ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ - ตอนที่ 2666 นิรันดร์โกรธแล้ว
สำหรับวิธีการนี้ของมู่เฉียนซี ทำให้คนมากมายรู้สึกสับสนเป็นอย่างมาก
“นี่มันไม่สมเหตุสมผลเลย แม่นางน้อยผู้นี้ไม่ได้โง่เสียหน่อย เหตุใดนางที่มีสมบัติล้ำค่าเช่นนั้นถึงไม่ไปยังสถานที่ที่ปลอดภัยแต่ยังเที่ยวเล่นอยู่ข้างนอกอีก หรือว่ามีกับดักอะไรอย่างนั้นสินะ!”
“แต่นางคือคนของหอหมอปีศาจ จะต้องมียอดฝีมือคุ้มกันอยู่ข้างกายเป็นแน่! นางถึงได้มั่นใจขนาดนี้!”
“……”
ถึงจะมีคนมากมายที่แอบจับตามองมู่เฉียนซีอยู่อย่างลับ ๆ แต่พวกเขาก็ไม่กล้าเคลื่อนไหวใด ๆ อยู่ดี
“ฝ่าบาท หากมีเรื่องผิดปกติเกิดขึ้น ข้าคิดว่าพวกเราอย่าเพิ่งเคลื่อนไหวไปก่อนดีกว่าขอรับ” พ่อบ้านของเมืองฉื้ออวิ๋นกล่าว
โยวเยี่ยฉื้ออวิ๋นกล่าวว่า “มู่เฉียนซีหยิ่งผยองและไม่กลัวตายขนาดนั้น ไม่ใช่เพราะว่านางอาศัยองครักษ์ที่มีความสามารถเล็กน้อยอย่างนั้นหรือ อย่างมากที่สุดก็น่าจะเป็นแค่ระดับราชันย์วิญญาณขั้นต่ำเท่านั้น หากต้องการจะจัดการเขาก็ไม่ใช่เรื่องยากเลย”
ตอนที่โยวเยี่ยฉื้ออวิ๋นถูกมังกรร้ายควบคุมก่อนหน้านี้ ทำให้เขาสามารถประเมินความแข็งแกร่งของมังกรร้ายได้อย่างคร่าว ๆ
เขาเองก็ไม่ใช่ว่าไม่มียอดฝีมือระดับราชันย์วิญญาณอยู่ด้วย แล้วเหตุใดเขาต้องกลัวนางด้วยเล่า
“อ่ะ! กินซะ! เจ้ากินน้อยเกินไปแล้ว” มังกรร้ายเองก็กำลังคีบอาหารให้เจ้าผลไม้น้อยอย่างตั้งใจ ซึ่งเจ้าผลไม้น้อยเองก็กินอย่าเชื่อฟังเช่นกัน
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “ครั้งนี้ต้องขอบคุณเจ้าผลไม้น้อย ข้าถึงสามารถได้รับของที่ดีเช่นนี้มาได้!”
เจ้าผลไม้น้อยกล่าวว่า “นายท่าน นี่คือสิ่งที่ข้าควรทำอยู่แล้ว! ท่านช่วยข้ามาตั้งมากมายขนาดนั้น นอกจากนี้ยังเลี้ยงของอร่อยข้าอีก ท่านดีที่สุด…”
“เฮอะ เฮอะ! นางดีที่สุดอย่างนั้นหรือ แล้วข้าล่ะ” มังกรร้ายกล่าวอย่างฮึดฮัด
“แน่นอนว่าหลงหลงดีที่สุดแล้ว” และกั๋วเอ๋อร์น้อยก็คลี่ยิ้มที่เจิดจรัสออกมา
พวกเขาผ่อนคลายเป็นอย่างมาก และไม่สนใจคนที่โลภในสมบัติที่อยู่ภายนอกเหล่านั้นเลย ซึ่งมันก็ทำให้เหล่าคนที่คอยเฝ้าสถานการณ์ของพวกเขารู้สึกหดหู่เป็นอย่างยิ่ง
