ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ - ตอนที่ 2714 สัญชาตญาณแห่งสายเลือด
มู่เฉียนซีดูดเลือดของพวกเขาออกมาเล็กน้อย หลังจากนั้นก็กล่าวว่า “มาดูกันก่อนเถอะ”
เมื่อตื่นขึ้นมาในวันรุ่งขึ้น ก็ค้นพบว่าตัวเองนั้นนอนอยู่บนเตียงเดียวกัน ซึ่งมันก็ทำให้ทั้งสองพี่น้องตะลึงงันไปทันที
แม้ว่าบนร่างกายจะมีรอยฟกช้ำเล็กน้อย แต่กลับไม่มากเหมือนก่อนหน้านี้ อย่างน้อยก็ไม่มีบาดแผลที่ลึกถึงกระดูกให้เห็น
เมื่อพวกเขานึกถึงเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้ขึ้นมาได้ ทั้งสองคนก็จับมือกันไว้อย่างตึงเครียด
พี่สาวคนสวยผู้นั้นรู้เรื่องนี้แล้ว วันนี้พวกเขาต้องถูกขับไล่ออกไปอีกแล้วสินะ!
แค่พวกเขาไม่ถูกขับไล่ไปก่อนเวลารุ่งสาง เท่านี้พี่สาวท่านนั้นก็เมตตาพวกเขามากเป็นพิเศษแล้ว
“คุณชายทั้งสอง รบกวนด้วยเจ้าค่ะ!” ในเวลานี้ ก็ได้มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น
หัวใจของพวกเขาบีบรัดทันที ต้องโดนไล่ออกไปอีกแล้วสินะ หลังจากนั้นพวกเขาก็รีบไปเปิดประตูอย่างรวดเร็ว
“ถึงเวลาทานอาหารแล้ว ข้าน้อยจะมาช่วยพวกท่านล้างหน้าบ้วนปาก อย่าปล่อยให้ฝ่าบาทน้อยต้องรอนานเลยเจ้าค่ะ” สาวใช้กล่าว
พวกเขาแสดงท่าทางที่ประหลาดใจออกมา ยังสามารถกินข้าวได้อีกมื้อก่อนไปอย่างนั้นหรือ
ในตอนที่รับประทานอาหารพวกเขาระวังตัวเป็นพิเศษ และมู่เฉียนซีก็กล่าวถามขึ้นมาว่า “พวกเจ้าชื่อว่าอะไรหรือ”
“พวกข้าไม่มีชื่อขอรับ”
มารดาของพวกเขาเสียชีวิตทันทีที่พวกเขาเกิดมา พวกเขาต้องย้ายไปทั่ว และเป็นที่รังเกียจของผู้คน ฉะนั้นจึงไม่มีคนตั้งชื่อให้พวกเขาเลย
มู่เฉียนซีรู้ดีว่าสำหรับระดับการตั้งชื่อของตนเองนั้น มักจะถูกคู่หูของนางวิจารณ์อยู่เสมอ
เนื่องจากว่านางไม่อยากที่จะทำร้ายเด็กทั้งสอง ดังนั้นนางจึงมอบหน้าที่นี้ให้กับมังกรวารีอย่างเมตตา
“มังกรวารี เจ้าตั้งชื่อให้พวกเขาหน่อยเถอะ!” ให้มังกรวารีตั้งชื่อให้พวกเขา น่าจะไม่เลวร้ายเกินไป
มังกรวารีกล่าวว่า “ขอรับ! เช่นนั้นมังกรวารีจัดการเองขอรับ”
“พี่ชายชื่อเหลียงเยว่ น้องช้ายชื่อเยว่เจี้ยน” มังกรวารีกล่าวด้วยเสียงทุ้มต่ำ
เด็กน้อยทั้งสองคนมีความสุขเป็นอย่างยิ่ง พวกเขาไม่รู้เลยว่าตนเองสามารถที่จะมีชื่อเป็นของตนเองได้ และพวกเขาก็กล่าวอย่างซาบซึ้งใจว่า “ขอบคุณขอรับ ฝ่าบาทน้อย!”
