ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ - ตอนที่ 2705 ปล่อยกระบวนท่าครั้งใหญ่
ทันทีที่พูดจบ เขาก็โจมตีใส่มู่อวู่ซวงอย่างดุเดือดเป็นอย่างยิ่ง
พลังแห่งภูตวิญญาณสีดำจำนวนนับไม่ถ้วน พุ่งทะยานไปทางมู่อวู่ซวงด้วยความรวดเร็วราวกับงูเหลือมสีดำขนาดยักษ์ก็มิปาน
พลังนั้นไม่ใช่พลังแห่งภูตวิญญาณธรรมดาทั่วไป และดูเหมือนว่ามันจะผสานพลังที่แปลกประหลาดยิ่งเข้าไปด้วย ซึ่งนั่นก็ทำให้ทั่วทั้งร่างของมู่อวู่ซวงเย็นยะเยือกขึ้นมาทันที
มันกำลังกลืนกินพลังของเขา พลังชีวิต...
พลังแห่งภูตวิญญาณของมู่อวู่ซวงพุ่งทะยานสูงขึ้น และในสถานการณ์ที่อันตราย ศักยภาพของมู่อวู่ซวงก็ถูกขุดออกกมาอย่างต่อเนื่องเช่นกัน
เขาประสานมือทั้งสองข้างของเขา เพื่อบรรเทาความหนาวเย็น และในที่สุดเขาก็หลุดพ้นออกมาจากพลังประหลาดนั้นได้
พรวดดดด!
เขากระอักเลือดออกมา แม้ว่าจะสามารถหลุดพ้นออกมาได้ มู่อวู่ซวงเองก็ต้องชดใช้ในราคาที่สูงมากเช่นกัน ซึ่งมันก็ทำให้สีหน้าของเขาในเวลานี้ซีดเผือดไปแล้ว
“โยวเยี่ยอวู่ซวง ดูเหมือนว่าข้าจะประเมินเจ้าต่ำไปสินะ สถานการณ์เช่นนี้ยังสามารถหลุดออกมาได้ มันเริ่มทำให้ข้ามองเจ้าต่างออกไปแล้วจริง ๆ! แต่ข้าก็อยากจะลองดูว่า เจ้าจะสามารถยืนหยัดต่อไปได้นานแค่ไหนกันแน่” แววตาของโยวเยี่ยจี๋เปลี่ยนเป็นมืดมนและน่าสะพรึงกลัว
ปัง ปัง ปัง!
หลังจากนั้นโยวเยี่ยจี๋ก็เริ่มโจมตีเข้ามาอย่างบ้าคลั่ง ซึ่งมันก็ทำให้มู่อวู่ซวงบาดเจ็บสาหัสมากขึ้นเรื่อย ๆ จนใกล้ที่จะฝืนทนต่อไปไม่ไหวอีกแล้ว
มู่เฉียนซีในเวลานี้กระวนกระวายใจเป็นอย่างยิ่ง เร็ว! ต้องเร็วกว่านี้!
ปัง!
เมื่อมังกรเพลิงยึดกระบี่สะท้านนภาเอาไว้ได้แล้ว มันก็พุ่งทะยานไปข้างหน้ามู่เฉียนซีอย่างรวดเร็ว
พิฆาตวิญญาณกล่าวว่า “เสร็จแล้ว!”
เปลวเพลิงได้ปกคลุมกระบี่สะท้านนภาเอาไว้ และมู่เฉียนซีในตอนนี้ก็สามารถจับมันได้เสียที ในที่สุดกระบี่สะท้านนภาก็ไม่โจมตีนางอีกแล้ว
“อาเล็ก!” แต่ทว่าสถานการณ์ของมู่อวู่ซวงในเวลานี้ กลับทำให้สีหน้าของมู่เฉียนซีเปลี่ยนไปมากทันที อาเล็กกำลังตกอยู่ในอันตราย
นางใช้การย้อนกาลเวลา หลังจากนั้นก็เคลื่อนย้ายภายในชั่วพริบตา และย้อนกาลเวลา สุดท้ายก็หยุดกาลเวลา!
