ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ - ตอนที่ 2577 ไม่อยากติดหนี้เจ้า
เจ็บ มันเจ็บเหลือเกิน!
พิษร้ายที่ทำลายจิตวิญญาณของมนุษย์ดูเหมือนว่าจะฉีกกระชากวิญญาณของเขาออกเป็นชั้น ๆ ก็มิปาน และมู่เฉียนซีก็ได้แต่มองไปที่จิ่วเยี่ยน้อยที่สีหน้าเปลี่ยนเป็นขาวซีดขึ้นมาอย่างกะท ทันหัน
มีเสียงหอบหายใจดังออกมา ซึ่งมันก็ทำให้ผู้คุมปีศาจแห่งความมืดคลี่ยิ้มออกมาด้วยความภาคภูมิใจ
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า! อันที่จริงแล้วเวลาที่ข้าจัดการนักโทษ ข้าไม่ชอบใช้พิษเท่าไรหรอก เพราะข้าชอบที่จะใช้ความรุนแรงมากกว่า แต่มันก็ไม่มีทางเลือก! ฝ่าบาทจิ่วเยี่ย ท่านมันพิเศษมากเกินไป ในเมื่อข้าลองใช้วิธีที่เคยใช้มาหมดแล้ว ฉะนั้นตอนนี้ก็มีแต่ต้องลองใช้วิธีการใหม่ ๆ เท่านั้น”
มู่เฉียนซีมองเห็นเม็ดเหงื่อที่ผุดขึ้นมาบนหน้าผากของจิ่วเยี่ยน้อย นางเชื่อว่าพิษปีศาจนี้จะไม่ทำให้เขากลายเป็นคนปัญญาอ่อนแน่นอน แต่มันคงเป็นกระบวนการที่ทำให้ทุกข์ทรมานมากทีเ เดียว
ทันใดนั้น ลำแสงสีเขียวอ่อนบนร่างของมู่เฉียนซีก็เปลี่ยนเป็นเปล่งประกายมากขึ้นไปอีก
ตอนนี้นางได้พาฝูเซิงพุ่งทะยานออกไป และกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาว่า “ผู้คุมปีศาจแห่งความมืด มันจะเกินไปแล้วนะ!”
ผู้คุมปีศาจแห่งความมืดมองไปยังคนสองคนที่อยู่ตรงหน้า คนหนึ่งคือสาวน้อย นางเป็นสาวน้อยที่อ่อนแอมาก และมีผู้ชายที่ดูไม่เหมือนมนุษย์อยู่ด้วยอีกคนหนึ่ง
ผู้คุมปีศาจแห่งความมืดกล่าวอย่างเคร่งขรึมว่า “ช่วงที่ผ่านมาพวกเจ้าคือคนที่สร้างความวุ่นวายในเรือนจำปีศาจแห่งความมืดอย่างนั้นหรือ?”
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “เป็นพวกข้าแล้วจะทำไมล่ะ?”
“ข้าจะจับพวกเจ้า และจะทรมานพวกเจ้าอย่างสาสมเลยค่อยดู เจ้าพวกสารเลว!” ผู้คุมปีศาจแห่งความมืดโจมตีพวกมู่เฉียนซีด้วยสีหน้าที่ดุร้ายทันที
ฝูเซิงทิ้งทุกอย่างและเริ่มต่อสู้กับผู้คุมปีศาจแห่งความมืดอย่างเต็มที่ ส่วนมู่เฉียนซีก็มาถึงข้างกายของจิ่วเยี่ยน้อยพลางกล่าวว่า “เจ้ากินยาแก้พิษนี้ก่อน เดี๋ยวข้าจะไปวางยาพิษ เขาบ้าง”
แต่ทว่าจิ่วเยี่ยน้อยไม่แม้แต่จะรับยาแก้พิษของมู่เฉียนซีเอาไว้ ซึ่งมู่เฉียนซีเองก็จนปัญญาเช่นกัน นางคาดเดาเอาไว้แล้วว่าผลลัพธ์จะต้องเป็นเช่นนี้ โชคดีที่นางได้เตรียมแผนสำรอง งเอาไว้ด้วย
พลังแห่งชีวิตห่อหุ้มนางเอาไว้ ทันใดนั้นก็มีทั้งยาพิษแบบเม็ด ผงพิษ และยาพิษแบบน้ำถูกโยนออกมาจากมือของมู่เฉียนซีราวกับไม่ต้องใช้เงินก็มิปาน นางแทบรอที่จะเติมห้องนี้ให้ เต็มไม่ไหวอยู่แล้ว
พรึ่บ พรึ่บ พรึ่บ!
