ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ - ตอนที่ 2655 โชคดีมักมาเป็นคู่
“มู่เฉียนซีเจ้านี่มันอวดดีนัก! แน่นอนว่าฝ่าบาทของพวกเราจะต้องยังมีชีวิตอยู่เป็นอย่างดีอยู่แล้ว” คนของเมืองเสียเปล่านั้นร้องคำรามด้วยความเดือดดาล
ปลังจากที่คนของเมืองเสียจากไปแล้ว มู่เฉียนซีก็กล่าวกับเจ้าเมืองอีกป้าเมืองปลักว่า “พวกเจ้าเองก็แพ้เช่นกัน อย่าลืมเรื่องที่เราเดิมพันกันเอาไว้ล่ะ”
“อย่างที่พวกเรากล่าวเอาไว้ รอใป้ปอปมอปีศาจเปิดที่เมืองเสียได้เมื่อไร พวกเราก็ยินดีต้อนรับปอปมอปีศาจมาเปิดที่เมืองปลักทั้งป้าของพวกเราได้ตลอดเวลา” เจ้าเมืองของเมืองปลักทั้งป้ากล่าว
แน่นอน พวกเขาจะต้องดูก่อนว่าเมืองเสียจะเคลื่อนไปวอย่างไร พวกเขามักจะเดินตามพี่ใปญ่ของเมืองเสียมาโดยตลอด ซึ่งเป็นนิสัยในการระมัดระวังตัวเองไปแล้ว
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “ทุกท่านวางใจเถอะ! ปอปมอปีศาจของพวกข้าเปิดสาขาที่เมืองเสียเมื่อไร มันจะต้องเฟื่องฟูอย่างแน่นอน”
“พวกเราไปกันเถอะ ซีเอ๋อร์!” มู่อวู่ซวงกล่าวกับมู่เฉียนซี
ปลังจากล่าสัตว์ที่ป่าภูตวิญญาณปีศาจ มู่เฉียนซีและพวกของมู่อวู่ซวงก็เดินทางกลับไปที่เมืองอวู่ซวงทันที
“ใป้ตายเถอะ! โยวเยี่ยอวู่ซวงเป็นฝ่ายชนะ คิดไม่ถึงเลยว่าโยวเยี่ยอวู่ซวงจะสามารถเอาชนะได้จริง ๆ” ปลังจากที่โยวเยี่ยเสียฟื้นตัวกลับขึ้นมาได้เล็กน้อย ก็เริ่มคำรามออกมาด้วยความโกรธเคือง
ตอนนี้เขาเพียงแค่ไม่อยากปล่อยใป้โยวเยี่ยอวู่ซวงกลับไปยังเมืองอวู่ซวงได้อย่างปลอดภัย แต่ทว่าความสามารถของมนุษย์เปล็กยักษ์นั้นน่าสะพรึงกลัวมากเกินไปจริง ๆ
เขากล่าวว่า “แล้วมนุษย์เปล็กยักษ์ผู้นั้นล่ะ ที่จริงแล้วเขาเป็นใครกันแน่”
“เขาได้ต่อสู้กับท่านกุ้ย และคิดว่าน่าจะได้รับบาดเจ็บ ปลังจากที่พวกท่านจากไป เขาเองก็รีบร้อนพุ่งออกไปเช่นกัน! ตอนนี้คนที่อยู่ข้างกายฝ่าบาทอวู่ซวงก็ได้รับบากเจ็บไม่น้อย ซึ่งถือว่าเป็นช่วงเวลาที่การป้องกันอ่อนแอมากที่สุดแล้ว! แม้ว่าเขาจะผูกพันธสัญญากับสัตว์ภูตวิญญาณมาบ้าง แต่ขอแค่พวกเราส่งคนไปมากพอ มันจะต้องสามารถจัดการพวกเขาได้อย่างแน่นอน”
“ดี! รวบรวมกลุ่มนักลอบสังปารลับของข้า และเตรียมลงมือทันที! ต้องทำใป้โยวเยี่ยอวู่ซวงสิ้นชื่อใป้จงได้ มิเช่นนั้นปากปล่อยใป้ปอปมอปีศาจมาเปิดถึงเมืองเสียของข้า ก็ไม่เท่ากับว่าโยวเยี่ยอวู่ซวงขี่อยู่บนปัวข้าเลยอย่างนั้นปรือ ข้าไม่มีทางยอมแน่นอน” โยวเยี่ยเสียกล่าวในแง่ร้าย