ภายในชั่วพริบตาเดียว มู่เฉียนซีได้ใช้พลังแห่งกาลเวลาสามชนิดและพลังแห่งมิติหนึ่งชนิดเพื่อพุ่งทะยานไปอยู่ข้างกายของมู่อวู่ซวง
เพราะหากนางไม่ทำเช่นนี้แล้วละก็ อาเล็กของนางจะต้องถูกพลังอันชั่วร้ายและแข็งแกร่งของโยวเยี่ยจี๋กลืนกิน จนมีอันตรายถึงชีวิตแน่นอน
ในตอนที่มู่เฉียนซีมาถึงตรงหน้ามู่อวู่ซวง พลังหยุดเวลาก็หายไปทันที และการโจมตีนั้นก็ใกล้เข้ามาแล้ว
“ซีเอ๋อร์! ถอยไปเร็วเข้า!” และสีหน้าของมู่อวู่ซวงเปลี่ยนไปมากทันที
มู่เฉียนซีโยนโล่ปีกทมิฬออกไป ตูมมม! มีเสียงระเบิดดังสนั่นขึ้น เมื่อโล่สีดำใช้พลังไปจนหมดมันก็ถูกโจมตีและลอยกระเด็นออกไป
หลังจากนั้น เขาก็โจมตีไปยังมู่เฉียนซีและมู่อวู่ซวงด้วยพลังการโจมตีที่ไม่ลดลงเลยแม้แต่น้อย
สีหน้าของมู่อวู่ซวงเปลี่ยนไปอย่างมาก เขาอยากที่จะผลักมู่เฉียนซีออกไป แต่ว่ามู่เฉียนซีกลับจับมือเขาเอาไว้แน่น จากนั้นก็มอบกระบี่สะท้านนภาเล่มนั้นให้กับเขาพลางกล่าวว่า “อาเล็ก ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ! ข้าไม่มีทางเป็นอะไรแน่นอน นี่คือกระบี่สะท้านนภา ท่านถือเอาไว้สิเจ้าคะ!”
ตูมมม โครมมม!
เสียงระเบิดที่น่าสะพรึงกลัวดังออกมา และลำแสงสีฟ้าอ่อนก็ได้ห่อหุ้มมู่เฉียนซีเอาไว้
ลำแสงสีฟ้าหมุ่นเวียนไป และไม่ว่าจะเป็นพลังที่แข็งแกร่งเพียงใดก็ไม่อาจทำร้ายมู่เฉียนซีที่ได้รับการปกป้องได้เลยแม้แต่น้อย!
เฟี้ยว เฟี้ยว เฟี้ยว!
คิดไม่ถึงเลยว่าการโจมตีนี้จะไม่ประสบความสำเร็จ โยวเยี่ยจี๋ถูกสะท้อนจนถอยหลังออกไปหลายร้อยก้าว จากนั้นเขาก็มองไปยังมู่เฉียนซีและมู่อวู่ซวงที่อยู่ในกำแพงสีฟ้านั้น
“มู่เฉียนซี เจ้านี่มีสิ่งที่ใช้รักษาชีวิตมากมายจริง ๆ! นอกจากโล่แห่งความมืดอันนั้น คิดไม่ถึงว่ายังมีมหาวัตถุศักดิ์สิทธิ์เทพป้องกันที่แข็งแกร่งเช่นนี้อยู่อีกด้วย ดูเหมือนว่าข้าจะดูถูกเจ้าเกินไปหน่อยสินะ” โยวเยี่ยจี๋กล่าวอย่างโกรธเคือง
ภายในใจของโยวเยี่ยจี๋นั้นเกรี้ยวกราดเป็นอย่างมาก ถึงจะผลาญพลังไปแล้วมากมายขนาดนั้น แต่กลับยังไม่สามารถจัดการโยวเยี่ยอวู่ซวงได้อยู่ดี นี่หลานสาวของโยวเยี่ยอวู่ซวงผู้นี้มีสมบัติอยู่มากมายแค่ไหนกันแน่
นี่คือพลังเกราะป้องกันสัมบูรณ์ของผู้พิทักษ์นิรันดร์สินะ มู่อวู่ซวงกล่าวว่า “บอกไปแล้วว่าอาเล็กจะปกป้องซีเอ๋อร์เอง แต่คิดไม่ถึงเลยว่าจะต้องให้ซีเอ๋อร์มาปกป้องอาเช่นนี้”
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “อาเล็กอย่าใส่ใจเรื่องพวกนี้เลยเจ้าค่ะ! ไม่ว่าใครจะปกป้องใครก็ไม่สำคัญ แต่สิ่งที่สำคัญก็คือไม่ว่าอย่างไรก็ไม่สามารถสูญเสียครอบครัวที่สำคัญยิ่งไปได้ มิใช่หรือเจ้าคะ”
