ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ - ตอนที่ 2618 กำจัดพวกเจ้า
พวกเขาแทบไม่อยากจะเชื่อหูของตัวเองเลย นี่คือมรดกสืบทอดของราชันย์วิญญาณจริง ๆ อย่างนั้นหรือ โกหกหรือเปล่า!
หลังจากที่พลังของมู่อวู่ซวงระเบิดออกมาอย่างสมบูรณ์ พลังแห่งภูตผีที่น่าสะพรึงกลัวก็ระเบิดออกมาเช่นกัน และคงเป็นพลังของราชันย์วิญญาณจริง ๆ ถึงจะมีแรงกดดันที่มากมายเช่นนี้ได้
พวกเขาในเวลานี้รู้สึกอิจฉามู่อวู่ซวงเป็นอย่างยิ่ง เพราะได้รับมรดกสืบทอดอันสูงส่งที่อยู่ในเขตแดนที่ลึกลับของแดนวิญญาณ หากเขาจะสามารถบรรลุเป็นมหาจักรพรรดิวิญญาณได้ก็เป็นเรื่อ องที่สมเหตุสมผลแล้ว
พลังอันยิ่งใหญ่ไหลทะลักเข้ามาในร่างกายของมู่อวู่ซวงอย่างไม่ขาดสาย และทันใดนั้นพวกเขาก็สัมผัสได้ว่าพลังของมู่อวู่ซวงกำลังแข็งแกร่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ตูมมม!
คนของแดนวิญญาณยากที่จะข้ามอุปสรรคหรือทำลายเพื่อบรรลุจากจักรพรรดิวิญญาณไปเป็นมหาจักรพรรดิวิญญาณได้ แต่ความสามารถของมู่อวู่ซวงในตอนนี้พุ่งไปจนถึงมหาจักรพรรดิวิญญาณระดับหนึ่ งแล้ว
แต่ทว่าหลังจากที่เขาเลื่อนขั้นไปจนถึงมหาจักรพรรดิวิญญาณแล้ว การเลื่อนขั้นของมู่อวู่ซวงก็ยังคงไม่หยุดอยู่เท่านั้น และมู่อวู่ซวงก็ยังคงเลื่อนขั้นต่อไปอีก
มหาจักรพรรดิวิญญาณระดับที่หนึ่ง มหาจักรพรรดิวิญญาณระดับที่สองไปจนถึงมหาจักรพรรดิวิญญาณระดับที่สามขั้นสูงสุด มันถึงได้หยุดลง!
ดวงตาทั้งสองข้างของมู่อวู่ซวงลืมขึ้น มหาจักรพรรดิวิญญาณระดับสามขั้นสูงสุดอย่างนั้นหรือ
ถึงแม้ว่าความเร็วนี้มันจะเร็วมากแล้ว! แต่มันก็ยังไม่พอ เขาอยากที่จะแข็งแกร่งยิ่งขึ้นกว่านี้
อย่างไรก็ตามศิลาสืบทอดนี้ก็สามารถช่วยเขาได้แค่นี้เท่านั้น ดังนั้นมู่อวู่ซวงจึงร่อนลงจากอากาศ และเดินไปอยู่ตรงหน้าของมู่เฉียนซี
มู่เฉียนซีกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “ยินดีกับอาเล็กด้วย ในที่สุดท่านก็บรรลุเป็นมหาจักรพรรดิวิญญาณได้แล้ว”
มู่อวู่ซวงมองไปที่มู่เฉียนซี ตัวเขาสามารถเลื่อนขั้นได้ แต่ซีเอ๋อร์ในตอนนี้ไม่ว่าจะทำอย่างไรก็ไม่อาจเลื่อนขั้นได้อีกแล้ว ซึ่งจำเป็นต้องหาต้นกำเนิดของแดนวิญญาณให้เจอให้ได้
มู่อวู่ซวงกล่าวว่า “ในเมื่อได้รับมรดกสืบทอดมาแล้ว การฝึกฝนหาประสบการณ์ในเขตต้องห้ามของแดนวิญญาณก็ควรพอเท่านี้ ซีเอ๋อร์ออกไปด้วยกันกับข้าเถอะ!”
