ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ - ตอนที่ 2572 เฉียนซีปวดใจ
“ตราบใดที่เจ้าทำได้ดี ฝ่าบาทของพวกเราจะมอบประโยชน์ให้เจ้าไม่ขาดแน่นอน และหลังจากนี้ความสามารถของเจ้าก็จะแข็งแกร่งขึ้นด้วย” ชายหนุ่มกล่าว
แววตาของผู้คุมปีศาจแห่งความมืดเปล่งประกายระยิบระยับขึ้นมาทันที คิดไม่ถึงเลยว่าจะมีงานดี ๆ เช่นนี้มาให้เขาได้ทำด้วย
“เรื่องนี้ขอให้ท่านโปรดวางใจ ข้าเป็นถึงนายเหนือหัวของเรือนจำแห่งแดนนรกทั้งหมด สำหรับวิธีจัดการคนที่กระทำความผิดร้ายแรง ข้าฉลาดยิ่งกว่าใคร ๆ เลยล่ะ” ผู้คุมปีศาจแห่งความมืด ดกล่าวด้วยรอยยิ้ม
“เช่นนั้นตอนนี้ให้ข้าน้อยส่งนายท่านทั้งหลายกลับไปดีหรือไม่ อย่างไรเสียเรือนจำแห่งนี้ก็ไม่ใช่สถานที่ที่เหมาะสมกับฐานะของพวกท่านเลย” ผู้คุมปีศาจแห่งความมืดกล่าวอย่างประจบประแ แจงเป็นอย่างมาก
“ขอดูผลงานของเจ้าก่อนค่อยว่ากัน เช่นนั้นพวกข้าจะได้กลับไปทูลฝ่าบาทได้” ชายหนุ่มกล่าว
“ได้ขอรับ! ข้าจะสั่งคนให้ไปสร้างห้องขัง ข้าจะสร้างห้องขังนี้เพื่อฝ่าบาทจิ่วเยี่ยโดยเฉพาะเลย” ผู้คุมปีศาจแห่งความมืดกล่าวอย่างตื่นเต้น
หนุ่มน้อยนั่งอยู่กับที่โดยไม่ขยับเขยื้อน ราวกับว่าเรื่องที่พวกเขาพูดคุยกันอยู่นั้นไม่เกี่ยวข้องกับตนเองก็มิปาน
เขาไม่มีทั้งความหวาดกลัวและความโกรธเคือง อีกทั้งดวงตาคู่นั้นยังทำให้คนรู้สึกหวาดกลัว เพราะเขาทำราวกับว่าอยากจะกวาดล้างทุกคนที่อยู่โดยรอบให้หายไปให้หมดสิ้น
แต่ทว่าที่นี่คือเรือนจำปีศาจแห่งความมืด และนักโทษที่อยู่ที่นี่จะไม่สามารถใช้พลังวิญญาณได้ ฉะนั้นจึงต้องอาศัยกำปั้นของตนเองเท่านั้น
อาการบาดเจ็บของเขาสาหัสมาก ถึงมู่เฉียนซีจะหยิบยาออกมาวางไว้ข้างกายเขามากมาย หรือแม้ว่าจะโยนออกไปให้เขา แต่มันกลับไม่เข้าใกล้เขาเลยแม้แต่น้อย
มู่เฉียนซีรู้สึกว่าหัวใจของนางเจ็บปวดเป็นระยะ ๆ และในเวลานี้ เขาก็เริ่มเคลื่อนไหวแล้ว
เขาต้องการจะฉีกทึ้งผู้คุมปีศาจแห่งความมืด ราวกับหมาป่าเดียวดายก็มิปาน
เขากล่าวอย่างเย็นชาว่า “ขอเพียงฆ่าเจ้าได้ ข้าก็ไม่จำเป็นต้องถูกผูกมัดด้วยกฏของเรือนจำปีศาจแห่งความมืดนี้อีก”
ยังไม่ทันที่จะบรรลุนิติภาวะ แต่เขาก็เต็มไปด้วยเจตนาฆ่าอย่างรุนแรงเสียแล้ว!
ผู้คุมปีศาจแห่งความมืดกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “ฝ่าบาทจิ่วเยี่ย อาศัยแค่ความต้องการที่อยากจะฆ่าข้าในเรือนจำปีศาจแห่งความมืดแห่งนี้ มันไม่พอหรอกนะ”
ปังง!
