ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ - ตอนที่ 2708 ดอกไม้ศักดิ์สิทธิ์ทั้งสี่
มู่อวู่ซวงกล่าวว่า “ว่ากันว่าต้นกำเนิดสามโลกา ชื่นชอบดอกไม้ศักดิ์สิทธิ์ทั้งสี่เป็นที่สุด ในตอนที่ดอกไม้ศักดิ์สิทธิ์ทั้งสี่บานสะพรั่งทั้งสองข้างทางจนกลายเป็นธารดารา มันจะมายังแดนวิญญาณเพื่อชมดอกไม้อย่างอารมณ์ดี แต่ทว่านี่เป็นเรื่องราวของเมื่อแสนปีก่อน ซึ่งก็ไม่รู้ว่างานอดิเรกที่มันสนใจในตอนนี้จะเปลี่ยนไปแล้วหรือไม่”
“ไม่ว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงหรือไม่ แต่นี่ก็ถือว่าเป็นข่าวดีเช่นกัน อย่างน้อยก็ยังดีกว่าไม่มีเบาะแสอะไรเลย! ดอกไม้ศักดิ์สิทธิ์ทั้งสี่ของแดนวิญญาณอย่างนั้นหรือ แล้วมันเป็นดอกไม้อะไรกันล่ะ” มู่เฉียนซีกล่าวถาม
จื่อโยวกล่าวว่า “เท่าที่รู้มา ดอกไม้ศักดิ์สิทธิ์ทั้งสี่ของแดนวิญญาณเคยมีชื่อเสียงในทุกดินแดน เพราะว่าพวกมันทั้งงดงามและแข็งแกร่งมาก ซึ่งพวกมันก็คือพลับพลึงแดงแห่งแดนวิญญาณ ม่านถัวหลัวแห่งแดนวิญญาณ บุปผาคู่แห่งแดนวิญญาณและว่านจันทรกานต์แห่งแดนวิญญาณ เมื่อเวลาล่วงเลยไป และหลังจากที่แดนวิญญาณถูกกดขี่ พวกมันก็ตกอยู่ในอันตรายต่อการสูญพันธุ์ จนมาถึงตอนนี้ ก็ยังไม่พบร่องรอยของพวกมันในแดนวิญญาณอีกเลย ซึ่งพวกมันก็ได้หายสาบสูญไปจนหมดแล้ว”
เหตุผลที่จื่อโยวเริ่มศึกษาเรื่องนี้ในตอนแรก เป็นเพราะเขารู้สึกว่าดอกไม้เหล่านี้นั้นงดงามจนสามารถดึงดูดความชอบของเหล่าสตรีได้แน่นอน แต่ถึงเขาจะพยายามมากเพียงใดก็ไม่สามารถหามันเจอได้เลยแม้แต่ดอกเดียว
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “หากดอกไม้ศักดิ์สิทธิ์ทั้งสี่สูญพันธุ์ไปแล้ว เช่นนั้นการที่จะให้พวกมันบานสะพรั่งไปทั่วแดนวิญญาณจนกลายเป็นธารดาราก็เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เลยน่ะสิ เราจำเป็นต้องหาหนทางอื่นแทนอย่างนั้นหรือ”
เมื่อจิ่วเยี่ยเห็นความผิดหวังที่ฉายวาบขึ้นมาบนใบหน้าของมู่เฉียนซี เขาก็ทั้งโมโหและปวดใจเป็นอย่างมาก แค่อยากจะพูดปลอบโยนซีเขายังไม่สามารถทำได้เลย
จิ่วเยี่ยไม่สามารถควบคุมพลังแห่งการทำลายล้างบนร่างกายของเขาได้ อันที่จริงแล้วการทำให้ต้นกำเนิดของแดนวิญญาณปรากฏขึ้นมา ไม่ใช่เรื่องที่ยุ่งยากขนาดนั้นเลย
ขอเพียงทำให้แดนวิญญาณล่มสลาย ต้นกำเนิดของแดนวิญญาณย่อมไม่มีทางเฝ้าดูการหายไปของแดนวิญญาณได้แน่นอน
ไม่ว่ามันจะซ่อนตัวอยู่ในสถานที่แห่งไหน มันจะต้องรีบวิ่งออกมาอยู่แล้ว
“เจ้าใจเย็นลงก่อน เจ้าเย็นลงสักหน่อยเถอะ!” จื่อโยวถูกความคิดของจิ่วเยี่ยทำให้ตื่นตกใจเป็นอย่างมาก ความคิดของจิ่วเยี่ยนั้นช่างอันตรายมากเหลือเกิน
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “มีอะไรอย่างนั้นหรือ?”
