ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ - ตอนที่ 2656 อย่ามาแย่งข้า
นิรันดร์กล่าวว่า “ถึงข้าจะมีหนทาง! แต่คนที่ช่วยเจ้ากลายร่างเป็นมนุษย์นั้นไม่ใช่ข้าหรอก”
“เอ๊ะ!” ต้นภูตวิญญาณจันทราตะลึงงันไปทันที
“ศิษย์รักของข้า ก็สามารถทำได้เช่นกัน!” นิรันดร์กล่าวด้วยรอยยิ้ม
มู่เฉียนซีคลี่รอยยิ้มพลางกล่าวว่า “ข้าไม่รีบเก็บผลของเจ้าหรอก รอข้าสามารถกลั่นยาที่ทำให้เจ้ากลายร่างออกมาได้ก่อนค่อยว่ากัน เมื่อถึงตอนนั้น ข้าจะเก็บผลทั้งหมดของเจ้าไปอย่างไม่เกรงใจแน่นอน”
“อิอิ อิอิ! ขอเพียงสามารถกลายร่างได้ จะเก็บไปจนหมดก็ไม่เป็นไรหรอก”
หลังจากนั้นมู่เฉียนซีก็ตรงไปที่ห้องกลั่นยาของหมอปีศาจเพื่อเริ่มกลั่นยาทันที แน่นอนว่ามันต้องเป็นยาที่มีรูปแบบคล้ายคลึงกับยาของพืชกลายพันธุ์อยู่แล้ว เพราะพวกเขาเป็นพืชเหมือนกันอย่างไรล่ะ!
แต่แน่นอนว่ามันมีความแตกต่างกันบ้างอยู่แล้ว เพราะพืชทั้งหมดนั้นเติบโตมาในสภาพแวดล้อมที่ต่างกัน ทั้งระดับและโครงสร้างล้วนแตกต่างกันอีกด้วย
มู่เฉียนซีจะต้องวิเคราะห์ตามรูปแบบเฉพาะของเป้าหมายโดยละเอียด ถึงจะสามารถกลั่นยาที่เหมาะสมกับเจ้าผลไม้น้อยที่สุดออกมาได้
และในที่สุดมู่เฉียนซีก็กลั่นยาขวดหนึ่งออกมาได้สำเร็จ นางกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “กลั่นยาออกมาได้ขวดหนึ่งพอดี เช่นนั้นกลั่นอีกขวดก็แล้วกัน!”
ยาขวดที่สองที่มู่เฉียนซีกลั่นออกมานั้นแตกต่างจากขวดก่อนหน้านี้อย่างสิ้นเชิง เพราะพลังที่อยู่ภายในยาขวดนี้อันตรายและบ้าคลั่งกว่ามาก
หลังจากที่นางกลั่นยาเสร็จแล้วก็เดินออกมา พลางกล่าวว่า “หอหมอปีศาจเหมาะสำหรับกลั่นยา แต่ไม่เหมาะจะเป็นที่สำหรับการกลายร่างของเจ้าผลไม้น้อย พวกเรากลับไปที่จวนเจ้าเมืองกันก่อนเถอะ! ที่นั่นมีพื้นที่กว้างขวางกว่ามาก”
มู่อวู่ซวงกำลังรอมู่เฉียนซีอยู่ที่ประตูทางเข้า เขากล่าวว่า “ซีเอ๋อร์กำลังจะกลับไปจวนเจ้าเมืองใช่หรือไม่ เช่นนั้นพวกเราไปด้วยกันเถอะ!”
มู่เฉียนซีหาพื้นที่โล่งกว้างที่อยู่หลังเขาของจวนเจ้าเมือง จากนั้นก็นำต้นภูตวิญญาณจันทราออกมา
เมื่อต้นภูตวิญญาณจันทราที่อยู่ในมิติของศาลาเรือนรางเก้าชั้นมาโดยตลอด ต้องหยั่งรากลงไปในพื้นดินธรรมดา ก็ทำให้มันรู้สึกอึดอัดเป็นอย่างมาก
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “ข้าจะเตรียมใช้ยากลายร่างแล้ว เจ้าก็เตรียมตัวให้พร้อมเถอะ!”