และการโจมตีในครั้งนี้ ก็เหมือนกับการเอาไข่ไปกระทบหินอย่างสิ้นเชิง
ถึงเด็กน้อยผู้นี้จะได้รับความเสียหายอย่างหนักทุกครั้ง แต่เขากลับไม่ยอมแพ้ที่จะโจมตี ราวกับไม่รู้สึกถึงความเจ็บปวดอย่างไรอย่างนั้น และชายหนุ่มเหล่านั้นก็ทำแค่เพียงมองดูด้วยสาย ยตาที่เย็นชา
พวกเขากล่าวว่า “ฝ่าบาทจิ่วเยี่ยของพวกเราเป็นผู้ที่ทำให้เชื่องได้ยากมาก ในเวลาปกติเขาไม่แม้แต่จะรักษาพระพักตร์ของฝ่าบาทของพวกเราเลย ผู้คุมปีศาจแห่งความมืดจะต้องฝึกฝ่าบาทจิ วเยี่ยให้เชื่อง และต้องใช้ความพยายามอย่างมากถึงจะทำได้! ฉะนั้นอย่าทำให้ฝ่าบาทของพวกเราต้องผิดหวังเสียล่ะ”
“นั่นมันแน่นอนอยู่แล้วขอรับ!” ผู้คุมปีศาจแห่งความมืดกล่าวตอบ
ปังงง!
คราวนี้ผู้คุมปีศาจแห่งความมืดลงมืออย่างโหดเหี้ยม และมันก็ทำให้จิ่วเยี่ยน้อยหมดสติไปทันที
มู่เฉียนซีจ้องมองไปยังคนที่จนตรอกผู้นั้น ด้วยมือที่กำแน่น และดวงตาที่เต็มไปด้วยความอาฆาตแค้น “เจ้าหมอนี่… เจ้าหมอนี่มัน…”
เมื่อฝูเซิงเห็นว่าเจ้านายของเขาทั้งโกรธและเจ็บปวด เขาจึงกล่าวว่า “เจ้านาย บางทีมันอาจจะเป็นเรื่องโกหกก็ได้? หรือไม่บางทีอู๋หยาก็อาจจะตั้งใจหลอกท่านก็ได้นะ! ทะ…ท่านอย่า โกรธไปเลย! พวกเราคิดหาทางออกไปจากที่นี่กันเถอะ”
เขารู้สึกว่าไม่สามารถอยู่ที่นี่ได้อีกต่อไปแล้ว หากยิ่งอยู่ที่นี่ต่อไป เจ้านายของจะยิ่งเจ็บปวดมากขึ้นไปอีก ไอ้เจ้าอู๋หยานั่นช่างน่ารังเกียจยิ่งนัก
“ข้ารู้ดี ว่านี่อาจจะเป็นเรื่องจริงก็ได้” มู่เฉียนซีกล่าวด้วยเสียงที่แหบแห้ง
ส่วนจิ่วเยี่ยที่อยู่ในเหวนรกตอนนี้ก็รู้สึกหดหู่ใจเช่นกัน ดวงตาของเขาจ้องมองไปยังประตูใหญ่ของเหวนรก พลางกล่าวด้วยเสียงที่แผ่วเบาว่า “ซี!”
เขาคิดถึงนางเหลือเกิน!
ผู้คุมปีศาจแห่งความมืดได้ตั้งใจสร้างห้องขังส่วนตัวขึ้นมาในพระราชวังของเขาโดยเฉพาะ ซึ่งมันก็ยิ่งใหญ่จนยึดพื้นที่ไปมากกว่าครึ่งหนึ่งของพระราชวังเลยด้วยซ้ำ ในเวลานี้เขาได้ถือโ โซ่ตรวนเอาไว้ และลากหนุ่มน้อยผู้นั้นเข้าไปภายในห้องขังห้องนั้น
บนพื้นของห้องขังนั้นถูกปูด้วยเปลวเพลิงสีแดงสดชั้นหนึ่ง ซึ่งนี่ไม่ใช่เปลวเพลิงธรรมดา แต่มันเป็นเปลวเพลิงที่มีอุณหภูมิสูงมากจนน่าตกใจเลยทีเดียว
ผู้คุมปีศาจแห่งความมืดนั้นสามารถใช้พลังวิญญาณเพื่อป้องกันได้ แต่คนที่เขาลากเข้าไปด้วยนั้นกลับทำได้เพียงแค่เดินทีละก้าว
พื้นของรองเท้าได้เปลี่ยนกลายเป็นความว่างเปล่า และเท้าที่ขาวราวกับหยกก็มิปานคู่นั้นได้ถูกเผาไหม้จนกลายเป็นสีดำไปในทันที ส่วนมู่เฉียนซีในตอนนี้ก็อยากจะฆ่าคนมากจริง ๆ นางอ อยากจะฆ่า…
แต่หนุ่มน้อยผู้นั้นกลับดูเหมือนว่าจะไม่กลัวความเจ็บปวดใด ๆ เลยมิปาน เขาเดินตรงไปข้างหน้าโดยที่คิ้วไม่ขมวดเลยสักนิด
“ชิ! เป็นสัตว์ประหลาดที่ไร้ความรู้สึกอย่างนั้นหรือ? แม้แต่สิ่งนี้ก็ไม่สามารถทำให้เจ้าแสดงสีหน้าที่เจ็บปวดออกมาได้เช่นกันสินะ แต่ข้าไม่รีบหรอก เพราะนี่มันแค่เริ่มต้นเท่านั้น” และผู้คุมปีศาจแห่งความมืดก็ได้กล่าวพลางจ้องมองไปยังเด็กหนุ่มที่อยู่เบื้องหน้า
ฟู่!
