ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ - ตอนที่ 2706 แตกต่างไปเล็กน้อย
“คราวนี้ ข้าไม่เชื่อหรอกว่าการป้องกันของเจ้าจะสามารถหยุดมันไว้ได้!” โยวเยี่ยจี๋กล่าวอย่างมั่นใจในตนเองเป็นอย่างมาก
“โอ้! เช่นนั้นเจ้าก็ใช้มันเสียสิ! ข้าเองก็กำลังรอให้เจ้าใช้พลังขององค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณทะลวงเกราะป้องกันของข้าอยู่เช่นกัน”
มู่เฉียนซีแสดงท่าทีที่ดูมั่นใจออกมา เพราะนางมั่นใจมากว่าแม้โยวเยี่ยจี๋จะใช้พลังนี้ ก็ไม่มีทางทำลายการป้องกันของสุ่ยจิงอิ๋งได้อยู่ดี
แต่ก็มีความกังวลฉายวาบอยู่ภายในดวงตาของมู่เฉียนซีเล็กน้อย เพราะนี่คือการป้องกันครั้งสุดท้ายของสุ่ยจิงอิ๋งแล้วนั่นเอง
ภายในเวลาอันสั้นเพียงเท่านั้น ไม่รู้ว่าอาเล็กจะสามารถรับการสืบทอดได้เป็นอย่างไรบ้าง
หวังว่า จะไม่สายเกินไปนะ!
โยวเยี่ยจี๋กล่าวว่า “มู่เฉียนซี ข้าว่าตอนนี้เจ้าเองก็คงจะกำลังฝืนอยู่สินะ! ความจริงในใจเจ้าคงจะหวาดกลัวมาก เสด็จพ่อของข้าเป็นถึงเจ้าครองแดนวิญญาณ ฉะนั้นต่อให้มีมหาวัตถุศักดิ์สิทธิ์เทพป้องกันที่ยอดเยี่ยมเพียงใด ก็ยากที่จะต้านทานพลังของพระองค์ได้ เจ้าคิดว่ามหาวัตถุศักดิ์สิทธิ์เทพของเจ้าเป็นมหาวัตถุศักดิ์สิทธิ์เทพระดับเดียวกับผู้พิทักษ์นิรันดร์อย่างนั้นหรือ”
“มีแค่กระบี่ศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์เพียงเล่มเดียวก็ถือว่าเจ้าโชคดีมากแล้ว ข้าไม่เชื่อหรอกว่าเจ้าจะมีมหาวัตถุศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์ชิ้นที่สองได้อีก”
มู่เฉียนซีผงะไปเล็กน้อย เพราะนางมีมันจริง ๆ นางไม่ได้มีเพียงชิ้นที่สอง แต่ยังมีชิ้นที่สาม ชิ้นที่สี่ ชิ้นที่ห้า และชิ้นที่หกอีกด้วย!
เขาแทบรอที่จะจัดการทั้งสองคนนี้ไม่ไหวอยู่แล้ว นอกจากเขาจะได้รับมรดกขององค์จักรพรรดิกุ่ยจวิน เขายังจะได้มหาวัตถุศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์อีกด้วย ดังนั้นโยวเยี่ยจี๋จึงได้นำพลังส่วนหนึ่งขององค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณใส่เข้าไปในร่างกายของตนด้วยความรวดเร็ว
เมื่อพลังนั้นเพิ่งจะเข้าสู่ร่างกาย พลังอันน่าอัศจรรย์ก็ได้ระเบิดออกมาจากภายในร่างกายของเขา ซึ่งมันก็เป็นพลังที่น่าสะพรึงกลัวเป็นอย่างยิ่ง!
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า! พลัง นี่คือพลังของข้า!”
“ช่างเป็นพลังที่แข็งแกร่งเหลือเกิน!”
โยวเยี่ยจี๋หัวเราะขึ้นมาอย่างบ้าคลั่ง และตอนนี้เขาก็บ้าคลั่งจนไม่เหลือความสง่างามในเวลาปกติอีกแล้ว
เขาปรารถนาที่จะได้รับพลังที่แข็งแกร่งอย่างแท้จริง ที่สามารถเทียบเคียงกับเสด็จพ่อของเขาได้
เขาร้องตะโกนว่า “จักรพรรดิภูตวิญญาณทลาย!”
