าข้าให้ได้ หากไม่ใช่เพราะเจ้าต้องการที่จะสมคบคิดกับศัตรูของจิ่วเยี่ยอย่างผู้คุมปีศาจแห่งควา ามมืดให้ได้ ข้าก็คงไม่ถูกบีบจนมาถึงจุดนี้หรอก” มุมปากของมู่เฉียนซีกระตุกยิ้มขึ้นอย่างเย้ยหยัน
“ที่ข้าทำไปก็เพื่อประโยชน์ของฝ่าบาท เจ้าไม่มีทางเข้าใจหรอก” อู๋หยากล่าว
“เหตุผลที่แท้จริงของเจ้าคืออะไรกันแน่? อย่างน้อยเจ้าก็ควรที่จะบอกเหตุผลที่สามารถเชื่อถือได้กับข้าสักหน่อยมิใช่หรือไง!”
“เจ้าจะกลายเป็นหายนะของฝ่าบาท และเจ้าจะเป็นอุปสรรคในเส้นทางการเป็นราชาของฝ่าบาทอีกด้วย ส่วนเรื่องอื่นนั้น เป็นความลับสวรรค์ที่ไม่อาจเปิดเผยได้” นี่เป็นความลับของสวรรค์ที่ไม ม่สามารถเปิดเผยได้ มีเพียงเขาคนเดียวเท่านั้นที่รู้ ซึ่งมันก็เป็นเหตุผลที่เขาต้องกำจัดอุปสรรคเพื่อฝ่าบาทโดยที่ไม่คิดจะเสียใจภายหลังเลยแม้แต่น้อย
“เจ้าเกิดมาพร้อมกับความสามารถในการพยากรณ์ ดังนั้นเจ้าจึงเชื่อในโชคชะตา แต่ข้ากับจิ่วเยี่ยไม่ได้เชื่อเช่นนั้น” มู่เฉียนซีกล่าวด้วยแววตาที่หนักแน่นและมั่นคงเป็นอย่างมาก
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า! คิดไม่ถึงเลยว่าจิตวิญญาณแห่งโชคชะตาจะไม่เชื่อในโชคชะตา มู่เฉียนซี เจ้านี่ช่างเป็นคนที่ชอบคิดเพ้อเจ้อเสียจริง ๆ!” อู๋หยาคลี่ยิ้ม ซึ่งรอยยิ้มของเขานั้นเต็มไปด้วยอ อคติอย่างยิ่ง
“พูดมากไปก็ไร้ประโยชน์ ตายซะเถอะ!” จิตสังหารที่เย็นยะเยือกพุ่งโจมตีนางทันที
การโจมตีของอู๋หยาเข้ามาใกล้อีกครั้ง แต่ทว่าคราวนี้มู่เฉียนซีกลับใช้ความเร็วที่สูงที่สุดพุ่งทะยานไปยังสนามการต่อสู้ระหว่างฝูเซิงและพวกของผู้คุมปีศาจแห่งความมืด
แต่การที่นางพุ่งทะยานไปทางด้านนั้น ก็ไม่ได้แตกต่างไปจากแมลงเม่าบินเข้ากองไฟเลย
ทว่ามู่เฉียนซีกลับไม่ใช่แมลงเม่าที่บินเข้ากองไฟ เพราะนางกำลังนำภัยพิบัติไปมอบให้คนอื่นต่างหาก
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “ฝูเซิง ถอยไป!”
ตูมมม!
ทันทีที่อู๋หยาเริ่มโจมตีออกไป เขาไม่มีทางหยุดอย่างแน่นอน
ปัง ปัง ปัง!
และการโจมตีที่ปลดปล่อยออกมาอย่างรุนแรงนี้ ไม่เพียงแต่โจมตีมู่เฉียนซีเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงคนของผู้คุมปีศาจแห่งความมืดอีกด้วย
พวกเขาควรขอบคุณมู่เฉียนซีที่ไม่ปล่อยให้อู๋หยาดูดพลังแห่งชีวิตของนางจนเขากลับมามีความสามารถถึงระดับอ๋อง มิเช่นนั้นคนเหล่านี้นอกจากผู้คุมปีศาจแห่งความมืดแล้ว จะต้องถูกการโจ จมตีของอู๋หยาสังหารภายในพริบตาแน่นอน
แม้ว่าความสามารถของอู๋หยาจะอ่อนแอกว่าพวกเขา แต่การโจมตีนี้ก็ทำให้ลมปราณของพวกเขาแปรปรวนไม่น้อย
พรวด พรวด พรวด!