เปลวเพลิงสีแดงสดลุกไหม้ขึ้นมาทันที เขาได้ใช้เล่าเที่ยที่มีอุณหภูมิที่สูงมากเจาะทะลุเข้าไปในกระดูกฝ่ามือและเท้าของเด็กน้อยผู้นั้น และหลังจากนั้นก็ตรึงเขาไว้บนผนัง!
“กรีดร้องสิ! ร้องขอความเมตตาซะสิ! ร้องออกมาอย่างเจ็บปวดเสีย!” ผู้คุมปีศาจแห่งความมืดกล่าว
ดวงตาสีฟ้าเย็นยะเยือกคู่นั้นเย็นชาราวกับน้ำแข็งที่ถูกทับถมกันมาแสนนาน เขาไม่สั่นไหวเลยแม้แต่น้อย
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า! สมกับที่เป็นฝ่าบาทจิ่วเยี่ย ความอวดดีเช่นนี้ ความแข็งแกร่งเช่นนี้! ท่านคือเหยื่อที่ทั้งน่าสนใจและสมบูรณ์แบบที่สุดที่ข้าเคยเจอมาเลย ช่างดีเหลือเกิน!” ผู้คุมปีศาจ จแห่งความมืดหัวเราะขึ้นมาอย่างบ้าคลั่ง
“ให้ตายเถอะ! เจ้ามันรนหาที่ตายนัก!” ดวงตาของมู่เฉียนซีในขณะนี้เปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำขึ้นมาแล้ว นางอยากที่จะใช้พิษจำนวนนับไม่ถ้วนเพื่อคืนความเจ็บปวดเป็นร้อยเป็นพันเท่าให้ผู้คุมป ปีศาจแห่งความมืดได้รับรู้ไม่ไหวอยู่แล้ว ไม่สิ ถึงจะเป็นร้อยเป็นพันเท่าก็ไม่พอ…
ปัง ปัง ปัง!
กำแพงที่เป็นอุปสรรคอยู่ข้างหน้านี้ ไม่ว่ามู่เฉียนซีจะพยายามทำลายมันมากเพียงใด แต่ก็ทำอะไรไม่ได้เลย…ทำไม่ได้เลย…
ผู้คุมปีศาจแห่งความมืดถือได้ว่าเป็นคนโรคจิตคนหนึ่งเช่นกัน เขาสร้างห้องขังขึ้นมานับไม่ถ้วน และหลังจากนั้นก็ใช้วิธีการทรมานมากมายมาลงที่หนุ่มน้อยผู้นี้
หากเป็นเด็กน้อยอายุแปดเก้าขวบทั่วไป คาดว่าเขาน่าจะพิการไปแล้ว แต่ทว่าคนที่อยู่ตรงหน้านี้…
มู่เฉียนซีเคยได้ยินมาว่าประสบการณ์การอยู่ในเรือนจำปีศาจแห่งความมืดของจิ่วเยี่ยไม่ค่อยดีนัก แต่เมื่อได้มาเห็นด้วยตาตนเองถึงได้รู้ว่าเขาต้องเจอกับเรื่องที่โหดเหี้ยมมากเพีย ยงใด นอกจากนี้เขายังเป็นเพียงเด็กตัวแค่นี้…
“เจ้านาย อย่าดูเลย! ขอร้องล่ะอย่าดูอีกเลย!” ฝูเซิงพยายามเข้ามาขวางหน้าของนางเอาไว้
และคนที่ได้รับโทษจากการกระทำความผิดนี้ก็ไม่ใช่ใครอื่น แต่คือเจ้านายของเขาที่ห่วงใยคนผู้นี้มากที่สุด ซึ่งเขาเองก็สัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดที่อยู่ภายในหัวใจของเจ้านายเช่นก กัน
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “ฝูเซิง ถอยไป! เจ้านายของเจ้าไม่ได้เปราะบางขนาดนั้นหรอกนะ”
“ไม่ ไม่! ข้าไม่ถอย!”
