ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ - ตอนที่ 2710
องค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณกล่าวว่า “เช่นนั้นก็ดี! ข้าไม่มีทางปฏิบัติต่อเจ้าอย่างเลวร้ายแน่นอน เจ้าเมืองของเมืองเสีย เมืองซางและเมืองจี้ในตอนนี้ไม่มีคุณสมบัติที่จะเป็นเจ้าเมืองอีกต่อไป แต่เนื่องจากการประชุมศักดิ์สิทธิ์ทั้งสิบแปดเขตแดนได้สิ้นสุดลงแล้ว จึงไม่สามารถหาเจ้าเมืองที่เหมาะสมมาดูแลต่อได้ ดังนั้นหลังจากนี้ไปทั้งสามเมืองนี้จะเป็นของเจ้า”
“พ่ะย่ะค่ะ!” มู่อวู่ซวงกล่าวตอบ
การมาเมืองหลวงในครั้งนี้ มู่อวู่ซวงไม่เพียงแต่กลายเป็นองค์รัชทายาทแห่งแดนวิญญาณเท่านั้น แต่ยังได้รับเมืองใหญ่ทั้งสามเมืองอีกด้วย ซึ่งนี่ก็ทำให้เจ้าเมืองคนอื่น ๆ ต่างอิจฉาเขาเป็นอย่างมาก
แต่ทว่าพวกเขาก็ไม่กล้าดำเนินการใด ๆ เช่นกัน ไม่เห็นหรือว่าโยวเยี่ยจี๋ถ่อมตัวลงมากเพียงใด แน่นอนว่าพวกเขาไม่กล้าเข้าไปยั่วยุโยวเยี่ยอวู่ซวงอยู่แล้ว
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “ต้องไปตรวจสอบ แล้วดูว่าโยวเยี่ยจี๋คิดจะทำอะไรกันแน่”
การที่เขาตั้งใจแสดงว่าเป็นคนที่ถ่อมตัว เพราะว่ากำลังคิดแอบวางแผนลับบ้า ๆ อะไรบางอย่างอยู่แน่นอน
“อื้ม!” พวกของมู่อวู่ซวงจึงเริ่มทำการตรวจสอบในทันที
เมื่อได้ครอบครองเมืองหลักทั้งสี่เมือง มู่อวู่ซวงก็ได้กลายเป็นองค์รัชทายาทที่ร่ำรวยที่สุดในแดนวิญญาณไปแล้ว
หลังจากที่ทุกสิ่งทุกอย่างสิ้นสุดลงแล้ว พวกของมู่เฉียนซีก็สามารถกลับไปยังเมืองอวู่ซวงได้เสียที
แต่สิ่งที่ทำให้องค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณประหลาดใจก็คือ แขกผู้มีเกียรติจากแดนนรกทั้งสองท่านต่างก็มุ่งหน้าไปยังเมืองอวู่ซวงด้วยเช่นกัน ซึ่งดูเหมือนว่าพวกเขาจะมีความสนใจในโยวเยี่ยอวู่ซวงเป็นพิเศษเลยทีเดียว
แต่ทว่าโยวเยี่ยจุนก็ยังคงตามใจพวกเขามากอยู่ดี ขอเพียงพวกเขาไม่สร้างปัญหาใหญ่ในแดนวิญญาณ แค่นี้ก็เพียงพอแล้ว
แต่เขาคงคาดคิดไม่ถึงว่า คนที่เขาสนใจไม่ใช่มู่อวู่ซวงมาตั้งแต่แรกแล้ว แต่เป็นมู่เฉียนซีต่างหาก
หลังจากที่กลับไปถึงเมืองอวู่ซวง มู่อวู่ซวงก็มีความคิดที่อยากจะปิดประตูเมือง เพื่อปฏิเสธแขกอันไม่พึงประสงค์ทั้งสองไม่ให้เข้ามาในเมือง แต่ทว่าเขากลับปิดประตูเมืองช้าเกินไป จนไม่สามารถขัดขวางพวกเขาได้
นอกจากนี้จิ่วเยี่ยยังอยากที่จะอาศัยอยู่ในเมืองอีกด้วย หลังจากนั้นมู่เฉียนซีก็ได้ไปหาอาเล็กของนางด้วยตนเองพลางกล่าวว่า “อาเล็ก ในเมื่อพวกเรากลับมาแล้ว ท่านสามารถบอกข้าเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของตัวท่านเองได้หรือไม่”
มู่อวู่ซวงกล่าวตอบว่า “ตกลง!”
