ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ - ตอนที่ 2688 จิ่วเยี่ยสุดหล่อ
“ท่านเรียกเขาว่านายน้อยเก้าก็ได้ เยี่ยของข้าได้กล่าวไว้ว่า องค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณ ท่านไม่สามารถปฏิบัติต่อเขาอย่างละเลยได้! และเยี่ยของข้ายังกล่าวอีกว่า หากท่านกล้าที่จะละเลยละก็ รอหลังจากที่ออกมาจากอาณาจักรลับขององค์จักรพรรดิกุ่ยจวินเมื่อไร เขาจะต้องมาคิดบัญชีกับท่านอย่างแน่นอน” จื่อโยวกล่าวเตือน
โยวเยี่ยจุนผงะไปเล็กน้อย เขาไม่เคยได้ยินมาก่อนเลยว่าข้างกายของอ๋องจิ่วเยี่ยนอกจากใต้เท้าจื่อโยวและพระชายาแห่งแดนนรกแล้ว ยังมีคนที่สำคัญเช่นนี้อยู่อีกด้วย!
“แขกผู้มีเกียรติทั้งสอง แน่นอนว่าข้าไม่มีทางละเลยได้อยู่แล้ว! เรื่องที่รับปากอ๋องจิ๋วเยี่ยเอาไว้ ข้าจะต้องทำให้ได้แน่นอน”
เมื่อพวกของมู่เฉียนซีมาถึงเมืองหลวง ผู้แข็งแกร่งที่อยู่ที่นี่ก็มีจำนวนมากมายนัก และส่วนใหญ่ล้วนอยู่ในกำมือขององค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณทั้งนั้น
เมื่อพวกเขามาถึงในวังหลวง และหลังจากที่เข้าไปในท้องพระโรงแล้ว องค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณก็เริ่มประกาศเรื่องสำคัญเกี่ยวกับอาณาจักรลับขององค์จักรพรรดิกุ่ยจวินในครั้งนี้
องค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณกล่าวว่า “เจ้าเมืองของทั้งสิบแปดเขตแดนหลัก มีสิทธิ์นำลูกน้องเข้าไปในอาณาจักรลับขององค์จักรพรรดิกุ่ยจวินได้หนึ่งร้อยคน ซึ่งนี่ก็เพื่อความยุติธรรมสำหรับทุกคน! หากผู้ใดสามารถรับมรดกขององค์จักรพรรดิกุ่ยจวินในอาณาจักรลับขององค์จักรพรรดิกุ่ยจวินได้แล้วละก็ คนผู้นั้นก็จะสามารถกลายเป็นองค์รัชทายาทของแดนวิญญาณ หรือเป็นผู้สืบทอดอันดับหนึ่งในตำแหน่งองค์จักรพรรดิของข้าได้! ข้าใกล้ถึงวันที่จะต้องสละราชสมบัติเต็มทีแล้ว กล่าวได้อีกนัยหนึ่งว่า ขอเพียงได้รับมรดก ก็จะสามารถกลายเป็นเจ้าผู้ครองแดนวิญญาณได้ในไม่ช้า จงแสดงทักษะของตนเองออกมา และพยายามอย่างเต็มที่เพื่อหามรดกสืบทอดให้เจอเถิด!”
มรดกขององค์จักรพรรดิกุ่ยจวิน มรดกอย่างนั้นหรือ! เหล่าเจ้าเมืองที่เดิมทีถูกจักรพรรดิราชันย์วิญญาณโจมตีจนทำให้สูญเสียความหวังไป ในตอนนี้ความหวังของพวกเขาได้ลุกโชนขึ้นมาอีกครั้งแล้ว
การจะได้รับมรดกไม่จำเป็นต้องอาศัยความสามารถเท่านั้น เพราะเรื่องโชคก็สำคัญมากเช่นกัน
บางทีหากพวกเขาโชคดีอาจจะสามารถได้รับมรดกมาก็เป็นได้ เมื่อถึงเวลานั้น แม้โยวเยี่ยอวู่ซวงจะมีพรสวรรค์มากเพียงใด พวกเขาก็สามารถทำให้เขาไปตายได้เช่นกัน!