และในขณะที่พวกเขากำลังสับสนวุ่นวาย ฝูเซิงก็ฉวยโอกาสลงมืออย่างกะทันหัน หนามสีแดงโลหิตปรากฏขึ้นมาราวกับสายฟ้าก็มิปาน มันได้เริ่มจู่โจมเพื่อคร่าชีวิตของพวกเขา ซึ่งก็สามารถฆ่าได้ ถึงสามคนติดต่อกันเลยทีเดียว
หลังจากที่จัดการไปได้สามคนแล้ว ฝูเซิงก็มาปกป้องอยู่ข้างกายของมู่เฉียนซี
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “ฝูเซิง ดูเหมือนว่าเราจะสู้ไม่ได้แล้วล่ะ! ตอนนี้พวกเรารีบถอยกันดีกว่า!”
ผู้คุมปีศาจแห่งความมืดกล่าวว่า “ถอยรึ! มู่เฉียนซี ในเมื่อเจ้ามาแล้ว เช่นนั้นก็อย่าคิดว่าจะได้ถอยเลย วางใจเถอะ ข้าจะนำศพของเจ้าไปเจอกับหวงจิ่วเยี่ยแน่นอน”
“เจ้าไม่อยากได้ หอคอยจำลองของหอคอยนิรันดร์แล้วอย่างนั้นหรือ?” หอคอยขนาดเล็กสีดำอันหนึ่งลอยอยู่กลางอากาศ ซึ่งมันเต็มไปด้วยพลังธาตุแห่งความมืดของหอคอยนิรันดร์ ดังนั้นนี่คือหอคอ อยจำลองของหอคอยนิรันดร์ไม่ผิดแน่
ทันใดนั้นมู่เฉียนซีก็คลี่ยิ้มออกมาพลางกล่าวว่า “แน่นอนว่าต้องการอยู่แล้ว! ข้าแค่รอให้มันออกมาเท่านั้น”
คำพูดเมื่อครู่นี้ของนาง เป็นเพียงแค่การหลอกอู๋หยาเท่านั้น นางต้องเสียแรงไม่มากเท่าไรกว่าจะมาถึงที่นี่ได้ แล้วนางจะกลับไปมือเปล่าได้อย่างไรกัน
ด้วยเหตุนี้นางจึงพุ่งทะยานไปทางหอคอยจำลองอันนั้นด้วยความเร็วที่รวดเร็วที่สุด และหอคอยจำลองที่อยู่ในมือของนางอีกสามอันก็ลอยออกไปเช่นกัน จากนั้นพวกมันก็ก่อตัวเป็นรูปสามเหล ลี่ยม ก่อนจะกักขังหอคอยอันนั้นไว้ข้างใน
อู๋หยากล่าวว่า “แม้ว่าเจ้าจะได้หอคอยจำลองไป แต่หากเจ้าไม่รอดชีวิตออกไปก็เปล่าประโยชน์อยู่ดี! ข้าสามารถใช้ประโยชน์จากหอคอยจำลองทั้งสี่อันนี้ เพื่อคำนวนหาตำแหน่งของหอคอยนิรัน นดร์ที่แท้จริงได้ หลังจากนั้นข้าค่อยตามหาหอคอยนิรันดร์เพื่อฝ่าบาท”
หลังจากนั้นการโจมตีที่ร้ายแรงถึงชีวิตก็พุ่งเข้ามาอีกครั้ง ในตอนนี้มู่เฉียนซีไม่มีเกราะป้องกันสัมบูรณ์แล้ว เขาอยากรู้เหลือเกินว่านางเตรียมจะทำเช่นไร?
