ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ - ตอนที่ 2578 กลับมาด้วยความโกรธเคือง
เมื่อจิ่วเยี่ยน้อยตื่นขึ้นมา เขาก็กล่าวอย่างเย็นชาว่า “ปล่อยข้า!”
ประสบการณ์ที่ถูกคนอื่นอุ่ม เขาจำได้ว่ามีเพียงแค่เสด็จแม่เท่านั้นที่สามารถทำได้ หญิงสาวแปลกหน้าผู้นี้ช่างบังอาจจริง ๆ เลย
เขายังค้นพบอีกว่า หลังจากที่นิพพาน ร่างกายของเขายังไม่ได้สวมเสื้อผ้าเลยอีกด้วย
แต่มู่เฉียนซีกลับกล่าวว่า “ตื่นแล้วหรือ! เสื้อผ้าของเจ้าล่ะ? ข้าจะใส่เสื้อผ้าให้เจ้าเอง”
“ปล่อยข้า!”
“ข้าคือคู่หมั้นของเจ้า ข้าเคยเห็นรูปร่างของเจ้าตอนที่เจ้าโตเป็นผู้ใหญ่มาไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้งแล้ว ฉะนั้นสภาพของเจ้าในตอนนี้ไม่ได้มีเสน่ห์อะไรเลย เจ้าจะอายขนาดนั้นไปทำไ ไมกัน?” มู่เฉียนซีกล่าวหยอกล้อเขาด้วยรอยยิ้ม
สุดท้ายมู่เฉียนซีก็ทำหน้าที่แต่งตัวให้จิ่วเยี่ยน้อยอยู่ดี หลังจากนั้นมู่เฉียนซีก็กล่าวว่า “พวกเราไปกันเถอะ!”
หลังจากที่พวกเขาออกมาได้สักระยะหนึ่ง มู่เฉียนซีก็จับจิ่วเยี่ยน้อยเอาไว้แน่นอย่างกะทันหัน
คราวนี้นางอยู่ข้างนอกค่อนข้างนานพอสมควรเลยทีเดียว และตอนนี้นางกำลังจะถูกกาลเวลานี้ผลักออกไปอีกครั้ง
“เจ้าต้องไปแล้วหรือ!” จิ่วเยี่ยน้อยกล่าวพลางขมวดคิ้วมุ่น
“ใช่แล้ว! แต่จนกว่าเจ้า…”
ยังไม่ทันที่มู่เฉียนซีจะกล่าวจบ ก็ค้นพบว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่ตรงหน้ากำลังจะหายไปหมด
เมืองลำดับที่หนึ่งหายไปแล้ว คนของผู้คุมปีศาจแห่งความมืดที่ไล่ตามออกมาเหล่านั้นก็หายไปแล้ว และคนที่นางจับเอาไว้แน่นตรงหน้าก็กำลังจะหายไป…
เขาเอ่ยถามด้วยเสียงที่ทุ้มต่ำราวกับว่าไม่ได้สังเกตเห็นก็มิปาน “เจ้าเป็นคู่หมั้นของข้าจริง ๆ อย่างนั้นหรือ?”
“ใช่แล้ว! ข้าคือคู่หมั้นของผู้ชายอย่างเจ้า และหลังจากนี้เจ้าก็จะเป็นของข้า ฉะนั้นข้าจึงหวังว่าเจ้าจะยังแข็งแรงดี ไม่ว่าจะเป็นช่วงเวลาไหน หรือไม่ว่าจะเป็นมิติใดก็ตาม ขอเพีย ยงเป็นเจ้า ข้าก็หวังให้เจ้ามีชีวิตที่ดี ขอให้ดีมากที่สุดเลย”
“ไว้ข้ากลับไปได้เมื่อไรข้าจะไปหาเจ้าในอนาคตและคิดบัญชีกับเจ้าแน่นอน เพราะว่าคราวนี้ เจ้าทำให้ข้าเสียใจ และเจ็บปวดมากจริง ๆ ”
“ได้!” เขาตอบมาเพียงแค่คำเดียวง่าย ๆ และทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่ตรงหน้าก็หายไปอย่างสิ้นเชิง
แกร่ก!
ค่ายกลขนาดใหญ่ที่อยู่ตรงหน้าอู๋หยาเริ่มแตกออกเป็นเสี่ยง ๆ
ตูมมม โครมมม!