พลังแห่งภูตวิญญาณไร้จุดสิ้นสุดที่น่าสะพรึงกลัวนั้น ได้กลายเป็นลูกบอลพลังที่เหมือนกับหลุมดำก็มิปาน และหลังจากนั้นมันก็ได้ปกคลุมมู่เฉียนซีและมู่อวู่ซวงที่อยู่ภายใต้การปกป้องของสุ่ยจิงอิ๋งเอาไว้
“จงทำลายโยวเยี่ยอวู่ซวงและมู่เฉียนซีไปซะ!” โยวเยี่ยจี๋กล่าวด้วยรอยยิ้มกว้าง
ตูมมม!
หลังจากนั้นก็มีเสียงระเบิดดังกึกก้องออกมา
ด้วยเหตุนี้จึงทำให้มิติที่มีมรดกขององค์จักรพรรดิกุ่ยจวินและยังเป็นที่ตั้งของกระบี่สะท้านนภากำลังตกอยู่ในการล่มสลายที่อันตราย ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนเป็นเพราะการโจมตีของโยวเยี่ยจี๋ทั้งสิ้น
โยวเยี่ยจี๋ก็ตกใจในพลังของตนเองด้วยเช่นกัน มันแข็งแกร่ง แข็งแกร่งมากถึงเพียงนี้เชียวหรือ!
นัยน์ตาของเขาเปล่งประกายระยิบระยับออกมา เขาเองก็อยากครอบครองพลังเช่นนี้ อยาก…
หลังจากที่พลังโจมตีกระจายหายไป มันก็ทำให้เขาได้ค้นพบเรื่องที่น่าเหลือเชื่ออยู่ต่อหน้าต่อตาของเขา
คิดไม่ถึงเลยว่าลำแสงสีฟ้านั้นจะสกัดกั้นพลังการโจมตีของเขาเอาไว้ได้อีกครั้ง มันปกป้องทั้งมู่เฉียนซีกับโยวเยี่ยอวู่ซวงเอาไว้ได้ และทำให้พวกเขาปลอดภัยโดยไม่มีบาดแผลเลยแม้แต่น้อย
“ไม่มีทาง…ไม่มีทางหรอก...” และนัยน์ตาของเขาก็หดลงอย่างกะทันหัน หรือว่าเรื่องที่เขาพูดก่อนหน้านี้จะเป็นความจริง
ผู้พิทักษ์นิรันดร์ นี่มันเป็นไปได้จริง ๆ หรือ นี่มันไม่มีทางเป็นไปได้หรอก!
หลังจากนั้นเขาก็ค้นพบว่า ลำแสงสีฟ้านั้นค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นอ่อนแอลงอย่างช้า ๆ
โยวเยี่ยจี๋ส่ายศรีษะ มันเป็นไปไม่ได้จริง ๆ นั่นแหละ
หากเป็นผู้พิทักษ์นิรันดร์จริง ๆ แล้วละก็ มันจะเปลี่ยนเป็นอ่อนแอลงง่าย ๆ เช่นนี้ได้อย่างไร
โยวเยี่ยจี๋กล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “ที่การโจมตีเมื่อครู่ของข้าไม่สามารถฆ่าพวกเจ้าได้ มันทำให้ข้าแปลกใจมาก แต่ข้าก็ได้ผลาญพลังมหาวัตถุศักดิ์สิทธิ์เทพป้องกันของเจ้าไปจนหมดแล้วเช่นกัน ต่อไปหากข้าต้องการฆ่าเจ้า ก็คงจะเป็นเรื่องง่ายราวกับพลิกฝ่ามือเลยทีเดียว!”
เขาคลี่ยิ้มแปลก ๆ ออกมา จากนั้นก็มองมู่เฉียนซีด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยเจตนาฆ่าอันเย็นยะเยือก
ในเวลานี้มู่อวู่ซวงที่กำลังรับพลังสืบทอดก็ลืมตาขึ้นมาอย่างกะทันหัน และโยวเยี่ยจี๋ก็สัมผัสได้ถึงพลังอันน่าสะพรึงกลัวที่กำลังจู่โจมเข้ามา
เมื่อถูกดวงตาคู่นั้นจ้องมอง เขาก็ไม่อาจละสายตาไปจากมันได้เลย ทั่วทั้งร่างของเขาแข็งทื่อ และสั่นสะท้านอย่างไม่อาจควบคุมได้
มู่อวู่ซวงลุกยืนขึ้น จากนั้นก็เดินไปขวางหน้ามู่เฉียนซีพลางกล่าวว่า “รนหาที่ตายนัก!”
