ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ - ตอนที่ 2654 รับสัตว์เลี้ยงตัวน้อย
“ฮือออออ! หลงหลงไม่ต้องการข้าแล้ว เจ้าไม่ได้บอกว่าจะอยู่เป็นเพื่อนข้าตลอดไปอย่างนั้นหรือ” เจ้าผลไม้น้อยร้องห่มร้องไห้ขึ้นมาทันที
แม้ว่านางจะชื่นชอบมิติแห่งนั้นเป็นอย่างมาก แต่นางก็กล่าวอย่างเอาแต่ใจว่า “ข้าไม่สนใจแล้ว หากเจ้าไม่ต้องการข้า ข้าก็จะไม่ไปไหนทั้งนั้น ข้าจะอยู่ที่นี่แหละ แม้ว่าผลของข้าจะถูกมนุษย์เด็ดไปจนหมดก็ช่างปะไร!”
มู่เฉียนซีกล่าวกับมังกรร้ายว่า “เจ้าก็รู้ว่าเจ้าตัวน้อยนี้โง่เพียงใด เจ้าไม่อยู่ข้างกายเพื่อปกป้องมันอย่างนั้นหรือ”
“ข้าคือสัตว์ภูตวิญญาณที่มีนิสัยดุร้ายและแข็งแกร่งมาก ไม่เหมาะที่จะใช้ชีวิตอยู่ในเมืองของแดนวิญญาณหรอก การปรากฏตัวของข้าอาจจะทำให้เกิดความตื่นตระหนกได้ และอาจจะถูกคนโจมตี…” มังกรร้ายกล่าว หากไม่ใช่เรื่องนี้ มันก็คงไม่ยอมจากเจ้าเด็กโง่นี่ไปอย่างแน่นอน
“ที่เมืองอื่นข้าไม่รู้ แต่หากเป็นเมืองอวู่ซวงของอาเล็กของข้าก็ไม่เป็นอะไรหรอก หากข้าจะรับมังกรร้ายมาเป็นสัตว์เลี้ยงตัวน้อยสักตัว ก็ไม่มีใครกล้ามาว่าอะไรข้าได้อยู่ดี” มู่เฉียนซีกล่าวตอบ
มังกรร้ายโมโหขึ้นมาทันที มันกล่าวว่า “อะไรนะ จะให้ข้าเป็นสัตว์เลี้ยงตัวน้อยของเจ้าอย่างนั้นหรือ!”
“ดูเหมือนว่าเจ้าจะไม่ยอมสินะ! เช่นนั้นต้นภูตวิญญาณจันทราไปกับข้า ส่วนเจ้าก็อยู่ที่ป่าภูตวิญญาณปีศาจนี่ไปก็แล้วกัน!” มู่เฉียนซีกล่าวอย่างเรียบเฉย
“ไม่! ข้าจะไปกับเจ้า ข้าไม่อยากเป็นสัตว์เลี้ยงตัวน้อย อย่างน้อยข้าต้องได้เป็นสัตว์เลี้ยงตัวใหญ่” มังกรร้ายกล่าวอย่างเคร่งขรึม
“พรูดดด! สัตว์เลี้ยงตัวใหญ่อย่างนั้นหรือ!” มู่เฉียนซีอดที่จะขำออกมาไม่ได้
มังกรร้ายปฏิบัติต่อต้นภูตวิญญาณจันทราเป็นอย่างดี และเพื่อที่จะอยู่เคียงข้างเจ้าเด็กโง่ผู้นี้ มันยินดีที่จะแลกกับอะไรก็ได้ทั้งนั้น
“ในเมื่อเป็นเช่นนี้ พวกเราก็ถอยกันเถอะ! ออกไปจากป่าภูตวิญญาณปีศาจแห่งนี้ก่อน” และมู่เฉียนซีได้ให้ต้นภูตวิญญาณจันทราไปอยู่ในมิติของศาลาเรือนรางเก้าชั้น
อย่างที่รู้กันว่าวิญญาณวารีของมิติแห่งนี้ เป็นที่ชื่นชอบของอวิ๋นจื่อ แน่นอนว่ามันย่อมต้องเป็นที่ชื่นชอบของต้นภูตวิญญาณจันทราเช่นกัน
ส่วนมังกรร้าย มู่เฉียนซีได้ให้มันไปอาศัยอยู่ในหอคอยนิรันดร์ก่อน
ในตอนที่มังกรร้ายถูกขังอยู่ในหอคอยนิรันดร์ มันก็เพิ่งได้รู้ว่าตนเองได้ไปยั่วยุมนุษย์แบบไหนเข้าให้แล้ว
พระเจ้า! คิดไม่ถึงเลยว่ามนุษย์ผู้นี้จะเป็นเจ้านายของหอคอยนิรันดร์!