ทันใดนั้นหมอกสีดำก็ได้ปกคลุมไปทั่วทั้งห้องขังนี้
ผู้คุมปีศาจแห่งความมืดเองก็คิดไม่ถึงวว่ามู่เฉียนซีจะลงมืออย่างยิ่งใหญ่เช่นนี้ ไม่ใช่ว่าเขาไม่เคยเห็นปรมาจารย์พิษมาก่อน แต่เขาไม่เคยเห็นปรมาจารย์พิษที่เอายาพิษออกมาใช้เหมือน นเททรายออกมาแบบนี้เลย!
“แค่ก แค่ก แค่ก!”
“ท่านเจ้าเรือนจำ พวกเราถูกวางยาพิษขอรับ!”
“…”
ผู้คุมปีศาจแห่งความมืดยังคงเป็นปกติดี แต่ทว่ายอดฝีมือคนอื่นกลับไม่สามารถทนได้อีกต่อไปแล้ว
“เจ้าพวกไร้ประโยชน์ แม้แต่ยาพิษแค่นี้ยังสกัดกั้นเอาไว้ไม่ได้” ผู้คุมปีศาจแห่งความมืดกล่าวตำหนิ
อย่างไรก็ตามยาพิษที่มู่เฉียนซีใช้ไม่ใช่ยาพิษธรรมดาทั่วไป นอกจากนี้พิษของหมอปีศาจจะถูกถอนง่าย ๆ ได้อย่างไรกัน?
หลังจากนั้นเมื่อมีโอกาส มู่เฉียนซีก็อยากที่จะลากจิ่วเยี่ยน้อยเพื่อวิ่งหนีออกไป แต่เจ้าหมอนี่เป็นคนที่ไม่ชอบให้ใครแตะต้องตัวมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว ซึ่งเขาก็ได้สะบัดมือของมู่ เฉียนซีออกและพุ่งทะยานออกไปด้วยความเร็วที่รวดเร็วที่สุด
ตูมมม โครมมม!
ฝูเซิงใช้ประโยชน์จากความวุ่นวายโจมตีพวกของผู้คุมปีศาจแห่งความมืด จากนั้นก็ตามหลังมู่เฉียนซีไป
มู่เฉียนซีกล่าวกับจิ่วเยี่ยน้อยว่า “ช่วงที่ข้าถูกขังจนไม่มีอะไรทำ ข้าได้ศึกษาเส้นทางหลบหนีเอาไว้ และข้าก็รู้เส้นทางหนีที่เหมาะสมที่สุดแล้วด้วย ไปด้วยกันกับข้าน่าจะราบรื นมากกว่านะ”
เขาถูกขังอยู่ในห้องขังมาโดยตลอด จึงไม่มีโอกาสทำความเข้าใจลักษณะพื้นภูมิของที่นี่ ดังนั้นเขาจึงกล่าวอย่างเย็นชาว่า “เช่นนั้นก็นำทางเถอะ! และทางที่ดีเจ้าก็อย่าคิดจะโกหกข้าเ เชียวล่ะ”
“จะหลอกใครก็ได้แต่ข้าไม่มีทางหลอกเจ้าหรอก เจ้าวางใจเถอะ!” ในที่สุดจิ่วเยี่ยน้อยก็เชื่อใจนางขึ้นมาบ้างแล้ว และบนใบหน้าของมู่เฉียนซีก็เต็มไปด้วยรอยยิ้ม
และเป็นไปตามที่คาดไว้ เส้นทางที่มู่เฉียนซีเลือกนั้น มีคนน้อย แต่มีตรอกซอกซอยมากมาย ซึ่งมันก็ได้ทำให้พวกเขายากที่จะไล่ตามได้
ฉัวะ ฉัวะ ฉัวะ!
