ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ - ตอนที่ 2571 ผู้กระทำผิดของเผ่าเทพ
อู๋หยาหมุนเวียนพลังวิญญาณ และเริ่มเปิดใช้งานค่ายกลทันที
ค่ายกลนี้ปกคลุมไปทั่วทั้งพื้นที่ของเมืองลำดับที่หนึ่งในเรือนจำปีศาจแห่งความมืด ซึ่งค่ายกลขนาดมหึมานี้ก็ได้บีบคั้นพลังวิญญาณทั้งหมดของอู๋หยาจนแห้งเหือด และสีหน้าของเขาก็ ซีดเผือดจนไม่มีเลือดเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย
“ค่ายกลดาราย้อนกาลเวลา! เริ่ม!” อู๋หยาเอ่ยกล่าว
เขาย้อนกลับไป ด้วยการใช้พลังแห่งกาลเวล
มู่เฉียนซีรู้สึกประหลาดใจมากที่อู๋หยาสามารถควบคุมกาลเวลาได้ ค่ายกลขนาดใหญ่เช่นนี้มันไม่ธรรมดาเลยจริง ๆ ส่วนฝูเซิงที่รู้สึกได้ถึงความผิดปกติ ก็รีบพุ่งทะยานไปทางมู่เฉียนซีด้ว วยความเร็วที่รวดเร็วมากที่สุด
“เจ้านาย ระวัง!”
มู่เฉียนซีรู้สึกว่าตนเองถูกพลังหนึ่งลากเข้าไปในมิติที่แปลกประหลาด ซึ่งนางไม่สามารถควบคุมร่างกาย…
พรวด พรวด พรวด!
อู๋หยาในเวลานี้กระอักเลือดออกมาอย่างบ้าคลั่ง
ค่ายกลนี้ผลาญพลังของเขาไปเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้เขายังต้องจ่ายค่าตอบแทนอย่างมหาศาลอีกด้วย
มู่เฉียนซีกับฝูเซิงหายไปแล้ว และนี่ก็เป็นครั้งแรกที่ผู้คุมปีศาจแห่งความมืดได้เห็นค่ายกลขนาดใหญ่ที่น่าอัศจรรย์เช่นนี้ เขากล่าวว่า “ท่านอู๋หยา ท่านยอดเยี่ยมมากจริง ๆ! ค่ายกล ขนาดใหญ่เช่นนี้ท่านยังสามารถเปิดได้ สมแล้วที่เป็นเทพพยากรณ์อันดับหนึ่งของเผ่าเทพ ที่ที่ท่านส่งนางสาวน้อยมู่เฉียนซีนั่นไป ก็คือช่วงเวลาตอนที่หวงจิ่วเยี่ยอยู่ในเรือนจำปีศาจ จแห่งความมืดใช่หรือไม่?”
อู๋หยาจ้องมองไปที่ผู้คุมปีศาจแห่งความมืดด้วยแววตาที่เย็นชาพลางกล่าวว่า “ใช่แล้ว! ช่วงเวลาในอดีตนั้น เจ้ายังคงจดจำมันได้อย่างชัดเจนอยู่เลยสินะ?”
เมื่อถูกสายตาของอู๋หยาจ้องมอง ผู้คุมปีศาจแห่งความมืดเองก็รู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาเช่นกัน
หากไม่ใช่เพราะว่ายังมีประโยชน์กับอู๋หยาละก็ เขาเชื่อว่าอู๋หยาจะต้องสังหารเขาเพื่อแก้แค้นให้เจ้านายของตนอย่างไม่ลังเลแน่นอน แม้ว่าเจ้านายของเขาจะรังเกียจเขามากจนอยากจะฆ ฆ่าเขาให้ตายมาตั้งนานแล้วก็ตาม
มู่เฉียนซีในเวลานี้ยังคงยืนอยู่กลางห้องโถงใหญ่ของพระราชวังในเมืองลำดับที่หนึ่งของเรือนจำปีศาจแห่งความมืดที่คุ้นเคย ส่วนฝูเซิงก็ได้กลายเป็นร่างเดิมและพันอยู่บนข้อมือของนาง
ฝูเซิงกล่าวว่า “เจ้านายตัวน้อย นี่มันเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่? ค่ายกลนั้นคืออะไรอย่างนั้นหรือ?”
