ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ - ตอนที่ 2670 ยุติธรรมหน่อย
ก่อนที่มู่เฉียนซีจะมายังสถานที่จัดงาน นางค้นพบว่าอาเล็กของนางใกล้จะผสมผสานเข้ากับหัวใจแห่งภูตวิญญาณได้อย่างสมบูรณ์แล้ว อีกทั้งยังบรรลุได้สำเร็จแล้วด้วย
นางมาเพื่อรักษาสถานการณ์เอาไว้ จนกว่าอาเล็กของนางจะมา นางไม่สามารถปล่อยให้เจ้าคนเหล่านี้มาแย่งตำแหน่งเจ้าเมืองของอาเล็กไปได้แน่
“พวกข้ารู้ว่าเสด็จพี่รัชทายาทเข้าข้างโยวเยี่ยอวู่ซวง แต่หากโยวเยี่ยอวู่ซวงไม่มา พวกข้าก็ไม่สามารถรอเขาต่อไปได้เช่นกัน มิเช่นนั้นฝ่าบาทน้อย ในเมื่อเจ้าเป็นตัวแทนโยวเยี่ยอวู่ซวง เช่นนั้นก็มาสู้กับข้าสักตั้งเป็นอย่างไร” มีบางคนต้องการที่จะเพ่งเล็งไปที่มู่เฉียนซี
ทุกคนผงะไปทันที ต่อสู้กับฝ่าบาทน้อยอย่างนั้นหรือ นี่เข้าใจผิดอะไรหรือเปล่า! คิดจะต่อสู้กับคนที่ไม่มีพลังบำเพ็ญใด ๆ หรืออย่างไร
คนของเมืองอวู่ซวงกล่าวด้วยความโมโหว่า “พวกเจ้าจะบังอาจกันเกินไปแล้ว!”
โยวเยี่ยเสียกล่าวว่า “เสด็จพี่ใหญ่ ก็จริงที่ทุกคนกำลังรออยู่ แต่พวกเราก็ไม่สามารถปล่อยให้ทุกคนต้องเสียเวลาเพราะโยวเยี่ยอวู่ซวงไม่มาได้นะพ่ะย่ะค่ะ”
“ในเมื่อโยวเยี่ยอวู่ซวงไม่ได้มา เช่นนั้นคนที่เป็นตัวแทนและนั่งอยู่ในตำแหน่งของโยวเยี่ยอวู่ซวงผู้นั้น ย่อมต้องเป็นคนรับผิดชอบแทนโยวเยี่ยอวู่ซวง”
“……”
เมืองหลักอื่น ๆ ต่างก็เห็นด้วยกับความคิดนี้ โยวเยี่ยเสียจึงมองไปที่มู่เฉียนซีพลางกล่าวว่า “มู่เฉียนซี เจ้าคิดเห็นว่าอย่างไรบ้างล่ะ”
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “ตกลง ข้าเห็นด้วย!”
“ฝ่าบาทน้อย!” ทุกคนล้วนกล่าวอย่างเป็นกังวลเล็กน้อย
แม้ว่าฝ่าบาทน้อยของพวกเขาจะเป็นนักปรุงยาที่เก่งกาจ และเป็นนักฝึกสัตว์ที่ยอดเยี่ยมคนหนึ่ง แต่ทว่าองค์ชายเหล่านั้นต่างก็เป็นถึงระดับมหาจักรพรรดิวิญญาณเชียวนะ
พวกเขาล้วนปรารถนาในตำแหน่งของฝ่าบาทอวู่ซวง แน่นอนว่าพวกเขาไม่มีทางยอมออมมือให้กับฝ่าบาทน้อยอยู่แล้ว!
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “ไม่เป็นไร! ข้าก็อยากที่จะดูเหมือนกัน ว่าพวกเขามีความสามารถที่จะทำอะไรข้าได้บ้าง”
ร่างสีม่วงพุ่งทะยานออกไป และมู่เฉียนซีก็ร่อนลงบนเวทีของการแข่งขัน
ทุกคนต่างตะลึงงันไปทันที พวกเขากล่าวอย่างตกใจว่า “นี่นางกล้าลงไปจริง ๆ อย่างนั้นหรือ!”