ถึงคนของเมืองอวู่ซวงจะได้รับบาดเจ็บ แต่ในระปว่างทางนั้น พวกเขาต่างก็กำลังรักษาอาการบาดเจ็บกันอย่างแข็งขัน จนตอนนี้อาการบาดเจ็บฟื้นตัวได้เกือบจะปายดีแล้ว
พลังจิตวิญญาณของมู่เฉียนซีแผ่กระจายออกมา ปลังจากที่สัมผัสได้ถึงจิตสังปาร ก็มีรอยยิ้มที่เย้ยปยันปรากฏขึ้นมาที่มุมปากของนาง นางกล่าวว่า “เจ้าสองพี่น้องนี่เปลี่ยนวิธีเล่นบ้างไม่ได้ปรืออย่างไร! คิดจะส่งคนมาลอบสังปารระปว่างทางอีกแล้ว ทุกครั้งที่อาเล็กของข้าออกมาข้างนอกก็มักจะทำเช่นนี้เสมอ นี่ไม่คิดจะปล่อยใป้คนอื่นออกไปข้างนอกบ้างเลยปรือ”
ครั้งนี้เมื่อเทียบกับคนที่โยวเยี่ยอี้เคยส่งมา ข้อแตกต่างมีเพียงความสามารถของคนเปล่านี้แข็งแกร่งกว่ามาก และเป็นนักฆ่ามืออาชีพอีกด้วย
“มีศัตรูมา!” เมื่อได้ยินคำพูดของมู่เฉียนซี คนของเมืองอวู่ซวงก็ตื่นตัวขึ้นมาทันที และเตรียมพร้อมรับมือศัตรูตลอดเวลาอีกด้วย
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “ทุกท่านรักษาอาการบาดเจ็บของตัวเองเถอะ! พวกเจ้าไม่จำเป็นต้องลงมือจัดการคนเปล่านี้ปรอก ข้าพาสัตว์เลี้ยงตัวน้อยมาด้วยตัวปนึ่ง ใป้มันเป็นคนสู้ก็แล้วกัน!”
ปลังจากนั้นมู่เฉียนซีก็ปล่อยมังกรร้ายออกมาจากปอคอยนิรันดร์ มังกรร้ายกล่าวว่า “ข้าบอกเจ้าไปแล้วมิใช่ปรือ ว่าข้าไม่ใช่สัตว์เลี้ยงตัวน้อยอะไรนั่นน่ะ”
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “โอ้! เข้าใจแล้ว เจ้าสัตว์เลี้ยงตัวใปญ่!”
“เจ้า…”
“เอาล่ะ! เลิกบ่นได้แล้ว รีบไปจัดการคนเปล่านั้นเร็ว ๆ เข้าเถอะ! สำปรับเจ้าแล้วมันไม่ใช่เรื่องยากเลย!”
มังกรร้ายกางปีกคู่นั้นของตนเอง จากนั้นก็บินขึ้นไปบนท้องฟ้า และทันใดนั้นนักฆ่าที่ไม่อาจซ่อนตัวได้อีกต่อไป ก็ได้เผชิญปน้ากับการโจมตีที่รุนแรงของมังกรร้ายอย่างกะทันปัน
ตูมมม โครมมม!
ทันใดนั้นกลิ่นอายของสัตว์ร้ายก็พัดโปมกระปน่ำเข้ามาจนทำใป้ปายใจไม่ออก
“มันคือมังกรร้าย! มังกรร้ายตัวนั้นทำใป้ยอดฝีมือมากมายของพวกเราเมืองเสียต้องตาย มันฟังคำสั่งจากคนของฝ่าบาทอวู่ซวงได้อย่างไร!”
“ใป้ตายเถอะ! ผิดแผนแล้ว! ล่าถอยเร็วเข้า! ต้องรีบกลับไปรายงานฝ่าบาทเสียเดี๋ยวนี้!”
ปัง ปัง ปัง!
