ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ - ตอนที่ 2703 กระบี่ขององค์จักรพรรดิกุ่ยจวิน
ความสามารถของโยวเยี่ยจี๋แข็งแกร่งเพียงใด มู่อวู่ซวงย่อมรู้ดีอยู่แล้ว
และการต่อสู้ที่ดุเดือดนี้ ก็เป็นการต่อสู้ที่โหดร้ายเป็นอย่างยิ่ง
ตูมม โครมมม!
พลังแห่งภูตวิญญาณพุ่งทะยานสูงขึ้น และยิ่งปะทะกันอย่างบ้าคลั่ง ซึ่งการแข่งขันก็เริ่มต้นขึ้น
มู่เฉียนซีรู้ว่า แม้นางจะใช้การย้อนเวลาเพื่อฟื้นฟูความสามารถของตนเอง แต่นางที่เป็นเพียงผู้บำเพ็ญภูตพลังขั้นปราชญ์แห่งภูต คงไม่สามารถเข้าร่วมการต่อสู้ใหญ่ของระดับราชันย์วิญญาณได้อยู่แล้ว
ในเมื่อไม่สามารถเข้าร่วมการต่อสู้ของระดับราชันย์วิญญาณได้ มู่เฉียนซีจึงตัดสินใจคิดหาหนทางอื่นอยู่ข้างนอก และนั่นก็คือ…
มู่เฉียนซีเหลือบไปเห็นกระบี่เล่มหนึ่งลอยอยู่กลางอากาศ ซึ่งกระบี่เล่มนั้นก็มีชื่อเรียกว่า ‘สะท้านนภา’
หากว่ามันเป็นกุญแจสำคัญในการสืบทอดมรดกละก็ ฉะนั้นไปเก็บกระบี่นั้นมาก่อนค่อยว่ากันก็แล้วกัน
แน่นอนว่าโยวเยี่ยจี๋ย่อมสังเกตเห็นว่ามู่เฉียนซีกำลังพุ่งทะยานไปยังกระบี่เล่มนั้น ซึ่งเขาก็แสยะยิ้มขึ้นมาพลางกล่าวว่า “มู่เฉียนซีเอ๋ย! เจ้านี่ช่างคิดเพ้อเจ้อเสียจริง เจ้าไม่ใช่คนของแดนวิญญาณเสียหน่อย ไม่มีแม้แต่คุณสมบัติที่จะเข้าใกล้กระบี่เล่มนั้นได้ด้วยซ้ำ คิดไม่ถึงเลยว่าเจ้าอยากจะได้มรดกสืบทอดจริง ๆ!”
“โยวเยี่ยอวู่ซวง นี่คือหลานสาวที่แสนดีของเจ้าสินะ! ฉวยโอกาสตอนที่เจ้ารั้งข้าไว้ คิดไม่ถึงเลยว่าจะพยายามรับมรดกขององค์จักรพรรดิกุ่ยจวิน ช่างเป็นความปรารถนาที่เพ้อฝันเสียจริง ๆ! แต่มันก็ปรกติล่ะนะ อย่างไรเสียนางก็ไม่ใช่หลานสาวแท้ ๆ ของเจ้ามิใช่หรือ” ท่าทางที่เยาะเย้ยปรากฏขึ้นมาบนสีหน้าของโยวเยี่ยจี๋
“ช่างรนหาที่ตายนัก!” เรื่องที่โยวเยี่ยจี๋กล้าใส่ร้ายซีเอ๋อร์ ทำให้มู่อวู่ซวงระเบิดจิตสังหารที่แข็งแกร่งออกมา เขาไม่เคยสงสัยซีเอ๋อร์เลยสักครั้ง
ตูมม โครมมม!
ทั้งสองคนหยิบยกกระบวนท่าต่าง ๆ ออกมา และเริ่มต่อสู้กันอย่างดุเดือดครั้งแล้วครั้งเล่า
สายลมอันบ้าคลั่งโดยรอบร้องคำราม และพื้นที่ก็สั่นสะเทือนขึ้นมาทันที!