ทันใดนั้นพลังจิตวิญญาณของมู่อวู่ซวงก็ถูกปลดปล่อยออกมาภายนอก อย่างไรเสียภายในพระราชวังของแดนวิญญาณก็เป็นอาณาเขตขององค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณ ฉะนั้นจึงไม่สามารถพูดบางเรื่องออกมาได้
ด้วยเหตุนี้เมื่อกลับมาอยู่ในอาณาเขตของตนเอง เขาจึงสามารถวางใจได้แล้ว
อย่างไรเสียความลับบางอย่างก็จะต้องถูกเปิดเผยในไม่ช้าก็เร็ว และเขาเองก็ไม่คิดที่จะซ่อนมันจากซีเอ๋อร์อยู่แล้ว
มู่อวู่ซวงอยากที่จะแอบคุยกับซีเอ๋อร์ แต่ผลปรากฏว่าเขาได้เห็นหวงจิ่วเยี่ยปรากฏตัวออกมาด้วยเช่นกัน “เจ้ามาทำอะไรที่นี่”
หวงจิ่วเยี่ยไม่สามารถพูดได้ แต่เขายังคงเฝ้าอยู่ข้างกายของมู่เฉียนซีอย่างเงียบ ๆ และไม่ยอมขยับเขยื้อนไปไหน
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “อาเล็ก ถึงเขาจะรู้ก็ไม่เป็นอะไรหรอกเจ้าค่ะ! ข้าเชื่อในตัวเขา!”
ซีเอ๋อร์มีความไว้วางใจต่อหวงจิ่วเยี่ยอย่างสุดใจ ซึ่งเขาก็รับรู้เรื่องนี้เป็นอย่างดี ดังนั้นเขาจึงรู้สึกไม่สบายใจยิ่งนัก
มู่อวู่ซวงกล่าวว่า “ช่างมันเถอะ! อาคิดว่าเขาน่าจะคาดเดาได้แล้วล่ะ”
“คาดเดาได้แล้วอย่างนั้นหรือ!?” มู่เฉียนซีผงะไปเล็กน้อย
มู่อวู่ซวงกล่าวว่า “อาไม่ได้รับมรดกขององค์จักรพรรดิกุ่ยจวิน หรือจะพูดได้ว่าในอาณาจักรลับขององค์จักรพรรดิกุ่ยจวินแห่งนั้น ไม่ได้มีมรดกขององค์จักรพรรดิกุ่ยจวินอะไรนั่นอยู่เลยมากกว่า แต่นี่เป็นเพียงข่าวลือที่กระจายออกไปหลังจากการปรากฏตัวของอาณาจักรลับแห่งนั้นเท่านั้นเอง”
มู่เฉียนซีกล่าวอย่างประหลาดใจเล็กน้อยว่า “เป็นไปได้อย่างไร กระบี่สะท้านนภานั่นเป็นของจริง และเรื่องที่อาเล็กแข็งแกร่งขึ้นก็เป็นเรื่องจริงด้วยนี่เจ้าคะ!”