“อาเล็ก ท่านลองดูสิเจ้าคะว่าสามารถสืบทอดมรดกได้หรือไม่! บางทีหลังจากที่อาเล็กได้รับมรดกแล้ว ความสามารถอาจจะพุ่งทะยานอย่างก้าวกระโดดก็เป็นได้ จากนั้นค่อยไปทรมานเจ้าโยวเยี่ยจี๋นั่น! แค่นี้ก็เท่ากับว่าได้ปกป้องข้าแล้วมิใช่หรือเจ้าคะ” แววตาของมู่เฉียนซีจ้องมองไปทางโยวเยี่ยจี๋อย่างเย็นชา
“อืม!” มู่อวู่ซวงถือกระบี่สะท้านทนภาเอาไว้ แม้ว่าเปลวเพลิงจะหายไปแล้ว แต่กระบี่สะท้านนภาก็ไม่ได้โจมตีเขาแต่อย่างใด
ตอนที่อยู่ในมือของมู่เฉียนซีมันไม่เต็มใจเอาเสียเลย แต่พอมาอยู่ในมือของมู่อวู่ซวงแล้ว เจ้ากระบี่สะท้านนภาเล่มนี้กลับดูเต็มใจเป็นอย่างยิ่ง
“หยุดเดี๋ยวนี้ ข้าไม่ยอมให้เจ้าได้รับสืบทอดมรดกขององค์จักรพรรดิกุ่ยจวินหรอก!” โยวเยี่ยจี๋คำรามออกมา
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “นั่นไม่ใช่เรื่องที่เจ้าสามารถควบคุมได้หรอกนะ!”
“ข้าไม่เชื่อหรอกว่าเจ้าจะสามารถขวางต่อไปได้” โยวเยี่ยจี๋ระเบิดพลังแห่งภูตวิญญาณที่แข็งแกร่งออกมาอีกครั้ง
เห็นได้ชัดว่ากระบวนท่าที่แข็งแกร่งก่อนหน้านี้ผลาญพลังของเขาไปไม่น้อย แต่เพื่อที่จะขัดขวางการสืบทอดมรดกขององค์จักรพรรดิกุ่ยจวินของมู่อวู่ซวง เขาจึงต้องลงมืออีกครั้ง
ลำแสงสีดำนับไม่ถ้วนระเบิดออกมา หากคนทั่วไปใช้พลังแห่งภูตวิญญาณโดยไร้ความลังเลเช่นนี้ คงถูกผลาญพลังไปจนแห้งเหือดแล้วเป็นแน่
แต่ทว่าองค์รัชทายาทแห่งแดนวิญญาณนั้นไม่ใช่คนธรรมดา แน่นอนว่าเขาย่อมมีหนทางแก้ไขถึงสามารถกล้าทำเช่นนี้ได้
แต่ในเวลานี้มู่อวู่ซวงกับกระบี่สะท้านนภาได้สร้างการเชื่อมต่อทางจิตวิญญาณด้วยการหยดเลือดสด ๆ ลงไปบนกระบี่เล่มนั้นแล้ว และเมื่อโยวเยี่ยจี๋ได้เห็นสิ่งนั้น สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนเป็นมืดมนขึ้นมาทันที
มู่เฉียนซีกล่าวอย่างหยอกล้อว่า “ข้าว่านะโยวเยี่ยจี๋ องค์รัชทายาทจี๋ เจ้าตั้งสมาธิปลดปล่อยกระบวนท่าที่ยิ่งใหญ่เถอะ! หากเอาแต่จ้องมองอาเล็กของข้าด้วยความอิจฉาริษยาต่อไปเช่นนี้ ระวังจะไม่ทันได้ปล่อยกระบวนท่าออกมา ก็ต้องถูกสะท้อนกลับไปจนน่าสังเวชเสียก่อน หากเป็นเช่นนั้นก็คงจะน่าขันมากทีเดียว”
ขอเพียงสุ่ยจิงอิ๋งยังเหลือจำนวนการป้องกันอยู่ มู่เฉียนซีไม่มีทางกลัวการโจมตีของโยวเยี่ยจี๋แน่นอน
การยั่วยุอย่างเย่อหยิ่งนี้ กระตุ้นความโกรธเคืองของโยวเยี่ยจี๋ ซึ่งมันก็ทำให้ภายในใจของเขาไม่มีความสุขมากขึ้นเรื่อย ๆ
การยอมรับเจ้านายของกระบี่สะท้านนภาเป็นไปอย่างราบรื่นมาก หลังจากนั้นก็สืบทอดและยอมรับความเป็นเจ้านายได้สำเร็จ และในตอนที่ได้รับการสืบทอดก็เป็นไปอย่างราบรื่นจนน่าประหลาดเช่นกัน ซึ่งมันก็ทำให้โยวเยี่ยจี๋เหลือเชื่อเล็กน้อย!
