ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ - ตอนที่ 2580 ข้ามาช่วยเจ้า
มู่เฉียนซียังคงมุ่งหน้าไปยังทิศทางเดียวกับผู้คุมปีศาจแห่งความมืด นางกล่าวว่า “ผู้คุมปีศาจแห่งความมืด หากเจ้าไม่ช่วยข้าจัดการเจ้าตัวยักษ์นี่ เจ้าก็อย่าหวังว่าจะสงบสุขได้เลย เ เจ้าจะลองดูก็ได้ ว่าสุดท้ายแล้วพลังของมหาวัตถุศักดิ์สิทธิ์เทพป้องกันของข้าจะถูกใช้จนหมดก่อน หรือว่าเจ้าจะจบเห่ก่อนกันแน่”
ผู้คุมปีศาจแห่งความมืดกล่าวอย่างเดือดดาลว่า “ต่ำช้า! มู่เฉียนซี เจ้านี่มันจะต่ำช้าเกินไปแล้ว”
ปังงง!
พลังอันน่าสะพรึงกลัวจู่โจมเข้ามา ซึ่งพลังนั้นก็ได้เฉียดผ่านข้างกายของมู่เฉียนซีไป และมันก็ได้โจมตีใส่ต้นขาของผู้คุมปีศาจแห่งความมืดทันที
“อ๊ากกกก!” เขากรีดร้องออกมาอย่างโหยหวน และตอนนี้ขาของผู้คุมปีศาจแห่งความมืดก็หักไปแล้ว
มันจึงทำให้หลังจากนั้นความเร็วในการวิ่งของเขายิ่งช้ามากขึ้นไปอีก ก่อนหน้านี้เขายังสามารถทิ้งระยะห่างจากมู่เฉียนซีไปได้ไกลมาก แต่ทว่าระยะห่างระหว่างพวกเขาตอนนี้กลับใกล้กัน เป็นอย่างมาก ซึ่งมันก็ทำให้เขาตกอยู่ในการต่อสู้อันน่าสะพรึงกลัวนี้
จะป้องกันก็ยากที่จะป้องกันได้ ส่วนจะหลบก็หลบไม่พ้นอยู่ดี ฉะนั้นผู้คุมปีศาจแห่งความมืดจึงกัดฟันเพื่อเตรียมพร้อมที่จะต่อสู้แทน
อย่างไรเสียเขาก็เป็นถึงผู้คุมปีศาจแห่งความมืด ดังนั้นไม่มีทางกลัวเจ้าสัตว์ร้ายนี้อยู่แล้ว
ตูมมมม โครมมม!
ผู้คุมปีศาจแห่งความมืดเริ่มรับการโจมตี และการต่อสู้นี้ก็ส่งเสียงดังก้องกังวานไปทั่วทุกพื้นที่
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “เจ้าค่อย ๆ เล่นเป็นเพื่อนเจ้าตัวยักษ์นี่ไปก่อนก็แล้วกัน ส่วนข้า…ข้าไปก่อนดีกว่า สุ่ยจิงอิ๋ง”
ในเมื่อเอาหอคอยจำลองของหอคอยนิรันดร์มาได้แล้ว มู่เฉียนซีก็รู้สึกว่านี่เป็นเวลาหนีที่ดีที่สุด แต่ทว่า…
“ซีเอ๋อร์! ตอนนี้มิติถูกผนึกเอาไว้ชั่วคราว” ภายในท้องฟ้าทั่วทั้งเรือนจำปีศาจแห่งความมืด ถูกพลังบางอย่างปกคลุมเอาไว้ และมู่เฉียนซีก็จ้องมองไปทางอู๋หยาทันที
อู๋หยากล่าวว่า “ค่ายกลนี้ถูกสร้างออกมาโดยการแลกด้วยจิตวิญญาณส่วนหนึ่งของข้า ในตอนนี้ไม่มีผู้ใดสามารถออกไปจากเรือนจำปีศาจแห่งความมืดได้แล้ว แม้ว่าจะเป็นผู้คุมปีศาจแห่งความม มืดก็ไม่สามารถออกไปได้เช่นกัน! มู่เฉียนซี ร่างนี้ของข้ากำลังจะหายไป ช่างน่าเสียดายที่ข้าไม่สามารถดูเจ้าถูกสัตว์ร้ายตัวนี้ฉีกเป็นชิ้น ๆ ด้วยตาตนเองได้! แต่ข้ากล้ายืนยันว่า า เจ้าไม่มีทางหนีไปได้แน่นอน”
เมื่อเห็นว่าอู๋หยากำลังจะหายตัวไป เข็มยาที่เต็มไปด้วยพลังแห่งชีวิตของมู่เฉียนซีก็บินออกไปทันที
นางไม่ได้ทำเพื่อต้องการช่วยอู๋หยา แต่นางเพียงแค่ต้องการให้เขาอยู่ที่นี่อย่างรนทุรนทุราย
“เจ้าอย่าเพิ่งรีบหายไปก่อนสิ! ข้าต้องการให้เจ้าได้เห็นแผนการของตนเองล้มเหลวลงอีกครั้งด้วยตาของเจ้าเอง ข้าจะต้องมีชีวิตที่ดี และข้าจะต้องมีชีวิตที่ดีอยู่ด้วยกันกับจิ่วเย ยี่ยด้วย! อู๋หยา!”
