ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ - ตอนที่ 2704 เขาทายถูก
กระบี่ที่อยู่ภายในมือของมู่เฉียนซี เป็นกระบี่ที่มีพลังธาตุอัคคี ซึ่งโยวเยี่ยจี๋ก็รู้จักมันเป็นอย่างดี
เขาคิดว่ามันเป็นเพียงมหาวัตถุศักดิ์สิทธิ์เทพที่ค่อนข้างแข็งแกร่ง และอย่างมากก็คงจะเป็นเพียงมหาวัตถุศักดิ์สิทธิ์เทพเหนือสุดเท่านั้น
แต่คาดไม่ถึงเลยว่า กระบี่ของนางจะสามารถต่อต้านพลังของกระบี่สะท้านนภาได้ นอกจากนี้ตามที่เขาเห็น ความสามารถของกระบี่ยาวที่เต็มไปด้วยพลังธาตุอัคคีเล่มนี้ยังสูงกว่ากระบี่สะท้านนภาอีกด้วย
ต้องรู้ว่า กระบี่สะท้านนภาเคยเป็นกระบี่ในครอบครองขององค์จักรพรรดิกุ่ยจวินมาก่อน ฉะนั้นบนโลกใบนี้จึงมีแค่กระบี่บางเล่มเท่านั้นที่เหนือกว่ากระบี่สะท้านนภา
นัยน์ตาของโยวเยี่ยจี๋หดตัวลงอย่างกระทันหัน ตัวเขาเองก็ถือว่าเป็นคนที่ฉลาดมากคนหนึ่ง ซึ่งก่อนหน้านี้เขาก็เคยสัมผัสถึงเปลวเพลิงราชันย์ที่ทำให้รู้สึกหวาดผวามาก่อนเช่นกัน
เขากล่าวอย่างชี้ขาดขึ้นมาว่า “นั่นคือกระบี่ศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์! มู่อวู่ซวง คิดไม่ถึงเลยว่ากระบี่ของมู่เฉียนซีเล่มนั้นจะเป็นกระบี่ศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์ เจ้าปล่อยให้คนไร้ค่าเช่นนั้นครอบครองกระบี่ศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์อย่างนั้นหรือ!”
ถึงนี่จะเป็นการคาดเดาที่บ้าบิ่นและกล้าหาญเป็นอย่างมาก แต่โยวเยี่ยจี๋ก็คิดว่าสิ่งที่ตนเองรู้สึกมีความใกล้เคียงกับความเป็นจริงมากที่สุดแล้ว
สีหน้าของมู่อวู่ซวงมืดมนลงเล็กน้อย คิดไม่ถึงเลยว่าโยวเยี่ยจี๋จะอาศัยเพียงสิ่งเล็กน้อยนี้ตัดสินว่ากระบี่ของซีเอ๋อร์เล่มนั้นเป็นกระบี่ศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์
เขาไม่ได้ปฏิเสธ เพราะถึงแม้ว่าเขาจะปฏิเสธ โยวเยี่ยจี๋ก็ไม่เชื่อเขาอยู่ดี!
และสิ่งที่เขาต้องทำตอนนี้ ก็คือการเอาชนะโยวเยี่ยจี๋ให้ได้ หากสามารถฆ่าเขาได้อย่างสมบูรณ์แล้วละก็ คงจะเป็นการดีที่สุด
อย่างไรเสียมหาวัตถุศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์ ก็ถือได้ว่าเป็นมหาวัตถุศักดิ์สิทธิ์เทพในตำนาน
นอกจากนี้กระบี่ศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์ก็ยังเป็นกระบี่สังหารที่แข็งแกร่งมากที่สุดอีกด้วย ซึ่งไม่รู้เลยว่าจะมีผู้แข็งแกร่งมากมายเพียงใดที่ต้องการมัน
หากถูกคนอื่นรู้เข้า ซีเอ๋อร์จะต้องตกอยู่ในอันตรายอย่างแน่นอน
เวลานี้จิตสังหารของมู่อวู่ซวงยิ่งเข้มข้นมากขึ้นเรื่อย ๆ และรอยยิ้มอันภาคภูมิใจก็ปรากฏขึ้นมาบนใบหน้าของโยวเยี่ยจี๋ “ฮ่า ฮ่า ฮ่า! โยวเยี่ยอวู่ซวง เจตนาฆ่าของเจ้าที่มีต่อข้าแข็งแกร่งขึ้นแล้ว คิดจะฆ่าคนปิดปากอย่างนั้นหรือ นั่นเป็นถึงมหาวัตถุศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์เชียวนะ แม้แต่เสด็จพ่อ หากเขารู้เข้าก็คงจะรู้สึกหวั่นไหวกับสิ่งนี้เช่นกัน เพราะอย่างไรเสียถ้ามีมหาวัตถุศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์อยู่ในครอบครอง บางทีอาจจะสามารถทำในเรื่องที่เขาอยากทำมาตลอดได้ก็เป็นได้”