เมื่อเห็นท่าทางที่ดีใจอย่างบ้าคลั่งของพวกเขา ภายในใจของโยวเยี่ยจี๋ก็ได้แต่ยิ้มเยาะ เจ้าคนพวกนี้ทำได้แต่ฝันกลางวันเท่านั้นสินะ! ช่างโง่เขลาเสียจริง
หลังจากนั้นองค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณยังกล่าวอีกว่า “ส่วนอัจฉริยะที่แต่ละเขตแดนของพวกเจ้านำมาด้วย จะคัดเลือกด้วยการประลองกัน โดยเลือกคนที่อยู่ในหนึ่งร้อยคนแรก เพื่อเข้าไปในอาณาจักรลับขององค์จักรพรรดิกุ่ยจวิน และการประลองคัดเลือกนี้ ก็มอบให้เป็นหน้าที่ของโยวเยี่ยจี๋ก็แล้วกัน”
เนื่องจากโยวเยี่ยจี๋จัดการงานต่าง ๆ ได้อย่างน่าเชื่อถือยิ่ง ดังนั้นโยวเยี่ยจุนจึงมักจะมอบงานเช่นนี้ให้เขาเป็นคนจัดการอยู่เสมอ
โยวเยี่ยจุนกล่าวว่า “ยังมีอีกเรื่องที่ข้าอยากจะบอก ข้ามีแขกผู้มีเกียรติอีกสองท่านที่ต้องการจะเข้าไปในอาณาจักรลับขององค์จักรพรรดิกุ่ยจวินเช่นกัน พวกเขาต้องการที่จะเคลื่อนไหวพร้อมพวกเจ้าทั้งสิบแปดเขตแดน พวกเขาไม่ต้องการเคลื่อนไหวพร้อมกับกลุ่มจุนถังของข้า เพราะรู้สึกว่าไม่น่าสนใจเท่าไรนัก”
จุนถัง เป็นผู้ที่มีความสามารถแข็งแกร่งที่อยู่ในสังกัดโยวเยี่ยจุนโดยตรง ไม่มีใครรู้ว่าพวกเขามีทั้งหมดกี่คน และแข็งแกร่งเพียงใด ตอนนี้อาณาจักรลับขององค์จักรพรรดิกุ่ยจวินได้ถูกเปิดออกแล้ว นอกจากเจ้าเมืองจากเมืองหลักต่าง ๆ จะสามารถพาคนเข้าไปได้แล้ว แน่นอนว่าโยวเยี่ยจุนก็เตรียมให้คนสนิทของตนเองได้เข้าไปหาโอกาสเพื่อยกระดับความสามารถเช่นกัน อย่างไรเสียเขาก็ไม่สามารถปฏิบัติต่อคนสนิทของเขาอย่างเลวร้ายได้อยู่แล้ว!
แขกผู้มีเกียรติอย่างนั้นหรือ! พวกเขารู้สึกสงสัยเล็กน้อย คนที่มีความสามารถพอจะกลายเป็นแขกผู้มีเกียรติได้คือใครกันแน่
ในแดนวิญญาณไม่มีคนเช่นนี้อยู่อย่างแน่นอน แดนเทพก็เป็นไปไม่ได้เช่นกัน โยวเยี่ยจี๋เองก็ประหลาดใจมาก จากนั้นก็เหลือบไปเห็นคนคนนั้น!
ในเวลานี้ ชายที่ดูทรงเสน่ห์อย่างชั่วร้ายคนหนึ่งและมนุษย์ประหลาดที่สวมชุดเกราะอันงดงามอีกคนหนึ่งก็ได้เดินออกมา
ทันทีที่มู่อวู่ซวงเห็นคนผู้นั้น สีหน้าของเขาก็มืดมนลงอย่างกะทันหัน ไอ้เจ้าหวงจิ่วเยี่ยนั่นมาอีกแล้ว!
ในเวลานี้มู่เฉียนซีจ้องมองไปยังคนผู้นั้นด้วยดวงตาที่เบิกกว้าง จำต้องบอกเลยว่าเมี่ยเทียนผู้นี้ช่างเป็นอัจฉริยะจริง ๆ
มันถูกสร้างขึ้นมาอย่างสมบูรณ์แบบตามแบบที่นางได้วาดเอาไว้บนกระดาษเลย แน่นอนว่านี่เป็นรูปแบบในขณะที่เป็นปกติ แต่ไม่รู้ว่ารูปแบบในขณะที่ต่อสู้จะเป็นอย่างไร
หวงจิ่วเยี่ยได้จ้องมองมาที่มู่เฉียนซีตั้งแต่แรกแล้ว เมื่อเห็นรอยยิ้มบนใบหน้าของมู่เฉียนซี เขาก็รู้ได้ทันทีว่าซีนั้นพึงพอใจมาก! ไม่เลวเลย!
โยวเยี่ยจุนแนะนำตัวตนของคนทั้งสองให้รู้จักกับคนในสถานที่แห่งนี้ เขากล่าวว่า “ท่านนี้คือใต้เท้าจื่อโยวเป็นผู้ที่มาจากแดนนรก และท่านนี้ก็คือนายน้อยเก้าที่มาจากแดนนรกเช่นกัน!”