“ในร่างกายของนางไม่มีความผันผวนของพลังวิญญาณเลยแม้แต่น้อยจริง ๆ การรังแกสาวน้อยเช่นนี้มันไม่แย่เกินไปหน่อยหรือ!” มีคนกระซิบกระซาบขึ้น
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “ไม่ใช่ว่าเอาแต่ร้องจะต่อสู้กับข้าหรอกหรือ มาสิ! ทำให้ข้าดูหน่อยเถอะว่าพวกเจ้าแข็งแกร่งแค่ไหนถึงได้กล้ามาท้าทายอาเล็กของข้า!”
“พวกเราเองก็ไม่กล้ารังแกเจ้าเช่นกัน! ส่งคนที่อ่อนแอที่สุดขึ้นไปสิ! อย่างไรเสียก็ไม่ได้แข็งแกร่งอะไรขนาดนั้น มหาจักรพรรดิวิญญาณระดับสี่ ก็แค่แข็งแกร่งกว่าโยวเยี่ยอวู่ซวงเพียงขั้นเดียวเท่านั้นเอง!” ในเวลานี้ มีเสียงพูดคุยขององค์ชายที่ต้องการแย่งชิงตำแหน่งเจ้าเมืองดังออกมาจากอีกด้านหนึ่ง
หลังจากนั้นก็มีชายหนุ่มร่างสูงผอมคนหนึ่งปรากฏตัวขึ้นมาบนเวทีการประลอง และเขาก็มองไปทางมู่เฉียนซีด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความดูถูก
มีพลังแห่งภูตวิญญาณสีดำลูกหนึ่งควบแน่นอยู่ในมือของเขา ซึ่งพลังของมันก็ท่วมท้นเป็นอย่างมาก
“มู่เฉียนซี ถึงเจ้าคิดอยากจะหนีไปตอนนี้ก็คงจะไม่ทันการณ์แล้ว ขอเพียงเจ้ายอมรับว่าโยวเยี่ยอวู่ซวงไม่กล้ามาเข้าร่วมการแข่งขัน และยอมสละตำแหน่งเจ้าเมืองก็พอ! มิเช่นนั้นเจ้าอาจจะตายโดยที่ไม่ทันได้รู้ตัวเลยก็เป็นได้”
มู่เฉียนซีกล่าวอย่างเย็นชาว่า “อาศัยแค่คนอย่างเจ้า ยังคิดที่จะมาสู้กับข้าอีกอย่างนั้นหรือ เจ้าคิดว่าเจ้าสามารถทำได้หรืออย่างไรกัน”
ทุกคนต่างรู้สึกว่ามู่เฉียนซีนั้นบ้าไปแล้ว ความสามารถของทั้งสองฝ่ายแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง แต่ทว่านางกลับท้าทายอีกฝ่ายเช่นนี้
นางไม่รู้หรือว่ายิ่งทำให้อีกฝ่ายโกรธมากเท่าไร จุดจบของนางก็ยิ่งน่าสังเวชมากขึ้นเท่านั้น
รอยยิ้มเย้ยหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากของชายหนุ่มผู้นั้น “ช่างเป็นสาวน้อยที่ไม่รู้จักฟ้าสูงแผ่นดินต่ำจริง ๆ ข้าไม่ใช่โยวเยี่ยอวู่ซวงหรอกนะ ถึงเขาไม่มีทางลงมือกับเจ้า แต่ข้าไม่มีทางใจอ่อนเมตตาเจ้าแน่นอน”
“รับการโจมตีเสียเถอะ!”
ทันใดนั้น สายลมที่กรรโชกแรงก็แหวกผ่านอากาศเข้ามา และการโจมตีที่แข็งแกร่งก็พุ่งจู่โจมมู่เฉียนซีในทันที
อันตราย! มันต้องอันตรายถึงชีวิตแน่นอน!
แต่ทุกคนต่างคิดไม่ถึงเลยว่ามู่เฉียนซีไม่แม้แต่จะหลบเลยด้วยซ้ำ ทั้งยังยืนอยู่กับที่อย่างเกียจคร้านอีกด้วย
ทุกคนเบิกตากว้างด้วยความเหลือเชื่อ นี่นางหาเรื่องตายอย่างนั้นหรือ
และในตอนที่กำปั้นจะทำอันตรายมู่เฉียนซี ทันใดนั้นก็มีพลังแห่งความมืดที่บริสุทธิ์มากที่สุดปรากฏออกมาอย่างกะทันหัน และกลางอากาศข้างกายของมู่เฉียนซีก็มีโล่แห่งความมืดปรากฏขึ้น
ตูมมม!
