ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ - ตอนที่ 2644 ฟันต่อฟัน
พวกเขาแสร้งทำเป็นโดนคลื่นอสูรพัดพาจนแยกตัวออกไป และออกห่างจากกลุ่มของพวกโยวเยี่ยเสีย ปล่อยให้พวกเขาเพลิดเพลินไปกับการชำระล้างของสัตว์ภูตวิญญาณกลุ่มนั้นเถอะ!
“บัดซบเอ้ย! นี่มันเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่” โยวเยี่ยอี้กล่าวด้วยความเดือดดาล
“สัตว์ภูตวิญญาณที่โจมตีทางโยวเยี่ยอวู่ซวงน้อยลงมากอย่างเห็นได้ชัด ตอนนี้พวกเขาถอยออกไปได้อย่างปลอดภัยแล้ว และเพราะอะไรพวกเราถึงได้เจอกับปัญหาเช่นนี้! ไม่ใช่ว่าวางยาพวกเขาไ ไปแล้วหรอกหรือ”
ในสถานการณ์เช่นนี้ พวกเขาเกิดสงสัยขึ้นมาว่าพวกเขาสมองกลับจนวางยาตนเองหรือไม่
“ฝ่าบาท ข้าน้อยเองก็ไม่มั่นใจ! ข้าน้อยขอลองหาสาเหตุก่อน ท่านอย่าพึ่งร้อนใจขอรับ!”
“ตอนนี้อยู่ในช่วงเวลาคับขันแล้ว เจ้ายังจะให้ข้าไม่ร้อนใจได้อีกหรือ!”
“โฮกกกก!”
สุดท้ายแล้วนักปรุงยาคนนั้นก็พบสาเหตุอยู่ในร่างกายของโยวเยี่ยอี้ และคนที่ถูกวางยาก็คือโยวเยี่ยอี้นั่นเอง
นักปรุงยาทำสิ่งของออกมามากมาย แต่มันกลับไม่สามารถกำจัดสิ่งที่ดึงดูดสัตว์ภูตวิญญาณออกไปจากตัวโยวเยี่ยอี้ได้ กลับกันมันยิ่งทำให้กลิ่นหอมของยานั้นทะลักออกมา และดึงดูดสัตว ว์ภูตวิญญาณมากยิ่งขึ้นไปอีก
พวกมู่เฉียนซีที่ถอยออกไปไกลตั้งแต่แรก แม้ว่าจะออกมาไกลเช่นนี้ แต่พวกเขาก็ยังสามารถสัมผัสถึงการเคลื่อนไหวขนาดใหญ่ของทางนั้นได้อยู่
มู่เฉียนซีกล่าวอย่างติดตลกว่า “ดูเหมือนว่านักปรุงยาที่โยวเยี่ยเสียเชิญมาจะไม่ค่อยได้เรื่องเท่าไร! คนที่ยิ่งช่วยก็ยิ่งยุ่ง ก็คือเขา! และสถานการณ์ของพวกเขาในตอนนี้ก็ยิ่งอั นตรายมากขึ้นเรื่อย ๆ แล้ว”
โยวเยี่ยเสียกล่าวอย่างบึ้งตึงว่า “ไร้ประโยชน์! นี่เจ้าทำงานอย่างไรกันแน่”
สีหน้าของนักปรุงยาคนนั้นก็ย่ำแย่เช่นกัน ก่อนหน้านี้ตอนที่ยาของเขาใช้ได้ผลกับฝ่าบาทอวู่ซวง ฝ่าบาทเสียก็ได้ยกย่องเขาต่าง ๆ นานา แต่ผลสุดท้ายฝ่าบาทเสียกลับเปลี่ยนสีหน้าภายใน นพริบตาเดียว ซ้ำยังปฏิบัติต่อเขาอย่างเลวร้ายอีกด้วย
เขาไม่ทำแล้ว! วิธีการของอีกฝ่ายน่าทึ่งมาก และเขาก็ไม่สามารถทำอะไรได้เลย
“ข้าหมดหนทางแล้วขอรับฝ่าบาทเสีย ในเมื่ออีกฝ่ายลงมือวางยาบนร่างกายฝ่าบาทอี้เท่านั้น เช่นนั้นก็ต้องให้ฝ่าบาทอี้ถอดเสื้อผ้าที่อยู่บนร่างกายทั้งหมดออกมา! บางทีมันอาจจะทำให้ก กลิ่นที่ดึงดูดสัตว์ภูตวิญญาณเบาบางลง และจะได้ลดแรงกดดันของพวกเราด้วย” นักปรุงยาผู้นี้เสนอความคิดเห็น
“ให้ข้าถอดเสื้อผ้า! ถอดที่นี่น่ะหรือ” โยวเยี่ยอี้กล่าวอย่างตกตะลึง
ท่ามกลางการโจมตีของสัตว์ภูตวิญญาณโดยรอบ และต่อหน้าคนมากมาย เขาต้องถอดเสื้อผ้าจนไม่เหลือเลยแม้แต่ชิ้นเดียวแล้วโยนออกไป เขา…
โยวเยี่ยเสียกล่าวว่า “ตอนนี้สถานการณ์ยากลำบากมาก เจ้ารีบทำตามเข้าเถอะ! มิเช่นนั้นข้าจะโยนเจ้าเข้าไปในดงสัตว์ภูตวิญญาณเพื่อเป็นอาหารให้พวกมันแทน”
“ขอรับ! พี่ใหญ่ข้าถอดแล้ว!” โยวเยี่ยอี้กล่าวอย่างจำยอม
พรึ่บ พรึ่บ!