มู่เฉียนซีในเวลานี้เข้ามาใกล้กระบี่สะท้านนภาเล่มนั้นแล้ว ตัวของกระบี่เล่มนี้เป็นสีดำสนิททั้งหมด ทั้งยังมีพลังโบราณยิ่งแผ่กระจายออกมาอีกด้วย
มู่เฉียนซีสามารถเข้าใกล้มันได้ และกระบี่เล่มนี้ก็ไม่แสดงท่าทีที่รังเกียจนางเลยแม้แต่น้อย
แต่ทว่าในตอนที่มู่เฉียนซียื่นมือออกไปเพื่อที่จะสัมผัสกระบี่สะท้านนภาเล่มนั้น ทันใดนั้นมันก็ได้ระเบิดพลังแห่งภูตวิญญาณที่ทำให้ผู้คนต้องตื่นตระหนกยิ่งออกมา ซึ่งพลังแห่งภูตวิญญาณสีดำนั้นก็ได้โจมตีมู่เฉียนซีจนลอยกระเด็นออกไป
ตึงงง!
เนื่องจากว่าโยวเยี่ยจี๋มั่นใจว่ามู่เฉียนซีไม่มีทางเอากระบี่สะท้านนภาไปได้แน่นอน ดังนั้นเขาจึงตั้งสมาธิอยู่กับการจัดการมู่อวู่ซวง และไม่มีความคิดที่จะเข้าไปหยุดมู่เฉียนซีเลยแม้แต่น้อย
ในตอนที่มู่เฉียนซีถูกกระบี่เล่มนั้นโจมตีจนลอยกระเด็นออกไป ก็เป็นสิ่งที่เขาคาดการณ์เอาไว้แล้วเช่นกัน
“มู่เฉียนซี เจ้าอย่าเปลืองแรงเลย รอให้ข้าจัดการมู่อวู่ซวงได้เมื่อไร ข้าจะไปจัดการสาวน้อยอย่างเจ้าด้วย! เจ้าเพียงแค่รอรับความตายอย่างเชื่อฟังก็พอแล้ว”
“เจ้าพูดว่าใครต้องรอรับความตายนะ ไม่ว่าใครก็ไม่มีทางทำร้ายซีเอ๋อร์ได้ ไม่มีทางเด็ดขาด!”
มู่อวู่ซวงถูกโยวเยี่ยจี๋ทำให้โกรธขึ้นมาแล้ว ซีเอ๋อร์เป็นคนที่สำคัญที่สุดสำหรับเขา เขาไม่มีทางยอมปล่อยให้โยวเยี่ยจี๋ทำร้ายนางได้แม้แต่ปลายเล็บแน่นอน
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “ข้าจะเอามันไปทำให้เจ้าประหลาดใจแน่นอน พวกเรามารอดูกันเถอะ”
ครั้งนี้ มู่เฉียนซีได้เรียกคืนพลังแห่งกาลเวลา และเปลี่ยนเป็นเพียงคนธรรมดาที่ไม่มีพลังวิญญาณใด ๆ เลย
แต่ถึงกระนั้น มู่เฉียนซีก็ยังคงถูกโจมตีจนลอยละลิ่วออกไปอยู่ดี
กระบี่สะท้านนภาอนุญาตให้มู่เฉียนซีเข้าใกล้ แต่คนที่สามารถหยิบมันขึ้นมาได้ต้องเป็นเจ้านายของมันเพียงคนเดียวเท่านั้น และมู่เฉียนซีก็ไม่เหมาะที่จะกลายเป็นเจ้านายของมัน
แน่นอนว่ามู่เฉียนซีย่อมรู้อยู่แล้วว่าตนเองไม่เหมาะสม และคนที่เหมาะสมกับมันก็คืออาเล็กของนาง
แต่ทว่าตอนนี้อาเล็กของนางไม่สามารถปลีกตัวออกมาได้ ดังนั้นนางจึงทำได้เพียงหยิบกระบี่เล่มนี้ไปเองเท่านั้น
ต่อมา มู่เฉียนซีก็ได้ระเบิดพลังจิตวิญญาณที่แข็งแกร่งที่สุดออกมาเพื่อเข้าใกล้มัน
พลังจิตวิญญาณของนางนั้นมีความแข็งแกร่งมากเป็นพิเศษ นอกจากนี้จิตวิญญาณแห่งโชคชะตายังทำให้มันแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้นอีกด้วย
แต่ถึงกระนั้น กระบี่สะท้านนภาเล่มนี้ก็ยังคงไม่หลงกลอุบายของมู่เฉียนซีอยู่ดี กลับกันมันยังโจมตีมู่เฉียนซีจนลอยกระเด็นออกไป และดูเหมือนว่าจะรุนแรงมากยิ่งขึ้นอีกด้วย
ฟู่วว!