นับตั้งแต่แดนวิญญาณถูกแดนเทพควบคุม องค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณก็พยายามแสวงหาหนทางทำให้แดนวิญญาณของพวกเขาแข็งแกร่งขึ้นมาทั้งชีวิต เพื่อแก้แค้นแดนเทพ
มู่อวู่ซวงกล่าวอย่างเย็นชาว่า “ซีเอ๋อร์ของข้า ไม่ใช่คนไร้ประโยชน์! หากเจ้ากล้าพูดอีก ข้าก็กล้าฆ่าเจ้า แม้ว่าจะต้องถูกองค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณไล่ล่า ข้าก็ไม่สนใจอะไรทั้งนั้น”
ลมพายุพัดโหมกระหน่ำอย่างบ้าคลั่ง และดูเหมือนว่าจะมีอะไรบางอย่างแวบเข้ามาในสมองของมู่อวู่ซวง จากนั้นกระบวนท่าสังหารที่แข็งแกร่งก็พุ่งเข้าจู่โจมโยวเยี่ยจี๋ราวกับพายุฝนก็มิปาน
ซึ่งในชั่วขณะนั้น ราวกับว่ามิติแห่งนี้กำลังจะถูกฉีกออกอย่างไรอย่างนั้น
“โยวเยี่ยอวู่ซวง เจ้า…เจ้าไปเอาวิธีการควบคุมพลังที่แข็งแกร่งเช่นนี้มาจากที่ใดกัน” ในตอนที่การโจมตีของมู่อวู่ซวงกำลังปกคลุมเข้ามา โยวเยี่ยจี๋ก็เปิดใช้การป้องกันในทันที
ในฐานะองค์รัชทายาทของแดนวิญญาณ เขามีสิ่งของดี ๆ อยู่มากมายนับไม่ถ้วน
แต่ในทางกลับกันมู่อวู่ซวงเพิ่งจะกลับมาเมื่อสามปีก่อนเท่านั้น ฉะนั้นในมือของเขาจึงมีสมบัติที่สามารถใช้ต่อต้านเขาได้เพียงไม่กี่ชิ้นเท่านั้น
ถึงองค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณจะชื่นชมพรสวรรค์ในการฝึกฝนของลูกชายคนเล็กผู้นี้เป็นอย่างมาก แต่ดูเหมือนว่าจะไม่ได้รับประโยชน์อะไรจากเขามากเท่าไรนักอยู่ดี
ตูมมม!
มีเสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหวขึ้น
ไม่เพียงแต่มู่อวู่ซวงกับโยวเยี่ยจี๋เท่านั้น แต่กระบี่มังกรเพลิงพิฆาตวิญญาณกับกระบี่สะท้านนภาก็ต่อสู้กันอย่างดุเดือดด้วยเช่นกัน
แม้ว่าอีกฝ่ายจะเป็นถึงมหาวัตถุศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์ แต่กระบี่สะท้านนภาก็ไม่ใช่ผู้ที่จะยอมแพ้อะไรง่าย ๆ อยู่ดี อย่างไรเสียก่อนหน้านี้มันก็เคยติดตามองค์จักรพรรดิกุ่ยจวิน!
ปัง ปัง ปัง!
ลำแสงจำนวนนับไม่ถ้วนของกระบี่พุ่งออกมา ลำแสงของกระบี่มังกรเพลิงพิฆาตวิญญาณเป็นเปลวเพลิงที่ร้อนแรง ส่วนพลังกระบี่ของกระบี่สะท้านนภาก็มีพลังแห่งภูตวิญญาณที่รุนแรงเป็นอย่างมากเช่นกัน
หลังจากนั้นมังกรยักษ์สีแดงเพลิงตัวหนึ่งก็พุ่งทะยานออกมาจากตัวดาบ และมังกรเพลิงตัวนั้นก็พุ่งจู่โจมกระบี่สีดำสนิทนั้นทันที
จิตวิญญาณกระบี่กับวิญญาณกระบี่ของกระบี่สะท้านนภาเป็นหนึ่งเดียวกัน แต่ของกระบี่มังกรเพลิงพิฆาตวิญญาณกลับไม่ได้เป็นเช่นนั้น ฉะนั้นจึงทำให้สถานการณ์ตอนนี้เป็นแบบสองต่อหนึ่ง ซึ่งกลายเป็นว่ากระบี่สะท้านนภาถูกรังแกโดยลำพัง
แม้ว่ามังกรเพลิงจะถูกพิฆาตวิญญาณรังเกียจอยู่เสมอ แต่นั่นเป็นเพราะเมื่อเทียบกับพิฆาตวิญญาณแล้วมันแค่อ่อนแอกว่าเท่านั้นเอง
แต่หากเอาไปเปรียบเทียบกับคนอื่นแล้ว ก็ลองบอกว่ามังกรเพลิงอ่อนแอดูสิ!