ทันใดนั้นมู่เฉียนซีก็เห็นร่างเงาที่คุ้นเคยร่างหนึ่ง ซึ่งก็คือผู้คุมปีศาจแห่งความมืดนั่นเอง
ฝูเซิงอยู่ในสภาพที่ตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา โชคดีที่พวกเขาติดอยู่ในค่ายกล ดังนั้นความสามารถและความแข็งแกร่งจึงยังคงอยู่เช่นเดิม
ถึงจะต้องเผชิญหน้ากับผู้คุมปีศาจแห่งความมืด ก็ไม่อาจบอกได้ว่าใครจะเป็นผู้แพ้หรือผู้ชนะ!
แต่พวกเขาสัมผัสได้ว่าผู้คุมปีศาจแห่งความมืดในตอนนี้แข็งแกร่งกว่าตอนที่ต่อสู้กับพวกเขาก่อนหน้านี้มากนัก ซึ่งคาดว่านี่น่าจะเป็นระดับก่อนที่จะมีการต่อสู้กันในสงครามใหญ่แดนนรก ก มันเป็นเช่นนี้ไปได้อย่างไรกัน?
ทันใดนั้นผู้คุมปีศาจแห่งความมืดก็ปรากฏตัวขึ้น และตอนนี้พวกเขาก็หลบไม่ทันแล้ว ดังนั้นมีแต่ต้องสู้เท่านั้น!
ในตอนที่ฝูเซิงกำลังจะโจมตีเขา กลับคิดไม่ถึงเลยว่าผู้คุมปีศาจแห่งความมืดจะเดินผ่านข้างกายของพวกเขาไป ราวกับว่ามองไม่เห็นอะไรเลย
มู่เฉียนซีกระพริบตาปริบ ๆ พลางกล่าวว่า “ผู้คุมปีศาจแห่งความมืด มองไม่เห็นพวกเราอย่างนั้นหรือ?”
“หากมองไม่เห็นพวกเรา เช่นนั้นพวกเราก็สามารถฉวยโอกาสนี้ลอบโจมตีเขาได้ใช่หรือไม่” ฝูเซิงกล่าวอย่างตื่นเต้น
หลังจากนั้นฝูเซิงก็กลายร่างเป็นมนุษย์ และตามหลังผู้คุมปีศาจแห่งความมืดไป
ทันใดนั้น เขาก็ระเบิดการโจมตีที่แข็งแกร่งที่สุดออกมา จากนั้นหนามสีแดงโลหิตที่ดุร้ายจำนวนนับไม่ถ้วนก็จู่โจมไปยังจุดตายของผู้คุมปีศาจแห่งความมืด!
ปังง!
แต่ดูเหมือนว่าพวกเขากำลังเผชิญหน้าอยู่กับกำแพงอยู่ก็มิปาน และกำแพงนี้ก็ได้ขัดขวางการโจมตีของฝูเซิงเอาไว้
ฝูเซิงหยุดมือแล้วกล่าวว่า “ไม่ได้! ที่นี่มันคือที่ไหนกันแน่เนี่ย?”
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “อู๋หยานั้นแข็งแกร่งมาก แต่เรื่องที่เหนือธรรมชาติอย่างการย้อนเวลาเช่นนี้ เขาไม่มีทางทำได้อย่างแน่นอน ข้าเกรงว่าเขาคงจะให้พวกเรามาถึงอดีตนี้ด้วยวิธีที่ พิเศษ และหลังจากนั้นก็ต้องการให้ข้าได้เห็นอะไรบางอย่าง? จิ่วเยี่ย…”
ด้วยเหตุนี้มู่เฉียนซีและฝูเซิงจึงเดินดูรอบ ๆ พระราชวังขนาดใหญ่นี้ทั้งหมด และหลังจากนั้นก็ออกไปเดินที่เมืองลำดับที่หนึ่ง
สถานที่แห่งนี้มีผู้คนเดินกันไปมาอย่างไม่ขาดสาย ซึ่งมันก็เหมือนกับที่พวกเขาเคยได้เห็นทุกประการ
เมื่อไม่มีคนมองเห็นพวกเขา พวกเขาจึงทำได้เพียงเดินเหมือนคนตาบอด ที่ไม่สามารถสื่อสารกับคนอื่นได้ และนางก็มีเพียงฝูเซิงที่คอยเป็นเพื่อนคุยเท่านั้น
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “จิ่วเยี่ยอยู่ที่ไหนกันแน่? หรือว่าเขาจะไม่ได้อยู่ที่เมืองลำดับที่หนึ่ง? เช่นนั้นพวกเราจะต้องไปที่เมืองอื่นเพื่อตามหาเขาใช่หรือไม่?”