ในตอนที่อันตรายกำลังจะมาถึง ทันใดนั้นพลังแห่งความมืดที่แข็งแกร่งที่สุดก็ระเบิดออกมา และพลังแห่งความมืดนี้ก็ทำให้สีหน้าของอู๋หยาแข็งทื่อไปเล็กน้อย นะ…นี่คือพลังของฝ่าบาท ทจิ่วเยี่ย
โล่สีดำสนิทอันหนึ่งปรากฏขึ้นมาอย่างกะทันหัน จากนั้นมันก็ได้ปกป้องมู่เฉียนซีเอาไว้ และทำให้การโจมตีของอู๋หยาทำอันตรายมู่เฉียนซีไม่ได้เลยแม้แต่น้อย
ผู้คุมปีศาจแห่งความมืดกล่าวด้วยความประหลาดใจ “นะ…นี่คือมหาวัตถุศักดิ์สิทธิ์เทพ! แต่ว่ามู่เฉียนซีไม่มีพลังวิญญาณนี่นา! แล้วนางจะใช้มหาวัตถุศักดิ์สิทธิ์เทพป้องกันได้อย่างไร”
“เพราะว่า มหาวัตถุศักดิ์สิทธิ์เทพนี้มีพลังวิญญาณของตัวเองอย่างไรล่ะ! ในเมื่อเป็นเช่นนี้ คนที่หลอมมันออกมาได้จะต้องมีฝีมือไร้เทียมทานมาก ถึงจะสามารถทำได้ถึงขนาดนี้ และเขา ยังสามารถเพิกเฉยต่อกฏของเรือนจำได้อีกด้วย” อู๋หยาขมวดคิ้วขึ้นมาทันที
บนโลกใบนี้มีคนเช่นนี้อยู่ด้วยอย่างนั้นหรือ? คิดไม่ถึงเลยว่าเขาจะรู้ไม่ก่อน
มู่เฉียนซีกล่าวกับอู๋หยาว่า “หากยังไม่ถึงเวลาที่กำลังจะตาย ข้าเองก็ไม่อยากให้จิ่วเยี่ยต้องเสี่ยงออกมาจากเหวนรกเช่นกัน และด้วยความสามารถของเจ้า ก็ไม่มีทางทำลายการป้องกันข ของโล่ปีกทมิฬนี้ได้แน่ ฉะนั้นเรื่องที่เจ้าอยากจะฆ่าข้า ก็เป็นได้แค่ความฝันเท่านั้น!”
“สมกับที่เป็นจิตวิญญาณแห่งโชคชะตาจริง ๆ โชคของเจ้านั้นยอดเยี่ยมมาก แม้แต่มหาวัตถุศักดิ์สิทธิ์เทพเช่นนี้เจ้าก็ยังหามาได้อีก” อู๋หยากล่าว
“ใช่แล้วล่ะ! ข้าก็รู้สึกว่าโชคของข้าดีมากเช่นกัน! แล้วยังไง? อู๋หยานี่เจ้าอิจฉาข้าอย่างนั้นหรือ?” มู่เฉียนซีกล่าวด้วยรอยยิ้ม และคิดว่าการที่นางได้เจอเฮยอิ่งถือว่าเป็นโ โชคดีของนางจริง ๆ
“หลังจากที่ข้าผลาญพลังของฝ่าบาทจิ่วเยี่ยที่ปกคลุมอยู่บนมหาวัตถุศักดิ์สิทธิ์เทพป้องกันนี้จนหมดไปแล้ว มู่เฉียนซี อย่างไรเสียเจ้าก็ยังต้องตายอยู่ดี”
“ด้วยความสามารถของเจ้าในตอนนี้ เจ้าคิดว่าเจ้าจะผลาญมันจนหมดได้จริง ๆ หรือ? เจ้าเองก็รู้อยู่แก่ใจ ว่าพลังแห่งความมืดของจิ่วเยี่ยนั้นแข็งแกร่งเพียงใด”
ด้วยเหตุนี้สีหน้าของอู๋หยาจึงเปลี่ยนเป็นมืดมนขึ้นมาทันที “เช่นนั้นเจ้าจะลองดูไหมล่ะ?”
ตูมมมม!
มีเสียงดังสนั่นหวั่นไหวออกมา และมู่เฉียนซีก็ต้องเผชิญหน้าอยู่กับการโจมตีที่วุ่นวายของอู๋หยา
ความผันผวนของพลังวิญญาณนี้แข็งแกร่งมาก ซึ่งมันก็ทำให้ฝูเซิงเป็นกังวลเล็กน้อย
เพียงแต่ตอนที่เขาเห็นว่าโล่นั้นสามารถสกัดกั้นพลังทั้งหมดของอู๋หยาได้ ในที่สุดเขาก็สบายใจได้เสียที
ดูเหมือนมหาวัตถุศักดิ์สิทธิ์เทพที่เจ้านายตัวน้อยได้รับมาชิ้นนี้ จะค่อนข้างน่าเชื่อถือได้มากทีเดียว!