“ความจริงแล้วมีวิธีค้นหาต้นกำเนิดสามโลกาง่าย ๆ อยู่อีกวิธีหนึ่ง นั่นก็คือการทำลายแดนวิญญาณ ทำให้ต้นกำเนิดของแดนวิญญาณปรากฏออกมา เจ้าหมอนี่รีบร้อนเกินไป คิดไม่ถึงเลยว่าอยากจะใช้วิธีการเช่นนี้! อย่าว่าแต่การทำลายดินแดนหนึ่งจะเป็นเรื่องยากเลย หลังจากที่ทำลายไปแล้วอาจจะต้องถูกทำลายโดยสวรรค์อีกด้วย”
เพราะจิ่วเยี่ยไม่สามารถพูดได้ จื่อโยวจึงกลายเป็นผู้ส่งสารให้กับเขาแทน
มู่เฉียนซีเดินไปถึงข้างกายของจิ่วเยี่ย พลางกล่าวอย่างจนปัญญาว่า “เจ้าน่ะนะ! เหตุใดถึงได้รีบร้อนขนาดนั้น ข้าไม่คิดที่จะหาต้นกำเนิดของแดนวิญญาณด้วยการเอาเจ้าไปแลกหรอก อย่างไรเสียแค่มีต้นกำเนิดแดนวิญญาณอย่างเดียวมันก็ไม่เพียงพออยู่แล้ว”
เช่นนั้นก็ทำลายมันทั้งหมดเสียเลย! ทั้งแดนวิญญาณ แดนภูตและแดนปีศาจ ทันใดนั้นแววตาของจิ่วเยี่ยก็ฉายแววเย็นยะเยือกออกมา
เขาไม่สามารถทนต่อความน้อยใจ ความไร้หนทาง และความสิ้นหวังครั้งแล้วครั้งเล่าของซีของเขาได้ และสิ่งที่เขายิ่งทนไม่ได้เลยก็คือการที่เขาไม่สามารถยืนหยัดอยู่ด้วยกันกับซีได้
เขาไม่สามารถจุมพิตนางได้ ไม่สามารถพูดคุยกับนางได้ และไม่สามารถแต่งงานกับนางได้
มีสิทธิ์อะไรมาลงโทษซีเช่นนี้ เขาโกรธ และต้องการทำให้ทุกอย่างกลับมาเป็นเหมือนเดิม เขาไม่ต้องการให้ซีถูกผูกมัดด้วยพลังของสวรรค์เช่นนี้
ถึงความคิดที่บ้าคลั่งของจิ่วเยี่ยจะทำให้จื่อโยวตื่นตกใจเป็นอย่างมาก แต่เขาก็รู้สึกว่ามันปกติ เพราะเดิมทีเยี่ยก็เป็นเช่นนี้ เพื่อคนงามของเขาแล้วไม่ว่าเรื่องอะไรก็สามารถทำออกมาได้ทั้งนั้น
จื่อโยวกล่าวว่า “เจ้าหมอนี่บ้าคลั่งขึ้นไปอีกแล้ว เขาเพ่งเล็งไปทั้งสามโลกแล้ว ข้ารู้สึกว่าการให้ต้นกำเนิดสามโลกาปรากฏออกมาพร้อมกันน่าจะดีที่สุด มิเช่นนั้นเจ้าผู้ชายที่อดทนมานานเกินไป คงยอมทำไม่ว่าเรื่องอะไรแน่นอน! คนงาม เจ้าคิดว่าอย่างไร”
ปี สองปีนางสามารถทนได้ แต่หากเป็นร้อยเป็นพันปีนางก็ไม่รู้ว่าจะทนมันได้หรือไม่
แม้ว่านางจะสามารถทนได้ แต่จิ่วเยี่ยจะยอมให้นางทนต่อไปเช่นนี้ได้จริง ๆ หรือ
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “ข้าไม่อนุญาตให้มีความคิดที่อันตรายอะไรทั้งนั้น ข้าถูกสวรรค์จับตามองอยู่ ฉะนั้นข้าไม่อยากให้เจ้าต้องถูกจับตามองเพราะทำลายโลก และทำให้เจ้าต้องชดใช้มันด้วยอีกคน”