มู่เฉียนซีสูดลมหายใจเข้าลึก
นางรู้สึกว่าพลังกระบี่กำลังแบ่งแยกจิตวิญญาณของนาง และในที่สุดตอนนี้ที่หลังมือของนางก็มีบาดแผลปรากฏออกมา
นางได้รับบาดเจ็บเสียแล้ว!
“ซีเอ๋อร์!” มู่อวู่ซวงกล่าวอย่างเป็นกังวล
“มู่อวู่ซวง ข้าว่าเจ้าเป็นห่วงตัวเจ้าเองเถอะ!” โยวเยี่ยจี๋กล่าวอย่างเคร่งขรึม
เมื่อเทียบความสามารถของโยวเยี่ยจี๋กับมู่อวู่ซวงแล้ว เขามีข้อได้เปรียบมากกว่ามากจริง ๆ
ตัวเขาไม่ได้เป็นเพียงราชันย์วิญญาณระดับหนึ่ง แต่เป็นถึงราชันย์วิญญาณระดับสาม
ยิ่งไปกว่านั้นในมือของเขายังมีมหาวัตถุศักดิ์สิทธิ์เทพเหนือสุดที่แข็งแกร่งที่สุดในแดนวิญญาณอยู่หลายชิ้นอีกด้วย เพื่อที่จะเอาชนะโยวเยี่ยอวู่ซวงให้ได้ เขาถึงกับใช้วิธีการต่าง ๆ มากมาย และใช้พลังที่แข็งแกร่งราวกับคลื่นทะเลก็มิปานจู่โจมโยวเยี่ยอวู่ซวง
ปัง ปัง ปัง!
มู่อวู่ซวงในเวลานี้ก็ได้ถูกโยวเยี่ยจี๋ควบคุมไว้อย่างสมบูรณ์แล้ว
ผัวะ!
หลังจากที่โจมตีอย่างรุนแรงครั้งแล้วครั้งเล่า ในที่สุดโยวเยี่ยจี๋ก็ทำได้สำเร็จแล้ว เขาทำให้มู่อวู่ซวงได้รับบาดเจ็บเสียที
มู่อวู่ซวงในเวลานี้เสียเปรียบอย่างสิ้นเชิง และหากต้องการที่จะพลิกสถานการณ์ ก็เป็นเรื่องที่ยากยิ่ง
“น้องอวู่ซวง ยังตระหนักไม่ได้อีกหรือว่าระหว่างเจ้ากับข้าแตกต่างกันมากเพียงใด ไม่ง่ายเลยกว่าจะมีน้องชายที่ยอดเยี่ยมเช่นเจ้า หากหลังจากนี้ไปเจ้าเชื่อฟังคำสั่งของข้าแล้วละก็ ข้าก็สามารถไว้ชีวิตเจ้าได้! ข้าไม่เพียงแต่ไว้ชีวิตเจ้าเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงหลานสาวตัวน้อยที่เจ้ารักด้วย! อยากจะลองคิดดูหน่อยหรือไม่” โยวเยี่ยจี๋เอ่ยปาก
พลังแห่งภูตวิญญาณที่น่าสะพรึงกลัวกำลังร้องคำรามออกมา ไม่ว่าเขาจะแข็งแกร่งเพียงใด หรือเขาจะมีวิธีการมากมายแค่ไหน มู่อวู่ซวงก็ไม่มีทางยอมรับความพ่ายแพ้ด้วยตนเองเป็นอันขาด!
“เจ้าฝันไปเถอะ! ข้าจะเอาชนะเจ้าให้ได้”
โยวเยี่ยจี๋กล่าวอย่างเย็นชาว่า “น้องอวู่ซวง นี่เจ้ามองสถานการณ์ที่ชัดเจนไม่ออกจริง ๆ สินะ!”
“จันทราวิญญาณสะท้านเมฆา!” พลังแห่งภูตวิญญาณสีดำปกคลุมอยู่บนอากาศเหนือเขาและมู่อวู่ซวง และกระบวนท่าสังหารก็ทำให้บรรยากาศโดยรอบเปลี่ยนเป็นเหน็บหนาวขึ้นมาทันที
มู่เฉียนซีก็สัมผัสได้ถึงสถานการณ์ที่อันตรายเช่นกัน พลังจิตวิญญาณของนางแผ่กระจายออกไป นางอยากจะรู้ว่าสถานการณ์การต่อสู้ของอาเล็กที่อยู่ภายในพลังแห่งภูตวิญญาณสีดำอันไม่มีที่สิ้นสุดนั้นเป็นอย่างไรกันแน่
แต่สถานการณ์ที่นางค้นพบนั้นไม่ดีเอาเสียเลย อาเล็กของนางถูกโยวเยี่ยจี๋โจมตีจนได้รับบาดเจ็บ นอกจากนี้ยังเป็นอาการบาดเจ็บที่สาหัสอีกด้วย!