โยวเยี่ยอี้ถอดเสื้อผ้าทั้งหมดของเขาออก จนร่างกายเปลือยเปล่า จากนั้นก็โยนเสื้อผ้าเหล่านั้นออกไปไกล ๆ!
เขาอยากจะหยิบเสื้อผ้าออกมาใส่สักชุดหนึ่ง แต่ผลปรากฏว่าสัตว์ภูตวิญญาณจำนวนนับไม่ถ้วนพุ่งเข้ามาอย่างกะทันหัน มันจึงทำให้เขาไม่มีเวลาแม้แต่จะสวมเสื้อผ้า และทำได้เพียงหลบหนีอ อย่างสุดชีวิต อย่างไรเสียการรักษาชีวิตก็เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด!
เขากล่าวว่า “ทำไมล่ะ ข้าถอดเสื้อผ้าออกไปหมดแล้ว แต่เพราะอะไรพวกมันถึงยังโจมตีข้าอีก! ให้ตายเถอะ นี่เจ้าตั้งใจหลอกข้าเล่นอย่างนั้นหรือ?”
โยวเยี่ยอี้ในเวลานี้กำลังหลบหนีอยู่ท่ามกลางสัตว์ภูตวิญญาณด้วยสภาพที่เปลือยเปล่าอย่างบ้าคลั่ง ซึ่งภาพนั้นก็สะดุดตาอย่างไม่ธรรมดาเลยทีเดียว
หากตอนนี้ไม่ใช่ช่วงเวลาที่อันตรายมากแล้วละก็ คาดว่าคงมีการถกเถียงกันอย่างระมัดระวัง เห็นอยู่ชัด ๆ ว่าโยวเยี่ยอี้มีสนมงามมากมาย แต่ของเขากลับมีขนาดที่เล็กนิดเดียว มันช่า างน่าน้อยใจนักที่เขามีสาวงามมากมายขนาดนั้น
โยวเยี่ยอี้ในเวลานี้โมโหเป็นอย่างมาก แต่ถึงเขาจะด่านักปรุงยาอย่างไรก็ไม่มีประโยชน์ และเขาก็ทำอะไรไม่ได้ด้วย
พิษที่มู่เฉียนซีวางนั้นไม่ใช่แค่ถอดเสื้อผ้าก็จะสามารถจัดการได้ ถึงแม้ว่าโยวเยี่ยอี้จะลอกหนังของตัวเองออกไปชั้นหนึ่ง สัตว์ภูตวิญญาณเหล่านี้ก็จะตามโจมตีเขาอยู่ดี
พวกเขาตกอยู่ท่ามกลางการต่อสู้ที่วุ่นวายและยากลำบาก และดวงตาของโยวเยี่ยเสียในเวลานี้ก็ลุกเป็นไฟ
เขากล่าวอย่างโกรธเคืองว่า “โยวเยี่ยอวู่ซวง ดีจริง ๆ! คิดไม่ถึงเลยว่าเจ้าจะคิดร้ายกับข้าด้วยการใช้วิธีเดียวกันเช่นนี้ ช่างต่ำช้านัก! ทางที่ดีเจ้าจงเฝ้าอธิษฐานอย่าให้ข้าหาโอก กาสโจมตีเจ้าได้ มิเช่นนั้นเจ้าได้เห็นดีแน่”
ถึงจะไม่มีหนทางจัดการผลกระทบของผงยานี้ได้ แต่เขาเองก็ไม่สามารถโยนน้องชายของเขาออกไปเป็นอาหารของสัตว์ภูตวิญญาณกลุ่มนี้ได้เช่นกัน ดังนั้นพวกเขาจึงทำได้เพียงต่อสู้กับสัตว์ ภูตวิญญาณเหล่านี้อย่างสุดชีวิต