มู่อวู่ซวงเอ่ยปากออกมาว่า “บางทีดอกไม้ศักดิ์สิทธิ์ทั้งสี่ที่เติบโตในแดนวิญยาณอาจจะไม่มีอีกต่อไปแล้ว แต่น่าจะมีเมล็ดถูกผนึกไว้ในสถานที่บางแห่ง ซึ่งอัตราการรอดตายของเมล็ดพันธุ์เหล่านั้นมีสูงมาก เพียงแต่มันน่าจะเป็นทางเลือกสุดท้ายแล้ว”
“สามปี หากใช้เวลาสามปียังไม่สามารถรวบรวมได้ละก็ ซีเอ๋อร์ อาจะทำลายแดนวิญญาณแห่งนี้ด้วยตนเอง และบีบบังคับให้ต้นกำเนิดแดนวิญญาณปรากฏตัวออกมา โดยที่ไม่จำเป็นต้องให้หมอนั่นลงมือ” ภายในแววตาของมู่อวู่ซวง ก็ได้ฉายแววความบ้าคลั่งที่ไม่คำนึงถึงสิ่งใดทั้งสิ้นออกมาเช่นกัน
แดนวิญญาณ เป็นสถานที่ที่แตกต่างไปจากเดิมมากสำหรับเขา บางทีเขาอาจจะเคยใส่ใจโลกนี้เป็นพิเศษ แต่ตอนนี้เขากลับมีคนที่สำคัญยิ่งกว่าโลกนี้แล้ว
ซีเอ๋อร์ คือครอบครัวคนสำคัญที่สุดของเขา
ซีเอ๋อร์ผู้เป็นทั้งจิตวิญญาณแห่งโชคชะตา และผู้มีพรสวรรค์อย่างเหลือเชื่อ แต่ไม่สามารถฝึกฝนต่อไปได้ ซึ่งนี่ก็ถือว่าเป็นการลงโทษที่ทรมานมากสำหรับนางแล้ว
และแน่นอนว่าเขาเองก็ไม่สามารถทนเห็นซีเอ๋อร์เป็นเช่นนี้ต่อไปได้เหมือนกัน
“อาเล็ก…” มู่เฉียนซีคิดไม่ถึงเลยว่าอาเล็กของนางจะมีความคิดที่เหมือนกับจิ่วเยี่ย
มู่อวู่ซวงคลี่ยิ้มอย่างอบอุ่นพลางกล่าวว่า “ซีเอ๋อร์อย่างกังวลใจไปเลย การทำลายแดนวิญญาณ สำหรับอาแล้วไม่ใช่เรื่องที่ยากลำบาก อย่างน้อยก็ง่ายกว่าเจ้าหมอนั่น”
มู่เฉียนซีกระพริบตาปริบ ๆ พลางจ้องมองไปที่อาเล็กของตนเอง และสัมผัสได้ว่ามีบางอย่างที่แตกต่างไปจากอาเล็กคนเดิมเล็กน้อย
เรื่องทำลายแดนวิญญาณสามารถพูดได้อย่างง่ายดายขนาดนี้เลยหรือ มันง่ายขนาดนั้นเลยหรืออย่างไร
ดวงตาสีฟ้าเย็นยะเยือกที่ซ่อนอยู่ในชุดเกราะคู่นั้นมืดมนลงเล็กน้อย หากต้องการจะทำลายดินแดนแห่งหนึ่งอย่างง่ายดาย ก็มีเพียงเจ้าแห่งโลกนั้นเท่านั้นที่จะสามารถทำได้
อย่างเช่นเขาที่เป็นอ๋องแห่งแดนนรก เมื่อเขายอมรับกฏของแดนนรกอย่างสมบูรณ์ ก็จะกลายเป็นเจ้าผู้ครองทุกสรรพสิ่ง ซึ่งนี่ก็ต้องใช้พลังที่แข็งแกร่งอย่างแท้จริง
แต่แดนวิญญาณ เพราะเขาไม่ได้เป็นเจ้าผู้ครองแดนวิญญาณที่แท้จริง ดังนั้นจึงไม่สามารถทำถึงขนาดนั้นได้
และเจ้าแห่งแดนวิญญาณที่แท้จริงเกรงว่าจะเป็น…องค์จักรพรรดิกุ่ยจวิน!
