ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ - ตอนที่ 2677 ไพ่ตายที่แข็งแกร่งที่สุด
พวกเขาสองสามคนบวกกับสัตว์ภูตวิญญาณทั้งเจ็ดตัว ได้กลายเป็นโล่ที่แข็งแกร่งที่สุด จากนั้นพวกเขาก็ปกป้องมู่เฉียนซีและเจ้าผลไม้น้อยจากศัตรูเหล่านั้น ทำให้พวกเขาไม่สามารถเข้าไปใกล้พวกนางทั้งสองได้เลยแม้แต่น้อย
“ทุกคนอย่าตื่นตระหนกไป อีกฝ่ายมีราชันย์วิญญาณเพียงแค่คนเดียวเท่านั้นนอกจากนั้นอยู่ในระดับที่ต่ำมาก แม้ว่าสัตว์ภูตวิญญาณเหล่านี้จะแข็งแกร่ง แต่มันก็ไม่แข็งแกร่งพอที่จะต่อสู้กับผู้แข็งแกร่งระดับราชันย์วิญญาณได้อยู่ดี” ตอนแรกพวกเขารู้สึกหวาดกลัวต่อกระบวนทัพของฝ่ายตรงข้ามจริง ๆ
เมืองอวู่ซวงมีคนระดับราชันย์วิญญาณเพียงแค่คนเดียวเท่านั้น แต่พวกเขามีถึงสองคน
แน่นอนว่าเมืองเสียไม่ได้มีคนระดับราชันย์วิญญาณแค่สองคนเท่านั้น แต่เป็นเพราะว่าพวกของโยวเยี่ยเสียไม่ยอมที่จะนำไพ่ตายของตนเองออกมาเปิดเผยต่อสาธารณะให้ทุกคนได้รับรู้ ว่าพวกเขามียอดฝีมือซ่อนเอาไว้
และเขาเองก็เชื่อว่า การส่งคนระดับราชันย์วิญญาณออกไปถึงสองคน ก็เพียงพอที่จะเอาชนะกลุ่มที่น่าสงสารของเมืองอวู่ซวงได้แล้ว
หนึ่งในราชันย์วิญญาณของเมืองเสียมีคู่ต่อสู้แล้ว ส่วนราชันย์วิญญาณอีกคนเป็นหญิงสาวคนหนึ่ง
ผมยาวของนางปลิวไสว ซึ่งนางก็มองไปทางมู่เฉียนซีและเจ้าผลไม้น้อยอย่างเย็นชาราวกับน้ำค้างแข็งก็มิปาน
ทั้งความอ่อนเยาว์ ความงดงาม ที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวา มันช่างทำให้นางรู้สึกอยากที่จะทำลายมันจริง ๆ
ใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยเหี่ยวย่นนั้นแปรเปลี่ยนเป็นดุร้ายขึ้นมาทันที จากนั้นนางก็พุ่งทะยานไปทางมู่เฉียนซีและเจ้าผลไม้น้อยราวกับวิญญาณอาฆาตก็มิปาน
เจ้าผลไม้น้อยสัมผัสได้ถึงการจู่โจมที่เย็นยะเยือก และเมื่อได้เห็นใบหน้าของหญิงชราผู้นั้นนางก็สะดุ้งด้วยความตกใจทันที
“กรี๊ดด!”
ท่าทางที่ตื่นตกใจของเจ้าผลไม้น้อยทำให้หญิงชราผู้นั้นโกรธมากขึ้นไปอีก “นางเด็กน้อยขี้กลัวอย่างเจ้า คิดไม่ถึงเลยว่าจะกล้าขึ้นมายืนบนเวทีการประลองเช่นนี้ ถูกผู้ชายเลี้ยงเอาไว้ในบ้านอย่างเชื่อฟังไม่ดีกว่าหรืออย่างไร แต่ในเมื่อขึ้นมาแล้ว เช่นนั้นก็เตรียมพร้อมที่จะโดนโจมตีให้ดีเถิด พวกเจ้าได้ตายแน่!”