“อื้ม! ข้าเตรียมตัวพร้อมแล้ว ข้ารอคอยวันนี้มานานมากแล้ว” เจ้าผลไม้น้อยกล่าวด้วยความคาดหวัง
หลังจากนั้นมู่เฉียนซีก็หยิบยาขวดหนึ่งออกมา ครึ่งหนึ่งนางเทลงไปในดินที่มีรากของต้นภูตวิญญาณจันทรา ส่วนอีกครึ่งหนึ่งนางใส่เข้าไปในเข็มฉีดยา และเตรียมที่จะแทงลงไป…
“กรี๊ดดดดด! มันจะเจ็บนะ! ต้องเจ็บมากแน่ ข้าจะเป็นลม…” ยังไม่ทันที่จะได้ฉีดยา ทว่าต้นภูตวิญญาณจันทรากลับตื่นตกใจอย่างหนักเสียก่อน และอดที่จะให้ตนเองมีขายาว ๆ ไว้วิ่งหนีไม่ไหวอยู่แล้ว
มุมปากของมู่เฉียนซีกระตุกอย่างแรง “เจ้าอย่าบอกข้านะว่าต้นไม้อย่างเจ้าจะเป็นลมเพราะจะโดนฉีดยาน่ะ!”
“ฮือออออ! ก็ข้ากลัวนี่นา! มันน่ากลัวเหลือเกิน!” ต้นภูตวิญญาณจันทรากล่าวอย่างสะอึกสะอื้น
มังกรร้ายที่เฝ้าอยู่ด้านข้างรู้สึกปวดใจขึ้นมาทันทีเมื่อได้ยินเสียงร้องเช่นนี้ มังกรร้ายกล่าวว่า “เจ้าสิ่งนี้ ไม่ฉีดไม่ได้หรือ”
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “ไม่ได้! หากไม่ฉีดแล้วละก็ ความสำเร็จจะลดลงถึงห้าส่วน ในเมื่อเป็นเช่นนี้เจ้าคิดว่าจะไม่ฉีดได้หรือ”
ห้าส่วนเชียวหรือ หากไม่ฉีดก็มีความเป็นไปได้มากว่าการกลายร่างนี้อาจจะล้มเหลว ฉะนั้นเจ้าผลไม้น้อยจึงกล่าวว่า “ฉีด! แน่นอนว่าต้องฉีดอยู่แล้ว!”
“กระซิก ๆ ๆ แต่ข้ากลัวมากเลย!”
ในเวลานี้ มู่เฉียนซีก็ชี้ไปอีกด้านหนึ่งอย่างกะทันหันพลางกล่าวว่า “เจ้าผลไม้น้อย รีบดูเร็วเข้า! เจ้ามังกรร้ายที่กลายร่างเป็นมนุษย์ไม่ได้ใส่เสื้อผ้าเลยสักชิ้น…”
“กรี๊ดดด! หลงหลง…” เจ้าผลไม้น้อยร้องด้วยความตกใจ จากนั้นก็มองไปทางมังกรร้ายทันที
และมู่เฉียนซีก็ฉวยโอกาสตอนที่มันถูกเบี่ยงเบนความสนใจนี้ ฉีดยาให้มันโดยไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อย
เมื่อต้องเผชิญหน้ากับพืชศักดิ์สิทธิ์ตัวน้อยนี้ มู่เฉียนซีทำได้เพียงฉีดยาให้เร็วมากที่สุดเท่านั้น
หลังจากที่สติของเจ้าผลไม้น้อยกลับมา การฉีดยาก็เสร็จสิ้นพอดี ซึ่งมันก็ไม่รู้สึกอะไรเลยแม้แต่น้อย
ผลไม้น้อยทำท่าทางน่ารักพลางกล่าวว่า “เอ๊ะ! หลงหลงกลายร่างเป็นมนุษย์แล้วอย่างนั้นหรือ!””