“ข้าไม่เชื่อ ข้าไม่เชื่อว่าการสืบทอดขององค์จักรพรรดิกุ่ยจวินจะเลือกโยวเยี่ยอวู่ซวงได้ง่ายดายขนาดนั้น!”
ตูมมมม โครมมม!
เขาโจมตีเข้ามาอีกครั้ง และพลังที่น่าสะพรึงกลัวนั้นก็ทำลายบริเวณโดยรอบไปจนสิ้น
แต่ทว่ามู่เฉียนซีที่อยู่ภายใต้การคุ้มครองของสุ่ยจิงอิ๋ง กลับไม่ได้รับผลกระทบอะไรเลยแม้แต่น้อย
การใช้กระบวนท่าด้วยพลังการโจมตีเหนือธรรมชาติได้ผลาญพลังวิญญาณอย่างต่อเนื่อง ซึ่งนี่ก็ทำให้โยวเยี่ยจี๋ไม่สามารถทนได้อีกแล้วเช่นกัน
สีหน้าเริ่มซีดเผือด และมีเหงื่อเย็นผุดขึ้นมาบนหน้าผากของเขา
“หยุดมันได้อีกแล้วหรือ?!” เขากล่าวอย่างเคร่งขรึม
ส่วนมู่อวู่ซวงในเวลานี้กำลังเข้าสู่สมาธิ เนื่องจากว่าเขากำลังรับช่วงต่อมรดกขององค์จักรพรรดิกุ่ยจวิน และเมื่อรู้เช่นนี้โยวเยี่ยจี๋ก็ยิ่งมืดมนและต้องการเข่นฆ่ามากขึ้นไปอีก
ไม่ว่าอย่างไรเขาก็จะต้องทำลายปราการป้องกันบ้า ๆ นั้นให้ได้ก่อนที่โยวเยี่ยอวู่ซวงจะได้รับการสืบทอดมรดกขององค์จักรพรรดิกุ่ยจวินได้อย่างสมบูรณ์ และฆ่าพวกเขาทั้งสองคนซะ!
“ดีมาก! ดีจริง ๆ! คิดไม่ถึงเลยว่าพวกเจ้าทั้งสองจะบีบข้ามาจนถึงจุดนี้ได้ อยากให้โยวเยี่ยอวู่ซวงสืบทอดมรดกอย่างราบรื่นหรือ ไม่มีทางเสียหรอก!”
เขาหยิบลูกบอลเรืองแสงสีดำออกมา และกล่าวกับมู่เฉียนซีว่า “มู่เฉียนซี แน่นอนว่าเจ้าคงไม่รู้ว่านี่คืออะไรสินะ”
เจ้าสิ่งนี้เต็มไปด้วยพลังอันน่าสะพรึงกลัว ซึ่งมันก็ทำให้มู่เฉียนซีขมวดคิ้วขึ้นมาเล็กน้อยทันที
“นี่คือพลังที่ทำให้เสด็จพ่อพึงพอใจ และถือว่าเป็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ ฉะนั้นเสด็จพ่อจึงมอบพลังส่วนหนึ่งให้เป็นรางวัลแก่ข้า เดิมทีสายเลือดของพวกเราพ่อลูกก็มีความเชื่อมต่อกันอยู่แล้ว และด้วยการหลอมรวมพลังของเขา มันจะทำให้พลังของข้าเปลี่ยนเป็นแข็งแกร่งขึ้นได้ชั่วคราว ทั่วทั้งแดนวิญญาณแห่งนี้นอกจากเสด็จพ่อแล้ว ก็ไม่มีผู้ใดเป็นคู่ต่อสู้ของข้าได้อีก!” ของสิ่งนั้น จะต้องเป็นไพ่ตายของโยวเยี่ยจี๋อย่างแน่นอน
ตอนนี้เขาถูกกระตุ้นอย่างรุนแรงจากการสืบทอดมรดกองค์จักรพรรดิกุ่ยจวินของมู่อวู่ซวง ดังนั้นเขาจึงหยิบของสิ่งนี้ออกมาในที่สุด