ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ - ตอนที่ 2707 องค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณผู้ไร้เมตตา
ตูมมม โครมมม!
ในเวลานี้แผ่นดินเริ่มถล่มภูเขาเริ่มทลาย อาณาจักรลับแห่งนี้กำลังจะล่มสลายและถูกทำลายลง
สีหน้าของคนที่อยู่ในสถานที่แห่งนี้เปลี่ยนไปอย่างมาก “นี่มันเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่ คิดไม่ถึงเลยว่าอาณาจักรลับขององค์จักรพรรดิกุ่ยจวินกำลังจะล่มสลายลงจริง ๆ”
มู่อวู่ซวงกล่าวว่า “รีบไปที่ทางออกกันเถอะ ในเมื่อมรดกขององค์จักรพรรดิกุ่ยจวินมีเจ้าของแล้ว แน่นอนว่าอาณาจักรลับแห่งนี้ก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องดำรงอยู่ ดังนั้นมันย่อมต้องพังทลายและหายไปด้วยตนเองอยู่แล้ว”
“ซีเอ๋อร์ พวกเรารีบไปกันเถอะ!” มู่อวู่ซวงต้องการที่จะพามู่เฉียนซีออกไป
แต่ผลปรากฏว่ามู่เฉียนซีถูกจิ่วเยี่ยยกขึ้นไปบนไหล่ของเขาทันที เห็นได้ชัดว่าเขาไม่อยากให้มู่อวู่ซวงที่ได้รับบาดเจ็บพามู่เฉียนซีไปอย่างช้า ๆ อีกทั้งยังไม่ปลอดภัยอีกด้วย
“เจ้า…” มู่อวู่ซวงโมโหเป็นอย่างมาก
“ฝ่าบาทอวู่ซวง พวกเราประคองท่านเอง!”
“ฝ่าบาทอวู่ซวง ระวังด้วยขอรับ!”
ก่อนที่พวกเขาจะออกไปจากอาณาจักรลับขององค์จักรพรรดิกุ่ยจวิน ก็มีคนออกไปเร็วกว่าพวกเขาก้าวหนึ่ง ซึ่งนั่นก็คือโยวเยี่ยจี๋ที่ใช้ม้วนหนังสือส่งตัวนั่นเอง
ตึงง!
ร่างที่เต็มไปด้วยเลือดของเขาล้มลงต่อหน้าต่อตาองค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณ
ผู้คนต่างกล่าวอย่างตื่นตกใจว่า “นั่นมันองค์รัชทายาทนี่!”
“ผู้ใดกันแน่ คิดไม่ถึงเลยว่าจะกล้าลงมือกับองค์รัชทายาทได้อย่างรุนแรงเช่นนี้”
“เสด็จพ่อ…พรวด…” และโยวเยี่ยจี๋ที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสก็หมดสติไปในทันที
องค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณโบกมือพลางกล่าวว่า “เด็ก ๆ! พาเขาไปรักษา!”
ตึง ตึง ตึง!
หลังจากนั้น ก็มีผู้บาดเจ็บอีกสามคน
และยังเป็นองค์ชายทั้งสามคนอีกด้วย แต่ทว่าพวกเขาไม่ได้รับบาดเจ็บแค่ธรรมดา คิดไม่ถึงเลยว่าทั่วทั้งร่างกายของเขาจะไม่มีร่องรอยของพลังวิญญาณไหลเวียนอยู่เลย
“เสด็จพ่อ ช่วยด้วย…ช่วยพวกเราด้วย…”
ยังไม่ทันที่องค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณจะกวาดตามองไปที่พวกเขา ทันใดนั้นก็มีคนพุ่งทะยานออกมาพลางกล่าวว่า “องค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณ อาณาจักรลับขององค์จักรพรรดิกุ่ยจวินกำลังจะพังทลายลงแล้วพ่ะย่ะค่ะ มันกำลังล่มสลายลงอย่างสมบูรณ์แล้วพ่ะย่ะค่ะ”
ผู้คนต่างกล่าวด้วยความตื่นตกใจว่า “อะไรนะ อาณาจักรลับขององค์จักรพรรดิกุ่ยจวินอยู่กับพวกเราแดนวิญญาณมานานถึงขนาดนี้แล้ว เหตุใดถึงบอกว่ามันกำลังจะล่มสลายลงได้เล่า”
“นี่ไม่มีทางเป็นเรื่องจริงใช่หรือไม่?”