ฝูเซิงกล่าวตอบว่า “ข้ารู้สึกว่าคนวิปลาสอย่างอ๋องจิ่วเยี่ย แม้ว่าจะอยู่ในเรือนจำแต่ก็จะต้องอยู่ในเขตที่แข็งแกร่งที่สุดแน่นอน หากไม่เจอเขาที่นี่ ที่อื่นก็ยิ่งเป็นไปไม่ได้เล ลย”
มู่เฉียนซีเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าพวกเขาอยู่ที่นี่มาเป็นเวลานานแค่ไหนแล้ว และทันใดนั้นก็มีเสียงร้องของหงส์ที่เศร้าสร้อยดังกึกก้องไปทั่วทั้งเรือนจำปีศาจแห่งความมืด ซึ่งมันก็ ทำให้มู่เฉียนซีที่ได้ยินรู้สึกปวดใจอย่างบอกไม่ถูก
หลังจากนั้นทั่วทั้งเรือนจำปีศาจแห่งความมืดต่างเต็มไปด้วยความวุ่นวาย และมู่เฉียนซีก็เริ่มได้ยินเสียงคนพูดคุยกัน
“นี่ต้องเป็นเพราะมีบรรพบุรุษคนใดคนหนึ่งถูกส่งมาที่เรือนจำปีศาจแห่งความมืดเป็นแน่ ถึงได้สร้างความเคลื่อนไหวที่วุ่นวายมากมายขนาดนี้ได้”
“นั่นคือแรงกดดันของสัตว์เทพหงส์ใช่หรือไม่? ห่างกันตั้งไกลขนาดนี้ พวกเรายังรับรู้ถึงความแข็งแกร่งของพลังแห่งสายเลือดได้อีกอย่างนั้นหรือ?”
“นี่สัตว์เทพหงส์ไปมีปัญหากับใครมากันแน่ เหตุใดถึงต้องเปิดเส้นทางของเรือนจำปีศาจแห่งความมืด และส่งใครบางคนเข้ามาด้วย”
กลางอากาศของเรือนจำปีศาจแห่งความมืด ได้ถูกจะงอยปากสีแดงเพลิงอันหนึ่งฉีกออก และหลังจากนั้นก็มีร่างเงาสองสามร่างล่วงหล่นลงมาจากท้องฟ้า
“เจ้าจะต้องมีชีวิตอยู่ต่อไป!” มู่เฉียนซีได้ยินเสียงถอนหายใจที่อบอุ่นเสียงหนึ่ง มันเป็นเสียงที่ดูทั้งปวดใจ ที่ทั้งจนปัญญาและอาลัยอาวรณ์เป็นอย่างยิ่ง!
หลังจากนั้นก็มีเด็กน้อยคนหนึ่งร่วงลงมาจากกลางอากาศ ในตอนที่นางเห็นดวงตาสีฟ้าเย็นยะเยือกที่คุ้นเคยคู่นั้น ใจของนางก็เริ่มสั่นสะท้านขึ้นมาทันที!
นางเจอคนที่นางต้องการจะตามหาแล้ว!
และเขาก็ได้ปรากฏตัวออกมาในรูปแบบนี้!
มู่เฉียนซีอยากที่จะพุ่งออกไป เพราะทั่วทั้งร่างกายของเด็กคนนั้นเต็มไปด้วยบาดแผล ใบหน้าก็ซีดเผือด และหากตกลงมาจากที่สูงเช่นนี้ ผลที่ตามมาก็จะต้องอันตรายมากแน่นอน
มู่เฉียนซีไม่สนใจว่าคนผู้นี้จะเป็นตัวจริงหรือปลอม หรือจะเป็นภาพลวงตาของอู๋หยาหรือไม่ แต่นางก็อยากที่จะไปช่วยเขาอยู่ดี!
แต่ทว่าในตอนที่มู่เฉียนซีกำลังจะสัมผัสเขา นางกลับสัมผัสเขาไม่ได้เลย
ตึงงง!
