ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ - ตอนที่ 2604 การทำลายล้างของทัณฑ์สวรรค์
ยิ่งการต่อสู้ในครั้งนี้เป็นการต่อสู้ที่ดุเดือดมากเท่าไร เมืองเทพสังหารก็ยิ่งน่าสังเวชมากเท่านั้น
ตอนนี้นอกจากสุ่ยจิงอิ๋งที่ไม่กล้าลงมือแล้ว พิฆาตวิญญาณ อาถิง อ้าน นิรันดร์และมังกรวารีต่างก็ล้อมโจมตีจิ่วเยี่ยด้วยพลังที่แข็งแกร่งที่สุดของตนเอง โดยที่ไม่ออมมือเลยแม้แต่ น้อย
พรวด!
ในที่สุดจิ่วเยี่ยก็กระอักเลือดออกมา
ทันใดนั้นจื่อโยวก็ตื่นตกใจขึ้นมาทันที “นี่พวกเขาจริงจังนี่นา!”
ตึง!
จิ่วเยี่ยตกลงมาจากกลางอากาศ และกระแทกลงกลางซากปรักหักพังอย่างแรง
พลังของเขาแห้งเหือดไปแล้ว นอกจากนี้ยังมีบาดแผลที่ถึงชีวิตอยู่เต็มไปหมดอีกด้วย
กระบี่มังกรเพลิงพิฆาตวิญญาณลอยอยู่เหนือศรีษะของเขา และทันทีที่เหวี่ยงกระบี่ไป ศีรษะของหวงจิ่วเยี่ยจะต้องร่วงลงพื้นอย่างแน่นอน
พิฆาตวิญญาณกล่าวว่า “ลืมเจ้านายข้าไปซะ แล้วข้าจะไว้ชีวิตเจ้า!”
จิ่วเยี่ยลุกยืนขึ้น จากนั้นก็คว้ากระบี่มังกรเพลิงพิฆาตวิญญาณเอาไว้ จนทำให้มีเลือดไหลลงมาจากฝ่ามือของเขา จิ่วเยี่ยกล่าวว่า “หากต้องเป็นเช่นนั้นละก็ ข้ายอมตายด้วยคมดาบข ของนางดีกว่า”
ดาบของมู่เฉียนซีหรือ ดวงตาสีแดงโลหิตของพิฆาตวิญญาณมีแสงวาบผ่านไปแวบหนึ่ง จากนั้นก็กล่าวด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาว่า “เจ้าฝันไปเถอะ!”
เมื่อกระบี่ที่จิ่วเยี่ยคว้าไว้ในมือหายไป เขาที่ยืนอยู่ข้างในวงล้อมนั้นพลันเอ่ยถามขึ้นมาว่า “ซี เป็นอย่างไรบ้าง?”
นิรันดร์กล่าวว่า “สถานการณ์ของนายท่านแย่มาก มันแย่มากจริง ๆ!”
“นี่มันเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่?” จิ่วเยี่ยกล่าวด้วยเสียงแหบพร่า
“มันคือทัณฑ์สวรรค์!” มังกรวารีกล่าวอย่างช้า ๆ
“ทัณฑ์สวรรค์อย่างนั้นหรือ!?”
มังกรวารีกล่าวว่า “นายท่านทำให้สวรรค์พิโรธ และแม้แต่เจ้าแห่งจิตวิญญาณแห่งโชคชะตาก็พิโรธมากเช่นกัน พวกมันล้วนลงโทษเจ้านายอย่างหนักโดยไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อย คนที่ทำให้นายท่ านเปลี่ยนไปเช่นนี้ไม่ใช่เจ้า แต่มันก็เป็นเพราะเจ้าด้วยเช่นกัน ข้าควรที่จะคาดเดาได้แต่แรกแล้ว เจ้ามีความสามารถที่พวกเราไม่สามารถมองออกได้ เจ้าแข็งแกร่งมาก และเจ้ายังเป็นคนที่ แข็งแกร่งที่สุดในโลกนี้คนหนึ่งอีกด้วย”
“ไม่ว่าจะเป็นคำสาปแห่งความมืดที่แข็งแกร่งที่สุดของเผ่าคำสาป หรือจะเป็นความยากลำบากอื่น ๆ ล้วนเป็นเรื่องที่สวรรค์สร้างขึ้นมาเพื่อทำลายเจ้า แต่เจ้านายในฐานะที่เป็นจิตวิญญาณแห ห่งโชคชะตา นอกจากจะไม่ยืนอยู่ฝ่ายพวกมันแล้ว กลับกันยังช่วยเจ้าขจัดอุปสรรคที่ยิ่งใหญ่ที่สุด และคอยอยู่เคียงข้างเจ้า…”
นัยน์ตาของมังกรวารีฉายแววมืดมนออกมา พลันนั้นนิรันดร์ก็พุ่งหมัดใส่เขาทันที
ปังง!