“พรูดดด! นายน้อยเก้ารึ!” มู่เฉียนซีอดที่จะหัวเราะคิกคักออกมาไม่ได้ เป็นตำแหน่งปลอมที่ตั้งมาอย่างไม่ใส่ใจเลยจริง ๆ!
อ๋องจิ่วเยี่ยแห่งแดนนรกได้กลายเป็นนายน้อยเก้าจากแดนนรกไปเสียแล้ว
ทุกคนต่างก็ตะลึงงันไปทันที คิดไม่ถึงเลยว่าจะเป็นคนของแดนนรก
ได้ยินมาว่าแดนนรกนั้นแข็งแกร่งมาก และเหตุผลที่แดนนรกแข็งแกร่ง จนทำให้แต่ละดินแดนล้วนปฎิบัติต่อพวกเขาด้วยความเคารพนับถือ ก็ไม่ใช่เพราะพวกเขามีผู้แข็งแกร่งมากมาย แต่เป็นเพราะคนเพียงคนเดียว ซึ่งก็คือหวงจิ่วเยี่ยที่อยู่ในแดนนรกนั่นเอง
ได้ยินมาว่าความสามารถของเขาแข็งแกร่งมาก ทั้งยังลึกล้ำเกินจะหยั่งถึงได้ เขาเป็นคนเย็นชาและกระหายเลือด เป็นผู้ที่สังหารคนไปมากมาย เป็นบุคคลที่เหมือนเผด็จการจอมทำลายล้างที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งก็มิปาน
โชคดีที่อ๋องจิ่วเยี่ยไม่ได้มาด้วยตนเอง แต่ให้ลูกน้องทั้งสองคนมาแทน มิเช่นนั้นมันคงจะเป็นอะไรที่น่ากลัวมากจริง ๆ!
“ใครยินดีให้แขกผู้มีเกียรติทั้งสองท่านเข้าไปในกลุ่มของพวกเจ้าบ้าง พวกเขาไม่ต้องนับรวมอยู่ในสิทธิ์หนึ่งร้อยคน” องค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณกล่าว
และในเวลานี้โยวเยี่ยจี๋ก็กล่าวขึ้นมาว่า “ข้ายินดี!”
“พวกข้าเองก็ยินดีเช่นกัน!”
นอกจากมู่อวู่ซวง ทุกคนต่างแสดงท่าทีออกมาแล้ว และทันใดนั้นมู่อวู่ซวงก็กล่าวขึ้นมาว่า “ข้าไม่ยินดี พวกข้าเมืองอวู่ซวง ไม่ต้อนรับพวกเขาทั้งสอง!”
ทุกคนต่างตะลึงงันไปทันที นี่มู่อวู่ซวงจะบ้าไปแล้วอย่างนั้นหรือ ยิ่งมีความสามารถแข็งแกร่งยิ่งหยิ่งยโสหรืออย่างไร ถึงแม้ว่าพวกเขาจะไม่รู้ว่านายน้อยเก้าผู้นั้นคือใคร แต่สำหรับใต้เท้าจื่อโยวพวกเขาต่างเคยได้ยินชื่อเสียงอันโด่งดังของเขามาแล้ว!
ใต้เท้าจื่อโยวแห่งแดนนรกเป็นการดำรงอยู่ของคนที่อยู่เหนือคนนับหมื่น โยวเยี่ยอวู่ซวงยังไม่ทันได้กลายเป็นเจ้าผู้ครองแดนวิญญาณเลยด้วยซ้ำ! คิดไม่ถึงเลยว่าจะกล้ายั่วยุแดนนรกที่น่าสะพรึงกลัวเช่นนี้
เยี่ยได้ถูกอาเล็กของคนงามเกลียดเอาเสียแล้ว นอกจากนี้ดูเหมือนว่าไม่น่าจะดีขึ้นกว่านี้อีกด้วย ในเวลานี้คงต้องขออนุญาตใช้ประสบการณ์หน้าหนาสักหน่อยแล้วล่ะ
จื่อโยวลากจิ่วเยี่ยเดินไปหยุดอยู่ตรงหน้ามู่เฉียนซี และมู่อวู่ซวงก็ตรงเข้ามาขวางระหว่างพวกเขาเอาไว้ทันที
บรรยากาศตกอยู่ในความตึงเครียด พวกเขาสามารถสัมผัสได้ถึงจิตสังหารระหว่างพวกเขา!
โยวเยี่ยอวู่ซวงมีความแค้นกับใต้เท้าจื่อโยวอย่างนั้นหรือ หรือว่าเป็นนายน้อยเก้าผู้นั้นที่มีความแค้นกับโยวเยี่ยอวู่ซวงกันแน่
อย่างไรก็ตามในขณะที่บรรยากาศกำลังอันตรายมากนั้น จื่อโยวก็ได้กล่าวขึ้นมาว่า “ในบรรดากลุ่มทั้งหมด มีเพียงกลุ่มของฝ่าบาทอวู่ซวงเท่านั้นที่มีสาวงามอยู่ด้วย ข้าเลือกกลุ่มของท่านก็แล้วกัน! อย่าได้ปฏิเสธไปเลย! ข้าเป็นแขกนะ!”