ทันใดนั้นทั่วทั้งเมืองลำดับที่หนึ่งก็เริ่มสั่นสะเทือนราวกับแผ่นดินไหวก็มิปาน หลังจากนั้นก็มีหุบเหวจำนวนนับไม่ถ้วนปรากฏขึ้นมาบนพื้นดิน ซึ่งมันลึกจนเหมือนกับว่าจะเจาะผ่านเรือนจำ ำปีศาจแห่งความมืดทั้งหมดอย่างไรอย่างนั้นเลย
ตึง ตึง ตึง!
เศษหินจำนวนนับไม่ถ้วนพุ่งทะยานออกไปโดยรอบ หลังจากนั้นก็มีลำแสงสีเขียวอ่อนปรากฏขึ้นมาบนดิน
ค่ายกลขนาดใหญ่ของอู๋หยาย่อมมีขีดจำกัดแน่นอนอยู่แล้ว และเรื่องที่มันทำได้ก็มีเพียงแค่การสร้างเมืองลำดับที่หนึ่งขึ้นมาใหม่อีกครั้งเท่านั้น แต่หากว่าอยู่นอกขอบเขตของเมืองลำดับ บที่หนึ่งแล้วล่ะก็ พวกมันก็จะต้องหายไป ซึ่งนี่ไม่ใช่สิ่งที่ค่ายกลขนาดใหญ่จะสามารถทานทนได้เลย
เมื่อค่ายกลขนาดใหญ่ถูกทำลาย ภาพฉายในอดีตทั้งหมดก็หายไปด้วยเช่นกัน และมู่เฉียนซีก็กลับมาจากช่วงเวลานั้นด้วยการใช้พลังแห่งกาลเวลาที่เหลือเพียงน้อยนิดนั้น
พรึ่บ พรึ่บ พรึ่บ!
หนามโลหิตจำนวนนับไม่ถ้วนเริงระบำอย่างบ้าคลั่ง ฝูเซิงรู้ดีว่าอารมณ์ของเจ้านายตนเองในเวลานี้กำลังเดือดดาลจนจำเป็นที่จะต้องระบายออกมา และผู้ที่กระทำความผิดก็คือผู้คุมปีศาจแห่ง ความมืดนั่นเอง
ก่อนที่ผู้คุมปีศาจแห่งความมืดจะทันได้ตอบสนองการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันนี้ เขาก็ถูกหนามโลหิตจำนวนนับไม่ถ้วนล้อมเอาไว้หมดแล้ว
ผู้คุมปีศาจแห่งความมืดประหลาดใจเป็นอย่างยิ่งเขากล่าวว่า “ท่านอู๋หยา พวกเขากลับมาแล้ว! คิดไม่ถึงเลยว่าพวกเขาจะกลับมาได้เร็วขนาดนี้ ท่านไม่ได้บอกว่าพวกเขาจะต้องอยู่ในช่วงเวล ลานั้นอย่างน้อยสามปีหรอกหรือ ส่วนทางนี้ก็ต้องใช้เวลาถึงสามวันถึงจะออกไปได้นี่”
พรวด!
มีเลือดสดพุ่งออกมาจากริปฝีปากของอู๋หยา เขาคำนวณอยู่ครู่หนึ่ง หลังจากนั้นก็กล่าวด้วยความประหลาดใจว่า “พลังแห่งกาลเวลา มู่เฉียนซี คิดไม่ถึงเลยว่าพลังแห่งกาลเวลาของเจ้าจะตื่น นรู้ได้เร็วถึงเพียงนี้ มันเป็นไปได้อย่างไร?”
“มันยังไม่ถึงเวลานั้นเลยมิใช่หรือ!”