เขาอิจฉาจนแทบคลั่งอยู่แล้ว!
ทั่วทั้งร่างของพิฆาตวิญญาณลุกโชนไปด้วยเพลิงแห่งโทสะ ความอิจฉา และความเดือดดาล ไม่มีเหตุผลใดที่จะปล่อยให้ผู้ชายคนนี้มีชีวิตอยู่ ไม่มีเหตุผลเลย
อาถิงกุมหมัดเอาไว้แน่น “เจ้าผู้หญิงโง่นั่น ช่างโง่เง่าเสียจริง หวงจิ่วเยี่ยก็แค่หน้าตาดีเท่านั้นเองมิใช่หรืออย่างไร?”
พลังธาตุความมืดบนร่างกายของจิ่วเยี่ยระเบิดออกมา เขารู้สึกว่าพลังของตนเองแข็งแกร่งมากขึ้นแล้ว
เขากล่าวด้วยเสียงทุ้มต่ำว่า “หากข้าหายไป ทัณฑ์สวรรค์บนร่างกายของซีก็จะหายไปด้วยใช่หรือไม่?”
มังกรวารีกล่าวอย่างโกรธเคืองว่า “เจ้าอย่าลืม ว่าเจ้านายถอนคำสาปให้เจ้าแล้ว ฉะนั้นเจ้าก็ต้องเป็นของเจ้านาย ชีวิตของเจ้า ทุกสิ่งทุกอย่างของเจ้า หากไม่มีคำสั่งจากเจ้านาย ไม่ว่า ผู้ใดก็ไม่อาจทำให้เจ้าตายได้!”
“ชิ! ข้าก็ไม่ได้อย่างนั้นหรือ?” พิฆาตวิญญาณกล่าวอย่างไม่พอใจ
ในที่สุดพลังของทั้งสองฝ่ายก็ถูกใช้ไปจนหมด ซึ่งมันก็ทำให้ฉากการต่อสู้ในครั้งนี้หยุดลง หลังจากนั้นมังกรวารีก็มองไปทางจิ่วเยี่ยพลางกล่าวว่า “พวกเราจะต้องพานายท่านออกไป ต้อง ไปหาทางแก้ไขเรื่องนี้”
“ข้าอยากจะไปด้วยกันกับเจ้า!” จิ่วเยี่ยกล่าว
“เจ้าไปด้วยอย่างนั้นหรือ? เจ้ายิ่งอยู่ใกล้นายท่านมากเท่าไร แรงกดดันของทัณฑ์สวรรค์ก็ยิ่งน่าสะพรึงกลัวมากขึ้นเท่านั้น และนายท่านก็จะยิ่งเจ็บปวดมากขึ้นไปอีก ถึงพวกเราจะต้องสู้อ อย่างสุดชีวิต แต่ก็จะไม่มีทางปล่อยเจ้าเข้าใกล้นายท่าน หรือสัมผัสนายท่านได้แน่นอน” นิรันดร์กล่าวอย่างเย็นชา
“ข้าอยากเจอซีอีกครั้ง!” ทันใดนั้น ร่างของจิ่วเยี่ยก็กลายเป็นเพียงเงาพุ่งออกไปจากวงล้อมของพวกเขา และไปปรากฏตัวอยู่ต่อหน้าสุ่ยจิงอิ๋งอย่างกะทันหัน
ดวงตาที่อ่อนโยนของสุ่ยจิงอิ๋งในเวลานี้เต็มไปด้วยเจตนาฆ่าเมื่อมองไปทางจิ่วเยี่ย นางกล่าวว่า “จิ่วเยี่ย หากเจ้าเข้ามาอีกก้าวเดียว ข้าได้ฆ่าเจ้าแน่!”
“และข้าจะใช้พลังแห่งมิติ สับเจ้าออกเป็นชิ้น ๆ ด้วย!”
หลังจากที่เขาเข้ามาใกล้ มู่เฉียนซีที่เดิมทีกำลังนอนหลับอย่างสงบ ก็ดูเหมือนว่าถูกรบกวนก็มิปาน ริมฝีปากของนางเริ่มซีดเผือด และบนหน้าผากของนางพลันมีเหงื่อผุดขึ้นมาอีกครั้ง!