โล่นี้สามารถสะกัดกั้นการโจมตีของอีกฝ่ายเอาไว้ได้ และเพราะมู่เฉียนซีถูกปกป้องด้วยโล่นี้ จึงทำให้นางไม่ได้รับอันตรายเลยแม้แต่น้อย
นับตั้งแต่หามู่เฉียนซีเจอ จิ่วเยี่ยไม่เพียงแต่ให้จื่อโยวส่งสมุนไพรวิญญาณมาให้มู่เฉียนซีมากมายเท่านั้น แต่ยังเติมพลังแห่งความมืดใส่เข้าไปในโล่ปีกทมิฬอย่างเพียงพออีกด้วย
ซึ่งมันก็ทำให้ในตอนที่มู่เฉียนซีต้องเจอกับอันตราย นางไม่จำเป็นต้องใช้พลังของสุ่ยจิงอิ๋งมาสะกัดกั้นเลยก็ได้
ในเมื่อพลังคำสาปถูกถอนไปแล้ว พลังของจิ่วเยี่ยก็แข็งแกร่งยิ่งขึ้น และพลังแห่งความมืดที่อยู่ในโล่ปีกทมิฬนี้ก็ถูกเสริมให้แข็งแกร่งขึ้นอีกด้วย
ทุกคนกล่าวอย่างประหลาดใจว่า “นั่นคืออะไรกันแน่ มหาวัตถุศักดิ์สิทธิ์เทพหรือ เป็นมหาวัตถุศักดิ์สิทธิ์เทพป้องกันอย่างนั้นหรือ นอกจากนี้ยังเป็นมหาวัตถุศักดิ์สิทธิ์เทพป้องกันที่มีพลังแห่งความมืดอีกด้วย”
“พลังแห่งความมืดนั้นทั้งแข็งแกร่งและรุนแรงมากจริง ๆ!”
“มหาวัตถุศักดิ์สิทธิ์เทพนี้น่าทึ่งมากจริง ๆ นอกจากนี้มู่เฉียนซีก็ไม่ได้ใช้พลังวิญญาณในการควบคุมมันอีกด้วย คิดไม่ถึงเลยว่ามันจะปกป้องเจ้านายด้วยตนเองเช่นนี้! มันจะน่าทึ่งเกินไปแล้ว”
เนื่องจากการโจมตีในครั้งแรกไร้ผล ชายหนุ่มผู้นั้นจึงกล่าวอย่างเคร่งขรึมว่า “มิแปลกใจเลยที่เจ้าจะหยิ่งผยองถึงขนาดนั้น ที่แท้ก็มีมหาวัตถุศักดิ์สิทธิ์เทพป้องกันคอยคุ้มครองอยู่นี่เอง อีกทั้งยังเป็นมหาวัตถุศักดิ์สิทธิ์เทพป้องกันที่ไม่จำเป็นต้องใช้พลังวิญญาณอีกด้วย ข้าก็อยากจะรู้เหมือนกันว่า มันจะสามารถปกป้องเจ้าไปได้ถึงเมื่อไร”
ดวงตาของเขาฉายแววความชั่วร้ายออกมา หลังจากนั้นการโจมตีก็ยิ่งรุนแรงมากขึ้นไปอีก
ตูมม โครมม!
มีเสียงกึกก้องดังออกมา และมู่เฉียนซีที่ถูกโล่แห่งความมืดป้องกัน ก็ไม่ขยับเขยื้อนเลยแม้แต่น้อย
“อีกครั้ง! เอาอีกครั้ง!” การโจมตีตกลงมาราวกับห่าฝนก็มิปาน แต่มันกลับไม่ส่งผลกระทบใด ๆ เลยสักนิดเดียว
ท่ามกลางการโจมตีของเขา ไม่ได้ทำให้พลังแห่งความมืดที่แข็งแกร่งนั้นอ่อนแอลงเลย และสุดท้ายแล้วมีเพียงเขาที่เสียแรงเปล่าเท่านั้น
หลังจากนั้นมู่เฉียนซีก็กล่าวอย่างเกียจคร้านว่า “เจ้ามีระดับแค่นี้เท่านั้นหรือ หากเป็นเช่นนั้นแล้วละก็ เจ้าก็จงไสหัวออกไปซะ! และเปลี่ยนเอาคนที่แข็งแกร่งมากกว่านี้ขึ้นมาดีกว่า”
“คนที่ต้องไสหัวลงไปต้องเป็นเจ้าต่างหาก แค่อาศัยความสามารถของมหาวัตถุศักดิ์สิทธิ์เทพป้องกัน คิดไม่ถึงเลยว่าเจ้าจะกล้าเย่อหยิ่งได้ถึงเพียงนี้! ดี ข้าจะเป็นคนทำให้เจ้าได้รู้เอง” จากนั้นพลังวิญญาณก็ระเบิดออกมา และการโจมตีระลอกต่อไปของเขาก็เริ่มขึ้น
ไร้ประโยชน์! ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนไร้ประโยชน์ทั้งสิ้น
ฟิ้ว ฟิ้ว ฟิ้ว!
