ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ - ตอนที่ 2643 พวกเจ้าไม่เป็นอะไร
เมื่อมีผนึกของหอคอยแห่งความมืดนี้อยู่ พลังในการโจมตีของอสรพิษหมื่นหางก็กลายเป็นอ่อนแอลงไปในพริบตา แม้แต่การเคลื่อนไหวของมันก็ยังช้าลงมาก
มู่อวู่ซวงกล่าวว่า “นี่เป็นโอกาศที่ดี! พวกเราลงมือ!”
“ขอรับ!”
ตูมมม โครมมม!
หลังจากนั้น พวกเขาก็พุ่งเข้าไปจู่โจมอสรพิษหมื่นหางนั้นอย่างรุนแรง
“ฟ่อ ฟ่ออ ฟ่ออ!” อสรพิษหมื่นหางนั้นเดือดดาลจนถึงขีดสุด มันต้องการที่จะกำจัดมนุษย์ที่น่ารังเกียจเหล่านี้ ใช้พิษทำร้ายพวกเขา และรัดพวกเขาให้ตาย
อย่างไรก็ตามพลังนี้สามารถควบคุมสัตว์ร้ายทุกประเภทได้อย่างสมบูรณ์ ซึ่งก็ทำให้มันถูกควบคุมไปทั่วทุกพื้นที่ และไม่สามารถเข่นฆ่าใครตามอำเภอใจได้อีก
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “ข้าก็จะลองดูด้วยเหมือนกัน!”
ทันใดนั้น มู่เฉียนซีก็ได้หมุนเวียนพลังแห่งกาลเวลา และพลังวิญญาณของนางก็กลับมาอีกครั้ง
นางเหวี่ยงกระบี่มังกรเพลิงพิฆาตวิญญาณออกไปแล้วกล่าวว่า “ใครใช้ให้เจ้ามาโจมตีอาเล็กของข้า ข้าจะเผาเจ้าซะ!”
“เก้าอัคคีพิฆาต!”
เปลวเพลิงของมังกรยักษ์ลุกโหมกระหน่ำ และมันก็ได้พุ่งเข้าโจมตีอสรพิษหมื่นหางตัวนั้นทันที
ตูมมม โครมมม!
ทันใดนั้นมันก็ได้ถูกเปลวเพลิงห่อหุ้มเอาไว้ และเริ่มมีกลิ่นไหม้ลอยออกมา
หางจำนวนนับไม่ถ้วนของมันถูกเผาจนสุก มันล้มฟุบลงไปบนพื้นด้วยกลิ่นอายที่อ่อนแอ
และมุมปากของทุกคนก็กระตุกขึ้นอย่างรุนแรง ฝ่าบาทน้อยผู้นี้แข็งแกร่งมากจริง ๆ!
ไม่ใช่เพราะว่าพลังวิญญาณของมู่เฉียนซีแข็งแกร่งกว่าพวกเขา หรือความสามารถสูงกว่าพวกเขา ถึงสามารถย่างงูตัวนี้ได้ แต่เป็นเพราะพลังเปลวเพลิงของมังกรเพลิงนั้นมีความขัดแย้งกับพลังข ของอสรพิษตัวนี้พอดีต่างหาก
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “แม้ว่างูตัวนี้จะหน้าตาหน้าเกลียดไปหน่อย แต่ความสามารถของมันก็ไม่เลวเลย พวกท่านมีใครอยากจะผูกพันธสัญญากับเจ้านี่บ้างหรือไม่”
ทุกคนต่างตะลึงงันไปทันที ฝ่าบาทน้อยพูดอะไรน่ะ ผูกพันธสัญญาอย่างนั้นหรือ!
การผูกพันธสัญญากับสัตว์ภูตวิญญาณในแดนวิญญาณไม่ใช่เรื่องง่ายเลย และสัตว์ภูตวิญญาณก็ยังทำให้เชื่องยากกว่าสัตว์เทพในดินแดนอื่น ๆ อย่างมากอีกด้วย
สัตว์ภูตวิญญาณระดับต่ำสำหรับพวกเขาแล้วไม่ค่อยมีประโยชน์เท่าไรนัก ส่วนสัตว์ภูตวิญญาณที่มีความสามารถระดับมหาจักรพรรดิวิญญาณก็มีน้อยคนนักที่จะสามารถทำให้มันเชื่องได้ นอกจากน นี้ผู้ฝึกสัตว์ก็มักจะไม่ออกโรงง่าย ๆ ฉะนั้นคนที่อยู่ในระดับมหาจักรพรรดิวิญญาณส่วนใหญ่จึงไม่มีสัตว์พันธสัญญา
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “พวกเจ้ามีความภักดีต่ออาเล็กของข้า ฉะนั้นการเตรียมสัตว์พันธสัญญาที่เหมาะสมให้กับพวกเจ้าสักตัวหนึ่งจึงไม่ใช่ปัญหาเลย ส่วนตัวที่สอง ก็ต้องดูว่าพวกเจ้าจะมี ความสามารถมากพอที่จะผูกพันธสัญญากับตัวที่สองได้หรือไม่?”