และเพราะนางเป็นคนที่วิปลาสถึงเพียงนี้ ฉะนั้นการที่เด็กโง่อยู่กับนางน่าจะปลอดภัยมากกว่า
กองกำลังของเมืองอวู่ซวงเป็นกลุ่มสุดท้ายที่ออกมาจากป่าภูตวิญญาณปีศาจแห่งนี้ และในที่สุดงานล่าสัตว์นี้ก็ได้สิ้นสุดลง ส่วนโยวเยี่ยเสียและโยวเยี่ยอี้ทั้งสองได้รับบาดเจ็บสาหัสจึงถูกคนพากลับไปรักษาที่เมืองเสียอย่างรวดเร็ว
และเมืองเสียก็เหลือตัวแทนไว้เพียงไม่กี่คน เพื่อตรวจสอบผลการแข่งขันล่าสัตว์ในครั้งนี้
เพราะคนจากเมืองเสียทั้งหมดเหล่านี้ถูกมู่เฉียนซีวางยา จึงทำให้พวกเขาวุ่นวายอยู่กับการหลบคลื่นอสูร และไม่ค่อยได้ล่ามากเท่าไรนัก
ส่วนเมืองหลักอีกห้าเมืองก็น่าสังเวชไม่แพ้กัน ไม่เพียงแต่พวกเขาจะมีจำนวนสัตว์ภูตวิญญาณที่น้อยมากจนน่าอนาถแล้ว แต่ที่สำคัญไปกว่านั้นก็คือพวกเขาต่างได้รับบาดเจ็บสาหัสอย่างน่าเวทนาอีกด้วย
เพื่อที่จะให้พวกของโยวเยี่ยเสียมีโอกาสเข้าไปในทะเลสาบภูตวิญญาณจันทรา พวกเขาจึงสูญเสียกำลังคนไปไม่น้อย ซึ่งพวกเขาแต่ละคนในเวลานี้ต่างก็มองไปที่มู่อวู่ซวงอย่างสับสน
ก่อนหน้านี้พวกเขาล้วนประจบประแจงโยวเยี่ยเสีย เพราะคิดว่าโยวเยี่ยอวู่ซวงไม่มีทางที่จะเป็นคู่ต่อสู้ของโยวเยี่ยเสียได้อย่างแน่นอน
แต่ทว่าหลังจากการต่อสู้ในป่าภูตวิญญาณปีศาจ ก็ทำให้พวกเขาได้รู้ว่าโยวเยี่ยอวู่ซวงผู้นี้ไม่ใช่คนที่สามารถดูถูกได้
หลังจากนั้น คนของเมืองอวู่ซวงก็นำเอาสัตว์ภูตวิญญาณที่จับได้เหล่านั้นออกมา
สัตว์ภูตวิญญาณเหล่านี้มีจำนวนมากจนเอาออกมาวางไม่หมด มันมีจำนวนที่มากเหลือเกิน นอกจากนี้ทั้งหมดยังมีชีวิตอยู่ มันยังไม่ตาย!
จำนวนของมันมากมายนัก จนไม่จำเป็นต้องนับเลยด้วยซ้ำ หากพวกเขาไม่ใช่ที่หนึ่งในการล่าสัตว์ในครั้งนี้แล้วจะเป็นผู้ใดได้อีก
และในเวลานี้ เจ้าเมืองของเมืองหลินก็กล่าวขึ้นมาว่า “น้องอวู่ซวง เจ้าจับสัตว์ภูตวิญญาณมามากมายถึงเพียงนี้ เพราะต้องการฝึกให้เชื่องและให้ลูกน้องของตนเองผูกพันธสัญญาใช่หรือไม่ ข้ารู้จักผู้ฝึกสัตว์อยู่ท่านหนึ่งพอดี ข้าสามารถแนะนำให้เจ้าได้นะ”
ครั้งนี้โยวเยี่ยอวู่ซวงทำให้โยวเยี่ยเสียอยู่ในสภาพที่น่าสังเวชถึงขนาดนี้ ซึ่งมันก็ทำให้มีคนอยากที่จะเข้ามาตีสนิทกับเขาจนทนไม่ไหวแล้ว
เมื่อถึงเวลานั้นไม่ว่าฝ่ายไหนจะพ่ายแพ้อย่างย่อยยับ หรือฝ่ายไหนจะชนะ พวกเขาต่างก็มีคนสนับสนุนทั้งนั้น
สำหรับสถานการณ์ที่น้ำขึ้นให้รีบตักเช่นนี้ มู่อวู่ซวงกลับไม่มีความสนใจเลยแม้แต่น้อย
เขากล่าวอย่างเฉยเมยว่า “ท่านเจ้าเมืองหลินไม่ต้องแนะนำผู้ฝึกสัตว์ให้ข้าหรอก! เพราะเมืองอวู่ซวงของพวกข้ามีผู้ฝึกสัตว์ที่ยอดเยี่ยมแล้ว!”