เดิมทีแล้วการอยู่ในเขตต้องห้ามไม่สามารถหาข้อมูลใด ๆ ได้ มีเพียงต้องออกไปจากเขตต้องห้ามและไปยังแดนวิญญาณเท่านั้น ถึงจะสามารถเริ่มหาข้อมูลได้
มู่เฉียนซีพยักหน้าพลางกล่าวว่า “เอาสิ! ข้าเองก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าเมืองที่อาเล็กอาศัยอยู่ตอนนี้เป็นสถานที่แบบไหนกันแน่”
เมื่อพวกของมู่อวู่ซวงและมู่เฉียนซีกำลังจะถอนตัว กลับเห็นได้ชัดว่ามีคนที่ไม่ยอมปล่อยไป และในตอนที่พวกเขากำลังจะก้าวออกไปจากห้องโถงใหญ่แห่งนี้ พวกเขาก็ได้เผชิญกับกองกำลังขอ องเมืองหลักต่าง ๆ
แต่ทว่าคนของเมืองเสียและเมืองซังกลับล่าถอยออกไป เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ถูกอีกฝ่ายที่กลายเป็นคนของเมืองอวู่ซวงไปแล้วฆ่าตาย!
กองกำลังของอีกฝ่ายถือว่าไม่เล็กเลย และในเวลานี้คนของเมืองอวู่ซวงเหล่านั้นก็เดินออกไปเช่นกัน ซึ่งพวกเขาได้วาดขอบเขตกับมู่อวู่ซวงอย่างชัดเจน
พวกเขากล่าวว่า “ทุกท่านโปรดระวัง ก่อนที่ฝ่าบาทอวู่ซวงจะได้รับมรดกสืบทอด ความสามารถของเขาก็ก้าวหน้าอย่างก้าวกระโดดอยู่แล้ว และตอนนี้ระดับของเขาก็มาถึงมหาจักรพรรดิวิญญาณระดับ บสามขั้นสูงสุดแล้ว”
มู่เฉียนซีกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาว่า “พวกเจ้าทั้งหมดเป็นคนทรยศจริง ๆ สินะ!”
“พวกเราไม่ใช่คนทรยศ แต่พวกเราภักดีต่อฝ่าบาทอี้มาตั้งนานแล้วต่างหาก ซึ่งไม่ใช่ฝ่าบาทอวู่ซวงเลย” พวกเขากล่าวตอบ
มู่อวู่ซวงขมวดคิ้วเล็กน้อย คราวนี้เขาเลือกผิดคนจริง ๆ!
คนที่มีคุณสมบัติพอที่จะสามารถเข้ามาในเขตต้องห้ามของแดนวิญญาณได้ต่างก็มีอายุไม่ถึงร้อยปีกันทั้งนั้น นอกจากนี้ยังเป็นคนที่มีความสามารถไม่ถึงมหาจักรพรรดิวิญญาณอีกด้วย ดังนั้นม มู่เฉียนซีจึงไม่คิดว่ากองกำลังเหล่านี้จะสามารถเป็นคู่ต่อสู้ของอาเล็กได้
แต่อีกฝ่ายกลับดูเหมือนว่ามีความมั่นใจในตนเองเป็นอย่างมาก เพราะอาศัยว่าคนเยอะกว่าอย่างนั้นหรือ?
“ฝ่าบาทอวู่ซวง ความก้าวหน้าในการฝึกฝนของท่านช่างน่าทึ่งมากจริง ๆ ดังนั้นไม่ว่าอย่างไรก็ตาม พวกข้าก็ไม่อาจปล่อยให้ท่านมีชีวิตรอดออกไปจากเขตต้องห้ามนี้ได้! โจมตี พวกเราโจมตี พร้อมกัน!”
พวกเขาที่เป็นคนจากสองสามเมืองหลักลงมือดำเนินการพร้อมกัน แต่ทว่ามู่อวู่ซวงกลับฉวยโอกาสลงมือก่อน เพราะสำหรับคนที่มีเจตนาไม่ดี เขาก็ไม่คิดจะเกรงใจเช่นกัน!
พลังที่น่าสะพรึงกลัวได้ระเบิดออกมา ซึ่งพวกเขาแต่ละคนต่างก็ใช้เคล็ดวิชาลับเพื่อเพิ่มความสามารถ มาจนถึงระดับมหาจักรพรรดิวิญญาณระดับสามเช่นกัน
ตึงงง!