แม้ว่าจะถูกเกลียดแต่ก็ต้องการที่จะเข้าร่วม ในเมื่อเยี่ยไม่สามารถพูดได้ เขาจึงจำเป็นต้องจัดการเรื่องนี้ให้สำเร็จ
หากเขาไม่สามารถจัดการได้แม้แต่เรื่องเล็กน้อยแค่นี้ เขาจะต้องถูกเยี่ยทรมานแน่นอน!
“คนงาม เจ้าว่าท่านผู้นี้หล่อหรือไม่! ได้โปรดอย่าปฏิเสธพวกข้าเลย!” จื่อโยวผลักจิ่วเยี่ยไปอยู่ข้างกายของมู่เฉียนซีพลางคลี่ยิ้มออกมา
มู่เฉียนซีใช้มือสัมผัสไปบนชุดเกราะนั้นพลางกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “หล่อมากเลย!”
“อาเล็กเจ้าคะ…”
สีหน้าของมู่อวู่ซวงมืดมนมากยิ่งขึ้นไปอีก โยวเยี่ยจุนจึงกล่าวว่า “เช่นนั้นแขกผู้มีเกียรติทั้งสองท่านก็เข้าไปในกลุ่มของเมืองอวู่ซวงก็แล้วกัน อวู่ซวง เจ้าไม่สามารถละเลยแขกผู้มีเกียรติทั้งสองท่านนี้ได้นะ! ความสามารถของพวกเขาแข็งแกร่งมาก หากเกิดอันตรายอะไรในอาณาจักรลับ พวกเขาสามารถปกป้องตนเองได้ หรืออาจจะสามารถช่วยเหลือพวกเจ้าได้ด้วย อวู่ซวงเจ้านี่โชคดีจริง ๆ”
แต่พวกเขากลับเห็นสีหน้าที่เย็นชาของมู่อวู่ซวง ซึ่งดูเหมือนว่าจะโกรธมากเลยทีเดียว
แน่นอนว่าเขาจะต้องโกรธอยู่แล้ว เจ้าหวงจิ่วเยี่ยนี่ช่างหลอกหลอนเสียจริง ๆ คิดไม่ถึงว่าจะโผล่หน้ามาอีกจนได้!
นอกจากนี้ยังเปลี่ยนรูปลักษณ์ให้ดูดีขึ้น เป็นรูปลักษณ์ในแบบที่ซีเอ๋อร์ชื่นชอบอีกด้วย
โยวเยี่ยเสียจับจ้องไปที่ชุดเกราะนั่น ถึงแม้ว่าชุดเกราะจะไม่เหมือนเดิมแล้ว แต่เหตุใดถึงได้ให้ความรู้สึกที่คล้ายกันมากขนาดนี้ล่ะ!
นี่ นี่คงไม่…ไม่ใช่คนประหลาดในชุดเกราะนั่นหรอกนะ!
โยวเยี่ยจุนกล่าวว่า “หลังจากนี้สามวัน เป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมที่จะเปิดอาณาจักรลับขององค์จักรพรรดิกุ่ยจวินมากที่สุด พวกเจ้าเหลือเวลาเตรียมตัวอีกไม่มากแล้ว ตอนนี้ก็แยกย้ายกันไปเตรียมตัวได้แล้วล่ะ!”
“พ่ะย่ะค่ะ!”
ผู้ที่มีความสามารถของแต่ละฝ่ายแยกย้ายกันไปเตรียมตัวเพื่อเข้าไปในอาณาจักรลับขององค์จักรพรรดิกุ่ยจวิน และการแข่งขันระหว่างอัจฉริยะก็ได้เริ่มขึ้นแล้วเช่นกัน
อัจฉริยะของเมืองอวู่ซวงมีไม่มากเท่าไรนัก ดังนั้นการเข้าร่วมของมู่เฉียนซีจึงทำให้พวกเขาประหลาดใจจริง ๆ
เมื่อมู่เฉียนซีขึ้นไปบนเวทีจึงได้ถูกประท้วงขึ้นมาทันที “องค์รัชทายาทจี๋ มู่เฉียนซีมีมหาวัตถุศักดิ์สิทธิ์เทพป้องกัน หากสู้ต่อไปเช่นนี้ก็ไม่สามารถรู้ผลแพ้ชนะได้ ทั้งยังไม่ยุติธรรมอีกด้วย!”
.