มังกรเพลิงใช้พลังของมันพันรอบกระบี่สะท้านนภา เพื่อควบคุมมันเอาไว้ และในขณะเดียวกันสิ่งนี้ก็เป็นการเปิดเผยตัวตนของพวกมันต่อหน้าโยวเยี่ยจี๋อย่างสมบูรณ์
“นั่นมันวิญญาณกระบี่มังกรเพลิง ดูเหมือนว่าข้าจะคาดเดาได้ถูกต้องอย่างสมบูรณ์แล้วสินะ! ฮ่า ฮ่า ฮ่า!” โยวเยี่ยจี๋หัวเราะเยาะอย่างชอบใจ
“ในเมื่อเจ้ารู้แล้ว เช่นนั้นไม่ว่าอย่างไรข้าก็ต้องกำจัดหายนะอย่างเจ้าให้ได้แล้วสินะ!” มู่อวู่ซวงกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา
“คนที่ต้องถูกทำลายคือเจ้าต่างหาก โยวเยี่ยอวู่ซวง! รอให้ข้าจัดการเจ้าและหลานสาวของเจ้าก่อนเถอะ ไม่ว่าจะเป็นมรดกสืบทอดขององค์จักรพรรดิกุ่ยจวินหรือกระบี่ศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์ ทั้งหมดจะต้องตกเป็นของข้า”
ดวงตาของโยวเยี่ยจี๋ฉายแววโหดเหี้ยมออกมา ทันใดนั้น เขาก็เปลี่ยนเป็นอันตรายมากยิ่งขึ้นไปอีก หลังจากนั้นเขาก็พุ่งเข้าจู่โจมมู่อวู่ซวงด้วยพลังที่ไม่อาจหยุดยั้งได้ราวกับมังกรทมิฬที่โผล่ออกมาจากมหาสมุทรก็มิปาน
ตูมมม โครมมม!
พลังนี้ทั้งบ้าคลั่งและอันตรายเป็นอย่างยิ่ง และหลังจากที่ประสบกับการโจมตีเช่นนี้ มันก็ทำให้มู่อวู่ซวงถูกโจมตีจนลอยกระเด็นออกไปหลายสิบจั้งเลยทีเดียว
โยวเยี่ยจี๋ไม่ได้สนใจทางด้านมู่เฉียนซีเลย ปล่อยให้กระบี่ศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์จัดการกระบี่สะท้านนภาก็ดีเหมือนกัน เพราะเมื่อถึงตอนที่เขาไปเก็บมันมา จะได้ไม่ต้องเปลืองแรงของตนเอง
ขอเพียงจัดการกับโยวเยี่ยอวู่ซวงจนเสร็จสิ้น โยวเยี่ยจี๋มั่นใจว่าแม้มู่เฉียนซีจะมีมหาวัตถุศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์อยู่ในมือ แต่มันต้องทำอะไรเขาไม่ได้อย่างแน่นอน
มู่อวู่ซวงในเวลานี้ถูกพลังนั้นโจมตีจนลอยกระเด็นออกไป และเขาก็ได้รับบาดเจ็บสาหัส ซึ่งใบหน้าที่อ่อนโยนราวกับหยกนั้น ในเวลานี้ได้เปลี่ยนเป็นซีดเผือดขึ้นมาทันที
แต่ถึงกระนั้น มู่อวู่ซวงก็ไม่ยอมปล่อยให้ตนเองพ่ายแพ้อยู่ดี
แววตาของเขามืดมนลงเล็กน้อย เขายังคงต้องต่อสู้กับโยวเยี่ยจี๋ต่อไป และตอนนี้จิตสังหารอันน่าสะพรึงกลัวก็ระเบิดออกมา
ทันทีที่คิดว่าหากเขาพ่ายแพ้ โยวเยี่ยจี๋จะต้องไปแย่งกระบี่จากซีเอ๋อร์ และจะต้องจัดการซีเอ๋อร์เป็นแน่ ฉะนั้นไม่ว่าอย่างไรเขาก็จะต้องเอาชีวิตโยวเยี่ยจี๋ให้ได้
ถึงแม้ว่านั่นจะทำให้พวกเขาทั้งคู่ต้องตายไปด้วยกันก็ตาม!