นางรู้ว่าอู๋หยาคุ้นเคยกับการที่สามารถควบคุมทุกสิ่งทุกอย่างได้ แต่หากทุกสิ่งทุกอย่างอยู่นอกเหนือการควบคุม และทำให้เขาได้เห็นว่าแผนการของเขาล้มเหลวด้วยตาตนเอง มันจะต้องเป ป็นวิธีที่ดีที่สุดในการแก้แค้นเขาอย่างไม่ต้องสงสัยเลย
มันทำให้รู้สึกมีความสุขมากกว่าการฆ่าเขาทิ้งเสียอีก!
ฝูเซิงกล่าวว่า “ข้าสามารถปกป้องเจ้านายได้ ข้าจะสู้กับเจ้านั่นเอง!”
สองคนที่ก่อนหน้านี้ต่อสู้กันอย่างเอาเป็นเอาตายคิดไม่ถึงว่าตอนนี้จะต้องร่วมมือกันต่อสู้ ถึงแม้ว่าที่ผู้คุมปีศาจแห่งความมืดต้องทำเช่นนี้ เป็นเพราะถูกมู่เฉียนซีไล่ตามจนไม่มีทางเ เลือกก็ตาม
พลังแห่งชีวิตของมู่เฉียนซีทำเพียงแค่ไม่ปล่อยให้อู๋หยาไม่หายไปเท่านั้น แต่เพื่อที่จะคงสภาพของค่ายกลนี้เอาไว้ จิตวิญญาณของเขาจึงต้องเจ็บปวดเป็นอย่างมาก
สิ่งที่เขาต้องการจะจัดการคือผู้พิทักษ์นิรันดร์ที่ครอบครองพลังแห่งมิติ เพราะนางคือเจ้าแห่งมิติ แม้ว่าตอนนี้นางจะอ่อนแอมาก แต่อู๋หยาก็จะต้องขวางไม่ให้มู่เฉียนซีออกไปให้ได้ ฉะนั้นเขาจึงจำเป็นที่จะต้องจ่ายในราคาที่แพงมาก
สัตว์ร้ายตัวนี้จัดการได้ยากเกินไปแล้ว แม้ว่าฝูเซิงจะร่วมมือกับผู้คุมปีศาจแห่งความมืดก็ไม่สามารถเอาชนะมันได้อยู่ดี
ในที่สุดผู้คุมปีศาจแห่งความมืดก็กล่าวว่า “อู๋หยา พวกเราถอยกันก่อน! พวกเราถอยกันก่อนเถอะ!”
อู๋หยากล่าวว่า “หากปล่อยให้เจ้าออกไป มู่เฉียนซีก็จะออกไปได้ด้วย ตอนนี้เจ้าไม่มีค่าพอให้ใช้ประโยชน์อีกแล้ว ข้าช่วยเจ้ามาหลายครั้งแล้ว คราวนี้ข้าช่วยเจ้าไม่ได้อีกแล้ว”
สีหน้าของผู้คุมปีศาจแห่งความมืดซีดเผือด “เจ้า…ตอนแรกเจ้าไม่ได้พูดแบบนี้นี่ เจ้าโกหกข้า!”
