ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ - ตอนที่ 2590 อสูรยักษ์ดารา
ดูเหมือนว่าอู๋หยาจะคาดเดาเอาไว้แล้วว่ามู่เฉียนซีจะลอบโจมตี ดังนั้นเขาจึงสามารถหลบหลีกการโจมตีของมู่เฉียนซีได้อย่างง่ายดาย
พลังวิญญาณก็ไม่สามารถใช้ได้ พลังในการโจมตีของร่างกายก็อ่อนแอลง อู๋หยาจึงกล่าวว่า “ใช้การโจมตีทางจิตวิญญาณ มันจะทำให้พลังจิตวิญญาณของมู่เฉียนซีลดลง”
มู่เฉียนซีเป็นคนแรกที่ถูกยอดฝีมือของเผ่าเทพและเผ่าวิญญาณร่วมมือกันจัดการเช่นนี้
ในตอนที่จิ่วเยี่ยต้องการจะช่วยแบ่งเบาให้กับมู่เฉียนซี อู๋หยาก็กล่าวขึ้นมาว่า “ฝ่าบาทจิ่วเยี่ย อู๋หยาแนะนำให้พระองค์พักผ่อนก่อนจะดีกว่านะพ่ะย่ะค่ะ! พระองค์ในตอนนี้ไม่เหมาะท ที่จะใช้พลังจิตวิญญาณ หากใช้แล้วละก็ แม้ว่าหอคอยนิรันดร์จะอยู่แค่เอื้อม แต่ความพยายามทั้งหมดของพระองค์คงได้สูญเปล่าอย่างแน่นอน”
“นางเป็นถึงจิตวิญญาณแห่งโชคชะตา! หากแข่งกันที่พลังจิตวิญญาณ ก็ไม่อาจรู้ได้ว่าใครจะเป็นฝ่ายแพ้หรือฝ่ายชนะกันแน่? พระองค์อย่ากังวลไปเลยพ่ะย่ะค่ะ” อู๋หยากล่าวปลอบใจจิ่วเยี่ ยอย่างอ่อนโยน แต่มันกลับยิ่งทำให้กลิ่นอายของจิ่วเยี่ยอันตรายมากขึ้นไปอีก
“จิตวิญญาณแห่งโชคชะตารึ!” คำพูดของอู๋หยา ทำให้เหล่าคนจากเผ่าเทพและเผ่าวิญญาณเหล่านั้นประหลาดใจเป็นอย่างมาก
หากนี่คือจิตวิญญาณแห่งโชคชะตาแล้วละก็ ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่อาจปล่อยให้รอดไปได้
ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ทั้งสองฝ่ายยิ่งทุ่มเทพลังอย่างเต็มที่มากขึ้นไปอีก!
ตูมมม โครมมม!
ความแข็งแกร่งของอู๋ตี้มีขีดจำกัด และเนื่องจากการบีบคั้นศักยภาพของตนเองอย่างต่อเนื่อง จึงทำให้เขาในเวลานี้ถึงขีดจำกัดแล้ว
ฝูเซิงผลักเสี่ยวโม่โม่ออกไปแล้วกล่าวว่า “ทางด้านนี้ให้ผู้ใหญ่เป็นคนจัดการเอง ส่วนเด็กน้อยอย่างเจ้ารีบกลับไปอยู่ข้างกายเจ้านายเถอะ”
ปีสีดำสนิทของเสี่ยวโม่โม่นั้นถูกทำลายไปไม่น้อยเลย หลังจากนั้นสัตว์เทพพันธสัญญาของอีกฝ่ายก็หัวเราะเยาะขึ้นมาว่า “ฮ่า ฮ่า ฮ่า! หงส์นิลรึ เป็นหงส์นิลที่เต็มไปด้วยพลังแห่งความม มืด ช่างน่าสนใจจริง ๆ! หากเจ้าโตเต็มวัยแล้วคงจะกลายเป็นสัตว์เทพที่ไม่เลวเลยทีเดียว น่าเสียดายที่เป็นเพียงแค่เด็กน้อยเท่านั้น มาดูกันเถอะว่าข้าจะฉีกเจ้าออกเป็นชิ้น ๆ ได้อย่ างไร!”