หลังจากที่พวกเขารับประทานอาหารเสร็จแล้ว พวกเขาก็รอให้ตนเองถูกขับไล่ออกไป และมู่เฉียนซีก็กล่าวขึ้นมาว่า “พวกเจ้าตามข้ามาสิ!”
ไม่ใช่ว่าต้องถูกขับไล่หรือ!
พวกเขาเคยชินกับชีวิตเช่นนี้และชินชากับมันแล้ว แต่ไม่คิดเลยว่าตอนนี้จะแตกต่างออกไปจากเดิม
“สามารถเล่าเรื่องของพวกเจ้าทั้งสองคนได้หรือไม่” มู่เฉียนซีกล่าวถาม
“พวกข้า…”
“ข้าเล่าเอง!” เหลียงเยว่ที่เป็นพี่ชายกล่าว
“ดูเหมือนว่าพวกเราจะเข่นฆ่ากันเองตั้งแต่ตอนที่อยู่ในท้องของท่านแม่แล้ว ซึ่งมันเป็นเรื่องที่ผิดปกติมาก สุดท้ายแล้วพวกเราก็คลอดก่อนกำหนด และท่านแม่ก็ต้องตายไปขณะที่ให้กำเนิดพวกเรา หลังจากนั้นพวกเราก็ถูกเลี้ยงดูจากครอบครัวอื่น ๆ จนเติบโต แต่เป็นเพราะความพิเศษที่มากเกินไปนี้จึงไม่มีผู้ใดยอมเลี้ยงพวกเราได้นาน...”
“พวกเราไม่สามารถควบคุมตนเองได้ และทันทีที่ถึงเวลากลางคืนพวกเราก็จะสู้กันอย่างเอาเป็นเอาตาย จนดูเหมือนว่าสามารถมีชีวิตรอดได้เพียงคนเดียวเท่านั้น ถึงจะหลุดพ้นได้ นอกจากการถูกอีกฝ่ายจัดการในตอนกลางคืนแล้ว พวกเราก็คิดอะไรอย่างอื่นไม่ออกเลย มีบางครั้งที่ข้าได้สติกลับมาก็คิดว่าแค่ทำให้ตัวข้าตายไปเพียงคนเดียวก็พอ จะได้ไม่ต้องมาทุกข์ทรมานกับชะตากรรมเช่นนี้อีก แต่คิดไม่ถึงเลยว่าเจ้าเด็กโง่นี่จะทำไม่ได้…”
ในตอนที่ได้สติขึ้นมาบ้างทั้งสองก็ได้สติขึ้นมาพร้อมกัน เพราะพวกเขามีใจที่ตรงกัน ซึ่งการตอบสนองระหว่างฝาแฝดนั้นแข็งแกร่งกว่าคนทั่วไปอยู่แล้ว
พวกเขาอายุยังน้อย แต่กลับต้องถูกโชคชะตาที่ไม่สามารถควบคุมได้ทรมานจนต้องเป็นเช่นนี้
แต่ถึงกระนั้น พวกเขาก็ไม่อยากให้อีกฝ่ายต้องตาย อย่างไรเสียพวกเขาก็เพิ่งเกิดมาบนโลกนี้เพียงไม่นานเท่านั้น และยังไม่ทันได้ท่องเที่ยวไปในโลกแห่งนี้เลย
เหลียงเยว่กล่าวว่า “ฝ่าบาทน้อยท่านเป็นคนดี แต่พวกเราทั้งสองเป็นตัวสร้างปัญหา ฉะนั้นพวกเราจะไม่ทำให้ท่านต้องเดือดร้อนอีกแล้ว พวกเราจะรีบจากไปเดี๋ยวนี้ขอรับ”
“ในเมื่อช่วยพวกเจ้าแล้ว ข้าก็ไม่รู้สึกว่ามันลำบากหรอก พวกเจ้าอย่าได้เสนอที่จะจากไปโดยไม่ได้รับอนุญาตจะดีกว่า ข้าจะบอกพวกเจ้าว่า ข้าคือนักปรุงยา ฉะนั้นข้าจะลองช่วยเปลี่ยนแปลงพวกเจ้า พวกเจ้าจะยอมอยู่ต่อเพื่อให้ข้าศึกษาหาสาเหตุหรือไม่ เพราะยากนักที่ข้าจะได้เจอโรคที่แปลกประหลาดเหมือนพวกเจ้าเช่นนี้” มู่เฉียนซีกล่าว