นางกล่าวว่า “ข้าจะลองอีกครั้ง ข้าไม่เชื่อหรอกว่าข้าจะจัดการเจ้าไม่ได้!”
“กระบี่สะท้านนภา ข้าเองก็ไม่ได้อยากจะเป็นเจ้านายของเจ้า แต่ว่าตอนนี้อาเล็กของข้ากำลังตกอยู่ในอันตราย ข้าต้องการที่จะเอาเจ้าไปมอบให้อาเล็กของข้า และทำให้เขามีความแข็งแกร่งมากพอที่จะเอาชนะโยวเยี่ยจี๋ได้เท่านั้นเอง” มู่เฉียนซีกล่าวพลางจ้องมองไปยังกระบี่เล่มนั้น
กระบี่สะท้านนภาสั่นไหวเล็กน้อย มู่เฉียนซีไม่สามารถฟังความคิดของกระบี่เล่มนี้ออกจริง ๆ
พรวด!
ในตอนที่นางจะเอามือไปสัมผัสมัน นางก็ถูกทำให้ได้รับบาดเจ็บอีกครั้ง
ตูมมม!
และในเวลานี้เอง กระบี่มังกรเพลิงพิฆาตวิญญาณก็ปรากฏตัวออกมา มันทำให้พิฆาตวิญญาณโกรธขึ้นมาแล้ว
“เจ้าลูกแมวน้อย เจ้านี่ช่างดื้อดึงจริง ๆ เลย! ก็แค่กระบี่พัง ๆ เท่านั้น คิดไม่ถึงเลยว่าจะกล้าทำให้เจ้าต้องขายหน้า สมควรตายยิ่งนัก! เจ้าพยายามอยู่คนเดียวมานานขนาดนี้ หรือว่าลืมกระบี่ของตนเองไปแล้วอย่างนั้นรึ!” พิฆาตวิญญาณส่งเสียออกมา
“มังกรเพลิงก็โกรธเหมือนกัน โกรธมาก มาทำให้เจ้านายเลือดไหลขนาดนี้ ข้าจะแก้แค้นให้เจ้านายเอง!” และเสียงที่เหมือนเด็กน้อยของมังกรเพลิงก็ดังออกมาด้วยเช่นกัน
มู่เฉียนซีผงะไปเล็กน้อย กระบี่สะท้านนภาก็คือกระบี่ และนางก็มีกระบี่ศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์ ผู้ที่เป็นกระบี่ที่แข็งแกร่งที่สุดในโลกนี้อยู่ในมือ
เช่นนั้นก็ปล่อยให้พวกมันสู้กัน! เพื่อพิชิตกระบี่สะท้านนภาเล่มนั้นเสีย
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “พิฆาตวิญญาณ มังกรเพลิง เช่นนั้นก็คงต้องไหว้วานเจ้าแล้ว”
“จะไปไหว้วานเจ้าตัวไร้ประโยชน์นี่ทำไม ลูกแมวน้อย เจ้าคิดว่าข้าจะจัดการไม่ได้อย่างนั้นหรือ?” พิฆาตวิญญาณแสดงท่าทางที่ไม่พอใจออกมา
“ฮืออออ! ข้า…ข้าจะพยายามอย่างเต็มที่เลย!” มังกรเพลิงกล่าวพลางสะอึ้นไห้
กระบี่มังกรเพลิงพิฆาตวิญญาณกลายร่างเป็นเปลวเพลิงสีแดงฉาน จากนั้นก็พุ่งทะยานไปยังกระบี่สะท้านนภาสีดำเล่มนั้นทันที
กระบี่สะท้านนภาที่กำลังเผชิญหน้ากับศัตรูที่น่าเกรงขามในตอนนี้ ก็ได้ส่งเสียงที่แสบแก้วหูออกมาจนดังก้องกังวานไปทั่วทุกพื้นที่
โยวเยี่ยจี๋กล่าวอย่างตื่นตกใจว่า “นั่นมัน…กระบี่เล่มนั้น…”
.
.