และทันใดนั้น บนพื้นดินก็ปรากฏหลุมขนาดใหญ่ขึ้นมา
พลังทางกายภาพของเขาน่าทึ่งมาก เพราะถึงจะตกลงมาจากความสูงระดับนั้น แต่กระดูกกลับไม่แหลกสลายจนตาย และเพียงแค่ได้รับบาดเจ็บสาหัสเท่านั้น
พรวดดด!
แม้ว่าจะกระอักเลือดออกมาอย่างต่อเนื่อง แต่บนสีหน้าของเขากลับไม่แสดงอารมณ์ใด ๆ เลยแม้แต่น้อย
เขาค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นอย่างช้า ๆ จากนั้นก็มองไปยังท้องฟ้าของเรือนจำปีศาจแห่งความมืด แม้ว่าเขาจะยังเด็กมากอย่างเห็นได้ชัด แต่ดวงตาคู่นั้นกลับเย็นยะเยือกยิ่งกว่าน้ำแข็งหมื่นปี เสียอีก
และสิ่งนี้ก็ทำให้มู่เฉียนซีนึกไปถึงครั้งแรกที่ได้เจอกับจิ่วเยี่ย เขาไม่มีความรู้สึกใดเลย อีกทั้งยังไม่มีความอบอุ่นใด ๆ เลยอีกด้วย
หลังจากนั้นก็มีคนหนุ่มสาวตกลงมาจากท้องฟ้าอีกสองสามคน แต่พวกเขาไม่ได้มีสภาพน่าเวทนาเหมือเด็กน้อยคนนั้น
ผู้คุมปีศาจแห่งความมืดกล่าวว่า “คราวนี้มีเหยื่อดี ๆ มาด้วยคนหนึ่งสินะ! ไม่เพียงแต่งดงามเท่านั้น แต่ยังมีลักษณะที่พิเศษอีกด้วย!”
คนที่ถูกโยนมาในเรือนจำปีศาจแห่งความมืด ต่างก็หวาดกลัว กังวลและสิ้นหวังกันทั้งนั้น!
ทว่าเจ้าหนูน้อยผู้นี้กลับเงียบสงบอย่างน่าประหลาด อีกทั้งยังมีกลิ่นอายของความสูงส่งอย่างหาที่เปรียบไม่ได้อีกด้วย แต่เมื่อมองดูทั้งหมดแล้ว เขากลับเป็นเพียงแค่เด็กน้อยคนหนึ่ง ง
หนึ่งในบรรดาชายหนุ่มกล่าวขึ้นมาว่า “นี่คือผู้กระทำความผิดของเผ่าเทพ! เขาได้ก่อความผิดที่ไม่อาจให้อภัยได้ ดังนั้นเขาถึงถูกจับมาที่เรือนจำปีศาจแห่งความมืดแห่งนี้! จากนี้ไปข ขอให้ท่านผู้คุมปีศาจแห่งความมืดโปรดดูแลฝ่าบาทจิ่วเยี่ยเป็นอย่างดีด้วย”
ผู้คุมปีศาจแห่งความมืดผงะไปเล็กน้อย “ฝ่าบาทจิ่วเยี่ย หรือว่าจะเป็นฝ่าบาทพระองค์นั้น!”
“แน่นอนว่าต้องเป็นฝ่าบาทจิ่วเยี่ยพระองค์นั้นอยู่แล้ว หากไม่ใช่ฝ่าบาทจิ่วเยี่ยพระองค์นั้น เจ้าคิดว่าข้ามีความจำเป็นใดที่ข้าจะต้องมาส่งเขาที่เรือนจำปีศาจแห่งความมืดของเจ้าด้วย ตนเองอย่างนั้นหรือ? จำไว้ให้ดี แม้ว่าฝ่าบาทจิ่วเยี่ยจะกระทำผิดร้ายแรงแต่ก็มีสถานะที่สูงส่ง ฉะนั้นผู้คุมปีศาจแห่งความมืดเจ้าจำเป็นต้องใช้วิธีที่ยิ่งใหญ่ที่สุด และดูแลฝ่าบาทจิ่ วเยี่ยของพวกเราเป็นอย่างดี ที่สำคัญอย่าได้ทำให้ฝ่าบาทของพวกเราต้องผิดหวัง”