“การปล่อยให้เจ้ามีชีวิตมาได้นานขนาดนี้ ถือว่าข้ามอบความกรุณาให้เจ้าอย่างใหญ่หลวงแล้ว คนที่กล้ามาทำร้ายฝ่าบาทจิ่วเยี่ยเช่นเจ้า ข้าควรที่จะทำให้เจ้าหายไปตั้งนานแล้วด้วยซ้ำ” ” อู๋หยากล่าวอย่างเย็นชา
“บัดซบเอ้ย!” ผู้คุมปีศาจแห่งความมืดรู้ดีอยู่แล้วว่าอู๋หยานั้นเชื่อถือไม่ได้ แต่เขากลับคิดไม่ถึงเลยว่าตนเองจะไร้ประโยชน์รวดเร็วเช่นนี้
เขาไม่อยากตาย เช่นนั้นก็มีแต่ต้องสู้กับสัตว์ร้ายอย่างวานรยักษ์ไททันตัวนี้เท่านั้น
หากอยู่ในช่วงที่สมบูรณ์ที่สุดเขาอาจจะสามารถทำได้ แต่ทว่าตอนนี้ความสามารถระหว่างเขากับสัตว์ร้ายนี่แตกต่างกันอย่างมาก
หลังจากการต่อสู้กันอย่างดุเดือด พลังอันน่าสะพรึงกลัวก็โจมตีลงมาเหนือศรีษะของผู้คุมปีศาจแห่งความมืด ซึ่งมันก็ทำให้ร่างของผู้คุมปีศาจแห่งความมืดจมลงไปในพื้นดินโดยตรง!
พรวด พรวด พรวด!
ผู้คุมปีศาจแห่งความมืดกระอักเลือดออกมาอย่างบ้าคลั่ง เขาในเวลานี้ได้รับบาดเจ็บจนไม่สามารถขยับเขยื้อนได้ หากไม่รักษาให้ทันเวลา เขาจะต้องตายในไม่ช้าแน่นอน
ผู้คุมปีศาจแห่งความมืดมองไปทางอู๋หยาพลางกล่าวว่า “อู๋หยา ช่วยด้วย…ช่วยข้าด้วย ข้าจะยอมขายทุกสิ่งทุกอย่างของข้า ข้าจะยอมทำทุกอย่างเพื่อเจ้า ข้ายังไม่อยากตาย…”
มู่เฉียนซีเดินไปตรงหน้าของผู้คุมปีศาจแห่งความมืดพลางกล่าวว่า “ขอเพียงช่วยเจ้า เจ้าจะยอมทำอะไรก็ได้จริง ๆ อย่างนั้นหรือ?”
ผู้คุมปีศาจแห่งความมืดคิดไม่ถึงเช่นกันว่า ตอนที่เขาขอความช่วยเหลือจากอู๋หยา มู่เฉียนซีจะเป็นคนตอบกลับมาแทน
“จะ…เจ้าต้องการจะช่วยข้าอย่างนั้นหรือ!” ผู้คุมปีศาจแห่งความมืดยากที่จะเชื่ออย่างเห็นได้ชัด มู่เฉียนซีอยากจะฆ่าเขาก็ยังไม่นับว่าสาย! แล้วจะมาช่วยเขาได้อย่างไร
“แน่นอนว่าข้าต้องอยากช่วยเจ้าอยู่แล้ว ที่ข้าต้องการให้เจ้ามีชีวิตอยู่ เพราะหากเจ้าไม่มีชีวิต ก็ดูเหมือนว่าจะไม่มีใครสามารถชดใช้หนี้ที่มีต่อจิ่วเยี่ยในตอนแรกได้น่ะสิ! และเจ้ าจะต้องชดใช้กับเรื่องที่เจ้าเคยทำเหล่านั้นนับพันนับหมื่นเท่า ในเมื่อจิ่วเยี่ยต้องอยู่ในเรือนจำปีศาจแห่งความมืดถึงสามปี ฉะนั้นข้าจะให้เจ้ามีชีวิตอยู่สามหมื่นปี สามแสนปีหรืออ อย่างน้อยก็ต้องนานกว่า…”
สายตาที่เย็นยะเยือกของมู่เฉียนซี ทำให้ผู้คุมปีศาจแห่งความมืดอดที่จะตัวสั่นสะท้านไม่ได้ อู๋หยาให้มู่เฉียนซีรู้ว่าเขาเคยทำเรื่องอะไรมาบ้าง และตอนนี้นางก็กำลังต้องการแก้แค้ น...
เขาไม่กล้าคิดเลยว่านางจะแก้แค้นอย่างไร! ตอนที่ตนเองลงมือทรมานคนอื่น เขามีความสุขมาก แต่หากคนอื่นปฏิบัติต่อเขาเช่นนั้น…
และตอนนี้เขาก็รู้สึกหวาดกลัวจนสั่นสะท้านไปทั้งตัวเลยทีเดียว!
“ขะ…ข้าไม่ต้องการความช่วยเหลือจากเจ้า! ไม่อยาก…” หากถูกมู่เฉียนซีช่วยเหลือแล้วต้องเจอกับการทรมานเช่นนั้น เขายอมไม่ถูกนางช่วยจะดีกว่า บางทีการตายอาจจะดีกว่าก็เป็นได้!
ฉึก!