“นี่คือคำสั่ง ข้าขอสั่งเจ้าในฐานะที่ข้าเป็นเจ้านายของเจ้า” มู่เฉียนซีกล่าว
“ยังไงก็ไม่…”
ตึงง!
มู่เฉียนซีผลักฝูเซิงออกไปทันที
สำหรับวิธีการของผู้คุมปีศาจแห่งความมืด ได้ทำให้นายท่านที่สูงส่งเหล่านั้นพึงพอใจเป็นอย่างมาก
ด้วยวิธีการเช่นนี้จึงทำให้พวกเขากลัวจนตัวสั่นขึ้นมาทันที มันช่างโหดเหี้ยมจริง ๆ ถึงแม้จะเป็นพวกเขาก็ทนได้แค่ไม่กี่กระบวนท่าเท่านั้น แต่ทว่าฝ่าบาทจิ่วเยี่ยกลับสามารถทนจนถึงตอ อนนี้ได้
พวกเขาไม่ปวดใจเลยแม้แต่น้อย และก่อนที่พวกเขาจะจากไป ก็เหลือบมอบไปยังเด็กน้อยที่กำลังหายใจรวยรินพลางกล่าวว่า “ฝ่าบาทจิ่วเยี่ย ใครใช้ให้ท่านเป็นผู้กระทำผิดกันเล่า! นอกจากนี้ท่ านยังทำให้ฝ่าบาทเกลียดท่านอีกด้วย ฉะนั้นนี่จึงเป็นสิ่งที่สมควรได้รับอยู่แล้ว! หลังจากนี้ไปท่านจะต้องถูกทรมานอยู่ในนี้นับสิบปี ร้อยปี พันปีหรือหมื่นปี แต่ที่แน่ ๆ ท่านไม่ มีทางหนีไปได้!”
ดวงตาสีฟ้าเย็นยะเยือกคู่นั้นเหลือบมองไปทางพวกเขา หลังจากนั้นเขาก็เอ่ยปากกล่าว “ในเมื่อพวกเจ้าจะกลับกันแล้ว เช่นนั้นก็ช่วยข้าไปบอกเขาหน่อยว่า ชีวิตของเขา ข้า หวงจิ่วเยี่ยจะ ะเป็นคนไปเอามาด้วยตนเองอย่างแน่นอน!”
เห็นได้ชัดว่าคนผู้นี้น่าสังเวชและน่าสงสารมากเพียงใด ทว่าในตอนที่เขาพูดคำนี้ออกมา ก็ดูเหมือนพวกเขาจะได้เห็นความเด็ดเดี่ยวของฝ่าบาทจิ่วเยี่ยอีกครั้ง
ในตอนที่เขายังอายุน้อยมาก เขามีพลังอำนาจไม่ด้อยไปกว่าฝ่าบาทเลย นับตั้งแต่เกิดมา ฝ่าบาทจิ่วเยี่ยก็เป็นเหมือนสัตว์ประหลาดก็มิปาน
ซึ่งดูเหมือนว่าทั้งโลกนี้ ควรที่จะต้องยอมจำนนอยู่แทบเท้าของเขาอย่างไรอย่างนั้น
นายท่านผู้นั้นกล่าวว่า “ดูเหมือนว่าการทรมานเหล่านี้ของเจ้าจะไม่มีประโยชน์เท่าไรเลยนะ เจ้าจำเป็นจะต้องทำลายความมั่นใจ และแรงบันดาลใจทั้งหมดของเขา หลังจากนั้นก็ทำให้เขาต้องคลาน นไปบนพื้นราวกับผู้อ่อนแอที่น่าสงสารก็มิปาน และถูกคนอื่นเหยียบย่ำตลอดไป!”
“ขอรับ! นายท่าน ข้าจะต้องทำให้ท่านพึงพอใจได้อย่างแน่นอน”