โยวเยี่ยจี๋กล่าวว่า “โยวเยี่ยอวู่ซวง เจ้านี่ช่างแตกต่างจากราชวงศ์ของแดนวิญญาณอย่างพวกเราจริง ๆ เพราะเจ้ามีคนที่ใส่ใจมากขนาดนั้นอยู่ด้วยสินะ! พวกเรามักจะสนใจแค่เรื่องความแข็งแกร่งและตำแหน่งเท่านั้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้ต่างหากถึงเป็นสิ่งที่ผู้แข็งแกร่งควรที่จะแสวงหา!”
“เจ้าไม่สามารถเป็นตัวแทนของผู้ที่แข็งแกร่งทั้งหมดได้ แม้แต่องค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณก็ยังไม่สามารถเป็นตัวแทนได้เลย!” มู่อวู่ซวงกล่าวอย่างเคร่งขรึม
การต่อสู้ของพวกเขาทั้งสองคนในเวลานี้มาถึงจุดที่ดุเดือดมากที่สุดแล้ว และตอนนี้มู่เฉียนซีก็ทำสองอย่างพร้อมกัน โดยที่นางดูการต่อสู้ระหว่างพิฆาตวิญญาณกับกระบี่สะท้านนภาไปด้วย และดูการต่อสู้ของฝั่งอาเล็กไปด้วยนั่นเอง
ถึงทางฝ่ายพิฆาตวิญญาณในตอนนี้จะมีพลังเหนือกว่ามาก แต่ทางฝ่ายอาเล็กกลับอันตรายมากทีเดียว
เนื่องจากการต่อสู้ในแต่ละครั้งของเขาล้วนเฉียดตายทั้งสิ้น มันจึงทำให้มู่เฉียนซีเป็นกังวลเป็นอย่างมาก!
“พิฆาตวิญญาณ รีบจัดการกระบี่สะท้านนภาให้เร็วขึ้นอีกหน่อย! สถานการณ์ทางฝ่ายของอาเล็กอันตรายมากแล้ว เขารอนานมากขนาดนั้นไม่ไหวเป็นแน่”
จิตวิญญาณของมู่เฉียนซีได้พุ่งทะยานเข้าไปปกคลุมโยวเยี่ยจี๋เอาไว้ ซึ่งมู่เฉียนซีก็มีเพียงพลังจิตวิญญาณเท่านั้นที่แข็งแกร่งกว่าโยวเยี่ยจี๋
ถึงจะมีพลังจิตวิญญาณคอยรบกวน แต่ก็สามารถช่วยอาเล็กได้เล็กน้อยเท่านั้น
“ช่างเป็นพลังจิตวิญญาณที่แข็งแกร่งจริง ๆ ในที่สุดข้าก็เข้าใจแล้วว่าเพราะเหตุใดกระบี่ศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์ถึงยอมรับนางเป็นเจ้านาย ที่แท้เป็นเพราะนางมีพลังจิตวิญญาณที่แข็งแกร่งถึงเพียงนี้นี่เอง!”
“แต่เจ้าคิดจะใช้วิธีที่เรียบง่ายเช่นนี้มารบกวนข้าอย่างนั้นหรือ แม้ว่าจะเป็นพลังจิตวิญญาณที่แข็งแกร่งกว่านี้ก็ยังเป็นเรื่องที่เพ้อฝันอยู่ดี!”
ถึงแม้ว่าเขาจะพูดเช่นนั้น แต่พลังจิตวิญญาณเช่นนี้ก็ทำให้เขารู้สึกหวาดกลัวเล็กน้อย ฉะนั้นโยวเยี่ยจี๋จึงใช้ความคิดอย่างรอบคอบ และดำเนินการไปอย่างระมัดระวังมากที่สุด เพราะเขาไม่อยากทำพลาดในจุดที่ไม่ควรพลาดไปเสียก่อน
ทันใดนั้นเขาก็โยนหยกที่เรืองแสงสีเขียวออกมา หยกนั้นสามารถสกัดกั้นพลังจิตวิญญาณของมู่เฉียนซีได้ชั่วคราว ซึ่งนั่นก็ทำให้โยวเยี่ยจี๋ไม่ได้รับผลกระทบจากพลังจิตวิญญาณของมู่เฉียนซี
“มู่เฉียนซี เจ้าให้กระบี่ของเจ้าจัดการกระบี่สะท้านนภานั้นให้ได้ก็พอแล้ว ตรงนี้ยังไม่ถึงคราวที่เจ้าจะเข้ามาแทรกแซงได้หรอก!” โยวเยี่ยจี๋กล่าวด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา
.
.