ชายผู้นั้นกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาว่า “พวกเราคือผู้สูงศักดิ์ ไม่เคยโป้ปดมดเท็จต่อองค์จักรพรรดิ และตอนนี้อาณาจักรลับขององค์จักรพรรดิกุ่ยจวินก็กำลังจะล่มสลายไปแล้วจริง ๆ”
องค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณกล่าวว่า “ฮ่า ฮ่า ฮ่า! อาณาจักรลับขององค์จักรพรรดิกุ่ยจวินล่มสลาย นี่มันเป็นเรื่องดี! เป็นเรื่องดีจริง ๆ!”
ผู้คนต่างจ้องมองไปที่องค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณด้วยสีหน้าที่งุนงง เรื่องดีหรือ นี่มันมีอะไรผิดพลาดหรือไม่?
องค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณกล่าวว่า “ในอดีต ที่อาณาจักรลับขององค์จักรพรรดิกุ่ยจวินปรากฏขึ้นมาเป็นระยะ ๆ อยู่ตลอด ก็เพราะรอให้คนที่มีโชคชะตาได้เข้าไป และที่มันไม่เคยพังทลายเลยสักครั้ง ก็เป็นเพราะไม่มีผู้ใดได้รับมรดกขององค์จักรพรรดิกุ่ยจวินได้เลย! แต่ครั้งนี้ที่มันกำลังจะทลายหายไป นั่นก็หมายความว่ามรดกขององค์จักรพรรดิกุ่ยจวินได้ถูกคนรับไปแล้ว ซึ่งถือได้ว่าอาณาจักรลับแห่งนี้สำเร็จภารกิจแล้วนั่นเอง”
ทุกคนต่างตื่นตะลึงเป็นอย่างยิ่ง “มีคนได้รับมรดกสืบทอดขององค์จักรพรรดิกุ่ยจวินไปแล้วหรือ เป็นองค์ชายพระองค์ไหนกันแน่”
“หรือว่าจะเป็นองค์รัชทายาท พระองค์ได้รับบาดเจ็บสาหัสถึงขนาดนั้น ทั้งหมดนี้ต้องเป็นเพราะได้รับสืบทอดมรดกถึงกลายเป็นเช่นนี้ใช่หรือไม่”
“ข้าว่ามันก็ไม่แน่หรอก ฝ่าบาทอวู่ซวงยังไม่ออกมาเลยมิใช่หรือ”
หลังจากนั้นมู่เฉียนซีและพรรคพวกก็ออกมาจากอาณาจักรลับขององค์จักรพรรดิกุ่ยจวินก่อนที่มันจะถูกพังทลายลงอย่างสมบูรณ์ได้สำเร็จ
สีหน้าของกลุ่มคนที่กำลังรอพวกเขาอยู่ด้านนอกแต่ละคนได้เผยท่าทางที่ตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่งออกมา
มู่อวู่ซวงกวาดสายตามองไปที่พวกเขา นี่โยวเยี่ยจี๋ไม่ได้อยู่ที่นี่อย่างนั้นหรือ?
ครืนนน!
และแล้วอาณาจักรลับขององค์จักรพรรดิกุ่ยจวิน ก็ได้กลายเป็นความว่างเปล่าไปอย่างสมบูรณ์
องค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณกล่าวว่า “ในเมื่อออกมากันแล้ว เช่นนั้นก็กลับไปที่วังกันก่อนเถอะ!”
“พ่ะย่ะค่ะ!”
หลังจากนั้นทุกคนก็กลับไปยังพระราชวังของแดนวิญญาณ และในระหว่างทางกลับ องค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณก็ถามขึ้นมาว่า “ใต้เท้าจื่อโยว ไม่ทราบว่าที่เข้าไปในอาณาจักรลับขององค์จักรพรรดิกุ่ยจวินในครั้งนี้ ท่านได้รับอะไรมาบ้างหรือไม่?”
“มรดกสืบทอดขององค์จักรพรรดิกุ่ยจวินไม่ต้อนรับคนจากแดนนรกอย่างพวกข้า จึงไม่ได้รับเบาะแสอะไรเลย ฉะนั้นคงต้องรอดูว่าฝ่าบาทอวู่ซวงมีข้อมูลอะไรบ้างหรือไม่! รอให้พวกเจ้าจัดการเรื่องวุ่นวายเสร็จเมื่อไร ข้ากับน้องชายของข้าจะไปคุยกับฝ่าบาทอวู่ซวงเอง!” จากนั้นก็มีรอยยิ้มปรากฏขึ้นมาบนใบหน้าของจื่อโยว
องค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณผงะไปทันที เป็นอย่างที่เขาคาดเดาเอาไว้ไม่มีผิด ผู้ที่ได้รับมรดกขององค์จักรพรรดิกุ่ยจวินไม่ใช่ลูกชายที่แข็งแกร่งที่สุดของเขา แต่เป็นลูกชายคนเล็กที่มีพรสวรรค์มากที่สุดอย่างอวู่ซวงต่างหาก!