“อะไรนะ” พี่น้องทั้งสองดูประหลาดใจเป็นอย่างมาก คนผู้นี้เป็นเพียงคนเดียวเท่านั้นที่รู้สถานการณ์ของพวกเขา แต่ยังยอมให้พวกเขาอยู่ต่อ และนางยังบอกว่าจะช่วยเปลี่ยนแปลงโชคชะตาของพวกเขาอีกด้วย
แม้ว่ามันจะเป็นเพียงความหวังอันริบหรี่ พวกเขาก็ยังอยากจะไขว่คว้าความอบอุ่นเล็ก ๆ นี้เอาไว้ ถึงบางทีจะเป็นแค่ช่วงเวลาสั้น ๆ แต่มันต้องแข็งแกร่งกว่าก่อนหน้านี้แน่นอน
“ฝ่าบาทน้อย พวกเราจะพยายามขอรับ! แม้ว่าพวกเราจะยังเด็ก แต่พวกเราสามารถทำงานได้ จริงหรือไม่?” พวกเขากล่าวอย่างจริงจังมากเป็นพิเศษ
หลังจากที่ผ่านเหตุการณ์การก่อจลาจลของสัตว์ภูตวิญญาณไปได้ไม่นาน ก็ได้มีข่าวร้ายอีกข่าวหนึ่งแพร่กระจายออกมา
ซึ่งก็คือเรื่องที่เมืองเล็กที่อยู่ข้าง ๆ นี้ ได้เผชิญหน้ากับการโจมตีของสัตว์ภูตวิญญาณกลุ่มใหญ่ด้วยเช่นกัน
แม้ว่าพวกเขาจะล่าถอยได้อย่างรวดเร็ว แต่ก็ไม่ได้มีผู้แข็งแกร่งอย่างมู่เฉียนซีคอยช่วยเหลือ ดังนั้นพวกเขาจึงต้องเผชิญหน้ากับการสูญเสียอย่างหนักอยู่ดี
ตอนนี้สัตว์ภูตวิญญาณยังคงแพร่กระจายกันอย่างป่าเถื่อน และพวกมันก็เตรียมที่จะมุ่งหน้าไปหาทรัพยากรอื่นอีก
มู่เฉียนซียืนอยู่กลางอากาศ และมองไปยังพลังแห่งความตายที่อยู่ใจกลางเทือกเขาอันห่างไกลแห่งนั้น ซึ่งมันก็ดูเหมือนจะอยู่ไกลมากจริง ๆ
เมืองที่ถูกโจมตีเป็นเพียงแค่เมืองเล็ก ๆ ที่อยู่รอบเทือกเขาขนาดใหญ่แห่งนี้ เนื่องจากว่าเมืองเล็ก ๆ เหล่านี้มียอดฝีมือไม่มากนัก จึงถูกทำลายได้ง่าย ดังนั้นจึงถูกเลือกให้กลายเป็นเป้าหมายนั่นเอง
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “ต้องการความช่วยเหลืออย่างนั้นหรือ เช่นนั้นพวกเราไปกันเถอะ!”
ภายในเทือกเขาแห่งนั้นมีสิ่งมีชีวิตแห่งความตายซ่อนอยู่ ความตายที่เกิดจากการเข่นฆ่าทำให้พลังของมันแข็งแกร่งขึ้น แน่นอนว่าจะปล่อยให้มันทำสำเร็จไม่ได้เด็ดขาด
“มังกรร้าย พวกเราไปกันเถอะ!”
“ขอรับ!”
มู่เฉียนซีได้พาเด็กทั้งสองคนไปด้วย เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้พวกเขาต้องคิดมากหากถูกทิ้งเอาไว้ที่นี่
มู่เฉียนซีที่นั่งอยู่บนมังกรร้ายก็ปรากฏตัวขึ้นเหนือเมืองเล็ก ๆ แห่งหนึ่งอย่างกะทันหัน และพวกมันก็กำลังเข่นฆ่าอยู่ในเมืองเหล่านั้นด้วยความป่าเถื่อน
ตูมม ตูม ตูมมม!