จิ่วเยี่ยกำหมัดเอาไว้แน่น จนร่างของเขาสั่นเทาเลยทีเดียว และไม่ต้องรอให้พวกของพิฆาตวิญญาณพุ่งเข้ามาหาเขา ร่างของเขาก็สว่างวาบและหายไปทันที
“เรื่องของซี คงต้องมอบให้เป็นหน้าที่ของพวกเจ้าแล้ว”
เขาปรากฏตัวอยู่ในความว่างเปล่าของแดนนรก จากนั้นก็กล่าวอย่างเดือดดาลว่า “สวรรค์!”
“ถึงเจ้าจะทนข้าไม่ได้ แต่เจ้าก็ไม่สามารถทำร้ายซีได้ เจ้าทำร้ายนางได้อย่างไร?” ดวงตาสีฟ้าที่เย็นยะเยือกคู่นั้นฉายแววทำลายล้างอย่างบ้าคลั่ง
สำหรับโลกนี้แล้วสวรรค์เป็นการดำรงอยู่ที่ทุกสิ่งทุกอย่างไม่สามารถต้านทานได้ แต่ทว่าหัวใจของเขาในตอนนี้ต้องการที่จะทำลายทุกสิ่งให้สิ้นซากไปซะ
ขอเพียงไม่มีผู้ที่ริเริ่มอยู่อีกแล้ว ซีก็จะไม่มีทางเป็นอะไรแน่นอน!
พรวดด!
สภาพร่างกายของจิ่วเยี่ยย่ำแย่เป็นอย่างมาก เขากระอักเลือดออกมาอย่างต่อเนื่อง และจื่อโยวที่เพิ่งหาเจ้านายของตนเองเจอก็รีบเข้าไปประคองเอาไว้ทันที
“เยี่ย คนงามจะต้องไม่เป็นอะไร เจ้าจะทำให้ตนเองพิการหรืออย่างไร! คนงามเป็นถึงเจ้านายของมหาวัตถุศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์ หม้อวิญญาณนิรันดร์บอกแล้วว่าจะหาหนทางช่วย ฉะนั้นจะต้องหาหน ทางได้แน่นอน”
นิรันดร์กล่าวว่า “ไปหาพืชศักดิ์สิทธิ์”
“ที่เมืองหนามโลหิตมีพืชศักดิ์สิทธิ์อยู่คนหนึ่ง เขาคือบัวศักดิ์สิทธิ์เงินม่วงเก้าชั้น ได้หรือไม่?” ฝูเซิงกล่าวถาม
“ได้!”
เมื่อพวกเขามาถึงเมืองหนามโลหิต ก็ได้มีคนสำคัญของเมืองหนามโลหิตออกมาต้อนรับหลายสิบคน แต่พวกเขากลับค้นพบว่าสถานการณ์ของเจ้าเมืองของพวกเขาไม่สู้ดีนัก
“เกิดอะไรขึ้นกับเฉียนซี?” อวิ๋นจื่อตกใจมาก นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเห็นเฉียนซีอ่อนแอจนเกือบที่จะหายไปเช่นนี้
ภายในภาพจำของเขา แม้ว่าแม้สาวน้อยผู้นี้จะมีความสามารถที่ต่ำ แต่ความแข็งแกร่งนั้นน่าทึ่งนัก
“บัวศักดิ์สิทธิ์เงินม่วงเก้าชั้น ข้าต้องการดอกของเจ้า! เจ้าบานให้สักสองสามดอกสิ” นิรันดร์เอ่ยปาก
“หม้อวิญญาณนิรันดร์ เป็นเจ้าเองหรือ!” อวิ๋นจื่อกล่าวพลางมองไปที่นิรันดร์
“โอ้! เจ้ารู้จักข้าอย่างนั้นสินะ! แต่ข้าไม่มีความสนใจที่จะจดจำผู้ชายอย่างลึกซึ้งเท่าไรนัก ในเมื่อข้าให้เจ้าเอาดอกออกมา เจ้าก็รีบเอาออกมาเถอะ มิเช่นนั้นข้าจะเข้าไปแย่งด้วย ตนเอง!” นิรันดร์ในตอนนี้ร้อนใจเป็นอย่างมาก
“เจ้า…” อวิ๋นจื่อไม่พอใจกับท่าทางของเขาเป็นอย่างยิ่ง
เพียงแต่ว่าตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะมาแก้แค้น เขากล่าวว่า “เป็นเพราะเฉียนซีอย่างนั้นหรือ?”