“พลังจิตวิญญาณของสัตว์ภูตวิญญาณที่มีความสามารถระดับมหาจักรพรรดิวิญญาณนั้นบ้าคลั่งมาก ฉะนั้นกว่าจะทำให้เชื่อง ผู้ฝึกสัตว์จึงมีความเสี่ยงเป็นอย่างยิ่ง แม้ว่าพวกเราจะต้องการผูกพั นธสัญญาก็ตาม พวกเราต่างก็อยากมีสัตว์พันธสัญญาที่มีความสามารถในระดับที่เทียบเท่ากัน! เมื่อถึงเวลาต่อสู้กับคนอื่นพวกเรายังสามารถต่อสู้แบบสองต่อหนึ่งได้อีกด้วย! แต่ไม่ว่าพวก กเราจะต้องการมากเพียงใดก็ไม่อาจปล่อยให้ฝ่าบาทน้อยต้องเสี่ยงได้” คนของเมืองอวู่ซวงต่างก็รู้ดีว่า ฝ่าบาทน้อยนั้นเปรียบเสมือนสมบัติอันล้ำค่าของฝ่าบาทอวู่ซวง
แม้แต่ทั่วทั้งเมืองอวู่ซวง เกรงว่าจะไม่เท่าหนึ่งในหมื่นของฝ่าบาทน้อยเลยด้วยซ้ำ
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “สัตว์ภูตวิญญาณที่มีความสามารถระดับมหาจักรพรรดิวิญญาณฝึกยากมากเลยอย่างนั้นหรือ เช่นนั้นข้าขอลองดูหน่อย”
“ฝ่าบาทน้อย อย่าเลยขอรับ!” พวกเขากล่าวอย่างร้อนรน
ในตอนนี้ มู่อวู่ซวงก็เอ่ยปากขึ้น เขากล่าวว่า “ให้ซีเอ๋อร์ลองดูเถอะ! มันเป็นเพียงแค่สัตว์ภูตวิญญาณที่มีความสามารถระดับมหาจักรพรรดิวิญญาณตัวหนึ่งเท่านั้น ซีเอ๋อร์ไม่เป็นอะไรหร รอก!”
เพียงแค่รึ!
มุมปากของคนอื่นกระตุกขึ้นมาอย่างบ้าคลั่ง ฝ่าบาทอวู่ซวงของพวกเขาช่างมีความเชื่อมั่นในตัวหลานสาวมากจริง ๆ
ในเมื่อเป็นเช่นนี้ พวกเขาก็จะต้องเชื่อในตัวฝ่าบาทน้อยด้วยเช่นกัน
ถึงสัตว์ภูตวิญญาณความสามารถระดับมหาจักรพรรดิวิญญาณจะจัดการยากไปสักหน่อย แต่ทว่ามู่เฉียนซีนั้นมีพลังจิตวิญญาณที่แข็งแกร่งเป็นอย่างยิ่ง นอกจากนี้นางยังมีหอคอยฝึกอสูรแห่งความมืด อยู่ด้วย
อย่าว่าแต่ระดับมหาจักรพรรดิวิญญาณเลย แม้ว่าจะเป็นสัตว์ภูตวิญญาณระดับราชันย์วิญญาณนางก็สามารถจัดการได้เช่นกัน
จากนั้นไม่นาน พวกเขาก็ค้นพบว่ามู่เฉียนซีสามารถฝึกอสรพิษหมื่นหางตัวนี้ให้เชื่องได้อย่างรวดเร็ว
นางกล่าวถามว่า “มีใครรู้สึกว่าเจ้าตัวนี้เหมาะสมบ้าง! รีบเสนอตัวมาเร็วเข้า อย่าลีลาอยู่เลย”
พวกเขาหันไปอย่างพร้อมเพียงกัน จากนั้นก็ผลักคนคนหนึ่งออกมา พลางกล่าวว่า “เขาได้รับบาดเจ็บสาหัสที่สุด และก่อนหน้านี้เขาออกแรงพยายามอย่างเต็มที่ที่สุดแล้ว เป็นเขาก็แล้วกัน!”