โยวเยี่ยอี้ไม่มีโอกาสได้สวมเสื้อผ้าเลย และเขาก็ต่อสู้ไปทั้งอย่างนั้นจนจบ
ทุกครั้งที่เขาต้องการจะหยิบเสื้อผ้าออกมาสวมมันก็จะถูกสัตว์ภูตวิญญาณที่พุ่งเข้ามาจู่โจมฉีกเป็นชิ้น ๆ เสมอ และนี่ไม่ใช่เรื่องโชคร้ายที่ธรรมดาเลยจริง ๆ
และในเวลานี้ เขาก็รู้สึกได้ว่ามีการเคลื่อนไหวเล็ก ๆ อยู่ใต้เท้าของเขา
ทันใดนั้นก็มีหนูสีเทาหม่นขนาดใหญ่ตัวหนึ่งพุ่งขึ้นมา มันได้พุ่งไปที่โยวเยี่ยอี้อย่างอันตราย และได้กัดลงบนจุดที่อ่อนแอที่สุดของเขา
“อ๊ากกกก!” มีเสียงกรีดร้องจนแทบขาดใจดังออกมา และโยวเยี่ยอี้ก็กลิ้งลงไปบนพื้นด้วยความเจ็บปวด
เสียงกรีดร้องนี้น่าสังเวชเป็นอย่างยิ่ง และทันทีที่โยวเยี่ยเสียได้เห็น สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนเป็นสีม่วงคล้ำในทันที
เขาเหวี่ยงดาบตรงออกไป และมันก็ได้ตัดหนูสีเทาตัวนั้นออกเป็นสองท่อนในทันที
หนูดินเทา มีความสามารถที่ไม่แข็งแกร่งเท่าไรนัก แต่มีความรวดเร็ว นอกจากนี้ยังมีฟันที่ดีมากด้วย
ความสามารถในการต่อสู้ของน้องชายคนนี้ไม่แข็งแกร่งนัก แต่คิดไม่ถึงเลยว่าจะเสียสมาธิจนถูกหนูดินเทาลอบโจมตีได้ นอกจากนี้ยังโดนกัดในจุดเช่นนั้นอีก มันช่างทำให้เขาอับอายมากจ จริง ๆ!
ถึงจะจัดการหนูดินเทาไปแล้ว แต่โยวเยี่ยอี้ก็จบเห่แล้วเช่นกัน เพราะเขาได้เปลี่ยนกลายเป็นขันที ที่สะอาดสะอ้านและเรียบร้อยมากเช่นนั้นไปแล้ว
แม้ว่ากระเพาะของหนูดินเทาจะถูกผ่าออก แต่ก็ไม่สามารถเอากลับมาได้อยู่ดี เพราะหนูดินเทานั้นย่อยอาหารได้เร็วมาก!
ลมหายใจของโยวเยี่ยอี้ในเวลานี้ติดขัดเล็กน้อย เขาโกรธจนอยากจะอาละวาด แม้ว่าเขาจะเอาหนูดินเทามาระบายความโกรธอย่างบ้าคลั่ง แต่มันก็แก้ไขอะไรไม่ได้อยู่ดี
คนอื่น ๆ ต่างพากันตกตะลึงเมื่อเห็นสภาพที่น่าสังเวชเช่นนี้ และโยวเยี่ยเสียก็กล่าวขึ้นมาว่า “เปิดทางออก ต้องฝ่าออกไปให้ได้!”