มังกรร้ายในตอนนี้ก็รู้สึกอับอายมากเช่นกัน “มู่เฉียนซี เมื่อครู่นี้เจ้าพูดอะไรกับกั๋วเอ๋อร์น่ะ! จะ…เจ้าพูดแบบนั้นได้อย่างไร”
“ข้าก็แค่พูดเบี่ยงเบนความสนใจของมันเท่านั้นเอง! เจ้าดูสิไม่ใช่ว่าข้าฉีดยาได้สำเร็จแล้วอย่างนั้นหรือ หลังจากนี้ก็มารอกันเถอะ! รอให้มันกลายร่างเป็นมนุษย์ให้สำเร็จ” มู่เฉียนซีกล่าวกับมังกรร้าย
มังกรร้ายรออย่างใจจดใจจ่อ และในขณะที่รอ เจ้าผลไม้น้อยก็ผล็อยหลับไปครู่หนึ่ง นอกจากนี้ผลทั้งเก้าสิบเก้าของมันก็ส่องแสงสว่างไสวราวกับแสงจันทราก็มิปาน ซึ่งมันก็ส่องสว่างไปทั่วหลังเขาเลยทีเดียว
มังกรร้ายสัมผัสได้อย่างเฉียบคมว่ากลิ่นอายของเจ้าเด็กโง่ของมันเปลี่ยนเป็นแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น และกลิ่นอายเช่นนี้ ในที่สุดก็เหมือนพืชศักดิ์สิทธิ์ขึ้นมาเสียที
มังกรร้ายดูภูมิใจมาก แต่อย่างไรเสียมันก็มีความสุขได้ไม่นานนัก เพราะทันใดนั้นก็มีเสียงฟ้าร้องปรากฏขึ้นกลางอากาศ และสีหน้าของมังกรร้ายก็เปลี่ยนไปมากทันที
“คิดไม่ถึงเลย คิดไม่ถึงเลยว่าจะมีสายฟ้าพิฆาต! มีสายฟ้าพิฆาตด้วยหรือ!” เจ้าเด็กโง่ทั้งขี้ขลาด และอ่อนแอขนาดนั้น แล้วมันจะทนรับสายฟ้าพิฆาตที่จะผ่าลงมานี้ได้อย่างไร
“เหตุใดถึงมีสายฟ้าพิฆาตได้ล่ะ” มังกรร้ายในเวลานี้ว้าวุ่นใจเป็นอย่างมาก
มู่เฉียนซีกล่าวตอบว่า “นี่มันค่อนข้างเป็นความรู้ทั่วไปเลยนะ! เมื่อพืชศักดิ์สิทธิ์กลายร่างเป็นมนุษย์ ต่างก็ต้องผ่านด่านนี้ไปให้ได้! สวรรค์ไม่มีทางปฏิบัติต่อเจ้าผลไม้น้อยเป็นพิเศษโดยการไม่ปล่อยสายฟ้าลงทัณฑ์ออกมา เพราะเห็นว่ามันอ่อนแอหรอกนะ!”
“เช่นนั้นก็หยุดเถอะ! รีบหยุดเร็วเข้า ไม่ต้องให้เจ้าเด็กโง่นั่นกลายร่างเป็นมนุษย์แล้ว! ไม่ต้องแล้ว!” มังกรร้ายกล่าวอย่างกังวล
“หลงหลง! ข้าต้องการ ข้าต้องการกลายร่าง ข้าไม่กลัวสายฟ้าลงทัณฑ์หรอก! ไม่กลัวจริง ๆ อย่างน้อยข้าก็เป็นถึงพืชศักดิ์สิทธิ์เชียวนะ! บนโลกนี้พืชศักดิ์สิทธิ์ออกจะยอดเยี่ยมขนาดนั้น ข้าน่ะสุดยอดจะตายไป! ฉะนั้นจะไปกลัวสายฟ้าลงทัณฑ์ได้อย่างไรกัน ปล่อยให้สายฟ้าลงทัณฑ์นี้มาเถอะ!” ต้นภูตวิญญาณจันทรากล่าวอย่างไม่หวั่นไหว
ครืนนนน!
เสียงของสายฟ้าอันน่าสะพรึงกลัวดังสะเทือนเลื่อนลั่นไปทั่วทั้งท้องนภา ซึ่งมันก็ทำให้เจ้าผลไม้น้อยหวาดกลัวจนตัวหดเลยทีเดียว
ความจริงแล้วมันทั้งขี้ขลาด ทั้งหวาดกลัว! แต่ในเมื่อน้ำราดลงพื้นแล้ว จะปล่อยไปไม่ได้!
นอกจากนี้มันก็ไม่อยากให้หลงหลงเป็นกังวลอีกด้วย! ฮืออออ!
เปรี้ยงงงงง!
มังกรสีเงินพุ่งลงมาจากท้องฟ้า และมังกรร้ายในเวลานี้ก็พุ่งทะยานเข้าไปโดยไม่สนอะไรทั้งสิ้น
“เจ้าต้นไม้โง่ ข้าบอกแล้วว่าจะปกป้องเจ้า ฉะนั้นสายฟ้าลงทัณฑ์ของเจ้า ข้าจะขวางมันไว้ให้เจ้าเอง! อย่ากลัวไปเลย!”