“นางแม่มดเฒ่า เจ้าว่าใครจะยอมแพ้กัน! กั๋วเอ๋อร์ของข้าชอบเข้าร่วมการประลองเล่นจะตายไป ในเมื่อมีข้าคอยปกป้องอยู่ไม่มีผู้ใดสามารถทำอันตรายนางได้แน่นอน เจ้ามีปัญหาอะไรอย่างนั้นรึ” มังกรร้ายก้าวเท้าออกมา พลางกล่าวด้วยท่าทางที่หยิ่งยโสเป็นอย่างยิ่ง
แม่มดเฒ่ากล่าวว่า “ไอ้เด็กเวร เจ้าอยากจะเป็นวีรบุรุษช่วยสาวงามอย่างนั้นหรือ หากเจ้าอยากจะเป็นวีรบุรุษช่วยสาวงาม เช่นนั้นก็ต้องดูว่าเจ้าจะมีความสามารถนั้นหรือไม่! หรือเป็นได้เพียงความเพ้อฝันเท่านั้น!”
ทันใดนั้น แม่มดเฒ่าผู้นั้นก็โจมตีมังกรร้ายอย่างกะทันหัน!
ตูมมม!
มีเสียงระเบิดดังกึกก้องออกมา เมื่อทั้งสองคนต่อสู้กัน ในที่สุดแม่มดเฒ่าผู้นั้นก็ถูกโจมตีจนลอยกระเด็นออกไป
“อะไรน่ะ” แม่มดเฒ่าได้ถูกพลังของมังกรร้ายทำให้ตื่นตกใจเป็นอย่างยิ่ง คิดไม่ถึงเลยว่าเด็กหนุ่มอายุน้อยแค่นี้จะมีความสามารถถึงขนาดนี้ได้ ให้ตายเถอะ!
“ตายซะเถอะ!” นางไม่ยอมรับว่าตนเองจะไม่ใช่คู่ต่อสู้ของหนุ่มน้อยผู้นี้ ดังนั้นจึงเริ่มทำการโจมตีเข้าไปอีกครั้ง
คนอื่น ๆ ต่างก็ประหลาดใจด้วยเช่นกัน “ที่แท้เมืองอวู่ซวงก็ยังมีคนระดับราชันย์วิญญาณอยู่อีกคนสินะ ถึงเจ้าหนูนี่จะยังดูค่อนข้างอ่อนเยาว์ แต่มีความสามารถที่แข็งแกร่งจริง ๆ!”
“เจ้าหนูนั่นหากมองจากภายนอกดูเหมือนว่าจะอ่อนแอกว่าหน่อยสินะ!”
มู่เฉียนซีและเจ้าผลไม้น้อยที่อยู่ภายใต้การคุ้มครอง ทำให้พวกเขาไม่สามารถแสดงศักยภาพอะไรในสถานที่แห่งนี้ได้เลย ดังนั้นในเวลานี้จึงมีคนพุ่งทะยานออกมา เพื่อต้องการจะโจมตีมู่เฉียนซี
เจ้าผลไม้น้อยต้องการจะโจมตีศัตรู แต่กลับถูกมู่เฉียนซีดึงมือน้อย ๆ นั่นเอาไว้เสียก่อน
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “เจ้าผลไม้น้อย ก็แค่มหาจักรพรรดิวิญญาณคนหนึ่งเท่านั้นเอง ยังไม่ถึงเวลาที่เจ้าต้องลงมือหรอก! เจ้าคือไพ่ตายที่แข็งแกร่งที่สุดของพวกเรา ฉะนั้นต้องนำมาใช้ในช่วงเวลาที่สำคัญเท่านั้น รู้หรือไม่”
เจ้าผลไม้น้อยพยักหน้าพลางกล่าวว่า “อื้ม! ตกลงนายท่าน”
ปังง!
โล่ปีกทมิฬได้ปกป้องพวกนางทั้งสองคนไว้ทันที มันได้สกัดกั้นการโจมตีของคนผู้นั้นเอาไว้ จึงทำให้นางทั้งสองยังคงปลอดภัย
“อาวุธป้องกันอย่างนั้นหรือ เช่นนั้นข้าแค่ทำลายอาวุธป้องกันนี้ก็ได้แล้ว” ทันใดนั้น เขาก็นำมหาวัตถุศักดิ์สิทธิ์เทพที่เอาไว้ทำลายอาวุธป้องกันโดยเฉพาะออกมา
ตูมมมม โครมมม!
มีเสียงดังกึกก้องออกมาทันที พลังนี้ทำให้คนตกใจเป็นอย่างยิ่ง แต่ทว่าโล่ปีกทมิฬนี้ไม่มีทางทำลายได้ง่ายดายขนาดนั้นอยู่แล้ว
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “ของเล่นเช่นนี้ คิดอยากจะทำลายอาวุธป้องกันของข้า มันไม่ดูอ่อนแอไปหน่อยหรืออย่างไร เจ้าถอยไปเถอะ!”