“ใช่แล้วขอรับ! ผู้ฝึกสัตว์ของเมืองอวู่ซวงของพวกเรายอดเยี่ยมมาก!” คนของเมืองอวู่ซวงคนอื่น ๆ กล่าวพลางยิ้มด้วยความภาคภูมิใจ
เพราะผู้ฝึกสัตว์ของเมืองอวู่ซวงของพวกเขา ก็คือฝ่าบาทน้อยของพวกเขาอย่างไรเล่า!
ความสามารถของฝ่าบาทน้อยของพวกเขา ช่างไร้เทียมทานจริง ๆ หากพูดออกไปก็กลัวว่าคนอื่นจะตกใจตายเสียเปล่า ๆ เพื่อเห็นแก่หน้าพวกเขา ดังนั้นจึงตัดสินใจว่าจะไม่บอกพวกเขาก็แล้วกัน
พวกเขากวาดสายตามองไปที่กลุ่มคนของเมืองอวู่ซวงเหล่านั้น ด้วยความงงงวย เจ้าพวกนี้ไม่มีใครที่เหมือนจะเป็นผู้ฝึกสัตว์เลยสักคน! หรือว่าไม่อาจตัดสินคนจากภายนอกได้กันนะ
ไม่ว่าอย่างไรพวกเขาก็คงคิดไม่ถึงหรอกว่า มู่เฉียนซีจะเป็นผู้ฝึกสัตว์คนนั้น
ด้วยเหตุนี้การต่อสู้ในครั้งนี้ ผู้ชนะก็คือเมืองอวู่ซวงอย่างไม่ต้องสงสัย
คนที่อยู่ฝ่ายของเมืองเสียไม่ยอมแพ้ พวกเขากล่าวว่า “เนื่องจากฝ่าบาทเสียของพวกข้าเกิดปัญหาบางอย่างขึ้นระหว่างการแข่งขันกับเจ้าเมืองทุกท่าน จึงทำให้ฝ่าบาทอวู่ซวงได้ที่หนึ่งไป! แต่ทว่าเหล่าอัจฉริยะของพวกเราก็ล่าสัตว์ภูตวิญญาณมาได้ไม่น้อยเช่นกัน”
ของที่ยึดมาได้ของพวกเขาเหล่านี้ ค่อนข้างมากอยู่เหมือนกัน
ทุกคนต่างจ้องมองไปยังอัจฉริยะเหล่านั้นด้วยแววตาที่เปล่งประกายเป็นอย่างยิ่ง คิดไม่ถึงเลยว่าอัจฉริยะแต่ละคนจะยอดเยี่ยมถึงเพียงนี้
คนของเมืองเสียเหล่านั้นกล่าวถามขึ้นมาว่า “มู่เฉียนซี สัตว์ภูตวิญญาณที่เจ้าล่ามาล่ะ เจ้าไม่สามารถใช้สัตว์ภูตวิญญาณของพวกฝ่าบาทอวู่ซวงมานับรวมได้หรอกนะ!”
คนของเมืองอวู่ซวงเหล่านั้นเดือดดาลขึ้นมาทันที พวกเขากล่าวว่า “พวกเจ้าดูถูกคนอื่นให้มันน้อย ๆ หน่อยเถอะ! ก็แค่ล่าสัตว์ภูตวิญญาณเท่านั้น นี่มันง่ายเกินไปสำหรับฝ่าบาทน้อยของพวกข้าด้วยซ้ำ”
มู่เฉียนซีมองไปทางพวกเขาแล้วกล่าวว่า “สัตว์ภูตวิญญาณที่ข้าล่าน่ะหรือ! ไม่ใช่พวกนั้นหรืออย่างไร ข้าก็แค่ให้ลูกน้องของข้าเหล่านี้ดูแลให้เท่านั้นเอง”
ผู้อาวุโสของเมืองเสียเหล่านั้นกล่าวด้วยความโกรธเคือง “มู่เฉียนซี เจ้าจะไร้ยางอายเกินไปหน่อยแล้ว! คิดไม่ถึงว่าต้องการเอาสัตว์ภูตวิญญาณที่เหล่าอัจฉริยะของพวกข้าล่ามาไปเป็นของตนเองเพียงแค่พูดคำเดียว…”
ในเวลานี้ หนุ่มน้อยคนหนึ่งก็กล่าวขึ้นมาว่า “นายท่าน นี่เป็นของพี่ใหญ่มู่จริง ๆ ขอรับ!”