มังกรร้ายลงมือโจมตี ส่วนมู่เฉียนซีก็นำเอาหอคอยนิรันดร์ออกมา
พลังของหอคอยนิรันดร์ได้คุกคามสัตว์ภูตวิญญาณเหล่านี้ และหลังจากนั้นก็เก็บพวกมันออกไป
ตูมม โครมมม!
เกิดการต่อสู้ที่ดุเดือดขึ้นอีกครั้ง และในที่สุดสัตว์ภูตวิญญาณเหล่านี้ก็ถูกเก็บกวาดไปจนหมด
ในตอนที่สัตว์ภูตวิญญาณเหล่านี้ล่าถอยไป พลังแห่งความตายก็หายไปอีกครั้ง
ซึ่งมันก็ปรากฏตัวแบบสุ่มในเทือกเขาที่ใหญ่ที่สุดของเมืองฉื้ออวิ๋น แต่กลับไม่สามารถหาร่องรอยที่แม่นยำได้
เดิมทีคิดว่าหากล้มเหลวในการโจมตีเมืองเล็ก ๆ แล้วพวกมันจะล่าถอยกลับไปในสถานการณ์ที่ลำบาก แต่คิดไม่ถึงเลยว่าอีกฝ่ายไม่คิดจะยอมแพ้ไปอย่างง่ายดายเช่นนั้น
เมื่อการต่อสู้ในครั้งนี้สิ้นสุดลง มู่เฉียนซีกล่าวว่า “มังกรร้าย เจ้าลองเข้าไปดูในป่าแห่งนั้น หาตำแหน่งที่แท้จริงของเจ้าหมอนั่นให้เจอ หลังจากที่หาเจอแล้วก็อย่าเพิ่งทำอะไรบุ่มบ่าม”
เจ้าหมอนั่นสามารถสั่งสัตว์ภูตวิญญาณจำนวนมากโจมตีเมือง และเข่นฆ่าได้ ซึ่งแน่นอนว่าไม่ใช่คนที่จัดการได้ง่ายอยู่แล้ว ฉะนั้นมังกรร้ายจึงไม่สามารถลงมืออย่างหุนหันพลันแล่นได้นั่นเอง
“เจ้านาย ข้าไปด้วยกันกับหลงหลงได้หรือไม่ ดูเหมือนว่าเจ้าหมอนั่นจะอันตรายมาก ข้ากลัวว่าหลงหลงจะมีอันตรายน่ะเจ้าค่ะ” ผลไม้น้อยกล่าว
“เช่นนั้นพวกเจ้าก็ไปด้วยกันเถอะ! อย่างไรเสียพวกเจ้าก็เหมือนเงาตามตัวกันอยู่แล้ว ระวังตัวกันด้วยล่ะ”
“เจ้าค่ะ!”
มังกรร้ายพุ่งทะยานไปด้วยความรวดเร็ว มู่เฉียนซีมาได้ทันเวลา และลงมือทันที ดังนั้นเมืองเล็ก ๆ แห่งนี้จึงไม่มีคนตายและได้รับบาดเจ็บมากนัก
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “ไปแจ้งเจ้าเมืองของพวกเจ้า มีความเป็นไปได้มากว่าสัตว์ร้ายจะยังคงก่อการจลาจลมากขึ้นไปอีก และทุกเมืองที่อยู่รอบเทือกเขาทั้งหมดเหล่านั้นด้วย ฉะนั้นจำเป็นต้องส่งยอดฝีมือระดับสูงมาคอยเฝ้า เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดโศกนาฏกรรมเช่นนี้อีก”
“ขอรับ! ข้าจะให้คนนำคำพูดของฝ่าบาทน้อยเฉียนซีไปแจ้งกับเจ้าเมืองของพวกเราทันที คราวนี้พวกเราประเมินสัตว์ภูตวิญญาณเหล่านี้ต่ำมากเกินไป” หัวหน้ากองกำลังที่เฝ้าเมืองผู้นั้นกล่าวตอบ
.
.**แอดจะอัพให้ล่วงหน้านะครับ วันเสาร์ จะไม่ได้อัพนิยายครับผม