“บัดซบเอ้ย! ข้าไม่เชื่อหรอก!”
และเขาก็ยังคงโจมตีต่อไป!
“อ๊ากกกก!” การต่อสู้บนเวทีประลองในเวลานี้ คนของเมืองเสียได้ถูกคนของเมืองอวู่ซวงทรมานแบบสองต่อหนึ่ง และพวกเขาก็ถูกโจมตีจนตกลงไปจากเวทีการประลองทีละคนอย่างไร้ความปรานี
พวกเขาต้องประสบกับความพ่ายแพ้อย่างน่าอัปยศอดสู ทั้งยังถูกรังแกจากคนที่ครอบครองสัตว์ภูตวิญญาณอีกด้วย
มีสัตว์ภูตวิญญาณแล้วคิดว่าเก่งนักหรืออย่างไร! ถึงได้มารังแกคนเช่นนี้
“ยังมีคนที่กล้าฉวยโอกาสโจมตีฝ่าบาทน้อยอยู่อีกคนหนึ่ง พวกเราโจมตีพร้อมกัน จัดการเขาซะ!”
“ไม่…”
หลังจากที่พวกเขาจัดการคนอื่น ๆ แล้ว คนที่กล้าลอบโจมตีมู่เฉียนซีคนนั้น ก็ได้ถูกล้อมเอาไว้อย่างกะทันหัน และมันก็กลายเป็นโศกนาฏกรรมไปในที่สุด
ตึงง!
และอีกคนหนึ่งก็ถูกโยนลงไปจากเวทีประลองราวกับเศษผ้าก็มิปาน
บนเวทีการประลองในตอนนี้เหลือราชันย์วิญญาณจากเมืองเสียอีกแค่สองคนเท่านั้น ซึ่งราชันย์วิญญาณของทั้งสองฝ่ายต่างก็ต่อสู้กันอย่างดุเดือด
พวกเขาเองก็ไม่ได้แอบอู้ และรีบเข้าไปช่วยทันที!
แน่นอนว่าพวกเขาไม่ได้เข้าไปช่วยมังกรร้ายอยู่แล้ว เพราะท่านมังกรร้ายแข็งแกร่งมากพอที่จะไม่ต้องการความช่วยเหลือใด ๆ ฉะนั้นพวกเขาจึงทำได้เพียงเข้าไปช่วยอีกท่านหนึ่งเท่านั้น
ในขณะนี้ยอดฝีมือระดับราชันย์วิญญาณคนนั้น ก็ถูกคนล้อมโจมตีอย่างไม่ต้องสงสัยเลย
การโจมตีจำนวนนับไม่ถ้วนได้พุ่งมาที่เขา ซึ่งมันก็ทำให้เขารับมือไม่หวาดไม่ไหวเลยทีเดียว
ปัง ปัง ปัง!
เขาทั้งถูกตีและถูกโจมตีอย่างต่อเนื่อง คนเหล่านี้น่ารำคาญเสียเหลือเกิน
เขากำหมัดเอาไว้แน่น จากนั้นก็ระเบิดพลังที่แข็งแกร่งออกมา “ถอยออกไป ทั้งหมดถอยออกไปเดี๋ยวนี้! ไสหัวออกไปซะ!”
ด้วยพลังนี้ ทำให้เขาสามารถฝ่าวงล้อมที่ห้อมล้อมเขาออกไปได้สำเร็จ
เจ้าพวกไร้ประโยชน์ นางแม่มดเฒ่านั่นก็ไม่ได้เก่งอะไรเลย แม้แต่เด็กเหลือขอคนเดียว ใช้เวลานานขนาดนี้แล้วยังจัดการไม่ได้เสียที
“แม่สาวน้อย ให้ข้าได้ลองหน่อยเถอะว่าโล่ของเจ้าจะแข็งแกร่งมากเพียงใดกันแน่!” พลังของยอดฝีมือระดับราชันย์วิญญาณระเบิดออกมา และเป้าหมายของเขาก็คือโล่ปีกทมิฬของมู่เฉียนซีนั่นเอง
คนที่มู่เฉียนซีเคยใช้โล่ก่อนหน้านี้ ล้วนเป็นตอนที่ต่อสู้กับคนระดับมหาจักรพรรดิวิญญาณเท่านั้น สำหรับคนที่อยู่ในระดับราชันย์วิญญาณ บางทีอาจจะไม่สามารถทนไหวก็เป็นได้
“การโจมตีของผู้แข็งแกร่งระดับราชันย์วิญญาณนั้นแข็งแกร่งเป็นอย่างยิ่ง ฝ่าบาทน้อยเฉียนซีกำลังเจอปัญหาแล้ว!”
