ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ - ตอนที่ 2653 ตรอมใจ
จิ่วเยี่ยกล่าวอย่างเย็นชาว่า “เขาไม่กล้าโกหกต่อหน้าข้าหรอก แต่บางทีอาจจะซ่อนอะไรบางอย่างไว้ก็ได้ ในเมื่อเขาเลือกที่จะซ่อนความลับบางอย่างเอาไว้ นอกเสียจากว่าจะกลายเป็นศัตรูและเอามีดจ่อคอเขา มิเช่นนั้นเขาไม่มีทางพูดแน่ คอยสังเกตดูความเปลี่ยนแปลงไปก่อนเถอะ!”
จื่อโยวพยักหน้าเล็กน้อย “ตกลง!”
หวงจิ่วเยี่ยพลิกดูภาพวาดแผ่นแล้วแผ่นเล่า และมุมปากของคนที่เดิมทีมีกลิ่นอายเย็นชาอย่างเขาก็ยกโค้งขึ้นเล็กน้อย
เขานึกถึงสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ได้ทำร่วมกับซีหลังจากที่ได้มาเจอกันอีกครั้ง มันย่อมทำให้อารมณ์ของเขาดีมากเป็นพิเศษอยู่แล้ว
หวงจิ่วเยี่ยได้เริ่มคัดลอกภาพวาดเหล่านั้นด้วยตนเอง หลังจากนั้นก็มอบภาพที่เขาคัดลอกเหล่านั้นให้กับจื่อโยวพลางกล่าวว่า “ให้เมี่ยเทียนสร้างมันออกมาให้เร็วที่สุด สร้างแบบนี้ทุกแบบให้ข้าอย่างละชุด”
ส่วนภาพวาดที่มู่เฉียนซีวาดด้วยตนเองเหล่านั้น แน่นอนว่าเขาต้องเก็บรักษาไว้อย่างทะนุถนอมอยู่แล้ว!
จื่อโยวเบิกตากว้างพลางกล่าวว่า “เยี่ย นี่เจ้าเอาจริงหรือ! เจ้ารู้หรือไม่ว่ากว่าจะสร้างวัสดุที่ใช้ปกปิดสวรรค์ออกมาได้นั้นยากมากเพียงใด เจ้ารู้หรือไม่ว่าการจัดการทุกรายละเอียดมันยากมากแค่ไหน เจ้าไม่เพียงแต่ขอให้ทำให้เร็ว ยังต้องการมากมายขนาดนี้อีก ข้าคิดว่าเมี่ยเทียนจะต้องร้องไห้เป็นแน่!”
หวงจิ่วเยี่ยกล่าวอย่างเอาแต่ใจว่า “นี่คือคำสั่งของข้า ในเมื่อเขาสัญญาแล้วว่าจะทำงานให้ข้า เช่นนั้นไม่ว่าจะนานแค่ไหนก็ต้องทำ แต่ข้ารอนานเกินไปไม่ได้หรอกนะ”
จื่อโยวกล่าวอย่างจนปัญญาว่า “ใช่ ๆ ๆ ๆ! เจ้าป่วยเป็นโรคไข้ใจที่ไม่มียาไหนรักษาได้ หากช้าไปกว่านี้ คาดว่าพิษน่าจะแทรกซึมเข้าไปในกระดูกของเจ้า ซึ่งอาจตายได้หากรักษาไม่ทัน! ฉะนั้นข้าจะรีบไปเร่งเจ้าหมอนั่นให้เดี๋ยวนี้แหละ!”