ทันใดนั้นร่างเงาสีม่วงก็พุ่งทะยานเข้ามา มู่เฉียนซีกล่าวว่า “ออกไปทางนั้นเลย อย่ามาแย่งข้า ยากนักที่จะได้เจอสายฟ้าลงทัณฑ์ของพืชศักดิ์สิทธิ์ที่ไม่ธรรมดาเช่นนี้ นี่เจ้าอยากจะร่วมสนุกด้วยอย่างนั้นหรือ”
“เจ้ามาขวางสายฟ้าลงทัณฑ์ของพืชศักดิ์สิทธิ์เช่นนี้ หรืออยากจะถูกเผาจนกลายเป็นเถ้าถ่าน จนจิตวิญญาณแตกสลายไปหรืออย่างไร!”
มังกรร้ายไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่า คนที่จะมาขวางสายฟ้าลงทัณฑ์ก็คือมู่เฉียนซี
มันกล่าวว่า “เจ้ายังจะมาว่าข้าอีก! เช่นนั้นเจ้าล่ะ เจ้าจะมาขวางอะไร เจ้ารู้จักกับข้าและเจ้าต้นไม้โง่นี่ไม่นาน ถึงกับต้องทำขนาดนี้เลยหรือ”
“ท่านมู่!” เจ้าผลไม้น้อยกล่าวอย่างเป็นกังวล
ครืนนนน!
สายฟ้าอันน่าสะพรึงกลัวปกคลุมมู่เฉียนซีเอาไว้ และนิรันดร์ก็รีบกล่าวขึ้นมาว่า “ข้าคลาดสายตาไปเพียงครู่เดียวเท่านั้น ที่รักนี่เจ้าทำเรื่องไร้สาระอะไรกันเนี่ย”
“ซีเอ๋อร์!” เมื่อเห็นคนที่ถูกสายฟ้าปกคลุมเอาไว้ มู่อวู่ซวงก็ตกใจขึ้นมาทันที
เขาอยากที่จะพุ่งเข้าไปทำลายอสนีบาตนั้นเสีย เพื่อไม่ให้เกิดเรื่องอะไรขึ้นกับนาง!
แต่ทว่านิรันดร์กลับขวางมู่อวู่ซวงเอาไว้พลางกล่าวว่า “ในเมื่อมันเริ่มขึ้นแล้ว ก็ไม่สามารถทำให้ที่รักเลิกล้มกลางคันได้ มิเช่นนั้นนางจะต้องโกรธมากแน่นอน”
“แต่ว่า…”
“เพียงแค่สายฟ้าลงทัณฑ์ฝึกฝนของพืชศักดิ์สิทธิ์เท่านั้น มันจะทำร้ายที่รักได้อย่างไร เพียงแต่พลังทางกายภาพของนางยังฟื้นตัวได้ไม่เต็มที่ หากถูกโจมตีเช่นนี้อาจจะทำให้รู้สึกเจ็บเล็กน้อยอยู่บ้าง” นิรันดร์กล่าวอย่างปวดใจ
แม้ว่ามันจะต้องเจ็บปวดเล็กน้อย แต่ร่างกายของนางราวกับว่าได้จัดระเบียบใหม่ก็มิปาน ไม่ใช่ว่ามู่เฉียนซีไม่เคยมีประสบการณ์เช่นนี้มาก่อน ดังนั้นนางจึงสามารถผ่านมันไปได้
หากต้องการฟื้นฟูร่างกายของนาง ก็จำเป็นต้องใช้พืชศักดิ์สิทธิ์ในการกลั่นยา ซึ่งแน่นอนว่านี่คือวิธีการที่อ่อนโยนที่นิรันดร์เลือกให้กับเจ้านายที่เขาหวงแหนและทะนุถนอมราวกับของล้ำค่าผู้นี้
ความจริงแล้วนางรู้ดีว่า ยังมีอีกหนทางหนึ่ง ซึ่งนั่นก็คือการใช้อสนีบาตขัดเกลาร่างกายใหม่อีกครั้ง!
แต่ทว่านิรันดร์ไม่ยอม ฉะนั้นนางจึงไม่มีโอกาส
ในที่สุดครั้งนี้นางก็หาโอกาสที่ยากยิ่งนี้ได้เสียที และนางก็ไม่อยากจะพลาดโอกาสนี้ ดังนั้นนางจึงเตรียมตัวที่จะลองดูสักครั้ง และอยากดูว่านางสามารถฟื้นฟูได้มากเพียงใด