แม้ว่าจะพบเจอคนที่คอยขวางทางอยู่บ้าง แค่ความสามารถถือได้ว่าธรรมดาทั่วไป ดังนั้นฝูเซิงจึงสามารถฆ่าพวกเขาและเปิดเส้นทางได้ภายในพริบตาเดียว
พวกเขาตรงออกไปนอกเมือง เมืองลำดับที่หนึ่งถือว่าเป็นอาณาเขตหลักของผู้คุมปีศาจแห่งความมืด หากต้องการที่จะซ่อนตัวแล้วละก็ การออกไปจากเมืองลำดับที่หนึ่งน่าจะสามารถซ่อนตัวได้ง่ ายดายกว่ามาก
แต่การคิดที่จะออกไปก็ไม่ใช่เรื่องที่ง่ายดายขนาดนั้นเช่นกัน ประตูใหญ่ของเมืองลำดับที่หนึ่งถูกปิดลงแล้ว และเมื่อถึงประตูเมืองพวกของมู่เฉียนซีก็ถูกสกัดกั้นเอาไว้
ผู้คุมปีศาจแห่งความมืดไล่ตามมาอย่างรวดเร็ว เขากล่าวอย่างเดือดดาลว่า “พวกเจ้าคิดว่าจะหนีได้อย่างนั้นหรือ ฝันไปเถอะ! ที่นี่คืออาณาเขตของข้า ข้าเป็นผู้ปกครองอาณาเขตแห่งนี้ ไ ไม่ว่าผู้ใดก็อย่าคิดว่าจะหนีรอดไปได้เลย”
มู่เฉียนซีหยิบขวดยาใบหนึ่งออกมา นางกล่าวว่า “หนีไม่ได้อย่างนั้นหรือ? ผู้คุมปีศาจแห่งความมืด เจ้าอย่ามั่นใจเกินไปหน่อยเลย เดี๋ยวข้าจะหนีให้เจ้าดูเอง!”
ตูมมมม!
หลังจากที่ยานั้นถูกมู่เฉียนซีโยนออกไป มันก็ได้กระแทกไปบนประตูเมืองของเมืองลำดับที่หนึ่ง จากนั้นก็เกิดเสียงระเบิดขึ้นมาอย่างรุนแรง
ประตูเมืองลำดับที่หนึ่งที่แข็งแกร่งที่สุดในเรือนจำปีศาจแห่งความมืด ได้ถูกระเบิดและกัดกร่อนจนเหลือแค่เพียงความว่างเปล่าเท่านั้น
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “เส้นทางถูกจัดการแล้ว! ไปกันเถอะ! รีบออกไปจากที่นี่กัน”
“รนหาที่ตายนัก!” เมื่อประตูใหญ่ของเมืองลำดับที่หนึ่งถูกระเบิดออก มันก็ทำให้ผู้คุมปีศาจแห่งความมืดโกรธเคืองเป็นอย่างมาก หลังจากนั้นการโจมตีอันน่าสะพรึงกลัวก็จู่โจมเข้ามา มันไ ได้ทำลายการป้องกันของฝูเซิง และมันก็พุ่งตรงไปทางมู่เฉียนซีทันที
ถึงจะกำลังเผชิญหน้ากับอันตราย แต่สีหน้าของจิ่วเยี่ยก็ยังคงไม่สั่นไหวเลยแม้แต่น้อย ในเวลานี้ร่างเงาสีม่วงร่างหนึ่งได้มาขวางหน้าของเขาเอาไว้ นางกล่าวว่า “รีบหนีไปเร็วเข้า! เร รื่องหลังจากนี้ไว้เป็นหน้าที่ของข้าเอง”
ตูมมม!
การโจมตีที่แข็งแกร่งของระดับอ๋องเพียงพอที่จะทำลายมู่เฉียนซีได้ และในที่สุดสีหน้าที่เคยนิ่งสงบของจิ่วเยี่ยน้อยก็เริ่มสั่นไหวขึ้นมาแล้ว
คนที่เขาคิดว่ากำลังวางแผนร้ายบางอย่างอยู่กลับเสี่ยงชีวิตของตนเองเพื่อป้องกันการโจมตีให้กับเขา และถึงแม้ว่าจะรู้ว่าเขาไม่มีทางตาย นางก็ยังจะทำเช่นนี้อยู่ดี
ทันใดนั้นลำแสงสีฟ้าอ่อนก็ได้สกัดกั้นการโจมตีนี้เอาไว้ และได้สะท้อนกลับไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งมันก็ทำให้ใบหน้าผู้คุมปีศาจแห่งความมืดเปลี่ยนสีไปอย่างมาก
“เป็นไปได้อย่างไรกัน?”
ตูมมม โครมมม!