ทันใดนั้นเพลิงหงส์อมตะสีดำก็ระเบิดออกมา เสี่ยวโม่โม่กล่าวว่า “ท่านพี่ฝูเซิง ข้าไม่อยาก ข้าไม่อยากแพ้ ข้าไม่อยากเป็นเด็กไม่มีประโยชน์ของเจ้านาย”
เป็นเพียงแค่เด็กน้อยเท่านั้น แต่กลับดื้อดึงไม่มีใครเกิด มิรู้เลยว่าผู้ใดเป็นคนสั่งสอนมากันแน่?
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า! เจ้าหมูน้อยตัวหนึ่ง ดูเหมือนว่าหากจัดการเจ้าได้แล้วยังจะได้กินหมูหันย่างเป็นอาหารอีกด้วยสินะ!” ทางด้านของเสี่ยวหง ก็กำลังโดนสัตว์เทพพันธสัญญาของฝ่ายนั้นหัวเ เราะเยาะเย้ยอยู่เช่นกัน
เสี่ยวหงกล่าวอย่างเดือดดาลว่า “หมูหันย่างบ้านเจ้าน่ะสิ โครตเหง้าของเจ้านั่นแหละคือหมูหันย่าง!”
“เพลิงเผาสวรรค์!”
ตูมม ตูมม ตูมม!
และร่างของอู๋ตี้ใหญ่มหึมาราวกับภูผาสูงใหญ่ก็มิปาน
“แมวตัวใหญ่ขนาดนี้ เป็นพันธุ์ผสมไร้ค่าจากที่ใดกันแน่ ช่างมีหน้าตาแปลกประหลาดเป็นบ้าเลย” สัตว์เทพที่ล้อมรอบอู๋ตี้กลุ่มนั้นก็กล่าวดูถูกมันเช่นกัน
“เจ้าพวกตาบอดเหล่านี้นี่ แม้แต่ท่านอู้ตี้ผู้ไร้เทียมทาน พวกเจ้าก็ยังไม่รู้จักเลย” อู๋ตี้กล่าวอย่างโกรธเคือง
“ข้าคือผู้ไร้เทียมทาน หนึ่งเดียวในใต้หล้า! ตัวสั่นไปเลยสินะ! เจ้าพวกสัตว์เทพสารเลวทั้งหลาย!”
ปัง ปัง ปัง!
หนามแหลมสีแดงโลหิตพุ่งจู่โจมศัตรูอย่างบ้าคลั่ง อีกฝ่ายก็มีพลังในการโจมตีของพืชกลายพันธุ์ขั้นเทวะแบบนี้ด้วยเช่นกัน ซึ่งมันก็มีไว้ตรึงฝูเซิงเอาไว้โดยเฉพาะ
นอกจากนี้มันยังเป็นพืชกลายพันธ์ุพันธสัญญาของเผ่าเทพอีกด้วย ฝูเซิงกล่าวอย่างโกรธเคืองว่า “เป็นอย่างที่เจ้านายกล่าวไว้ไม่มีผิด การหยั่งรู้ของร่างทรงนี่ช่างน่ารำคาญเหลือเกิน เขา าเตรียมคู่อริไว้ให้ข้าโดยเฉพาะด้วย!”
“แต่ว่า มันก็เป็นเพียงพืชกลายพันธุ์ไก่อ่อนเท่านั้น คิดว่าข้าจะกลัวเจ้าหรืออย่างไร!”
งูยักษ์ที่น่าสะพรึงกลัวกวาดไปยังสุดยอดสัตว์เทพเหล่านั้น และในบรรดาพวกมันทั้งห้า แน่นอนว่าจื่อโยวย่อมแข็งแกร่งที่สุดอยู่แล้ว
เนื่องจากว่าเขาแข็งแกร่งที่สุด ดังนั้นสัตว์เทพพันธสัญญาที่แข็งแกร่งที่สุดของฝ่ายนั้นจำนวนมากจึงล้อมมันเอาไว้ ทั้งยังได้ตรึงมันเอาไว้อย่างแน่นหนา ซึ่งสถานการณ์เช่นนี้ ดูเหมือน นว่าจะถูกคำนวณเอาไว้นานแล้วอย่างไรอย่างนั้น
ภายในใจของจื่อโยวตอนนี้ทั้งร้อนรนทั้งโกรธเคือง เขารู้ว่านี่เป็นเพียงแค่การเริ่มต้นเท่านั้น และไม่รู้ว่าอู๋หยาจะมีอุบายที่อันตรายอะไรตามมาอีกหรือไม่?
ปัง ปัง ปัง!