จื่อโยวรีบวิ่งออกไปอย่างรวดเร็ว หลังจากนั้นก็ไปแจ้งภารกิจนั้นให้เมี่ยเทียนได้รับรู้
เขากล่าวอย่างโกรธเคืองว่า “อะไรนะ อ๋องจิ่วเยี่ยเขาคิดว่าข้าสร้างของเล่นอย่างนั้นหรือ คิดว่าข้าสร้างเศษเหล็กขึ้นมาหรืออย่างไรกัน ไม่คิดเลยว่าเขาจะให้ข้าสร้างออกมาในเวลาเพียงไม่กี่วันเช่นนี้ คิดว่าข้าเป็นเทพผู้สร้างโลกหรืออย่างไร! ข้าจะทำได้อย่างไรล่ะ ทำลายผลงานชิ้นเอกของข้าเร็วขนาดนั้นยังไม่พอ ยังเสนอข้อเรียกร้องที่มากเกินไปเช่นนี้ออกมาอีก”
เมื่อเห็นว่าเมี่ยเทียนกำลังระเบิดด้วยความโกรธ จื่อโยวก็กล่าวขึ้นมาว่า “เฮ้อ! คนที่อยู่เป็นโสดมานับพันปีอย่างเจ้าไม่มีทางเข้าใจความเจ็บปวดของคนที่ไม่สามารถเจอผู้หญิงของตนเองได้หรอกน่า! และที่เจ็บปวดที่สุดคงเป็นตรงนั้นของเยี่ยของพวกเราแน่นอน ฉะนั้นเลยร้อนใจเกินไปหน่อย! อย่างไรเสียมันก็เป็นคำสั่งของเขา แม้ว่าเจ้าจะทำไม่ได้ก็ต้องพยายามทำให้ได้ เมื่อถึงเวลานั้นก็อย่าหาว่าข้าไม่ขอร้องเจ้าก็แล้วกัน!”
“อย่างที่เจ้ารู้ หากว่าเยี่ยเลือดเย็นขึ้นมา มันจะน่ากลัวมากเพียงใด!” จื่อโยวกล่าวเตือน
และดูเหมือนว่าเมี่ยเทียนจะนึกถึงประสบการณ์ที่เลวร้ายบางอย่างขึ้นมาได้ ซึ่งมันก็ทำให้ตัวของเขาสั่นเทาขึ้นมาทันที
ในตอนที่เขาได้พบกับอ๋องจิ่วเยี่ยผู้นี้เป็นครั้งแรก เขาต้องทนทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัสจริง ๆ!
จื่อโยวกล่าวว่า “นี่คือรูปลักษณ์ภายนอกที่เยี่ยร้องขอมา ข้าต้องบอกตรง ๆ ว่าแบบก่อนหน้านั้นมันน่าเกลียดมากเกินไปจริง ๆ นั่นแหละ!”
“พูดจาไร้สาระน่า! ของข้าเรียกว่าน่าเกลียดอย่างนั้นหรือ มันออกจะมีศิลปะและสร้างสรรค์ขนาดนั้น ดังนั้น…นี่…นี่…” ยังไม่ทันที่เมี่ยเทียนจะยกย่องชุดเกาะสีดำสนิทที่แปลกประหลาดนั่นของเขาจบ เขาก็ได้เห็นภาพร่างของชุดที่ยอดเยี่ยมเหล่านั้นบนภาพวาด ซึ่งเขาก็เกือบที่จะเอาหน้าไปติดอยู่บนกระดาษเลยทีเดียว
“พระเจ้า! นี่มันช่างน่ามหัศจรรย์เหลือเกิน! ข้าเห็นถึงความสมบูรณ์แบบ เห็นถึงความทรงพลัง ข้าเห็น…” ตอนนี้เขาไม่รู้ว่าจะใช้คำไหนมาอธิบายมันได้อีกแล้ว
เมื่อเทียบกับสิ่งนี้ สิ่งที่เขาสร้างก่อนหน้านี้คืออะไรกัน มันน่าเกลียดเป็นบ้าเลย!
หากครั้งนี้อ๋องจิ่วเยี่ยไม่ได้ทำลายมัน เขาก็คงได้ทำลายประวัติศาสตร์อันดำมืดนั่นด้วยตัวเองแน่นอน
เขากล่าวว่า “ว่ะ ฮ่ะ ฮ่า! ผู้ใดเป็นคนวาดออกมา! ผู้ใดคือคนนออกแบบ ข้าอยากจะเจอเขาเพื่อพูดคุยและขอคำแนะนำสักหน่อย!”