“ใช่!”
“พวกเจ้า!” ความมีน้ำใจของสหายของตนเอง ทำให้เขารู้สึกซาบซึ้งใจมากจริง ๆ
เขากล่าวถาวว่า “ฝ่าบาทน้อย เป็นข้าได้จริง ๆ หรือขอรับ”
ในบรรดาคนเหล่านี้ หากแบ่งตามความสามารถสูงต่ำ ความสามารถของเขาอยู่ในระดับปานกลางเท่านั้น แล้วเรื่องที่ดีเช่นนี้จะมาเกิดขึ้นกับเขาได้อย่างไร!
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “”ในเมื่อสหายของเจ้าบอกว่าเจ้าทำได้! เช่นนั้นเจ้าจะต้องทำได้อยู่แล้ว วางใจเถอะ! หลังจากนี้ไปหากเจอตัวที่มีความสามารถเหมาะสม ก็จะมีส่วนของพวกเขาเช่นกัน! เมื อครู่ก็เก็บมาได้ไม่น้อยเลยมิใช่หรือ”
“ใช่แล้ว! ฝ่าบาทน้อยยอดเยี่ยมถึงเพียงนี้ ทุกคนจะต้องมีแน่นอน! เช่นนั้นข้าผูกสัญญาก่อนก็แล้วกัน!” หลังจากเขาผูกพันธสัญญากับอสรพิษหมื่นหาง พลังของการผูกพันธสัญญาทำให้ร่างกายที่ ถูกเผาของอสรพิษหมื่นหางฟื้นตัวขึ้น
แม้ว่าอาการบาดเจ็บจะฟื้นตัวแล้ว แต่แววตาที่มันมองมาทางมู่เฉียนซีนั้นก็ยังคงเต็มไปด้วยความหวาดกลัว
มู่เฉียนซีในตอนนี้อ่อนแอมากถึงขนาดที่ไม่มีพลังวิญญาณไหลเวียนเลยแม้แต่น้อย แต่มันก็ยังคงหวาดกลัวอยู่ดี
มู่เฉียนซีโบกมือแล้วกล่าวว่า “รีบเก็บเจ้านี่ออกไปได้แล้ว มันน่าเกลียดมากเกินไปจริง ๆ!”
อสรพิษหมื่นหางรู้สึกน้อยใจ ทุบตีข้าจนน่าสังเวชถึงเพียงนี้ ยังจะมารังเกียจที่ข้าอัปลักษณ์อีกหรือ สวรรค์มีความยุติธรรมบ้างหรือไม่!
มันไม่กล้าอยู่ข้างนอกให้เกะกะสายตาของมู่เฉียนซีอีก ดังนั้นมันจึงกลับเข้าไปอยู่ในมิติพันธสัญญาของเจ้านายใหม่อย่างรวดเร็ว
มู่อวู่ซวงกล่าวว่า “รักษาอาการบาดเจ็บก่อน จากนั้นค่อยออกเดินทางต่อ!”
“ขอรับ!”
ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บกินยาลูกกลอนเพื่อรักษา ในเมื่อมีหมอปีศาจอยู่ด้วย พวกเขาจะขาดยาลูกกลอนได้อย่างไร ดังนั้นจึงสามารถกินได้ตามใจชอบ
ส่วนคนที่โดนพิษ มู่เฉียนซีก็ช่วยพวกเขากำจัดพิษให้ออกไปจากร่างกายอย่างสมบูรณ์ และไม่เหลือผลข้างเคียงใด ๆ อีกด้วย
พวกเขาออกเดินทางต่อไป ในที่สุดก็ได้เจอกับพวกของโยวเยี่ยเสีย และตอนนี้พวกของโยวเยี่ยเสียก็กำลังแสดงท่าทางเขินอายเล็กน้อย และพวกเขาก็ไม่ได้รับบาดเจ็บสาหัสเลยด้วย!