ทันทีที่มู่อวู่ซวงโบกมืออย่างแผ่วเบา มันก็ทำให้โยวเยี่ยจี๋รู้สึกได้ถึงแรงกดดันที่มากยิ่งขึ้นในทันที
โยวเยี่ยจี๋รู้สึกเย็นสะท้านไปทั้งตัว หนี…ต้องรีบหนี…
ตูมมมม!
พลังแห่งภูตวิญญาณอันน่าสะพรึงกลัวที่เขาไม่อาจเทียบได้นั้นปะทุขึ้นมาเพียงการโบกมือของมู่อวู่ซวง ซึ่งมันก็ได้ตรงเข้ามาปกคลุมเขาเอาไว้
ตึงงง!
ร่างที่ถูกโจมตีของโยวเยี่ยจี๋ลอยกระเด็นออกไป โดยที่มีเลือดพุ่งออกมาจากปากของเขาเต็มไปหมด!
ปัง ปัง ปัง!
มู่อวู่ซวงโบกมืออีกครั้ง เขาเพียงแค่โบกสะบัดฝ่ามือเพียงแผ่วเบา แต่มันกลับทำให้โยวเยี่ยจี๋ทุกข์ทรมานเป็นอย่างยิ่ง
เมื่อความตายกำลังใกล้เข้ามา เขาก็รู้สึกว่ากระดูกทั่วทั้งร่างของเขากำลังจะแตกสลายก็มิปาน
“มู่อวู่ซวง เจ้าฆ่าข้าไม่ได้นะ! ข้าเป็นคนจัดการเรื่องต่าง ๆ ในแดนวิญญาณ สำหรับเสด็จพ่อแล้ว องค์รัชทายาทอย่างข้ามีความสำคัญยิ่ง หากว่าข้าตายไป เสด็จพ่อจะต้องปวดหัวมากเป็นแน่ แม้ว่าเจ้าที่ได้รับสืบทอดมรดกขององค์จักรพรรดิกุ่ยจวินจะกลายเป็นองค์รัชทายาทแห่งแดนวิญญาณ แต่หากเจ้าฆ่าข้า เสด็จพ่อก็จะต้องโกรธเจ้าอยู่ดี จากนั้นในแดนวิญญาณก็จะไม่มีที่สำหรับเจ้าอีก” โยวเยี่ยจี๋กล่าวด้วยสีหน้าที่ซีดเผือด
มู่เฉียนซียืนอยู่ด้านหลังอาเล็กของตนเอง ความรู้สึกเช่นนี้อีกแล้ว เป็นความรู้สึกที่แปลกประหลาดนี้อีกแล้ว
ทั้ง ๆ ที่อาเล็กก็อยู่ตรงหน้าของนางแท้ ๆ แต่นางกลับรู้สึกเหมือนว่าเขากำลังอยู่ในที่ที่แสนไกล
คราวที่แล้วที่รู้สึกเช่นนี้ก็คือตอนที่อาเล็กถูกสายฟ้าลงทัณฑ์เพื่อเลื่อนขั้นเป็นราชันย์วิญญาณ คราวนี้…
ทันใดนั้นโยวเยี่ยจี๋ก็หยิบเอาม้วนหนังสือส่งตัวระยะไกลออกมาเพื่อหลบหนี เขารู้ว่าแม้มู่อวู่ซวงจะไม่ฆ่าเขา แต่คาดว่าอาจจะทำให้เขากลายเป็นคนพิการได้ ฉะนั้นเขาจึงจำเป็นต้องหนี!
ถึงมู่อวู่ซวงอยากที่จะไล่ตามเขาไป แต่เขาดันได้รับบาดเจ็บสาหัสเสียก่อน
และการที่เขาใช้พลังมากมายเช่นนั้นอย่างกะทันหัน ก็ทำให้อาการบาดเจ็บสาหัสของเขารุนแรงมากขึ้นอีก
พรวดดด!
ทันใดนั้นเขาก็กระอักเลือดออกมา ซึ่งมันก็ทำให้สีแดงของโลหิตย้อมลงไปบนชุดสีขาวของเขา
พลังที่อยู่ภายในร่างกายของเขาถูกผลาญไปจนหมดสิ้น ซึ่งมันก็ทำให้เขาหายใจเหนื่อยหอบอย่างรวดเร็ว
ฉึก ฉึก ฉึก!