หลังจากนั้นมู่อวู่ซวงก็หยิบกระบี่สะท้านนภาออกมา เขากล่าวว่า “แม้ว่าจะไม่มีมรดก แต่ข้างในกลับมีความทรงจำขององค์จักรพรรดิกุ่ยจวินหลงเหลืออยู่ และอาก็แค่หลอมรวมความทรงจำเข้ากับองค์จักรพรรดิกุ่ยจวินเท่านั้นเอง”
“อะไรนะ” สีหน้าของมู่เฉียนซีเปลี่ยนไปเล็กน้อย
“ซีเอ๋อร์อย่าได้กังวลใจไป ความจริงแล้วตัวอาเองก็คือองค์จักรพรรดิกุ่ยจวิน และองค์จักรพรรดิกุ่ยจวินก็คืออา ตอนที่อยู่ในเขากระดูกดำ อาก็ได้ตื่นรู้ความทรงจำมาบ้างแล้ว และตอนที่เลื่อนขั้นเป็นราชันย์วิญญาณนั่นก็เช่นกัน แน่นอนว่า ตอนที่ตื่นรู้ความทรงจำได้อย่างสมบูรณ์ ก็คือตอนที่อาถูกทิ้งไว้ในอาณาจักรลับนั่นแหละ”
ในขณะที่มู่อวู่ซวงกล่าว เขาก็ถูระหว่างคิ้วไปด้วย “ความทรงจำทั้งสองปะปนเข้าด้วยกัน อาเล็กในตอนนี้แปลกไปนิดหน่อยใช่หรือไม่ ฉะนั้นอาเล็กสามารถเล่าเรื่องในอดีตกับซีเอ๋อร์ได้…”
การมีอยู่ขององค์จักรพรรดิกุ่ยจวินคือจุดเริ่มต้นของแดนวิญญาณ ด้วยพลังแห่งภูตวิญญาณที่แข็งแกร่งที่สุดได้ถือกำเนิดจิตวิญญาณที่แข็งแกร่งมากที่สุดออกมา และถูกกำหนดให้เป็นเจ้าผู้ครองแดนวิญญาณ
แต่ความจริงแล้วไม่ได้เป็นเช่นนั้น ในแดนวิญญาณ เจ้าผู้ครองคือองค์จักรพรรดิกุ่ยจวิน ซึ่งเผ่าวิญญาณในแดนวิญญาณทั้งหมดไม่สามารถบรรลุเป็นเทพพระเจ้าได้
แต่ทว่าหลังจากที่เผ่าเทพแข็งแกร่งขึ้น จนได้รับความโปรดปรานจากสวรรค์ มันจึงทำให้แดนวิญญาณถูกเมินเฉยเพราะอ่อนแอกว่าเผ่าเทพเป็นอย่างมาก
นอกจากแดนวิญญาณจะถูกเผ่าเทพกดขี่แล้ว แดนวิญญาณก็ยังต้องเผชิญหน้ากับการรุกรานจากเทพมรณะ จนไม่มีชีวิตอันสงบสุขเลย
แม้ว่าสุดท้ายแล้วเทพมรณะจะต้องพ่ายแพ้ให้กับเขา แต่เขากลับยังสัมผัสได้ถึงการเฝ้ามองจากสวรรค์อยู่ดี
ในฐานะเจ้าผู้ครองดินแดนที่ภาคภูมิใจในความแข็งแกร่ง จะสามารถปล่อยให้ทุกการเคลื่อนไหวถูกจับตามองได้อย่างไรกัน
ในเมื่อไม่สามารถทำลายสวรรค์ได้ ในที่สุดเขาก็เลือกที่จะหายไปแทน
และหลังจากที่เขาหายตัวไป สวรรค์ถึงได้หยุดหาวิธีการอื่น ๆ มาต่อต้านแดนวิญญาณ
แน่นอนว่าการหายไปนั้นไม่ใช่ว่าเลือกที่จะตาย หรือหายไปอย่างสมบูรณ์ แต่เขาได้หลงเหลืออาณาจักรลับแห่งนี้และความทรงจำของตนเองเอาไว้ และเลือกที่จะกลับชาติมาเกิดอีกครั้ง
เมื่อแดนวิญญาณไม่มีองค์จักรพรรดิกุ่ยจวิน ก็ดูเหมือนว่าสวรรค์จะไม่ได้เห็นเขาอยู่ในสายตาอีก ดังนั้นจึงได้ปล่อยแดนวิญญาณให้เป็นไปตามยถากรรม
หลังจากที่กลับชาติมาเกิดอีกครั้ง เขาก็ไม่ได้โชคดีเหมือนก่อนหน้านี้ ที่เกิดขึ้นมาเป็นเจ้าผู้ครองดินแดนที่แข็งแกร่งที่สุด
แต่เขาต้องมีชีวิตที่ยากลำบาก หากไม่ได้พบเจอกับครอบครัวของเขา เกรงว่าเขาคงต้องตายไปนานแล้ว
