ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ - ตอนที่ 2713 แฝดประหลาด
ความเศร้าโศกฉายวาบขึ้นในดวงตาของพี่ชาย “เจ้าก็รู้ นี่คือสิ่งที่พวกเราพูดอยู่เสมอว่านี่เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้”
มู่เฉียนซีจ้องมองไปที่พวกเขา เห็นได้ชัดว่าทั้งสองคนนี้เป็นเพียงแค่เด็กน้อยอายุห้าหกขวบเท่านั้น แต่กลับให้ความรู้สึกว่ากำลังแบกรับภาระบางอย่างที่หนักหนามากเอาไว้อย่างไรอย่างนั้น ในเมื่อช่วยพวกเขาแล้ว และตอนนี้อาการบาดเจ็บก็ยังไม่ดีนัก ฉะนั้นนางจึงคิดว่าจะคอยดูแลพวกเขาเอาไว้ชั่วคราว
เพราะมู่เฉียนซีได้ออกโรงช่วยเมืองเล็ก ๆ แห่งนี้ไว้ จึงทำให้ท่านเจ้าเมืองของเมืองฉื้ออวิ๋นพยายามอย่างเต็มที่ที่จะประจบประแจงหลานสาวขององค์รัชทายาทอวู่ซวงอย่างมู่เฉียนซี แน่นอนว่าเขายังต้องการดูแลมู่เฉียนซีเป็นพิเศษอีกด้วย
และด้วยเหตุนี้เรื่องที่มู่เฉียนซีขัดขวางการก่อจลาจลของสัตว์ภูตวิญญาณด้วยตัวคนเดียว และช่วยเมืองทั้งเมืองเอาไว้จึงได้รับการเผยแพร่ไปอย่างกว้างขวาง
คนจากเมืองเล็ก ๆ แห่งนี้ได้ถือว่าฝ่าบาทน้อยเฉียนซีในข่าวลือของเมืองอวู่ซวงเป็นผู้มีพระคุณ และมีความรู้สึกซาบซึ้งในบุญคุณเป็นอย่างยิ่ง
แน่นอนว่าสิ่งที่ทำไปทั้งหมดนี้ก็เพื่อที่จะทำให้องค์รัชทายาทอวู่ซวงพอใจอยู่แล้ว แต่มู่เฉียนซีกลับขมวดคิ้วเล็กน้อย และรู้สึกว่านี่มันจะมากเกินไปหน่อย นางเพียงแค่ฝึกฝีมือด้วยการเก็บสัตว์ภูตวิญญาณเหล่านั้นเท่านั้นเอง
มีคนหนึ่งมองไปยังเด็กแฝดสองคนที่อยู่ข้างกายของมู่เฉียนซีพลางกล่าวว่า “ฝ่าบาทน้อยเฉียนซี ท่านต้องการรับเด็กทั้งสองนี้ไปด้วยหรือขอรับ”
มู่เฉียนซีเลิกคิ้วเล็กน้อยพลางกล่าวว่า “ใช่แล้ว! ข้าต้องการที่จะพาพวกเขาทั้งสองคนไปด้วย มีปัญหาอะไรอย่างนั้นหรือ?”
เห็นได้ชัดว่า คำพูดของคนผู้นี้ทำให้เด็กน้อยผู้นี้ตึงเครียดเล็กน้อย
คนผู้นั้นบอกกับมู่เฉียนซีว่า “เด็กทั้งสองคนนี้ค่อนข้างแปลกประหลาด ข้ากลัวว่าพวกเขาทั้งสองคนอาจจะทำให้ฝ่าบาทน้อยเฉียนซีบาดเจ็บเอาได้”
“ทำร้ายข้าหรือ ข้าว่าข้ามั่นใจในความสามารถของตนเองนะ” มู่เฉียนซีกล่าวตอบ
แม้ว่าเมืองจะถูกสัตว์ภูตวิญญาณทำลายจนพังพินาศ แต่พวกเขาก็สามารถซ่อมแซมได้ด้วยความรวดเร็ว
จวนเจ้าเมืองเป็นที่พักชั่วคราวของมู่เฉียนซีในตอนนี้ เพราะพวกเขากลัวว่าหากให้มู่เฉียนซีอยู่ที่เรือนรับรอง อาจจะทำให้ฝ่าบาทน้อยท่านนี้ต้องน้อยใจเอาได้
ห้องพักขนาดกว้างขวางและสะดวกสบาย อาหารอันเลิศรส และเสื้อผ้าที่สะอาดสะอ้าน นี่เป็นสิ่งที่พวกเขาไม่ได้มีมานานมากแล้ว
พี่น้องทั้งสองกำหมัดแน่น และมองว่าพี่สาวคนสวยช่างเป็นคนดีจริง ๆ
แม้ว่าจะได้ใช้เวลาในสถานที่ที่สะดวกสบายเช่นนี้เพียงคืนเดียว พวกเขาก็พึงพอใจมากแล้ว
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “ไม่ต้องคิดมากไปหรอก พวกเจ้าพักผ่อนให้เต็มที่เถอะ!”