เจ้าพวกนี้จะใจใหญ่เกินไปแล้ว ไม่รู้สถานการณ์ของตนเองบ้างเลยหรืออย่างไรกัน
แน่นอนว่ามู่เฉียนซีย่อมรู้การเคลื่อนไหวของพวกเขาได้อย่างชัดเจนอยู่แล้ว และนางก็เฝ้ารอพวกเขาด้วยความอดทนเป็นอย่างยิ่ง รอดูว่าพวกเขาจะอดทนไปได้ถึงเมื่อไรกว่าจะยอมลงมือ
คนธรรมดาทั่วไปไม่กล้าเคลื่อนไหวในเมืองเทียนจี๋อยู่แล้ว โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่การประชุมของทั้งสิบแปดเขตแดนกำลังจะเริ่มขึ้นเช่นนี้
แต่ทว่าเมื่อมีสิ่งล่อตาล่อใจที่มากพอ ก็ยังมีคนที่หลงผิดจนลงมือเช่นกัน
มู่เฉียนซีมีมุกภูตวิญญาณพิเศษอยู่ในมือมากมาย หากมีเพียงมุกภูตวิญญาณยังไม่เท่าไร แต่นางดันเปิดได้หัวใจแห่งภูตวิญญาณมาด้วย
ความโลภที่อยู่ภายในจิตใจได้กระตุ้นความกล้าหาญของพวกเขา และหลังจากที่มู่เฉียนซีออกมาจากโรงเตี๊ยม ก็มีร่างเงาร่างหนึ่งพุ่งทะยานออกมาอย่างกะทันหัน ซึ่งเห็นได้ชัดว่าต้องการจะจับตัวมู่เฉียนซีไป
การย่างก้าวของมู่เฉียนซีได้เคลื่อนไหวเพื่อหลบหลีกการลอบโจมตีของคนผู้นี้
เขาเผชิญหน้ากับมังกรร้ายที่เต็มไปด้วยพลังอันดุร้าย และทันทีที่มังกรร้ายโบกมือ คนผู้นั้นก็ถูกโจมตีจนลอยกระเด็นออกไปทันที
ปึง ปึง ปึงง!
คนผู้นั้นกระแทกลงไปบนพื้นอย่างแรง ซึ่งมันก็ทำให้กระดูกบนร่างกายของเขาหักไปไม่น้อย และเสียงกรีดร้องที่โหยหวนก็ดังออกมา
เมื่อต้องเผชิญหน้ากับคนที่พุ่งทะยานออกมา มังกรร้ายเป็นผู้ที่ต้องเผชิญหน้าเพียงลำพัง ส่วนเจ้าผลไม้น้อยที่คุ้มกันอยู่ข้างกายมู่เฉียนซีก็กล่าวขึ้นมาว่า “ข้าจะปกป้องนายท่านเอง ส่วนหลงหลงเป็นคนจัดการคนชั่ว พวกเขาไม่ใช่คู่ต่อสู้ของพวกเราหรอก”
ความสามารถของกลุ่มคนที่ออกมานี้ไม่แข็งแกร่งเท่าไรนัก อีกทั้งยังไม่มีความอดทนอีกด้วย ซึ่งมีชีวิตเป็นแค่เพียงทุ่นระเบิดเท่านั้น และพวกเขาก็ถูกมังกรร้ายกำจัดไปอย่างน่าอนาถเป็นอย่างยิ่ง
การต่อสู้ในครั้งนี้ ทำให้พวกเขารู้ถึงความสามารถของมู่เฉียนซีได้อย่างชัดเจนขึ้น
เดิมทีคิดว่ามู่เฉียนซีที่เผชิญหน้ากับการโจมตีไปแล้วครั้งหนึ่ง จะรีบจากไปอย่างรวดเร็ว แต่ที่ไหนได้พวกเขายังคงเดินเล่นราวกับไม่มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นอย่างไรอย่างนั้น