พวกเขาสองสามคนถูกโจมตีจนลอยกระเด็นออกไป และเมื่อได้ปะทะเข้ากับพลังของมู่อวู่ซวง ซึ่งมันก็ทำให้พวกเขารู้สึกราวกับว่ากระดูกแขนขาของพวกเขาได้แตกละเอียดไปแล้วก็มิปาน
คิดไม่ถึงเลยว่าเขาที่เพิ่งบรรลุเป็นมหาจักรพรรดิวิญญาณจะสามารถควบคุมพลังได้ดีขนาดนี้ ซึ่งนี่มันเกินความคาดหมายของพวกเขาจริง ๆ
แต่พวกเขามีคนมากกว่า อีกทั้งยังมีระดับเดียวกันมากกว่าสิบคน แม้ว่าฝ่าบาทอวู่ซวงจะมีสามหัวหกแขนก็ยากที่จะรักษาความได้เปรียบและไม่ถูกพวกเขาโจมตีได้ตลอดไปอยู่แล้ว
ตูมม โครมมม!
เมื่อพวกเขาโจมตีมู่อวู่ซวงอย่างบ้าคลั่ง ก็ได้ค้นพบว่าทุกการโจมตีที่มู่อวู่ซวงโจมตีพวกเขา ไม่มีข้อบกพร่องเลยแม้แต่น้อย
มีเหล่าพันธมิตรบางคนใช้เคล็ดวิชาลับเพื่อยกระดับความสามารถของตนเอง แต่เพราะประสบการณ์ในการต่อสู้ของพวกเขายังไม่เพียงพอ จึงทำได้เพียงขัดแข้งขัดขาเท่านั้น
ในเวลานี้ คนทรยศของเมืองอวู่ซวงเหล่านั้นกล่าวขึ้นมาว่า “ฝ่าบาทอวู่ซวงให้ความสำคัญกับแม่สาวน้อยผู้นั้นเป็นพิเศษ ขอเพียงจับแม่สาวน้อยผู้นั้นมาและใช้ชีวิตของนางเป็นประกัน มู อวู่ซวงก็จะยอมแพ้โดยที่ไม่จำเป็นต้องลงมือเลยด้วยซ้ำ!”
“ดี! เช่นนั้นพวกเจ้าสองสามคนไปทางนั้น!”
เหล่าคนทรยศของเมืองอวู่ซวงกล่าวเตือนว่า “แม่สาวน้อยผู้นั้นร้ายกาจมาก! มีเพียงความสามารถของราชาวิญญาณแต่กลับสามารถต่อสู้กับคนระดับจักรพรรดิวิญญาณได้ เกรงว่าหากไปแค่สองสาม มคนจะถูกนางฆ่าตายมากกว่า”
ความสามาถของคนเหล่านั้นไม่ถึงจักรพรรดิวิญญาณ จึงไม่สามารถบังคับความสามารถให้ไปถึงมหาจักรพรรดิวิญญาณได้ ดังนั้นจึงให้พวกเขาทั้งหมดรับหน้าที่ในการตามจับมู่เฉียนซีมา
มู่เฉียนซีสามารถคาดเดาแผนการของพวกเขาได้ จึงเริ่มโจมตีทันที และแล้วกระบี่ยาวสีแดงก่ำก็ได้เหวี่ยงลงไปในความว่างเปล่า ซึ่งมันก็ทำให้พวกเขาไม่อาจรับมือได้ทัน!
“บังอาจจะมาจัดการข้าอย่างนั้นหรือ! เช่นนั้นข้าจะทำลายพวกเจ้าก่อนเอง!”
“เพลิงนภาพิฆาต!”
“มังกรวารีจงบังเกิด!”
“พลังวายุทำลาย ดาวกระจาย!”
ตูมม โครมมม!
ไม่ว่าจะเป็นคนที่เลือกความเป็นกลางเหล่านั้น หรือคนที่ได้รับบาดเจ็บจากการเข้าร่วมต่อสู้ก่อนหน้านี้ ต่างก็ต้องตาเบิกกว้างด้วยความตกใจเมื่อเห็นการโจมตีของมู่เฉียนซี พลังธาตุส สามชนิด การโจมตีด้วยพลังธาตุทั้งสามชนิดที่แข็งแกร่ง
ตึง ตึง ตึง!
ในเวลานี้คนที่ถูกส่งมาเพื่อจับตัวมู่เฉียนซีเหล่านั้น ต่างล้มฟุบลงไปบนพื้นทีละคนสองคน
ส่วนพลังจิตวิญญาณของมู่เฉียนซีก็เฝ้าสังเกตสถานการณ์ของอาเล็กอยู่ตลอดเวลา ซึ่งนางก็ค้นพบว่าการต่อสู้แบบหนึ่งต่อคนจำนวนมากนั้นค่อนข้างลำบากเลยทีเดียว
ด้วยเหตุนี้มู่เฉียนซีจึงกล่าวว่า “นิรันดร์ ทางนี้ฝากหน้าที่ให้เจ้าเป้นคนจัดการก็แล้วกัน! ข้าไปจัดการคู่ต่อสู้ที่มีความท้าทายมากกว่านี้สักหน่อย”
ร่างของมู่เฉียนซีกลายเป็นเงาจำนวนนับไม่ถ้วนในอากาศ จากนั้นก็ฉีกวงล้อมนี้จนกลายเป็นช่องโหว่ และพุ่งทะยานไปทางอาเล็กของตนเองทันที
วิธีการของมู่เฉียนซี ทำให้พวกเขารู้สึกมึนงงเป็นอย่างมาก!