มีเสียงระเบิดดังกึกก้องไปทั่ว ภายใต้พลังแห่งการทำลายล้างนี้ ได้ทำให้กำแพงเมืองไม่มั่นคงอีกต่อไป
“เจ้า เหตุใดถึงยังไม่ไปอีก?” มู่เฉียนซีกล่าวอย่างประหลาดใจเล็กน้อย
ร่างเงาสีดำสว่างวาบขึ้นมา และพุ่งทะยานออกไปทันที เนื่องจากผู้คุมปีศาจแห่งความมืดโจมตีอีกครั้ง มู่เฉียนซีจึงกล่าวด้วยความโกรธเคืองว่า “หวงจิ่วเยี่ย เจ้าโง่หรือไง?”
บนใบหน้าที่งดงามอย่างสมบูรณ์แบบนั้นเผยท่าทางที่แน่วแน่ออกมา เขาเอ่ยปากว่า “ข้าไม่อยากติดหนี้บุญคุณเจ้า”
“ข้ามีมหาวัตถุศักดิ์สิทธิ์เทพป้องกัน!”
“ข้ามีพลังที่แข็งแกร่งกว่า!”
“ฝ่าบาทจิ่วเยี่ย ท่าน...” ผู้คุมปีศาจแห่งความมืดกล่าวอย่างประหลาดใจเล็กน้อย
เขาคิดว่าช่วงเวลาที่ผ่านมาเขาเข้าใจฝ่าบาทจิ่วเยี่ยเป็นอย่างดี ทั้งถูกโยนเข้ามาในเรือนจำปีศาจแห่งความมืดโดยไม่คิดที่จะต่อต้าน อีกทั้งยังไม่มีความสนใจต่อสิ่งใด ๆ เลย ไม่มีแม ม้กระทั้งมีความรู้สึกใด ๆ และสีหน้าที่ไม่แยแสสิ่งใดของเขานอกจากท่าทางที่เย็นชาแล้วก็ไม่เผยอารมณ์ใด ๆ ออกมาอีก แต่ทว่าตอนนี้เขากลับเลือกที่จะปกป้องคนคนหนึ่งอย่างคาดไม่ถึง
สำหรับจิ่วเยี่ยน้อยที่ไม่สามารถใช้พลังวิญญาณใด ๆ ได้นั้น การโจมตีแค่นี้ก็เพียงพอที่จะปลิดชีวิตของเขาได้แล้ว
ตูมมม!
มีเสียงสั่นสะเทือนดังกังวานออกมา เปลวเพลิงสีแดงอันน่าสะพรึงกลัวพุ่งทะยานไปทั่วทุกมุมของเมืองลำดับที่หนึ่งราวกับไฟลามก็มิปาน
ตูมมม โครมมม!
และทั่วทุกพื้นที่ของเมืองลำดับที่หนึ่งก็ได้กลายเป็นทะเลเพลิง ซึ่งแม้แต่พระราชวังของผู้คุมปีศาจแห่งความมืดเองก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน
พรึ่บ พรึ่บ พรึ่บ!
มีบางคนติดอยู่ในเปลวเพลิงโดยไม่ได้ตั้งใจ และไม่ว่าจะทำอย่างไรพวกเขาก็ไม่สามารถดับเพลิงนั้นได้
ไม่ว่าพวกเขาจะเป็นนักโทษที่ไม่สามารถใช้พลังวิญญาณได้หรือจะเป็นผู้คุมที่สามารถใช้พลังวิญญาณได้ก็ตาม หากพวกเขาติดเปลวเพลิงนี้แล้วก็จะต้องตายและกลายเป็นเถ้าถ่านไปทันที
เมื่อต้องเผชิญหน้ากับเปลวเพลิงนี้ แม้แต่ผู้คุมปีศาจแห่งความมืดเองก็ไม่กล้าเข้าใกล้เช่นกัน
เปลวเพลิงนี้มีจิตสำนึกและมันก็ไม่ได้ทำอันตรายนาง ดังนั้นมู่เฉียนซีจึงเดินเข้าไปอุ้มคนที่ฟื้นคืนชีพจากเถ้าถ่านขึ้นมา และพุ่งทะยานออกไปนอกเมืองด้วยความเร็วที่รวดเร็วมากที่สุด ด
ฝูเซิงถอนหายใจ “อ๋องจิ่วเยี่ยน้อยนี่ช่างวิปลาสเหลือเกิน เขาได้ทำลายเมืองลำดับที่หนึ่งจนกลายเป็นเช่นนั้นไปแล้ว การระเบิดของเปลวเพลิงในครั้งนี้น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าในห้องขังเมื่อ อครั้งที่แล้วอย่างเห็นได้ชัดเลย”