มู่อวู่ซวงกล่าวว่า “ซีเอ๋อร์ ในเมื่อเจ้ารู้แล้วว่าอาเล็กคือองค์จักรพรรดิกุ่ยจวิน เจ้าจะ…”
มู่อวู่ซวงก็พูดไม่ออกเช่นกันว่ามันจะเป็นอย่างไร หลังจากที่ความทรงจำของเขาตื่นขึ้น เขาก็ไม่สามารถควบคุมตนเองไม่ให้กลายเป็นองค์จักรพรรดิกุ่ยจวินเจ้าผู้ครองแดนวิญญาณผู้สูงเกินเอื้อมเช่นนั้นได้
ความถือดีของวิญญาณเทพนั้นมักจะออกมาตามใจชอบ ซึ่งความถือดีเช่นนี้ก็อาจจะทำให้ครอบครัวที่รักถอยห่างจากตนเองได้
ทันทีที่เห็นซีเอ๋อร์ เขาก็รู้ว่าตนเองคือมู่อวู่ซวงได้อย่างชัดเจน
แม้ว่าจะเคยอยู่ในฐานะองค์จักรพรรดิกุ่ยจวินที่แข็งแกร่ง และใช้ชีวิตมานานมากแล้ว แต่ภายในความทรงจำของเขา ดูเหมือนว่าจะไม่เคยเผชิญหน้ากับเรื่องที่ไม่เห็นด้วยมากนัก
มู่เฉียนซีกล่าวตอบว่า “ของเพียงอาเล็กคืออาเล็ก และไม่ได้ถูกองค์จักรพรรดิกุ่ยจวินยึดร่างไป แม้ว่าท่านจะถูกผลกระทบจากความทรงจำที่เคยผ่านมา ข้าก็ไม่สนใจหรอก! อย่างไรเสียท่านก็ยังเป็นครอบครัวที่สำคัญมากและไม่สามารถปล่อยไปได้สำหรับข้าอยู่ดี ”
ประสบการณ์ที่องค์จักรพรรดิกุ่ยจวินเคยประสบนั้นแตกต่างจากอาเล็กในปัจจุบัน นอกจากนี้ยังมีบุคลิกที่แตกต่างไปจากเดิมอีกด้วย
ความทรงจำเหล่านั้นส่งผลกระทบต่ออาเล็กในตอนนี้ แต่ความรู้สึกที่นางมีต่ออาเล็กยังคงเหมือนเดิม ไม่มีทางเปลี่ยนไปแน่นอน!
“ข้ารับประกัน ข้าจะไม่ให้เขายึดร่างไป แต่จะฟื้นฟูความทรงจำของข้าก่อนหน้านี้เท่านั้น ข้าไม่อยากเป็นจักรพรรดิวิญญาณอวู่ซวง อยากเป็นแค่คุณชายสามของตระกูลมู่ มู่อวู่ซวง เป็นอาเล็กของซีเอ๋อร์เท่านั้น รอหลังจากที่ข้าค่อย ๆ หลอมรวมพลังได้แล้ว ผลกระทบของความทรงจำที่มีต่อข้าน่าจะลดน้อยลงเรื่อย ๆ ซีเอ๋อร์อย่ารู้สึกรังเกียจอาเล็กที่เป็นตาเฒ่าประหลาดที่มีชีวิตอยู่มานานหลายปีก็พอแล้ว” มู่อวู่ซวงกล่าว
“อาเล็กว่า พลังในการยอมรับของหลานสาวตนเองอ่อนแอมากอย่างนั้นหรือ ข้าสามารถรับเรื่องที่ศิษย์พี่ของข้าเป็นปรมาจารย์ปีศาจได้ ท่านเป็นองค์จักรพรรดิกุ่ยจวินแล้วมันอย่างไรกันล่ะ” มู่เฉียนซีกล่าวด้วยรอยยิ้ม
“อะไรนะ ฉู่หลี เจ้าหมอนั่นกลายเป็นศิษย์พี่ของเจ้าไปตั้งแต่เมื่อไรกัน” มู่อวู่ซวงมีความประทับใจต่อฉู่หลีผู้เป็นปรมาจารย์ปีศาจผู้ในระดับเดียวกันกับเขาเป็นอย่างมาก
“ท่านรู้จักศิษย์พี่ด้วยหรือ” มู่เฉียนซีกล่าว
“รู้จักสิ แต่ก็ไม่ได้มีปฏิสัมพันธ์กันมากนัก เพราะตอนที่เขาจำศีลนั้นนานกว่าการมีชีวิตอยู่ของอาเสียอีก”
ในตอนที่ดินแดนนับหมื่นตกอยู่ในความสับสนวุ่นวาย แดนเทพและแดนปีศาจได้ถือกำเนิดขึ้นเป็นอันดับแรก ซึ่งมันก็อยู่มานานกว่าแดนวิญญาณมากนัก