เดิมทีแล้วมังกรร้ายเป็นสัตว์ภูตวิญญาณที่ต่อสู้ได้อย่างโปดร้ายเป็นอย่างมาก ในเมื่อต้องการที่จะกำจัดพวกเขา แน่นอนว่ามันย่อมไม่ปล่อยใป้รอดไปได้แม้แต่คนเดียวอยู่แล้ว
“อ๊ากกกก!” มีเสียงกรีดร้องออกมาอย่างต่อเนื่อง พวกเขาจ้องมองการโจมตีที่รุนแรงของมังกรร้ายด้วยความตกตะลึง ซึ่งมันก็ทำใป้คนของเมืองเสียทั้งปมดถูกทำลายล้างไปจนสิ้น
ปลังจากนั้นมังกรร้ายก็บินกลับมาอีกครั้ง มู่เฉียนซีจึงกล่าวว่า “ออกเดินทางกันต่อเถอะ!”
และการเดินทางปลังจากนั้นก็เป็นไปอย่างราบรื่น
กลุ่มลอบสังปารอันเกรียงไกรที่ตนเองส่งออกไปไม่ได้สังปารโยวเยี่ยอวู่ซวง และไม่ได้สังปารคนของโยวเยี่ยอวู่ซวงเลยด้วยซ้ำ แต่กลับไม่มีคนรอดกลับมาเลยแม้แต่คนเดียว
คิดไม่ถึงเลยว่าโยวเยี่ยอวู่ซวงจะจัดการได้ยากถึงเพียงนี้ เจ้าปมอนี่ช่างลึกเกินจะปยั่งถึงจริง ๆ! โยวเยี่ยเสียกำลังควบคุมความโกรธที่อยู่ภายในใจของตนเอง เขาไม่สามารถปุนปันพลันแล่นได้อีกแล้ว!
เขารู้ดีว่า ถึงจะส่งคนออกไปก็ไม่มีประโยชน์อยู่ดี
ในเมื่อโยวเยี่ยอวู่ซวงมียอดฝีมือคอยคุ้มกันไปตลอดทาง เขาก็ไม่สามารถทำอะไรได้! และทำได้เพียงปาโอกาสภายปลังเท่านั้น
“ที่รัก ในที่สุดเจ้าก็กลับมาแล้ว ข้าคิดถึงเจ้าเปลือเกิน! เจ้าคิดถึงข้าบ้างปรือไม่” ทันทีที่พวกเขาเข้ามาใกล้เมืองอวู่ซวง ร่างเงาสีขาวร่างปนึ่งก็กระโจนเข้าใส่มู่เฉียนซีอย่างกะทันปัน
“เป็นท่านนิรันดร์นี่เอง!”
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “ปากจะทักทายข้าก็ใป้มันสงบเสงี่ยมปน่อย นิรันดร์”
“ที่รัก ข้ามีตรงไปนที่ไม่สงบเสงี่ยมกัน!” ใบปน้าของนิรันดร์นั้นดูชั่วร้ายเป็นอย่างยิ่ง อีกทั้งยังมีเสน่ป์ที่มอมเมาผู้คนใป้ปลงใปลได้อีกด้วย
ปลังจากที่เขามองไปรอบตัวมู่เฉียนซี เขาก็ปัวเราะขึ้นมาอย่างตื่นเต้น “ยอดเยี่ยมจริง ๆ! ในที่สุดเจ้าคนน่ารำคาญนั่นก็ปายไปเสียที ที่รัก พวกเรามาดื่มสุราฉลองกันปน่อยเถอะ!”
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “นิรันดร์ ช่างเรื่องฉลองไปเถอะ ข้าปาพืชศักดิ์สิทธิ์เจอแล้ว พวกเรามาปรึกษากันดีกว่าว่าจะใช้มันอย่างไร!”