“นี่นางคิดจะทำอะไรกันแน่ ไปรนหาที่ตายอย่างนั้นหรือ?”
“ถึงนางจะสามารถเอาชนะระดับจักรพรรดิวิญญาณได้ แต่นางที่เป็นเพียงระดับราชาวิญญาณคิดอยากจะเอาชนะระดับมหาจักรพรรดิวิญญาณอย่างนั้นหรือ นี่มันไม่มีทางเป็นไปได้อย่างแน่นอน!”
คนเหล่านั้นต้องการที่จะไล่ตามและขัดขวางมู่เฉียนซีเอาไว้ แต่ทว่าทั้งหมดกลับถูกนิรันดร์จัดการเสียก่อน
นิรันดร์กล่าวว่า “อย่าทำตัวเกะกะเกินไปหน่อยเลย คิดจะไปรบกวนความสนุกของที่รักของข้าหรืออย่างไร!”
หากต่อสู้ด้วยการเผชิญหน้า มู่เฉียนซีย่อมไม่มีทางสู้กับคนระดับมหาจักรพรรดิวิญญาณเพียงลำพังได้อยู่แล้ว
แต่ทว่าตอนนี้ไม่เหมือนกัน นางไม่ได้อยู่เพียงลำพัง เพราะนางยังมีอาเล็กอยู่ด้วย
นอกจากนี้นางไม่ได้คิดที่จะเผชิญหน้ากับคนระดับมหาจักรพรรดิวิญญาณโดยตรงอีกด้วย นางเองก็ไม่ได้เป็นโง่เง่าขนาดนั้นเสียหน่อย
ทันใดนั้นยาพิษของหมอปีศาจ ก็ถูกหยิบออกมา!
โทษทัณฑ์ของสวรรค์นั้นหนักหนามาก มันได้แย่งชิงเอาพลังวิญญาณและความแข็งแกร่งทางกายภาพของนางไป แต่มีอยู่สองสิ่งที่มันยังไม่สามารถแย่งชิงไปจากนางได้ นั้นก็คือจิตวิญญาณและคว วามสามารถทางการแพทย์ทั้งหมดของนาง
เหตุผลก็เป็นเพราะว่านางคือจิตวิญญาณแห่งโชคชะตา แม้จะเป็นสวรรค์ก็ไม่อาจควบคุมได้ อีกอย่างคือความสามารถที่ทำให้นางกลายเป็นหมอปีศาจ เพราะว่าสิ่งนี้ไม่ใช่สิ่งที่นางได้รับมาจากโ โลกนี้อย่างไรล่ะ
คนเหล่านั้นต่างมุ่งความสนใจไปที่อาเล็กของนาง และไม่เห็นสาวน้อยที่ไม่มีพลังวิญญาณเลยแม้แต่น้อยอย่างนางอยู่ในสายตา ฉะนั้นมู่เฉียนซีจึงใช้พลังแห่งกาลเวลาฟื้นฟูพลังของตนเองให้ กลับมาอีกครั้ง หลังจากนั้นร่างที่อยู่กลางอากาศก็กลายเป็นร่างเงาจำนวนนับไม่ถ้วนทันที!
ในตอนที่พวกเขาค้นพบว่ามีช่องโหว่ขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นมา เข็มยาที่อยู่ในมือก็บินออกไปแล้ว
ฟิ้วว!
มีเสียงแหวกอากาศดังออกมา แม้ว่าเข็มยาหลายเล่มจะไม่ได้เจาะลงไปในผิวหนังของพวกเขา แต่มันกลับข่วนผิวหนังของพวกเขาจนได้รับบาดเจ็บอยู่ดี
คนเหล่านั้นหันไปมองมู่เฉียนซีด้วยความโกรธเคือง พลางกล่าวอย่างเย็นชาว่า “แม่นางน้อย คิดว่าจะเอาของเล่นแบบนั้นมาทำร้ายพวกข้าอย่างนั้นหรือ ช่างรนหาที่ตายนัก!”