เป็นฝ่าบาทอวู่ซวงที่ได้สืบทอดมรดกขององค์จักรพรรดิกุ่ยจวินจริง ๆ ด้วย เรื่องใหญ่เช่นนี้ ต้องมีการพูดกันปากต่อปากแน่นอนอยู่แล้ว
มู่อวู่ซวงกล่าวว่า “เอาล่ะ! ข้าจะพิสูจน์ให้พวกเจ้าได้เห็นเอง!”
หลังจากนั้นแรงกดดันที่น่าสะพรึงกลัวจนทำให้คนหายใจไม่ออกได้ปรากฏขึ้น ซึ่งพลังที่ทำให้คนรู้สึกหายใจไม่ออกนี้ ได้ทำให้ทุกคนเหงื่อแตกพลั่ก และแม้แต่องค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณเองก็รู้สึกตื่นตกใจเล็กน้อยเช่นกัน
“นี่…นี่คือพลังขององค์จักรพรรดิกุ่ยจวิน!”
มู่อวู่ซวงจงใจที่จะยับยั้งพลังของเขาเอาไว้ เพราะหากพลังนี้แข็งแกร่งเกินไป เกรงว่าจะทำให้องค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณของเขาหวาดกลัวเขาได้
หลังจากนั้นองค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณก็มองไปที่มู่อวู่ซวงอย่างพึงพอใจพลางกล่าวว่า “อวู่ซวงไม่ทำให้ข้าผิดหวังเลยจริง ๆ ยินดีด้วยที่เจ้าได้รับมรดกขององค์จักรพรรดิกุ่ยจวิน เจ้าได้กลายเป็นผู้ที่มีอำนาจมากที่สุดของแดนวิญญาณแล้ว”
มู่อวู่ซวงกล่าวตอบว่า “เพราะตอนที่ได้รับมรดกถูกคนโจมตีและรบกวน ดังนั้นข้าจึงไม่สามารถรับพลังขององค์จักรพรรดิกุ่ยจวินได้อย่างเต็มที่ ตอนนี้จึงจำเป็นต้องค่อย ๆ ผสานพลังเข้ากับมรดกอย่างช้า ๆ พ่ะย่ะค่ะ”
กลิ่นอายที่เปิดเผยออกมาของมู่อวู่ซวงในตอนนี้ ถือว่าอยู่ในขั้นราชันย์วิญญาณระดับสามแล้ว ความสามารถที่ยกระดับมาถึงสองระดับในคราวเดียวเช่นนี้ ช่างทำให้ผู้คนรู้สึกทึ่งกับมันมากจริง ๆ
อย่างไรเสียหากคนอื่นต้องการที่จะบรรลุหนึ่งถึงสองระดับของระดับขั้นราชันย์วิญญาณ อย่างน้อย ๆ ก็จำเป็นต้องใช้เวลาไม่น้อยกว่าร้อยปีหรือนับหมื่นปีเลยทีเดียว
องค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณกล่าวตอบว่า “พลังขององค์จักรพรรดิกุ่ยจวินนั้นยิ่งใหญ่มาก การค่อย ๆ ผสานเข้าด้วยกันอย่างช้า ๆ จึงไม่ได้เป็นผลเสียต่อเจ้าแต่อย่างใด ไม่ต้องรีบร้อนไปหรอก”
“พ่ะย่ะค่ะ!” มู่อวู่ซวงกล่าวด้วยเสียงที่ทุ้มต่ำ
โยวเยี่ยซางกับโยวเยี่ยจี้หลังจากที่ถูกทำให้พิการและได้รู้ข่าวเรื่องการสืบทอดมรดกองค์จักรพรรดิกุ่ยจวินของมู่อวู่ซวง มันก็ทำให้พวกเขาแต่ละคนอิจฉาอย่างบ้าคลั่ง จากนั้นพวกเขาก็วิ่งโร่มาฟ้ององค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณในทันที
“เสด็จพ่อ โยวเยี่ยอวู่ซวงร่วมมือกับแม่สาวน้อยผู้นั้นทำให้พวกข้ากลายเป็นคนพิการ พลังที่พวกข้าใช้เวลาฝึกฝนมานับพันปีกลายเป็นความว่างเปล่าไปแล้ว! เสด็จพ่อโปรดให้ความเป็นธรรมต่อพวกเราด้วยพ่ะย่ะค่ะ!” พวกของโยวเยี่ยเสียกล่าวด้วยความไม่พอใจ
แม้ว่าจะหานักปรุงยาที่เก่งกาจที่สุดของแดนวิญญาณมาได้แล้ว แต่อีกฝ่ายก็ยังคงไม่มีหนทางแก้ไขได้อยู่ดี และเอาแต่บอกว่าหากต้องการหานักปรุงยาที่เก่งกาจที่สุดก็ต้องไปหาที่หอหมอปีศาจและตามหาท่านเจ้าหอหมอปีศาจ ถึงจะมีความเป็นไปได้ว่าจะรักษาได้
แต่ทว่าคนที่ลงมือคือนางเด็กบ้ามู่เฉียนซีผู้นั้น หากไปให้คนของหอหมอปีศาจรักษา พวกเขาคงบ้าไปแล้วเป็นแน่!