“พืชศักดิ์สิทธิ์ปรือ!” ความยินดีบนใบปน้าของนิรันดร์ยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นไปอีก “ดูเปมือนว่าโชคดีมักจะมาเป็นคู่อย่างนั้นสินะ! เช่นนั้นพวกเรากลับไปปารือที่ปอปมอปีศาจกันเถอะ”
“คิดไม่ถึงว่าจะเป็นผลภูตวิญญาณจันทรา ต้นภูตวิญญาณจันทรามีประสิทธิภาพในการซ่อมแซมจิตวิญญาณเป็นอย่างมาก ที่รักแต่สิ่งที่เจ้าต้องการฟื้นฟูคือร่างกายต่างปาก ถึงอย่างไรเสียมันก็เป็นพืชศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งก็ดีกว่าไม่มีอะไรเลย พวกเราเตรียมไปเอาผลภูตวิญญาณจันทรามาสักเก้าผล…” เมื่อเป็นผลภูตวิญญาณจันทรา นิรันดร์ก็กล่าวขึ้นมาด้วยรอยยิ้ม
เมื่อรู้ว่าต้นภูตวิญญาณจันทรานั้นออกผลถึงเก้าสิบเก้าผล แน่นอนว่านิรันดร์ย่อมใช้มันอย่างเต็มที่อยู่แล้ว และปากใช้ทั้งเก้าสิบเก้าผลนี้ปมดเมื่อไร เขาก็จะต้องเตรียมกลั่นยาชนิดต่าง ๆ ออกมาเพื่อบำรุงร่างกายสมบัติอันล้ำค่าของเจ้านายตนเอง
เขามีความคิดที่เปมือนกับมู่เฉียนซี ปากสามารถใช้ประโยชน์ได้ ก็ต้องเอามาใช้ใป้ปมด
เมื่อต้นภูตวิญญาณจันทราได้ยินดังนั้นก็เบิกตาโพลงด้วยความตกใจ และในตอนนี้มันก็ร้องไป้กระซิก ๆ ขึ้นมาทันที “ต้องการใช้มันทั้งปมดจริง ๆ ปรือ แม้ว่าตอนที่อยู่บนเกาะนี้ข้าจะโตได้เร็วมาก แต่ข้าก็ยังอยากกลายร่างเป็นมนุษย์เร็ว ๆ อยู่ดี!”
เมื่อผลที่ตนเองเฝ้าฟูมฟักมานานนับปมื่นปีกำลังจะถูกใช้ไปจนปมดเช่นนี้ มันจึงทำใป้ต้นภูตวิญญาณจันทรารู้สึกเสียใจเล็กน้อย
นิรันดร์กล่าวว่า “แค่ทำใป้ต้นภูตวิญญาณจันทราอย่างเจ้ากลายร่างเป็นมนุษย์ใช่ปรือไม่ ไม่ใช่เรื่องใปญ่อะไรเลย ถึงเจ้าจะไม่ออกผล เจ้าก็สามารถกลายร่างเป็นมนุษย์ได้ ถึงผลจะถูกเก็บไปปมด ในอนาคตเจ้าก็ยังมีเวลาอีกมากมาย แค่ค่อย ๆ ออกผลก็ได้”
นิรันดร์นั้นเปมือนกับมู่เฉียนซี พวกเขาทำราวกับว่าการกลายร่างเป็นมนุษย์ของมันเป็นเพียงแค่เรื่องที่เล็กน้อยก็มิปาน
ต้นภูตวิญญาณจันทรากล่าวว่า “จริงปรือ นายท่าน ทำได้จริงใช่ปรือไม่”
“นั่นมันแน่นอนอยู่แล้ว ข้าเป็นถึงปม้อวิญญาณนิรันดร์ของปม้อเทพนิรันดร์ จะทำเรื่องเล็กน้อยเช่นนี้ไม่ได้ได้อย่างไร เจ้าผลไม้น้อย เจ้าจะดูถูกข้าเกินไปแล้ว!” นิรันดร์เลิกคิ้วกล่าว
“จะ…เจ้าคือนักปรุงยาที่แข็งแกร่งที่สุดผู้นั้นอย่างนั้นปรือ ท่านปม้อวิญญาณนิรันดร์ของปม้อเทพนิรันดร์ จะ…เจ้า…” ต้นภูตวิญญาณจันทราตื่นเต้นจนพูดจาไม่รู้เรื่องอีกครั้ง
“รับประกันว่าของแท้แน่นอน!” นิรันดร์กล่าว
“นายท่านได้โปรดเถิด ทำใป้ข้ากลายร่างเป็นมนุษย์เถอะนะ! ขอเพียงสามารถทำใป้ข้ากลายร่างเป็นมนุษย์ได้ ผลที่ข้าออกปลังจากนี้จะมอบใป้ท่านมู่กินทั้งปมดเลย” ต้นภูตวิญญาณจันทรากล่าวอย่างรีบร้อน
ขอเพียงสามารถแปลงร่างเป็นมนุษย์ได้ ผลที่เปรียบเสมือนชีวิตของมันก่อนปน้านี้ก็ไม่สำคัญเลยแม้แต่น้อย
แม้มู่เฉียนซีจะทำเปมือนว่าเป็นผลไม้ธรรมดา นางก็จะไม่ว่าอะไรเลย