ขณะที่เขากำลังโจมตีมู่เฉียนซีในระยะประชิด มู่เฉียนซีก็ฉวยโอกาศนี้ปล่อยเข็มยาสีเงินไปที่เขาสองสามเล่ม
เขาจะคาดถึงได้อย่างไรว่า มู่เฉียนซีที่ไม่ได้ใช้พลังวิญญาณใด ๆ เลยจะสามารถลอบโจมตีเขาได้!
“เจ้า…เจ้า…” เนื่องจากพลังวิญญาณในร่างกายของเขาหายไปอย่างรวดเร็ว เขาจึงรีบล่าถอยออกไปด้วยสีหน้าที่ซีดเผือด
“คิดไม่ถึงเลยว่าเจ้าจะวางยาพิษข้า!”
“ข้าไม่ได้ใช้พลังวิญญาณ แต่เจ้ากลับใช้พลังวิญญาณที่แข็งแกร่งขนาดนั้น การต่อสู้นี้เดิมทีก็ไม่ยุติธรรมอยู่แล้ว! ตอนนี้เจ้าเองก็ไม่สามารถใช้พลังวิญญาณได้เช่นกัน ฉะนั้นตอนนี้ก็ถือว่ายุติธรรมแล้ว! ข้าสามารถเก็บโล่และสู้กับเจ้าได้นะ!” มู่เฉียนซีกล่าวอย่างเรียบเฉย
“เจ้าพูดเองนะ หากถึงตอนที่มีอันตรายก็อย่าใช้มหาวัตถุศักดิ์สิทธิ์เทพป้องกันก็แล้วกัน!” เมื่อได้ยินคำพูดเช่นนี้ของมู่เฉียนซี เขาก็ไม่ได้โกรธมากถึงขนาดนั้นแล้ว
ไม่สามารถใช้พลังแห่งภูตวิญญาณได้แล้วอย่างไร แค่จัดการแม่นางน้อยบอบบางที่ไม่สามารถใช้พลังวิญญาณใด ๆได้เลยคนหนึ่ง มันเป็นเรื่องที่ง่ายจะตายไป!
“เจ้าจะต้องชดใช้ในความเย่อหยิ่งนี้ของเจ้าเอง! มู่เฉียนซี!” เขากล่าวอย่างดุร้าย
ร่างของเขาพุ่งจู่โจมเข้าใส่มู่เฉียนซีราวกับเสือที่ดุร้ายก็มิปาน แม้ว่าเขาจะดูสูงผอม แต่ในฐานะผู้ชายคนหนึ่ง เขาจะต้องมีร่างกายที่แข็งแกร่งกว่าผู้หญิงอย่างมู่เฉียนซีอยู่แล้ว ฉะนั้นมู่เฉียนซีจะสามารถเป็นคู่ต่อสู้ของเขาได้อย่างไร
แต่พวกเขาไม่รู้ว่า มู่เฉียนซีเป็นคนที่เคยหนีออกมาจากขุมนรกสีโลหิต และยังสามารถฝ่าออกมาจากเรือนจำปีศาจแห่งความมืดได้
แม้ว่าร่างกายของนางจะอ่อนแอลงมาก แต่พลังในการต่อสู้ของนางไม่ต่ำแน่นอน
ด้วยเหตุนี้มู่เฉียนซีจึงรู้สึกว่าการจัดการกับองค์ชายที่ไม่เคยขัดเกลาร่างกายมาก่อนเช่นนี้ มันง่ายยิ่งกว่าฆ่าไก่เสียอีก
.
.