ฝ่าบาทจิ่วเยี่ย ต้องอยู่ในเรือนจำปีศาจแห่งความมืดถึงสามปีกว่าจะหนีออกมาได้
การใช้ชีวิตสามปีที่เหมือนกับนรกก็มิปาน ได้ทำให้ฝ่าบาทจิ่วเยี่ยเปลี่ยนเป็นคนที่แข็งแกร่งขึ้น และทำให้เบื้องบนมีความพึงพอใจในเรือนจำปีศาจแห่งความมืดเป็นอย่างมาก
ให้สิ่งของบางอย่างเป็นรางวัล เพื่อทำให้ผู้คุมปีศาจแห่งความมืดมีความสุขมากเสียก่อน หลังจากนั้นก็ค่อยให้เขาไปเก็บด้วยเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งทีหลัง
เพราะเรื่องการจัดการกับฝ่าบาทจิ่วเยี่ยในขั้นต่อไป ไม่จำเป็นต้องให้เขาลงมือด้วยตนเอง
แต่ปรากฏว่าผู้คุมปีศาจแห่งความมืดเองก็คิดไม่ถึงเช่นกันว่าภายในเวลาสามปีที่เขาพยายามทุ่มเทอย่างเต็มที่ นอกจากจะไม่สามารถเอาชนะความมุ่งมั่นของฝ่าบาทจิ่วเยี่ยได้แล้ว กลับกันยัง งทำให้เขายิ่งเป็นเหมือนสัตว์ประหลาดมากขึ้นไปอีก อีกทั้งยังปลุกพลังที่น่าสะพรึงยิ่งกว่าเดิมขึ้นมาอีกด้วย
คนของเผ่าเทพต้องการที่ฆ่าฝ่าบาทจิ่วเยี่ย แต่สุดท้ายกลับถูกฝ่าบาทจิ่วเยี่ยใช้ประโยชน์เพื่อเปิดเส้นทางของเรือนจำปีศาจแห่งความมืด และหนีออกมาจากเรือนจำปีศาจแห่งความมืดได้สำเร็ จ
ในตอนที่ผู้คุมเหล่านั้นเห็นว่าตนเองกลายเป็นโครงกระดูกขึ้นมากะทันหัน แม้แต่จิตวิญญาณก็ถูกทำลายล้าง ฉะนั้นจะไม่ให้หวาดกลัวได้อย่างไร
หลังจากที่สัตว์ประหลาดอันน่าสะพรึงกลัวหายไปจากเรือนปีศาจแห่งความมืด ที่แดนนรกก็มีอ๋องที่ทั้งอายุน้อยและแข็งแกร่งเพิ่มขึ้นมาอีกคนหนึ่ง
ทันใดนั้นเสียงที่เย็นยะเยือกของมู่เฉียนซีก็ดังขึ้นมาว่า “เพราะอะไรอย่างนั้นหรืออู๋หยา? เจ้าไม่รู้หรือว่ามันเป็นเพราะอะไร? มันเป็นเพราะเจ้าบีบบังคับข้ามิใช่หรือไง? เจ้าต้องการใ ให้ข้าได้เห็นทุกสิ่งทุกอย่างที่จิ่วเยี่ยเคยเจอ ให้ข้าไม่สามารถทำอะไรได้ ต้องเจ็บปวดและหมดหนทาง แต่เป็าหมายของเจ้ายังไม่ทันเสร็จสมบูรณ์ เพราะข้าสามารถปลุกพลังแห่งกาลเวลาได ด้ และข้าก็สามารถช่วยเขาได้ด้วย”
อย่างน้อยนางก็สามารถช่วยเขาได้บ้าง แม้ว่าเวลาส่วนใหญ่ นางก็ทำได้แค่มองเช่นกัน แต่ว่ามันก็ดีกว่าที่อู๋หยาจินตนาการเอาไว้มากนัก
อู๋หยากล่าวว่า “ในเมื่อตอนนี้เจ้ารู้แล้วว่าฝ่าบาทจิ่วเยี่ยรอดชีวิตมาได้อย่างไร? เช่นนั้นเจ้าก็ต้องรู้ดีว่ากว่าจะมาถึงวันนี้ฝ่าบาทจิ่วเยี่ยต้องประสบกับเรื่องใดมาบ้าง เจ้าสามา ารถทนต่อตัวแปรที่ส่งผลต่ออนาคตของฝ่าบาทจิ่วเยี่ยได้หรือไม่? สุดท้ายแล้วฝ่าบาทจิ่วเยี่ยก็จะได้ทุกอย่างมา แต่เจ้า…”
“ฉะนั้นเจ้าจำเป็นต้องตาย! มู่เฉียนซี!” ทันทีที่พูดจบ อู๋หยาก็ลงมือโจมตีมู่เฉียนซีอีกครั้งทันที
สำหรับความบ้าคลั่งเช่นนี้ มู่เฉียนซีเองก็จนปัญญาเช่นกัน
“ตัวแปรมันต้องเป็นสิ่งที่แย่เสมอไปอย่างนั้นหรือ? อู๋หยา การคำนวนของเจ้าในครั้งนี้ก็มีตัวแปรเช่นกัน แต่โชคดีที่จิ่งเยี่ยไม่ได้อยู่เพียงลำพัง ข้าสามารถรักษาอาการบาดเจ็บให้ เขาได้ และข้ายังสามารถหนีไปกับเขาได้…”