หลังจากนี้ไปเขาเพียงแค่ต้องพยายามอย่างสุดความสามารถเพื่อจัดการพวกผู้คุมปีศาจแห่งความมืดก็พอแล้ว
เมื่อเห็นว่าการโจมตีของอู๋หยาไร้ประโยชน์ มู่เฉียนซีจึงปล่อยให้ตนเองรักษาสภาพที่นิ่งเฉยเอาไว้
นางกล่าวว่า “อู๋หยา มันมีพลังที่แปลกประหลาดอย่างหนึ่งอยู่ในร่างกายของจิ่วเยี่ย และข้าก็เคยเห็นมันอยู่ในร่างกายของคนอีกคนหนึ่งเช่นกัน พลังนี้มันคืออะไรกันแน่? แล้วมัน นมาจากที่ใด? ทำไมมันถึงต้องสร้างปัญหาให้จิ่วเยี่ยด้วยล่ะ?”
พลังนั้นปรากฏขึ้นมาอย่างกะทันหัน แน่นอนว่าต้องไม่ได้ถูกคนลอบโจมตี เพราะไม่มีผู้ใดสามารถลอบโจมตีจิ่วเยี่ยอย่างไม่ให้สุ่มให้เสียงได้แน่
อู๋หยาที่ก็รู้ว่าการโจมตีของเขาไม่ได้ผล จึงหยุดมือลงในที่สุด เขากล่าวว่า “เจ้าอยากรู้หรือ?”
“นั่นมันแน่นอนอยู่แล้ว!” มู่เฉียนซีกล่าว
“รอเจ้าตายเมื่อไร ข้าจะไปบอกฝ่าบาทจิ่วเยี่ยเอง” อู๋หยากล่าวอย่างเรียบเฉย
สีหน้าของมู่เฉียนซีมืดครึ้มลงทันที “ดูเหมือนว่าเจ้าจะไม่อยากบอกสินะ”
และคราวนี้ มู่เฉียนซีก็เลือกที่จะโจมตีอู๋หยาก่อน
ในเมื่อมีมหาวัตถุศักดิ์สิทธิ์เทพปกป้องกันอยู่ด้วย จึงทำให้มู่เฉียนซีสามารถเข้าใกล้อู๋หยาได้โดยไม่กังวลหรือหวาดกลัวใด ๆ ทั้งนั้น
ฟิ้ว ฟิ้ว ฟิ้ว!
ทันใดนั้นเข็มยาจำนวนนับไม่ถ้วนก็พุ่งทะยานไปทางอู๋หยาราวกับห่าฝนก็มิปาน
ร่างเงาสีขาวสว่างวาบขึ้น และอู๋หยาก็หลบหลีกการโจมตีทั้งหมดของมู่เฉียนซีได้ด้วยความรวดเร็ว
เขากล่าวอย่างเย็นชาว่า “ไร้ประโยชน์!”
ตูมมม โครมมม!
การต่อสู้ในครั้งนี้ ไม่รู้ว่าเมื่อไรถึงจะสิ้นสุดลง แต่ทั้งสองฝ่ายต่างก็เหนื่อยล้ากันเป็นอย่างมาก
อู๋หยามองไปยังมู่เฉียนซีที่ยังไม่ถูกเขาสังหารมาจนถึงตอนนี้เพราะพลังของฝ่าบาทจิ่วเยี่ยของเขา และมหาวัตถุศักดิ์สิทธิ์เทพปกป้องที่เพิกเฉยต่อกฏของเรือนจำที่ซึ่งเป็นสิ่งของท ที่อยู่เหนือความคาดหมายของเขา
ซึ่งนี่เป็นเพราะเขาไม่สามารถพยากรณ์อนาคตที่แม่นยำของมู่เฉียนซีได้นั่นเอง!
อู๋หยากล่าวว่า “เดิมทีไม่อยากที่จะทำถึงขนาดนี้! แต่ในเมื่อเจ้ายังดื้อดึง เช่นนั้นก็ลองดูสักหน่อย! เจ้าคงจะอยากรู้มากสินะว่าเกิดอะไรขึ้นกับฝ่าบาทจิ่วเยี่ยในเรือนจำปีศาจแห่ง ความมืดกันแน่? เช่นนั้นข้าจะให้เจ้าย้อนกลับไปดูมันด้วยตนเองก็แล้วกัน”