“เจ้าตัวนี้ก็เป็นของพี่ใหญ่มู่เช่นกัน! หากท่านไม่เชื่อ ก็สามารถดูบาดแผลบนตัวของมันได้ เข็มที่มีขนาดเล็กเช่นนี้ มีเพียงพี่ใหญ่มู่เท่านั้นที่มีขอรับ!”
“นี่ก็ใช่…”
การผูกขาดความดีความสำเร็จของลูกพี่ใหญ่เช่นนั้น พวกเขาไม่กล้าทำหรอก
พวกเขารออยู่ข้างนอกมาเป็นเวลานาน สุดท้ายก็รอจนนางออกมาได้อย่างปลอดภัย ซึ่งมันก็ทำให้พวกเขาสบายใจได้ในที่สุด
ผู้อาวุโสของเมืองเสียเหล่านั้นโกรธจนหน้าดำหน้าแดงไปหมด ก่อนหน้านี้เขายังภูมิใจในความเก่งกาจของอัจฉริยะของเมืองเสียที่ล่าสัตว์ภูตวิญญาณมาได้มากมายขนาดนี้อยู่เลย ที่แท้ทั้งหมดนี้ก็เป็นของที่มู่เฉียนซีฝากเอาไว้นี่เอง
“นี่พวกเจ้าไม่ใช่คนของเมืองเสียแล้วอย่างนั้นหรือ พวกเจ้าไปช่วยคนนอกอย่างนี้ได้เช่นไร รีบบอกไปสิ่งว่านี่คือสิ่งที่พวกเจ้าเป็นคนล่ามาเองเดี๋ยวนี้” ผู้อาวุโสของเมืองเสียเหล่านั้นกล่าวตำหนิ
“พวกเรากล่าวตามข้อเท็จจริง ว่าอะไรเป็นอะไรเท่านั้น หากไม่มีพี่ใหญ่มู่ ข้าก็คิดว่าพวกเราคงไม่มีทางล่าสัตว์ภูตวิญญาณมาได้มากมายขนาดนี้เช่นกัน คิดอย่างไรก็เป็นไปไม่ได้เลย” พวกเขากล่าวตอบด้วยสีหน้าที่สงบ
ด้วยเหตุนี้พวกเขาจึงถูกเด็กน้อยกลุ่มนี้ทำให้โมโหจนแทบคลั่งเลยทีเดียว
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “การที่สามารถล่าสัตว์ภูตวิญญาณเหล่านี้ได้ก็เป็นความดีความชอบของพวกเจ้าด้วย ในเมื่อพวกเจ้าเป็นคนเริ่ม เช่นนั้นพวกเจ้าก็มีผลงานที่ดีเช่นกัน ถึงอย่างมากที่สุดก็แค่ติดตามข้า! และแน่นอนว่าอันดับหนึ่งก็ต้องเป็นลูกพี่อย่างข้าอยู่แล้ว!”
แม้ว่าจะแบ่งกันแล้ว แต่จำนวนสัตว์ที่ล่าได้ก็มากกว่าที่พวกเจ้าจินตนาการว่าจะออกมาหาประสบการณ์ในครั้งนี้อยู่ดี พวกเขากล่าวว่า “นายท่าน เป็นเช่นนี้พวกท่านพอใจแล้วหรือไม่”
ผู้แข็งแกร่งของเมืองเสียเหล่านี้ไม่เหมือนกับที่พูดเอาไว้อย่างสิ้นเชิง พวกเขากล่าวว่า “ไป! พวกเรากลับ!”
กลับไปคงจะต้องโดนลงโทษแน่นอน ขนาดพวกเขายักไหล่ยังไม่เกรงกลัวเลย เพราะเมื่อเทียบกับพิษของลูกพี่มู่แล้ว ลงโทษแค่นี้ไม่เท่าไรเลยจริง ๆ มันถือว่าเบากว่าเยอะเลยด้วยซ้ำ!
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “ใช่แล้ว! หากว่าท่านเจ้าเมืองของพวกเจ้ายังมีชีวิตอยู่ละก็ บอกพวกเขาด้วยว่าอย่าลืมเดิมพันระหว่างพวกเราล่ะ!”