แม่นางน้อยผู้นี้มีอะไรผิดปกติหรือไม่ ถึงได้ไม่เห็นความอันตรายเหล่านี้อยู่ในสายตาเลยแม้แต่น้อย
ก่อนหน้านี้ที่มู่เฉียนซีมาเดินเล่นเพราะอยากซื้อของที่ตนเองต้องการ แต่ที่มาคราวนี้เพื่อให้รางวัลตอบแทนสำหรับผลงานอันยอดเยี่ยมของกั๋วเอ๋อร์น้อย และซื้อของให้กั๋วเอ๋อร์อีกด้วย
เจ้านี่เมื่อเห็นอะไรก็รู้สึกอยากรู้อยากเห็นไปเสียหมด นอกจากนี้ยังได้ติดตามเจ้านายที่ร่ำรวยอย่างมู่เฉียนซีอีกด้วย แน่นอนว่าพวกเขาเริ่มซื้อของกันต่อไปอย่างบ้าคลั่ง
แต่ในตอนที่พวกเขาเข้าไปในร้านขายเสื้อผ้าเพื่อให้เจ้าผลไม้น้อยลองเสื้อผ้านั้น ประตูของร้านค้าร้านนี้ก็ปิดสนิทลงอย่างกะทันหัน
เนื่องจากความผิดพลาดในคราวที่แล้ว ทำให้พวกเขารู้ถึงความแข็งแกร่งของมังกรร้าย ดังนั้นจึงไม่เผชิญหน้าแบบตัวต่อตัว แต่คิดแผนที่จะวางยาพิษให้มู่เฉียนซีหมดสติ เพียงเท่านี้พวกเขาก็จะได้ในสิ่งที่พวกเขาต้องการมาครอบครองแล้ว
พวกเขารู้ว่ามู่เฉียนซีก็มีสถานะที่ไม่ธรรมดาเช่นกัน เพราะนางมีทั้งหอหมอปีศาจและฝ่าบาทอวู่ซวงคอยหนุนหลังให้อยู่นั่นเอง
ฉะนั้นหากพวกเขากล้าฆ่าคนเพื่อชิงสมบัติ พวกเขาก็อาจจะต้องเผชิญกับการถูกไล่ล่าอย่างไม่มีที่สิ้นสุดเช่นกัน!
ด้วยเหตุนี้พวกเขาจึงแค่ทำให้นางหมดสติ และแย่งชิงสิ่งของมาก็เพียงพอแล้ว
แต่ทว่า เรื่องมันจะง่ายดายเหมือนที่พวกเขาวาดฝันไว้ได้อย่างไร
มุมปากของมู่เฉียนซีคลี่ยิ้มออกมาอย่างเยาะเย้ย “ข้าว่าหากเจ้าต้องการจะปล้นข้า อย่างน้อยก็น่าจะเป็นมืออาชีพสักหน่อย! ไม่เคยตรวจสอบมาหรือว่าข้าเป็นใคร ข้าเป็นคนของหอหมอปีศาจ แต่พวกเจ้าดันซื้อยาพิษจากหอหมอปีศาจมาจัดการข้าอย่างนั้นหรือ นี่สมองของพวกเจ้ามีปัญหาจริง ๆ สินะ!”
คนที่ซ่อนอยู่เหล่านั้นผงะไปทันที อะไรนะ
ยาพิษนี้ไม่มีผลต่อมู่เฉียนซีและนิรันดร์เลยแม้แต่น้อย ส่วนมังกรร้ายกับผลไม้น้อย คนหนึ่งคือสัตว์ภูตวิญญาณผู้แข็งแกร่งและอีกหนึ่งก็เป็นพืชศักดิ์สิทธิ์ ฉะนั้นจึงใช้ไม่ได้ผลเช่นกัน!
“คนโง่เง่าอย่างพวกเจ้า อย่ามาทำให้ข้าเสียเวลาเลย ทางที่ดีรีบจัดการขยะอย่างพวกเจ้าจะดีกว่า” มังกรร้ายกำหมัดแน่น จากนั้นก็พุ่งทะยานผ่านไปอย่างรวดเร็ว
ปัง ปัง ปัง!
“เอ๊ะ! อ๊ากกกกก!”