จื่อโยวกล่าวว่า “นี่คือสิ่งที่พระชายาแห่งแดนนรกของพวกเราเป็นคนร่างออกมา ตอนนี้นางไม่ได้อยู่ในแดนนรกแห่งนี้ ฉะนั้นเจ้าเจอนางไม่ได้หรอก! หน้าที่ของเจ้าคือการหลอมสิ่งที่ปิดกั้นการรับรู้ของสวรรค์นี้ออกมาให้เร็วที่สุด และชุดเกาะที่เจ้าสร้างออกมาจะต้องสอดคล้องกับความงดงามที่พระชายาแห่งแดนนรกของพวกข้าต้องการด้วย รอหลังจากที่พวกเขาจัดการเรื่องยุ่งยากนี้เสร็จเมื่อไร เยี่ยจะต้องพานางกลับมาที่แดนนรกอย่างแน่นอน ตอนนั้นเจ้าก็จะสามารถเจอนางตัวเป็น ๆ ได้แล้ว”
“ว่ะ ฮ่ะ ฮ่า! ข้าจะสร้างมันเดี๋ยวนี้เลย แน่นอนว่าข้าจะพยายามอย่างหนักเพื่อสร้างมันออกมาให้เร็วที่สุด เพื่อให้อ๋องจิ่วเยี่ยไปหาท่านพระชายาได้โดยเร็ว” เมื่อได้ยินคำพูดนี้ ก็ดูเหมือนว่าเมี่ยเทียนจะคึกคักขึ้นมาเป็นพิเศษ และเขาก็เริ่มเข้าสู่การทำงานอย่างบ้าคลั่งในทันที
มุมปากของจื่อโยวกระตุกเล็กน้อย ดูเหมือนว่าไม่ต้องเร่งเขาแล้วสินะ
เมื่อมีภาพวาดนั้นของคนงาม ดูเหมือนว่าเมี่ยเทียนกระตือรือร้นที่จะสร้างชุดเกาะชุดที่สองด้วยความเร็วที่รวดเร็วที่สุด เพื่อให้เยี่ยไปหาคนงามที่แดนวิญญาณได้อีกครั้งโดยเร็ว
ณ แดนวิญญาณ
หลังจากที่คนของเมืองเสียและเมืองหลักอื่น ๆ จากไป บริเวณโดยรอบของทะเลสาบภูตวิญญาณจันทราก็เต็มไปด้วยความยุ่งเหยิง
เมื่ออาการบาดเจ็บของมังกรร้ายฟื้นฟูจนเกือบจะหายดี มู่เฉียนซีก็กล่าวขึ้นมาว่า “เจ้าผลไม้น้อย เจ้าบอกว่าหากช่วยเจ้ามังกรตัวนี้ได้ เจ้าก็จะยกผลทั้งหมดของเจ้าให้ข้า! เจ้าจงมอบผลของเจ้ามาให้ข้าเสีย! ข้าเองก็จะต้องไปแล้วเช่นกัน”
“ไม่ได้! เจ้าต้องการทั้งหมดเลยอย่างนั้นหรือ นี่จะมากเกินไปแล้ว! นี่เป็นการรีดไถอย่างสิ้นเชิง เจ้ารู้ว่าเจ้าต้นไม้โง่นี่สามารถรังแกได้ง่าย ๆ อย่างนั้นสินะ” มังกรร้ายกล่าว
“ขะ…ข้า…” ความจริงแล้วต้นภูตวิญญาณจันทราก็ค้นพบว่าตนเองถูกรีดไถเช่นกัน แต่การที่ไม่รักษาคำพูดก็ดูเหมือนว่าจะแย่เกินไปหน่อย
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “เจ้าจะเอายังไง สู้กันต่ออีกสักรอบไหม”
มังกรร้ายกล่าวตอบว่า “พวกเจ้าไม่ใช่คู่ต่อสู้ของข้า ถึงจะสู้กัน ก็ใช่ว่าพวกเจ้าจะสู้กับข้าได้ อย่างน้อยเจ้าก็เป็นคนที่ช่วยชีวิตข้าเอาไว้ ข้าไม่อยากเนรคุณด้วยการลงมือกับเจ้าอย่างโหดร้ายเช่นกัน”
“เช่นนั้นเจ้าจะเอาอย่างไรล่ะ อย่างไรเสียข้าก็จะเอาผลของเจ้าให้ได้”