“มู่เฉียนซี เจ้าไม่เข้าใจ! หากไม่ใช่เพราะทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในเรือนจำปีศาจแห่งความมืด และหากอาศัยเพียงแค่พลังที่แข็งแกร่งที่สุดของฝ่าบาทจิ่วเยี่ย เดิมทีก็คงไม่สามารถปลุกพลังได ด้อย่างรวดเร็วเช่นนี้แน่! เจ้าคิดว่าเจ้าช่วยพระองค์จริง ๆ อย่างนั้นหรือ? หากเวลานี้มีคนสามารถช่วยให้เขาผ่านความมืดมิดไปจริง ๆ เช่นนั้นฝ่าบาทจิ่วเยี่ยที่แข็งแกร่งเช่นวันนี้ก็ จะไม่มีอยู่อีกต่อไป”
แววตาของมู่เฉียนซีเปลี่ยนเป็นเย็นยะเยือกมากขึ้น นางกล่าวว่า “อู๋หยา นี่คือเหตุผลที่ถึงเจ้ารู้ว่าจะตายแต่ก็ไม่ช่วยอย่างนั้นหรือ? ด้วยความแข็งแกร่งของเจ้าน่าจะช่วยจิ่วเยี่ยได้ อยู่แล้ว แต่ตั้งแต่แรกจนจบกลับไม่มีแม้แต่เงาของเจ้าในเรือนจำปีศาจแห่งความมืดเลย””
“เพื่อให้จิ่วเยี่ยได้รับพลังนั้นมา และทำให้เขาทรงพลังตามที่เจ้าคาดหวัง เจ้าจะไม่สนใจว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นกับเขาบ้างหรือ? แต่ตอนนี้ข้าสงสัยแม้กระทั่งว่า สาเหตุจิ่วเยี่ยต้องไปถ ถึงเรือนจำปีศาจแห่งความมืด ทั้งหมดนั่นก็เป็นเพราะฝีมือของเจ้าสินะ! อู๋หยา!”
คนอย่างอู๋หยา วางแผนทำร้ายนาง วางแผนทำร้ายตนเอง เกรงว่าแม้แต่จิ่วเยี่ยก็น่าจะอยู่ในแผนการของเขาด้วยซ้ำ
ก่อนหน้านี้คิดว่าเพราะเขาภักดีจึงมีความหวาดระแวง แต่ตอนนี้นางค้นพบแล้วว่าตนเองคิดผิดไปจริง ๆ
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “ความภักดีของเจ้าไม่ใช่จิ่วเยี่ย แต่เป็นจิ่วเยี่ยที่มีพลังอันแข็งแกร่งต่างหาก! ที่เจ้าหวังให้จิ่วเยี่ยแข็งแกร่งยิ่งขึ้นกว่านี้ แท้จริงแล้วเป็นเพราะเจ้าต้องการ รให้มันดียิ่งขึ้น หรือเป็นเพราะความเห็นแก่ตัวของเจ้าของเจ้ากันแน่ อู๋หยา!”
แต่ล่ะคำพูดของมู่เฉียนซี ได้ทำให้อู๋หยาชะงักงันไปทันที
อู๋หยากล่าวอย่างเย็นชาว่า “เจ้าไม่มีทางเข้าใจ เจ้าคือจิตวิญญาณแห่งโชคชะตา เจ้าจะมาเข้าใจข้าได้อย่างไร! ต้องฆ่าเจ้า ถึงจะสามารถเปลี่ยนแปลงโชคชะตาของฝ่าบาทได้!”
ตูมมม!
และอู๋หยาก็โจมตีด้วยกระบวนท่านอย่างดุเดือด
อย่างไรก็ตามเพราะค่ายกลเมื่อครู่ได้ทำให้พลังของเขาถูกผลาญไปจนหมด บวกกับค่ายกลถูกมู่เฉียนซีทำลายออกมาก่อนเวลา มันจึงทำให้เขาได้รับผลสะท้อนมากมาย
ถึงตอนนี้เขาต้องการที่จะฆ่ามู่เฉียนซี แต่มันก็ไม่ได้ง่ายขนาดนั้นเลย
ฉึก!
มู่เฉียนซีเข้าใกล้อู๋หยาราวกับเป็นวิญญาณก็มิปาน และเข็มยาเล่มหนึ่งก็ถูกปักเข้าไปในหลอดเลือดแดงของเขา
“อู๋หยา! อาศัยเจ้าตอนนี้ ไม่มีทางฆ่าข้าได้หรอก! ข้าต้องการฆ่าผู้คุมปีศาจแห่งความมืด แต่เจ้าก็เป็นผู้ต้องสงสัยว่าคอยปลุกปั่น เช่นนั้นข้าก็อยากฆ่าเจ้าด้วยเหมือนกัน” มู่เฉียนซีบ่ นพึมพำด้วยเสียงอันทุ้มต่ำ