เสียงกรีดร้องดังออกมาอย่างต่อเนื่อง และมังกรร้ายก็สามารถจัดการพวกเขาได้ด้วยตัวคนเดียว
หลังจากที่จัดการคนเหล่านั้นเสร็จ พวกเขาก็ออกไปจากร้านเสื้อผ้าสำเร็จรูปแห่งนี้ แต่พวกเขาก็ค้นพบว่าภาพที่อยู่ตรงหน้าแตกต่างไปอย่างสิ้นเชิง และถนนก่อนหน้านี้ได้กลายเป็นถนนแห่งวิญญาณที่มืดมนไปแล้ว
“ในที่สุดก็ออกมาแล้วสินะ ข้ารอเจ้ามาสักพักหนึ่งแล้ว! ข้าคิดว่าเจ้าจะถูกเจ้ามดปลวกเหล่านั้นจัดการไปแล้วเสียอีก!” คนที่เดินออกมามีผมยาวสีแดงเพลิง ดวงตาที่เต็มไปด้วยความชั่วร้ายคู่นั้นจ้องมองไปยังพวกเขาทั้งสี่คนที่เดินออกมา
มู่เฉียนซีเหลือบมองด้วยดวงตาที่เย็นยะเยือก พลางกล่าวอย่างเฉยเมยว่า “กลยุทธ์นี้ของเจ้าแตกต่างจากคนอื่นอย่างสิ้นเชิง! สมกับที่เป็นเจ้าเมืองจริง ๆ”
โยวเยี่ยฉื้ออวิ๋นกล่าวว่า “อย่างน้อยที่เมืองเทียนจี๋ก็เป็นอาณาเขตของเสด็จพี่ของข้า หากข้าลงมือจัดการเจ้าที่นั่นขึ้นมาจริง ๆ แล้วละก็ นั่นจะเป็นการไม่ให้เกียรติเขาเกินไปหน่อย! ดังนั้นจึงสามารถใช้ได้เพียงมหาวัตถุศักดิ์สิทธิ์เทพชิ้นหนึ่ง เพื่อดึงให้เจ้าเข้ามาอยู่ในเขตแดนของข้าเท่านั้น ในเมื่อเจ้ามาถึงที่นี่แล้ว แม้ว่าโยวเยี่ยอวู่ซวงจะรีบมาช่วยเจ้าหลังจากที่ได้ข่าว เขาก็หาเจ้าไม่เจออยู่ดี! พวกเจ้าต้องตายแน่นอน”
มู่เฉียนซียิ้มขึ้นมาอย่างสนุกสนานพลางกล่าวว่า “โอ้! หากลงมือในสถานที่แห่งนี้ นอกจากพวกเราแล้ว คนภายนอกก็ไม่สามารถค้นพบได้อย่างนั้นสินะ! มันยอดเยี่ยมไปเลย! ”
“มู่เฉียนซี นี่เจ้ากำลังจะตายอยู่แล้วแต่ยังไม่รู้จักกลัวอีกหรือ! ทางที่ดีเจ้านำเอาหัวใจแห่งภูตวิญญาณที่เจ้าได้รับส่งออกมาอย่างเชื่อฟังดีกว่า แล้วก็ส่งเจ้าตัวน้อยน่ารักนั่นมาเป็นสนมของข้าด้วย ข้าสามารถไว้ชีวิตเจ้าเพราะเห็นแก่หน้าโยวเยี่ยอวู่ซวงได้ แต่หากเจ้าไม่ให้ความร่วมมืออย่างเชื่อฟังแล้วละก็ ข้าจะทำให้เจ้าต้องตายทั้งเป็น! แม้ว่าข้าจะไม่สนใจสาวงามเช่นเจ้า แต่ดูเหมือนว่าลูกน้องบางคนของข้าจะสนใจเจ้า…”
ยังไม่ทันที่คำพูดของเขาจะพูดจบ นิรันดร์ก็เริ่มลงมือทันที ส่วนมังกรร้ายก็กลายเป็นร่างเดิมและจู่โจมเข้าไปอย่างกะทันหัน!
การมีอยู่ของชายผู้ทรงเสน่ห์ก่อนหน้านี้เป็นราวกับสายลมก็มิปานมาโดยตลอด แต่ทว่าตอนนี้ดวงตาที่น่าหลงใหลคู่นั้นของเขาก็ได้เปลี่ยนกลายเป็นอันตรายยิ่งขึ้นทันที
ความกดดันอันแข็งแกร่งถูกปกคลุมลงมา ซึ่งมันก็ทำให้ผู้คนต่างรู้สึกหวาดกลัวจนถึงขีดสุด!
“พระเจ้า! ฝ่าบาท เขา…”
“ฝ่าบาท! เดิมทีแล้วเจ้าหนูนั่นไม่ใช่มนุษย์ แต่เป็นมังกรร้าย มันเป็นมังกรร้ายระดับราชันย์วิญญาณขอรับ!”
ทันทีที่นิรันดร์ลงมือ และมังกรร้ายกลายร่าง คนของเมืองฉื้ออวิ๋นที่ดูภาคภูมิใจเป็นอย่างมากก่อนหน้านี้ ต่างก็กำลังจะหมดสติไปเพราะความหวาดกลัวทันที
.
.