โยวเยี่ยเสียกล่าวว่า “น้องอวู่ซวง ดีเหลือเกินที่เจ้าไม่เป็นอะไร คิดไม่ถึงเลยว่าจะมีคลื่นอสูรปรากฏขึ้นมาเช่นนี้ ข้าเป็นห่วงมากว่าอาจจะเกิดเหตุไม่คาดฝันกับพวกเจ้าก็เป็นได้”
“ชิ! คิดไม่ถึงเลยว่าจะยังไม่ตาย!” ถึงโยวเยี่ยเสียจะดูเป็นมิตร แต่น้องชายที่อยู่ข้างกายเขาอย่างโยวเยี่ยอี้กลับมองมาทางมู่เฉียนซีและมู่อวู่ซวงอย่างเย็นชายิ่ง
เมื่อค้นพบว่าพวกเขายังสบายดี สีหน้าของเขาก็ดูไม่มีความสุขและมีท่าทางที่ผิดหวังเป็นอย่างมาก
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “ก็แค่คลื่นอสูรเท่านั้นเอง มันจะทำอะไรอาเล็กของข้าได้อย่างนั้นหรือ แต่เจ้าโยวเยี่ยอี้ หากอยู่ท่ามกลางคลื่นอสูรโดยที่ไร้การปกป้องจากพี่ชาย คาดว่าคงได้ กลายเป็นอาหารของสัตว์ภูตวิญญาณไปนานแล้ว!”
“มู่เฉียนซี เจ้ามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไรกัน เจ้าไม่ได้อยู่เขตชั้นนอกหรอกหรือ” โยวเยี่ยอี้กล่าวด้วยความประหลาดใจเป็นอย่างยิ่ง
มู่เฉียนซีกล่าวตอบว่า “ข้าจะมาหาอาเล็กของข้าที่เขตชั้นใน! มีปัญหาหรืออย่างไร”
ไม่ใช่ว่ามีปัญหา แต่คิดไม่ถึงเลยว่าสาวน้อยผู้นี้จะเข้าไปในเขตชั้นในได้โดยที่ไม่เป็นอะไรเลยแม้แต่น้อย และการที่นางไม่ถูกสัตว์ภูตวิญญาณกลืนกิน ก็เป็นเรื่องที่แปลกมากเกินไป จริง ๆ!
หลังจากนั้นพวกเขาก็จ้องมองไปยังคนประหลาดในชุดเหล็กร่างสูงใหญ่ที่อยู่ข้างหลังของมู่เฉียนซีคนนั้น น่าจะเป็นเพราะผู้คุ้มกันของนางแข็งแกร่งมาก ดังนั้นจึงสามารถปกป้องมู่เฉียนซี แ และพานางไปยังเขตชั้นในได้อย่างปลอดภัยเป็นแน่
มู่อวู่ซวงกล่าวว่า “การปะทุของคลื่นอสูรนั้นอันตรายมากเกินไป เจ้าเมืองเสีย ในเมื่อพวกเรามาเจอกันแล้ว เช่นนั้นก็ร่วมมือกันจัดการเถอะ! แม้ว่าจะเจอคลื่นอสูรจำนวนมาก ก็คงจะไม่เป ป็นอันตรายมากเท่าไรนัก ดีหรือไม่”
“แน่นอน! ข้าเห็นด้วยกับความคิดนี้เป็นอย่างยิ่ง!” โยวเยี่ยเสียกล่าวด้วยรอยยิ้ม
คิดไม่ถึงเลยว่าโยวเยี่ยอวู่ซวงจะไม่เป็นอะไร แต่ก็ยังมารนหาที่ตายถึงที่ คราวนี้เขาคงจะต้องเพิ่มยาให้มากขึ้นอีก
เมื่อถึงตอนนั้น แม้ว่าเขาจะไม่ตาย แต่ก็ต้องบาดเจ็บสาหัสเป็นแน่!
ภายในใจของโยวเยี่ยเสียกำลังวางแผนอยู่อย่างรอบครอบ แต่มู่เฉียนซีในตอนนี้กำลังมองไปที่โยวเยี่ยอี้ด้วยรอยยิ้มที่เหมือนไม่ยิ้ม ซึ่งมันก็ทำให้โยวเยี่ยอี้รู้สึกถึงลางสังหรณ์ที ไม่ดีอย่างบอกไม่ถูก
ทั้งสองกลุ่ม ร่วมมือกันอย่างแข็งแกร่ง แม้ว่าจะเจอกับคลื่นอสูรก็ไม่ได้เป็นปัญหาใหญ่อะไรนัก
แต่ในตอนที่คลื่นอสูรระลอกใหญ่ปรากฏออกมา สัตว์ภูตวิญญาณส่วนใหญ่กลับกระโจนไปทางพวกของโยวเยี่ยเสีย และมันก็ได้พุ่งเป้าไปที่โยวเยี่ยอี้มากที่สุด
มีคนกล่าวอย่างตกใจว่า “คุ้มกันฝ่าบาทอี้! รีบคุ้มกันเขาเร็วเข้า”