มู่อวู่ซวงกล่าวอีกว่า “ตอนนี้ความสามารถของข้ายังไม่แข็งแกร่งอย่างเต็มที่ และในระหว่างที่ข้ากำลังฟื้นตัว พวกเรามาหาเมล็ดพันธุ์ของดอกไม้ศักดิ์สิทธิ์ทั้งสี่กันก่อนเถอะ! อย่างน้อยก็รู้แล้วว่าเมล็ดพันธุ์ชนิดหนึ่งอยู่ที่ใด”
มู่เฉียนซีผงะไปเล็กน้อย ดูเหมือนว่าจะคิดอะไรขึ้นมาได้ นางกล่าวอย่างมีความหวังว่า “ในมิติของเทือกเขากระดูกดำแห่งนั้น มีเมล็กพันธุ์อยู่ชนิดหนึ่ง เป็นเมล็ดพันธุ์ของหนึ่งในสี่ดอกไม้ศักดิ์สิทธิ์ทั้งสี่”
“ใช่แล้ว นั่นคือหนึ่งในเมล็ดพันธุ์ของดอกไม้ศักดิ์สิทธิ์ทั้งสี่ มันคือเมล็ดพันธุ์ของพลับพลึงแดงแห่งแดนวิญญาณ ซึ่งจำเป็นจะต้องคลายผนึกนั้นถึงจะเอาออกมาได้ และเมื่อถึงเวลานั้นเจ้าแห่งโครงกระดูกดำก็จะคืนชีพ ฉะนั้นจึงจำเป็นต้องเตรียมตัวดำเนินการให้ดี”
มู่อวู่ซวงขมวดคิ้วเล็กน้อย แม้ว่าเจ้าแห่งโครงกระดูกดำจะถูกผนึกเอาไว้เป็นเวลานาน แต่หากผนึกถูกคลายออก เช่นนั้นเจ้านั่นก็น่าจะวุ่นวายเป็นอย่างยิ่ง
“ข้ารู้แล้ว มันยากที่จะทำให้เมล็ดพันธุ์ของดอกไม้ศักดิ์สิทธิ์ทั้งสี่เติบโต แต่บางทีข้าอาจจะมีหนทางก็ได้ อย่างที่รู้ว่าข้าคือหมอปีศาจ ข้าสามารถศึกษายาที่ทำให้พวกมันเติบโตได้ นอกจากนี้ข้ายังมีสิ่งนี้ด้วย…”
มู่เฉียนซีโบกมืออย่างแผ่วเบา จากนั้นพลังแห่งชีวิตก็ปรากฏขึ้น ถึงแม้ว่าลำแสงนี้จะดูอ่อนแอมาก แต่ก็ไม่อาจมองข้ามได้เช่นกัน
หญ้าแห่งชีวิตเติบโตอยู่บนทะเลสาบภูตอย่างราบรื่น ดังนั้นนี่จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้พลังชีวิตของนางเพิ่มมากขึ้น นางหวังว่าพวกมันจะสามารถเติบโตได้มากขึ้นอีก
“นี่คือพลังแห่งชีวิต! ยอดเยี่ยมมาก คนงาม พลังแห่งชีวิตของเจ้าฟื้นฟูขึ้นแล้วสินะ” จื่อโยวกล่าวอย่างตื่นเต้น
“ข้าได้รับหญ้าแห่งชีวิตนี้มาจากภายในอาณาจักรลับ ข้าคิดหาวิธีการบางอย่าง ที่สามารถทำให้ข้าใช้พลังแห่งชีวิตได้ เจ้า แล้วก็อาเล็ก พวกท่าน...” มู่เฉียนซีกล่าวพลางมองไปที่มู่อวู่ซวงและจิ่วเยี่ย
.