“ใช่! ที่รักของข้าจำเป็นต้องใช้ดอกบัวศักดิ์สิทธิ์ของเจ้าเพื่อมีชีวิตรอด จะให้หรือไม่ให้?”
สถานการณ์ย่ำแย่ถึงขนาดต้องใช้ดอกบัวศักดิ์สิทธิ์มาช่วยชีวิต นี่ต้องเป็นเพราะหม้อวิญญาณนิรันดร์ไม่มีหนทางอื่นแล้วแน่นอน เขาจึงกล่าวว่า “พวกเจ้าตามข้ามาเถอะ!”
ดอกของเขา ไม่เคยมอบให้ผู้ใดอย่างง่ายดายมาก่อน แต่หากเป็นเพราะต้องช่วยชีวิตเฉียนซีแล้วละก็ เขาก็เต็มใจที่จะทำมัน
อวิ๋นจื่อกลายเป็นร่างเดิม และด้วยการบำเพ็ญทั้งหมดของเขา ทำให้เขากลายเป็นบัวศักดิ์สิทธิ์เงินม่วงเก้าดอก
หลังจากที่ได้เห็นร่างเดิมของอวิ๋นจื่อแล้ว นิรันดร์ก็กล่าวว่า “เป็นเจ้า!”
นี่เป็นเรื่องราวที่น่าสนใจเรื่องหนึ่งของนิรันดร์เลยทีเดียว ครั้งหนึ่งเขาเคยเข้าใจผิดว่าพืชศักดิ์สิทธิ์ที่กลายร่างเป็นหญิงงามได้แสร้งทำสตรีที่แต่งตัวเป็นบุรุษ ฉะนั้นเขาจึงพ พยายามหยอกเย้าด้วยวิธีต่าง ๆ นานา
เขาโจมตีด้วยความเป็นมิตรและอดทน โดยเริ่มจากการเป็นเพื่อนก่อน จากนั้นก็แลกเปลี่ยนเรื่องการกลั่นยา แต่สุดท้ายเขาก็ค้นพบว่าไม่อาจเอาชนะสาวงามผู้นี้ได้เลย!
ทว่าผลสุดท้ายเขาก็ได้ค้นพบว่าคนผู้นี้คือผู้ชายจริง ๆ จึงทำให้หลังจากนั้นเขาเลิกที่จะสนใจพืชศักดิ์สิทธิ์นั้นไปอย่างสิ้นเชิง เพราะเขามักจะรังเกียจชายหนุ่มหน้าตาดีที่จะมาแย่ง งชิงหญิงงามกับเขา!
อวิ๋นจื่อพยายามอย่างสุดความสามารถเพื่อช่วยเหลือมู่เฉียนซี บางทีเขาอาจจะเจอกับพืชศักดิ์สิทธิ์ด้วยตนเอง แต่ก็คงไม่มีใครยอมช่วยอย่างเต็มที่เหมือนอวิ๋นจื่อ ซึ่งแน่นอนว่ามีเขาเพ พียงคนเดียวเท่านั้น
นิรันดร์เองก็ไม่เกรงใจเช่นกัน เพราะเขาได้เก็บบัวศักดิ์สิทธิ์เงินม่วงทั้งเก้าดอกไปทันที
หลังจากนั้นเขาก็โยนยาลูกกลอนให้อวิ๋นจื่อขวดหนึ่งพลางกล่าวว่า “อย่างน้อยสิ่งนี้ก็จะช่วยประหยัดเวลาให้เจ้าไปหลายแสนปี ฉะนั้นเอามันไปฟื้นตัวเถอะ!”
“ข้าไม่สนใจหรอก!” อวิ๋นจื่อที่อ่อนแอกำขวดยาเอาไว้แน่น
“ข้ากลัวว่าเมื่อถึงตอนที่ที่รักของข้ารู้เรื่องนี้ จะคิดว่าข้าบีบบังคับเจ้า และนางจะโกรธข้าน่ะสิ!” นิรันดร์กล่าว
หลังจากนั้นนิรันดร์ก็กล่าวกับมังกรวารีว่า “พวกเจ้าขวางเอาไว้ให้ข้าเถอะ! หากเจ้านั่นกล้าก่อปัญหา พวกเจ้าต้องขวางเอาไว้ให้ข้านะ! ทำไมที่รักของข้าจะต้องไปสนใจเรื่องของเจ้าน นั่นด้วย? เจ้านั่นมีสิทธิ์อะไรมาทำให้ที่รักของข้าต้องถูกทัณฑ์สวรรค์ลงทัณฑ์เช่นนี้ บัดซบเอ้ย!”