มู่เฉียนซีค้นพบว่าเสี่ยวโม่โม่ได้รับบาดเจ็บ ซึ่งนั่นก็เป็นเพราะว่านี่คือครั้งแรกที่มันได้เผชิญหน้ากับสัตว์เทพที่แข็งแกร่งเช่นนี้
“เสี่ยวโม่โม่ กลับมานี่!” มู่เฉียนซีบังคับให้เสี่ยวโม่โม่กลับมาหาตนเอง แต่ในตอนที่เสี่ยวโม่โม่กำลังกลับมา สัตว์เทพที่โจมตีเสี่ยวโม่โม่ตัวนั้นก็ได้พุ่งเข้าหามู่เฉียนซีด้วยเช่นก กัน
“ในเมื่อต้องการปกป้องชีวิตสัตว์พันธสัญญาของเจ้า เช่นนั้นก็จงใช้ชีวิตของเจ้ามาแทนก็แล้วกัน! เจ้ามนุษย์!”
ทันใดนั้นแสงสีดำก็สว่างวาบขึ้น และจิ่วเยี่ยก็พามู่เฉียนออกไปจากจุดนั้นด้วยความรวดเร็ว!
ตูมมม!
สัตว์เทพตัวนั้นโจมตีอย่างต่อเนื่อง แต่ผลปรากฏว่ามันถูกอู๋ตี้ขวางเอาไว้ได้เสียก่อน
“อย่าคิดจะเข้าใกล้เจ้านายของข้าได้เลย!”
ปัง ปัง ปัง!
ในระหว่างที่สัตว์พันธสัญญากำลังต่อสู้กัน ผู้ทำสัญญาก็กำลังต่อสู้กันด้วยพลังจิตวิญญาณเช่นกัน ส่วนมู่เฉียนซีก็แบ่งสมาธิออกเป็นสามส่วนเพื่อรักษาอาการบาดเจ็บให้เสี่ยวโม่โม่ เส สี่ยวโม่โม่จึงกล่าว “เจ้านาย ข้ายังสามารถสู้ต่อได้!”
มู่เฉียนซีเคาะไปที่หัวน้อย ๆ ของมันหนึ่งที พลางกล่าวว่า “ข้าไม่อนุญาตให้ฝืน”
อู๋ตี้และเสี่ยวหงก็ใกล้ที่จะทนไม่ไหวแล้วเช่นกัน เนื่องจากว่าระดับของพวกมันได้จำกัดพลังในการต่อสู้ของพวกมันไว้ นี่จึงทำให้มันโกรธเป็นฟืนเป็นไฟขึ้นมาทันที
“ให้ตายเถอะ! หรือว่าจะต้องพ่ายแพ้ให้ไอ้พวกสารเลวนี่อย่างนั้นหรือ?”
“บัดซบเอ้ย!”
ในเวลานี้ ได้มีหางของงูเหวี่ยงเข้ามา จากนั้นก็กวาดพวกมันไปทางมู่เฉียนซี
“พวกเจ้ากลับไปรักษาอาการบาดเจ็บอยู่ข้างกายคนงามเถอะ!”
มู่เฉียนซีจับอู๋ตี้และเสี่ยวหงที่อยู่ในขนาดย่อมเอาไว้ แล้วกล่าวว่า “รักษาซะ!”
กลิ่นอายที่อยู่บนร่างกายของจื่อโยวในเวลานี้ได้เปลี่ยนเป็นอันตรายขึ้นมาทันที นัยน์ตาแนวตั้งเหมือนงูของเขามองไปทางอู๋หยาอย่างเย็นยะเยือก เขาเอ่ยปากกล่าวว่า “อู๋หยา ข้ารู้ว่ าในตอนที่เยี่ยทำสัญญากับข้าในตอนแรกนั้น มันทำให้เจ้าไม่พอใจมาก! แต่ที่เจ้าไม่พอใจมันไม่ใช่เพราะความสามารถของข้าแข็งแกร่งไม่พอ แต่มันเป็นเพราะข้ามีความหยิ่งยโสและไม่สง่างา ามมากพอเท่านั้นแหละ”
“แม้ว่าข้าจะไม่สามารถใช้พลังที่แข็งแกร่งเกินไปได้ แต่เจ้าคิดว่าข้าไม่มีหนทางหรืออย่างไร? ข้าไม่มีทางปล่อยให้เจ้าไปรบกวนคนงามกับจิ่วเยี่ยหรอก และข้าจะไม่ปล่อยให้เจ้าใช้วิธีขอ องร่างทรงเหล่านั้นวางแผนร้ายใส่พวกเขาอีกแล้ว! ข้าทนเจ้ามามากพอแล้ว”
ครืนนนน!