“ขอรับ!” แม้ว่าพวกเขาจะยังเด็กอย่างเห็นได้ชัด แต่กลับมีความระมัดระวังมากเป็นพิเศษ
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “มังกรวารี เจ้ามองเห็นความพิเศษของเด็กทั้งสองคนนั้นหรือไม่?”
มังกรวารียังไม่ทันตอบกลับ มังกรร้ายก็กล่าวขึ้นมาว่า “ข้ามองไม่เห็นความพิเศษอะไร แต่นายท่าน ท่านไม่รู้สึกว่าเจ้าเด็กทั้งสองคนนี้น่าเกลียดเหมือนเจ้าโยวเยี่ยฉื้ออวิ๋นนั่นหรอกหรือ”
“ใช่ ๆ ๆ! แต่พวกเขาไม่น่าเกลียดหรอก พวกเขาน่าสงสารจะตายไป!” เจ้าผลไม้น้อยกล่าว
ในเวลานี้ มังกรวารีได้เอ่ยปากออกมาว่า “พรสวรรค์ของเด็กน้อยทั้งสองนี้ไม่เลว นอกจากนี้ยังมีสายเลือดที่แข็งแกร่ง ไม่ได้มีเพียงสายเลือดของมนุษย์เท่านั้น แต่ยังผสมกับสิ่งอื่น ๆ อีกด้วย จำเป็นต้องสังเกตเพิ่มอีกขั้นมังกรวารีถึงจะสามารถรับรู้ได้ขอรับ”
“อื้ม! เช่นนั้นก็เฝ้าสังเกตการเปลี่ยนแปลงไปก่อนก็แล้วกัน!” มู่เฉียนซีกล่าวตอบ
ตูมมม!
หลังจากเที่ยงคืน ก็ได้มีเสียงดังลั่นออกมาจากห้องข้าง ๆ ซึ่งนั่นก็ทำให้มู่เฉียนซีตื่นตระหนกเป็นอย่างมาก
ที่ห้องถัดไป ดวงตาของเด็กน้อยทั้งสองในเวลานี้เปลี่ยนเป็นสีแดง พวกเขากำลังต่อสู้กันเอง ด้วยพลังแห่งภูตวิญญาณที่กำลังเดือดพล่าน ซึ่งมันก็แตกต่างจากเวลากลางวันอย่างสิ้นเชิง
เมื่อเจ้าผลไม้น้อยได้เห็นก็กังวลใจเช่นกัน นางกล่าวว่า “ตอนกลางวันความสัมพันธ์ของพี่น้องทั้งสองคนนี้ยังดีอยู่เลยมิใช่หรือ เหตุใดตอนนี้ถึงได้สู้กันล่ะ ทำไมพวกเขาต้องสู้กันด้วย”
มู่เฉียนซีกล่าวด้วยเสียงทุ้มต่ำว่า “นี่ไม่ได้สู้กันธรรมดาแล้ว แต่นี่เป็นการสู้กันจนถึงชีวิต! เป็นการสู้กันให้ตายไปข้างหนึ่งแบบนั้นต่างหาก”
ดวงตาสีแดงโลหิตคู่นั้นไม่มีความรู้สึกใด ๆ อยู่เลย และมีเพียงจิตสังหารที่ต้องการจะฆ่าอีกฝ่ายให้ตายเท่านั้น
แต่ละกระบวนท่านั้นอันตรายถึงชีวิต มันทั้งไร้อารมณ์ และโหดเหี้ยม หากสังหารอีกฝ่ายไม่ได้ มันก็จะไม่ยอมหยุด
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “มังกรร้าย แยกพวกเขาทั้งสองคนออกจากกันซะ!”