“หากมหาวัตถุศักดิ์สิทธิ์เทพป้องกันนี่ถูกทำลาย! แม่นางน้อยทั้งสองคงต้องตกอยู่ในสภาพที่น่าสังเวชแน่นอน เพราะคนแก่อย่างข้าก็ไม่รู้ว่าจะต้องออมมืออย่างไรเช่นกัน!”
“……”
แต่ทว่าคนที่กำลังจะถูกโจมตีอย่างมู่เฉียนซีและเจ้าผลไม้น้อยกลับนิ่งสงบเป็นอย่างมาก และในตอนที่มีเสียงดังสนั่นขึ้น พลังแห่งความมืดของโล่นั้นก็แผ่กระจายออกมาพร้อมทั้งสามารถสกัดกั้นการโจมตีของเขาเอาไว้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ
เขากล่าวออกมาอย่างยากที่จะเชื่อว่า “นี่…นี่มันจะเป็นไปได้อย่างไร ข้าไม่เชื่อ!”
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “พลังนี้ของเจ้า มันยังไม่พอหรอกนะ! และข้าก็ยังมีอีกเรื่องที่จะต้องเตือนเจ้า เพราะเจ้าฝ่าวงล้อมของพวกเขาออกมาเพื่อลอบโจมตีข้า มันจึงทำให้พวกเขาในตอนนี้โกรธมากเลยล่ะ”
“มีความสามารถพอที่จะสู้กับพวกเราได้ แต่คิดไม่ถึงเลยว่าจะลอบโจมตีฝ่าบาทน้อย ช่างน่ารังเกียจนัก!”
“โฮกกกกก!”
ในเมื่อเจ้านายโกรธ สัตว์ภูตวิญญาณพันธสัญญาอย่างพวกมันก็ต้องโกรธไปด้วยเช่นกัน และในตอนนี้ยอดฝีมือระดับราชันย์วิญญาณผู้นั้นก็ตกอยู่ในวงล้อมอีกครั้ง
เขาในตอนนี้ไม่เป็นอันตรายอะไรอีกต่อไปแล้ว ดังนั้นมู่เฉียนซีจึงปลดการป้องกันของโล่ปีกทมิฬออกไป และเฝ้ามองเขาถูกทรมานด้วยท่าทางที่เฉยเมย
แต่ทว่าในตอนที่นางหาโอกาสได้ นางก็ได้ฝังเข็มให้เขาเข็มหนึ่ง!
ฉึก!
เข็มยาพุ่งตรงไปยังเป้าหมาย หลังจากนั้นมันก็ทำให้ไม่ว่าเขาจะดิ้นรนอย่างไรก็ไร้ผลอย่างสิ้นเชิง
พรวด พรวด พรวด!
แม่มดเฒ่าผู้นั้นก็ถูกมังกรร้ายโจมตีครั้งแล้วครั้งเล่าจนได้รับบาดเจ็บสาหัส
แต่ทว่าเจ้าหนูนี่ไม่ยอมปล่อยให้นางพ่ายแพ้เร็วเกินไป และตั้งใจที่จะแกล้งนางเล่นอีก ซึ่งมันก็ทำให้แม่มดเฒ่าผู้นี้โกรธจนแทบจะกระอักเลือดออกมาเลยทีเดียว
ตอนนี้ทางฝ่ายของเมืองเสียเหลือนางเพียงคนเดียวแล้ว หากพวกเขาทั้งหมดมาล้อมโจมตีนาง จุดจบของนางจะต้องน่าสังเวชมากแน่นอน
ในเวลานี้มู่เฉียนซีก็ได้เอ่ยปากออกมาว่า “เจ้าสัตว์เลี้ยงตัวน้อย เลิกเล่นได้แล้ว! เหลือนางเป็นคนสุดท้ายแล้ว เจ้ารีบจัดการเถอะ”
.
.