“จะต้องการก็ได้ แต่เจ้าต้องเอากั๋วเอ๋อร์ไปด้วย จากนั้นก็หาสถานที่ที่เหมาะสมให้กั๋วเอ๋อร์เติบโต นอกจากนี้ยังต้องเป็นสถานที่ที่ปลอดภัย เดิมทีสถานที่แห่งนี้เป็นความลับมาก แต่หลังจากที่พวกเจ้ามาก่อเรื่องที่นี่ ตอนนี้มันก็ไม่ใช่สถานที่ที่เป็นความลับอีกต่อไปแล้ว ฉะนั้นจึงจำเป็นต้องเปลี่ยนสถานที่ใหม่” แม้ว่ามังกรร้ายจะเป็นเพียงแค่สัตว์ตัวหนึ่ง แต่มันก็ค่อนข้างที่จะฉลาดมากเลยทีเดียว
มันมองออกว่ามู่เฉียนซีนั้นมีความสามารถไม่น้อย คนก่อนหน้านี้ก็แข็งแกร่งมากเช่นกัน ฉะนั้นคงหาสถานที่ที่ปลอดภัยให้กับกั๋วเอ๋อร์ได้ไม่ยากนัก
มันไม่สามารถหาสถานที่ที่ปลอดภัยให้กับกั๋วเอ๋อร์ได้แล้ว แต่หากจะอยู่ที่นี่ต่อไป ด้วยความสามารถของมันคงไม่มีทางคุ้มครองกั๋วเอ๋อร์ได้แน่ เมื่อถึงเวลานั้นกั๋วเอ๋อร์ก็จะต้องตกอยู่ในอันตรายแน่นอน
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “ไม่เห็นจะยากเลย ข้ามีอยู่สถานที่แห่งหนึ่งพอดี ซึ่งมันน่าจะเหมาะกับการเติบโตของต้นภูตวิญญาณจันทรา”
นางกล่าวกับต้นภูตวิญญาณจันทราว่า “เจ้าอย่าต่อต้านข้า ต้องเชื่อฟังข้า และข้าจะพาเจ้าไปยังสถานที่แห่งหนึ่งเอง”
“ตกลง!” ต้นภูตวิญญาณจันทรากล่าว
ทันใดนั้น ต้นภูตวิญญาณจันทราที่มีขนาดใหญ่ก็หายไปต่อหน้าต่อตาของพวกเขา
เมื่อมังกรร้ายไม่เห็นกั๋วเอ๋อร์ของมันก็อดที่จะกระวนกระวายใจไม่ได้ มันกล่าวว่า “กั๋วเอ๋อร์ของข้าล่ะ”
“มันกำลังอยู่ในมิติ ปล่อยให้มันไปดูสภาพแวดล้อมก่อน หลังจากนั้นค่อยให้มันมาบอกเจ้าว่าชื่นชอบสถานที่แห่งนั้นหรือไม่!”
หลังจากที่มู่เฉียนซีปล่อยกั๋วเอ๋อร์ออกมา กั๋วเอ๋อร์ในตอนนี้ก็ตื่นเต้นจนไม่สามารถหยุดตัวเองได้ นางกล่าวว่า “พระเจ้า! คิดไม่ถึงเลยว่าจะเป็นสถานที่เช่นนั้น มันมีพลังวิญญาณมากมาย ทั้งยังมีวิญญาณวารีที่ดีมากอีกด้วย! หากข้าได้อยู่ในสถานที่แห่งนั้นล่ะก็ ไม่จำเป็นต้องรอให้ถึงพันปีข้าก็สามารถออกดอกได้แล้ว ไม่นาน...อีกไม่นานข้าก็สามารถ…”
เมื่อฟังจากน้ำเสียงที่ตื่นเต้นของกั๋วเอ๋อร์ มังกรร้ายก็รู้สึกว่าสถานที่แห่งนั้นต้องเป็นสถานที่ที่กั๋วเอ๋อร์ชื่นชอบมากอย่างแน่นอน และเจ้ามนุษย์ผู้นี้ก็ไม่ได้หลอกพวกเขา
เขากล่าวว่า “เช่นนั้นก็ยอดเยี่ยมมาก ในที่สุดกั๋วเอ๋อร์ก็มีที่พักที่ปลอดภัยแล้ว”
มังกรร้ายกล่าวว่า “ข้าขอมอบกั๋วเอ๋อร์ให้เจ้า ถึงพวกเจ้าจะต้องการผลของนางก็ไม่เป็นไร ขอแค่ปฏิบัติต่อนางเป็นอย่างดีก็พอ!”
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “เจ้ายังไม่ตายเสียหน่อย! น้ำเสียงที่ฝากฝังเช่นนี้หมายความว่าอย่างไรกัน”