พวกมู่เฉียนซีไม่รู้เลยว่าจุดจบของโยวเยี่ยอี้นั้นน่าสังเวชเพียงใด เพราะในตอนนี้พวกเขาก็กำลังไล่จับสัตว์พันธสัญญาที่มีความสามารถไม่เลวต่อไป
หลังจากที่จัดการเรียบร้อยแล้ว มู่เฉียนซีก็ฝึกพวกมันให้เชื่อง ก่อนจะให้ผูกพันธสัญญากับคนอื่น ๆ ทำให้ทุกคนได้รับผลผลิตที่ไม่เลวเลยทีเดียว
แม้ว่าจะเป็นยาของมู่เฉียนซี แต่ความสามารถในการดึงดูดสัตว์ภูตวิญญาณก็มีเวลาที่จำกัดเช่นกัน และบังเอิญว่าพวกเขาได้เจอคนจากเมืองหลักอื่น ๆ มันจึงทำให้โยวเยี่ยเสียรอดพ้นจา ากวิกฤติในครั้งนี้มาได้
แต่ทว่ามันก็ทำให้คนจากเมืองหลักอื่น ๆ เห็นสภาพของโยวเยี่ยอี้ที่ไม่ได้สวมเสื้อผ้าด้วยเช่นกัน และที่น่าเวทนาก็คือเขาได้กลายเป็นขันทีไปแล้ว สีหน้าของทุกคนล้วนแปลกประหลาด เล็กน้อย ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเรื่องที่มีหญิงสาวอยู่ภายในกลุ่มของพวกเขาเลย
หลังจากที่วิกฤติสิ้นสุดลงแล้ว โยวเยี่ยอี้ในเวลานี้ก็ได้มีโอกาสสวมเสื้อผ้าเสียที และสีหน้าของเขาก็ดำมือจนน้ำหมึกแทบจะหยดลงมาได้อยู่แล้ว
เขากล่าวด้วยความโกรธว่า “พี่ใหญ่ ข้าจะต้องเอาเลือดของโยวเยี่ยอวู่ซวงมาล้างด้วยเลือด และข้าจะต้องทำให้เขาได้ลิ้มรสความเจ็บปวดยิ่งกว่าข้าเป็นพันเป็นหมื่นเท่าให้ได้”
โยวเยี่ยเสียกล่าวถามว่า “สภาพร่างกายของน้องชายข้าเป็นเช่นไรบ้าง สามารถรักษาให้หายดีได้หรือไม่”
นักปรุงยาคนนั้นกล่าวว่า “ฝ่าบาท ข้าน้อยไม่มีความสามารถพอที่จะทำให้สิ่งที่ไม่มีอยู่กลับมีขึ้นมาได้ ท่านทำได้เพียงเชิญคนอื่นมารักษาให้เท่านั้นขอรับ”
โยวเยี่ยอี้กล่าวว่า “ข้าไม่เชื่อว่าทั่วทั้งแดนวิญญาณแห่งนี้ จะไม่มีนักปรุงยาคนใดที่ไม่สามารถรักษาข้าได้”
เดิมทีโยวเยี่ยอี้ที่ได้รับบาดเจ็บควรจะออกไปจากสถานที่แห่งนี้ และหาทางรักษา แต่เพื่อที่จะดูจุดจบที่น่าสังเวทของโยวเยี่ยอวู่ซวง เขาจึงเลือกที่จะอยู่ที่นี่ต่อ
กำลังเสริมของพวกเขาก็น่าเวทนาเช่นกัน คนของทั้งห้าเมืองหลักเหล่านั้นน่าเวทนายิ่งกว่าพวกเขาเสียอีก และที่น่าเวทนาที่สุดก็คือเมืองถัว ตอนมามีคนมาไม่น้อย แต่ตอนนี้เหลือเขาเ เพียงคนเดียวเท่านั้น ซึ่งเขาก็อยู่ในสภาพที่หน้าซีดเผือดอีกด้วย
“นี่มันเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่” โยวเยี่ยเสียกล่าว
“เสด็จพี่เสีย ข้ารู้สาเหตุที่ทำให้สัตว์ภูตวิญญาณเหล่านี้อาละวาดแล้ว แต่ยังไม่ทันที่จะได้รู้เรื่องราวอย่างชัดเจน ก็ถูกมังกรดุร้ายที่แข็งแกร่งตัวหนึ่งโจมตี คนของข้าทั้งหม มดถูกกวาดล้าง จึงทำให้มีเพียงข้าที่ใช้อาวุธวิญญาณป้องกันและอาวุธวิญญาณเสริมความเร็วเท่านั้นที่สามารถหนีออกมาได้” โยวเยี่ยถัวอธิบายพร้อมเหงื่อที่แตกพลั่ก
มังกรร้ายนั่นน่ากลัวเกินไปแล้ว!