ทันใดนั้นเข็มสองสามเล่มก็ปักลงไปบนแขนของมู่อวู่ซวง
มู่เฉียนซีกล่าวอย่างกังวลว่า “อาเล็ก อาเล็ก…”
หลังจากนั้นดวงตาล้ำลึกคู่นั้นก็เปลี่ยนเป็นอ่อนโยนขึ้นมาทันที เขานวดระหว่างคิ้วด้วยความเจ็บปวดพลางกล่าวว่า “ซีเอ๋อร์ เมื่อครู่อาคงไม่ได้ทำให้เจ้าตกใจใช่หรือไม่”
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “ท่านอาไม่ต้องพูดแล้ว ข้าต้องถูกทำให้ตกใจอยู่แล้ว อาเล็ก ท่านเป็นอะไรกันแน่”
“สถานการณ์มันค่อนข้างซับซ้อน แต่รอให้สถานการณ์ทางด้านนี้จบลงเมื่อไรอาค่อยคุยกับซีเอ๋อร์ก็แล้วกัน ต้นกำเนิดสามโลกาที่ซีเอ๋อร์ต้องการค้นหา ตอนนี้อามีเบาะแสของมันแล้ว” มู่อวู่ซวงกล่าวกับมู่เฉียนซี
“จริงหรือเจ้าคะ! คิดไม่ถึงเลยว่ามรดกสืบทอดขององค์จักรพรรดิกุ่ยจวินจะยอดเยี่ยมถึงเพียงนี้!” มู่เฉียนซีกล่าวอย่างตื่นเต้น
มู่อวู่ซวงถือกระบี่สะท้านนภาพลางพำพึมด้วยเสียงที่ทุ้มต่ำว่า “มรดกองค์จักรพรรดิกุ่ยจวิน!”
มู่เฉียนซีให้มู่อวู่ซวงดื่มยาน้ำเพื่อรักษาอาการบาดเจ็บอีกครั้ง หลังจากที่ผ่านไปครึ่งชั่วยาม มู่เฉียนซีก็กล่าวขึ้นมาว่า “อาเล็ก พวกเราไปกันเถอะ! พวกเราบรรลุเป้าหมายในการมาอาณาจักรลับขององค์จักรพรรดิกุ่ยจวินแล้ว มิเช่นนั้นพวกจิ่วเยี่ยและมังกรวารีคงกังวลใจแย่!”
“อาไม่อนุญาตให้เจ้ากล่าวถึงเจ้าหนูนั่น!” ทันทีที่คิดถึงเจ้าหนูนั่น ภายในดวงตาของมู่อวู่ซวงก็ฉายแววเย็นยะเยือกขึ้นมาทันที
มู่เฉียนซีกล่าวกับเขาว่า “ข้าอยากให้อาเล็กออกไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุดเพื่อรักษาอาการบาดเจ็บด้วย!”
“ตกลง!” เขากล่าวพลางพยักหน้าเล็กน้อย
พวกเขาออกจากมิติสืบทอดมรดกนี้ และหลังจากที่พวกเขาออกไป มิติสืบทอดมรดกนี้ก็หายไปอย่างสมบูรณ์เช่นกัน
ในตอนแรกที่มู่เฉียนซีปรากฏตัวออกมา คนประหลาดที่สวมชุดเกราะคนนั้นก็เข้าไปแย่งคนมาจากมู่อวู่ซวงทันที
มู่อวู่ซวงคิดที่จะลงมือโดยที่ไม่กล่าวอะไรสักคำ แต่กลับถูกมู่เฉียนซีขัดขวางเอาไว้เสียก่อน
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “อาเล็ก ตอนนี้ท่านได้รับบาดเจ็บหนักมาก ท่านมีสติหน่อยเถิดเจ้าค่ะ”
“อาผิดไปแล้ว! แต่อาก็อยากสั่งสอนเจ้าหนูนั่นบ้าง ก่อนหน้านี้เจ้าหนูนั่นแข็งแกร่งจึงไม่สามารถสั่งสอนได้ จากนี้ไปอาอยากจะสั่งสอนเจ้าหนูนี่แบบไหนก็สามารถทำได้แล้ว อาไม่มีทางปล่อยให้เจ้าหนูนี่รังแกซีเอ๋อร์ได้แม้แต่ปลายเล็บแน่นอน!” นัยน์ตาคู่นั้นของมู่อวู่ซวงฉายแววอันตรายออกมา
ตอนนี้กลิ่นอายทั่วทั้งร่างของเขา แตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิงเลยทีเดียว
เขาเต็มไปด้วยความก้าวร้าวที่รุนแรง มันไม่ได้มุ่งเป้ามาที่มู่เฉียนซี แต่มุ่งไปยังคนที่เขามองว่าเป็นศัตรู และดูเหมือนว่าหวงจิ่วเยี่ยก็จะค้นพบเรื่องนี้แล้วเช่นกัน
.