องค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณกวาดตามองไปที่พวกเขา จากนั้นก็กล่าวอย่างเย็นชาว่า “ในเมื่อตนเองกลายเป็นคนพิการไปแล้ว เช่นนั้นก็จงไปหาสถานที่ที่ปลอดภัยอยู่ในยามที่แก่เฒ่า แล้วใช้ชีวิตที่เหลือเสียเถอะ! อยากมาเกะกะหน้าข้าอีกเลย! อวู่ซวงได้รับสืบทอดมรดกขององค์จักรพรรดิกุ่ยจวินมาแล้ว และจะได้เป็นองค์รัชทายาทของแดนวิญญาณ อีกไม่นานก็จะได้รับสืบทอดแดนวิญญาณจากข้า ฉะนั้นพวกเจ้าไม่มีทางเทียบกับเขาได้ แม้ว่าเขาจะฆ่าพวกเจ้า ข้าก็ไม่สามารถบังคับให้เขารับผิดชอบได้อยู่ดี”
พวกโยวเยี่ยเสีย โยวเยี่ยซางและโยวเยี่ยจี้ทั้งสามคนต่างผงะไปทันที พวกเขาล้วนเป็นลูกที่เกิดมาจากเลือดเนื้อเชื้อไข นอกจากนี้พวกเขายังเป็นลูกที่เติบโตอยู่ในสายตาของเขามาตลอดอีกด้วย เมื่อเทียบกันแล้วโยวเยี่ยอวู่ซวงเป็นเพียงคนที่ถูกทิ้งอยู่ข้างนอกมาตั้งแต่เล็กแต่น้อยเท่านั้น
แต่ทว่าตอนนี้เสด็จพ่อกลับปกป้องโยวเยี่ยอวู่ซวง และปฏิบัติต่อพวกเขาอย่างไร้ความเมตตาขนาดนี้เชียวหรือ
พระองค์ให้กำเนิดลูกชายมามากมาย เพื่อรอให้อัจฉริยะอย่างโยวเยี่ยอวู่ซวงปรากฏตัวขึ้นมา
และเมื่อตอนนี้เขาเจอแล้ว หากเจ้าพวกที่เหลือเหล่านี้รู้จักเจียมเนื้อเจียมหรือมีประโยชน์สักหน่อย ก็จะยังได้รับการปฏิบัติเหมือนเช่นเมื่อก่อน
แต่ตอนนี้ดันกลายเป็นคนพิการที่ไร้ประโยชน์ ฉะนั้นเขาจึงทิ้งตามที่ต้องการ
ถึงองค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณจะมีลูกชายมากมาย แต่ทว่าคนเหล่านี้เป็นเพียงหมากในมือของเขาเท่านั้นเอง
หลังจากนั้น โยวเยี่ยอวู่ซวงก็ถูกขนานนามว่าเป็นองค์รัชทายาท เนื่องจากพวกเขาไม่สามารถกลับไปยังเมืองอวู่ซวงได้ ดังนั้นอาเล็กจึงอยากบอกเรื่องที่ยังไม่ได้บอกกับนาง
หลังจากนั้นจื่อโยวและจิ่วเยี่ยก็ได้มาเยี่ยมเยือน เห็นได้ชัดว่าพวกเขาเองก็มีเรื่องสำคัญที่อยากจะถาม จื่อโยวกล่าวถามว่า “ฝ่าบาทอวู่ซวง ภายในมรดกสืบทอดขององค์จักรพรรดิกุ่ยจวิน มีเบาะแสสำคัญเกี่ยวกับต้นกำเนิดสามโลกาบ้างหรือไม่?”
.