ด้านนอกของหอคอยนิรันดร์ มีเสียงฟ้าร้องดังกึกก้องขึ้นมา และร่างของจื่อโยวก็เปลี่ยนเป็นใหญ่โตขึ้นไปอีก ซึ่งนี่ก็ทำให้สุดยอดสัตว์เทพที่เป็นสัตว์พันธสัญญาของเผ่าเทพและเผ่า วิญญาณต่างสั่นสะท้านขึ้นมาทันที
เขาได้กลายเป็นงูยักษ์เก้าหัวขนาดมหึมา และพุ่งทะยานไปทางสุดยอดสัตว์เทพและสัตว์เทพที่กำลังหวาดกลัวยิ่งเหล่านั้น ซึ่งในเวลานี้ความได้เปรียบทางด้านของจำนวนก็ได้รับการชดเชยแล ล้ว
“ท่านอู๋หยา!” ทันใดนั้นจื่อโย่วก็ได้ระเบิดพลังที่ทำให้พวกมันต้องตื่นตกใจขึ้นมา ซึ่งมันก็ทำให้คนของเผ่าเทพและเผ่าวิญญาณหน้าเปลี่ยนสีไปทันที และพวกเขาก็รู้สึกได้ว่าสัตว์ พันธสัญญาของตนเองจะต้องถูกปราบอย่างรุนแรงแน่นอน
อู๋หยากล่าวอย่างใจเย็นว่า “ถูกต้อง! ความสามารถของเจ้ามีคุณสมบัติที่จะเป็นสัตว์พันธสัญญาของฝ่าบาทจิ่วเยี่ย แต่เมื่อข้าบอกว่าไม่มีคุณสมบัติ เจ้าย่อมไม่มีคุณสมบัติ เจ้าคิดว่าเจ้า าที่เป็นเช่นนี้แล้วจะสามารถปกป้องมู่เฉียนซีได้อย่างนั้นหรือ? ไร้เดียงสาเกินไปแล้ว!”
มู่เฉียนซีผงะไปครู่หนึ่ง อู๋หยายังมีกลอุบายอยู่อีกจริง ๆ ด้วย!
อู๋หยามองไปทางจิ่วเยี่ยแล้วกล่าวว่า “ฝ่าบาทจิ่วเยี่ย ข้าคิดว่าพระองค์คงจะยังไม่เคยเห็นสัตว์พันธสัญญาของข้ามาก่อนสินะ! เช่นนั้นข้าจะใช้โอกาสในวันนี้ แสดงให้ฝ่าบาทจิ่วเยี่ย ได้เห็นสักครั้ง”
อู๋หยามีสัตว์พันธสัญญาด้วยอย่างนั้นหรือ? ใจของมู่เฉียนซีสั่นไหวเล็กน้อย ทั้งยังมีลางสังหรณ์ที่ไม่ดีมากอีกด้วย
เมื่อเห็นท่าทางที่มั่นใจนี้ของเขา เกรงว่าสัตว์พันธสัญญาของเขาน่าจะสามารถเอาชนะจื่อโยวในตอนนี้ได้แน่นอน
“อสูรยักษ์ดารา จงออกมา!” อู๋หยากล่าว
มีดาราจักรปรากฏออกมาในหอคอยสีดำแห่งนี้ และภายในดาราจักรนั้น ก็ได้มีสัตว์ร้ายตัวใหญ่ยักษ์สีเงินตัวหนึ่งปรากฏขึ้น
ภายในแววตาของอสูรยักษ์ตนนี้ส่องประกายแวววาว มันครอบครองพลังอำนาจอย่างไร้ขอบเขต และคนของเผ่าเทพกับเผ่าวิญญาณกล่าวด้วยความตกใจว่า “คิดไม่ถึงเลยว่าจะเป็นอสูรยักษ์ดารา ไม ม่คิดเลยว่าอสูรยักษ์ที่ทรงพลังในตำนานตนนี้จะยอมรับท่านอู๋หยาเป็นเจ้านาย ท่านอู๋หยาสมกับที่เป็นเทพยากรณ์อันดับหนึ่งของเผ่าเทพผู้รับบัญชาแห่งสวรรค์จริง ๆ ช่างแข็งแกร่งเห หลือเกิน!”