“ขอรับ!” มังกรร้ายพุ่งทะยานเข้าไป เพื่อต้องการจะลากคนออกมา แต่ปรากฏว่าแม้แต่มังกรร้าย เด็กทั้งสองคนนี้ก็ยังต้องการที่จะทำร้ายให้ได้รับบาดเจ็บ
ถึงพวกเขาจะมีพลังอยู่บ้าง แต่หากคิดจะทำร้ายมังกรร้ายก็ยังคงห่างชั้นอีกไกลนัก
แต่มังกรร้ายกลับค้นพบว่าการจะหยุดไม่ให้พวกเขาทั้งสองฆ่ากัน เป็นเรื่องที่ไม่ง่ายดายเลย
“เจ้านาย แค่กำจัดพวกเขาทีละคนก็เรียบร้อยแล้ว อย่างไรเสียใบหน้าของพวกเขาทั้งสองก็ค่อนข้างที่จะขัดหูขัดตามากจริง ๆ!” มังกรร้ายเริ่มรู้สึกรำคาญ และทันใดนั้นก็มีจิตสังหารฉายวาบขึ้นมาในดวงตาของเขา
“ไม่ได้นะ หลงหลง พวกเขายังเด็กมากอยู่เลย เจ้าทนที่จะลงมือได้อย่างนั้นหรือ?” มังกรร้ายที่มีเจตนาฆ่าได้ถูกกั๋วเอ๋อร์จ้องกลับไป
ซึ่งนี่ก็ทำให้มังกรร้ายไม่กล้าพูดอะไรขึ้นมาอีกอย่างเห็นได้ชัด และคิดหาวิธีที่จะไม่ทำให้พวกเขาตาย เพื่อที่จะหยุดการเข่นฆ่าของพวกเขาทั้งสองเสีย
ตูมม โครมม!
ความเคลื่อนไหวของทางด้านนี้ได้ดึงดูดความสนใจของคนเหล่านั้น และอย่างที่รู้กันว่าที่นี่คือที่พักของฝ่าบาทน้อยเฉียนซีด้วย
หากว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นกับนาง องค์รัชทายาทอวู่ซวงก็จะต้องโกรธ ซึ่งไม่ได้มีเพียงแค่พวกเขาที่ต้องจบเห่เท่านั้น แม้แต่เจ้าเมืองของพวกเขาก็อาจจะต้องจบเห่ด้วยเช่นกัน
ทุกคนต่างก็รู้ว่า องค์รัชทายาทอวู่ซวงหวงแหนและปกป้องหลานสาวอย่างเหนือชั้นมากเพียงใด
ทันทีที่พวกเขามาถึงก็เห็นเด็กทั้งสองสู้กัน พวกเขามีอายุเพียงห้าหกปีเท่านั้น แต่พวกเขากลับสามารถระเบิดความแข็งแกร่งระดับมหาจักรพรรดิวิญญาณออกมาได้ นี่มันไม่ได้มีอะไรผิดพลาดใช่หรือไม่
หลังจากนั้นก็มีคนวิ่งเข้ามาอย่างรีบร้อนพลางกล่าวว่า “ฝ่าบาทน้อย พวกเราไปสอบถามเรื่องของเด็กทั้งสองคนนี้มาแล้ว หากว่าไม่จัดการพวกเขาทิ้ง ก็จะต้องขับไล่พวกเขาออกไป เพราะพวกเขามีปัญหามากเกินไป”
ตามที่เขากล่าวว่า เด็กทั้งสองคนนี้อาศัยอยู่ที่เมืองนี้มาเป็นเวลาครึ่งเดือนแล้ว
ในตอนแรกผู้คนต่างก็รู้สึกว่าเด็กทั้งสองน่าสงสารนัก นอกจากนี้ยังมีหน้าตาที่หล่อเหลาอีกด้วย ฉะนั้นจึงยอมปล่อยให้พวกเขาทั้งสองอยู่ที่นี่ต่อไป
ในตอนกลางวันพวกเขามีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันเป็นอย่างยิ่ง เพราะพวกเขาต่างก็พึ่งพากันและกัน จึงทำให้คนที่รับพี่น้องทั้งสองไว้รู้สึกดีเป็นพิเศษ
แต่พอถึงกลางดึก เมื่อเลยยามจื่อไปแล้ว พวกเขาต่างพยายามเข่นฆ่ากันราวกับศัตรูคู่อาฆาตก็มิปาน ซึ่งต้องเหลือผู้รอดเพียงคนเดียวเท่านั้น
คนที่ต้องการขัดขวางไม่ให้พวกเขาต่อสู้กันต่างก็ถูกทำร้าย และตอนนั้นเองพวกเขาถึงได้รู้ว่าตนเองได้รับหายนะเอาไว้
เมื่อถึงเวลารุ่งสาง พวกเขาทั้งสองก็จะหยุดเข่นฆ่ากัน และกลับมาเป็นปกติอีกครั้งด้วยร่างกายที่เต็มไปด้วยบาดแผล หลังจากนั้นคนที่รับเลี้ยงพวกเขาก็ขับไล่ทั้งสองคนออกไป
ทุกครั้ง แม้ว่าจะมีคนที่มีเจตนาดีต่อพวกเขา แต่ขอเพียงผ่านไปหนึ่งคืน มันก็เหลือไว้เพียงความหวาดกลัวและความกังวลใจเท่านั้น
“พวกเขาทั้งสองมีปัญหามากเกินไป ฝ่าบาทน้อยเฉียนซี เพื่อไม่ทำให้ท่านได้รับบาดเจ็บ ให้ข้าทำให้พวกเขาหมดสติแล้วขับไล่ออกไปเถิดขอรับ!” พวกเขากล่าวอย่างระมัดระวัง
“ไม่ต้องหรอก ข้าเป็นคนรับเขามา ข้าจะจัดการด้วยตนเอง” มู่เฉียนซีกล่าวตอบ
นางหยิบสมุนไพรวิญญาณออกมา จากนั้นก็เตรียมยาออกมาอย่างรวดเร็ว
เพียงแค่โบกมือ ยาทั้งสองก็พุ่งทะยานออกไปราวกับสายฟ้าฟาดก็มิปาน
ฉึก ฉึก!
เข็มยาปักลงไปบนผิวหนังของพวกเขา เมื่อสงบลง มันก็ได้ช่วยทำให้พวกเขาหลับ และล้มฟุบลงไปด้วยความเหนื่อยล้าอย่างรวดเร็ว
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “พาพวกเขาทั้งสองคนกลับไปที่ห้องเถอะ!”
“ขอรับ!” มังกรร้ายยกพวกเขาขึ้นมาด้วยมือเดียว จากนั้นก็โยนพวกเขาเข้าไปในห้องอย่างเกรี้ยวกราด
มู่เฉียนซีตรวจสอบร่างกายของพวกเขาพลางกล่าวว่า “พวกเขาไม่ได้โดนวางยาพิษ และไม่ได้ถูกคำสาป การเข่นฆ่านี้ คิดไม่ถึงว่ามันจะเป็นสัญชาตญาณทางสายเลือด! มันช่างน่าแปลกจริง ๆ!”
มังกรร้ายกล่าวว่า “ไม่มีทางหรอก! แม้แต่เผ่ามังกรร้ายของพวกข้า ภายในสายเลือดก็ยังไม่มีสัญชาตญาณที่วิปลาสเช่นนี้เลย! การที่ให้พี่น้องที่ดีเข่นฆ่ากันเช่นนี้ มันเป็นสายเลือดที่บ้าบออะไรกันแน่”
“เรื่องนี้ ข้าเองก็ไม่ค่อยเข้าใจเช่นกัน” นางกล่าวอย่างสับสนเล็กน้อย
.
.**แอดจะอัพให้ล่วงหน้านะครับ วันเสาร์ จะไม่ได้อัพนิยายครับผม