เข็มยาเล่มหนึ่งฝังลงไปบนต้นคอของผู้คุมปีศาจแห่งความมืด
มู่เฉียนซีกล่าวอย่างเย็นชาว่า “ข้าจะช่วยเจ้าหรือไม่ มันไม่ใช่สิ่งที่เจ้าสามารถตัดสินใจได้ แต่เป็นข้าที่เป็นคนตัดสินใจ”
ตูมมม โครมมม!
อีกด้านหนึ่งมีเสียงระเบิดดังกึกก้องออกมา และหนามสีแดงโลหิตที่ถูกฉีกออกเป็นชิ้น ๆ ก็ปลิวว่อนไปทั่วทั้งท้องฟ้า
เมื่อผู้คุมปีศาจแห่งความมืดพ่ายแพ้ ก็ทำให้เขาขาดคนช่วยแบ่งแรงกดดัน และมันก็ได้ทำให้ฝูเซิงต้องตกอยู่ในอันตราย
มู่เฉียนซีพุ่งทะยานไปหาฝูเซิง ซึ่งพลังของสุ่ยจิงอิ๋งก็ขวางหน้าพวกเขาเอาไว้ และสามารถสกัดกั้นการโจมตีที่ร้ายแรงเอาไว้ได้
ฝูเซิงกล่าวว่า “เจ้านาย ข้ายังสู้ได้! ข้าจะปล่อยให้เจ้ามาบังอยู่ตรงหน้าข้าได้อย่างไร มันทำให้เจ้าต้องเปลืองพลังของเกราะป้องกันสัมบูรณ์ไปเสียเปล่า ๆ”
คนที่บอกว่ายังสามารถสู้ได้ กลับมีกลิ่นอายที่ไม่มั่นคงเป็นอย่างมาก ซึ่งมันก็แสดงให้เห็นว่าเขาต่อสู้กับสัตว์ร้ายมานับครั้งไม่ถ้วนแล้ว และตอนนี้เขาก็ได้รับบาดเจ็บสาหัสมากเลย ทีเดียว
ฉึก!
มู่เฉียนซีจึงฝังเข็มให้เขาทันที
“กล้ามาโกหกต่อหน้านักปรุงยาอย่างข้าอย่างนั้นหรือ ฝูเซิงนี่เจ้าถูกวานรยักษ์ไททันทุบตีจนโง่ไปแล้วหรืออย่างไร?” มู่เฉียนซีกล่าว
“ข้าคือพืชกลายพันธุ์ เจ้านายเพิ่งจะเคยเห็นแค่ข้าคนเดียว จึงไม่รู้ว่าพืชกลายพันธุ์อย่างข้ามีความทนทานมากเพียงใด และข้าก็ยังสามารถสู้กับเจ้าตัวนี้ได้! ข้าเป็นถึงพืชกลายพันธ ธุ์หนามโลหิต คิดว่าข้าจะไม่สามารถสู้กับเจ้าลิงเหม็นนี้ได้อย่างนั้นหรือ?”
ฝูเซิงต้องการที่จะต่อสู้อีกครั้ง แต่เขากลับรู้สึกวิงเวียนขึ้นมากะทันหัน และสุดท้ายเขาก็ถูกมู่เฉียนซียัดเข้าไปในมิติพันธสัญญาโดยไม่สามารถควบคุมได้อย่างสิ้นเชิง
“ได้รับบาดเจ็บก็รีบกลับไปนอนพักรักษาอาการบาดเจ็บสักตื่นเถอะ อย่าฝืนอยู่เลย” มู่เฉียนซีกล่าวกับเขา
อู๋หยาคลี่ยิ้มพลางกล่าวว่า “มู่เฉียนซี ดูเหมือนว่าตอนนี้เจ้าจะไม่มีทางเลือกแล้วสินะ เจ้าไม่เหลือผู้ช่วยอีกแล้ว ฉะนั้นข้าจะรอเจ้าอยู่ตรงนี้ รอจนกว่าเจ้าจะใช้จำนวนครั้งในการป้องกั นจนหมด”
มู่เฉียนซียืนอยู่บนพื้น จากนั้นก็เงยหน้าขึ้นไปมองเจ้ายักษ์ใหญ่ตัวนั้นพลางกล่าวว่า “เจ้าโจมตีมาเถอะ! อย่างไรเสียข้าก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเจ้า และถึงจะลงมือก็คงทำร้ายเจ้าไม่ได้ แม้แต่ปลายเส้นผมอยู่แล้ว! แต่หากว่าเจ้าต้องการจะฆ่าข้า เจ้าก็ต้องทำลายเกาะป้องกันนี้ให้ได้ก่อนค่อยว่ากัน”