ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ - ตอนที่ 2717 พ่อบ้านผู้แข็งแกร่ง
“เจ้าพูดจาไร้สาระมากเกินไปแล้ว ไม่ยอมพูดออกมาตามตรงอย่างนั้นสินะ! เจ้าอยากให้ข้าทรมานเจ้าเพื่อดึงเอาคำสารภาพออกมาอย่างนั้นหรือ” มู่เฉียนซีเลิกคิ้วกล่าว
“เจ้ากล้ารึ!” โยวเยี่ยฉื้ออวิ๋นจ้องไปทางมู่เฉียนซีด้วยความโกรธไปพลาง พร้อมสอดส่องบริเวณโดยรอบไปพลาง ดูเหมือนว่าเขาจะไม่พบชายหนุ่มผู้อันตรายในชุดสีขาวผู้นั้น
“เจ้าลองดูเอาเถอะว่าข้าจะกล้าหรือไม่ อย่าว่าแต่เจ้าที่ไม่ได้เป็นเจ้าเมืองแล้วเลย แม้ว่าเจ้าจะเป็นเจ้าเมือง และข้าฆ่าเจ้า อาเล็กก็สามารถปกป้องข้าได้ นอกจากนี้องค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณยังให้ความสำคัญกับอาเล็กของข้าถึงขนาดนั้น ฉะนั้นไม่มีทางทำให้พวกข้าลำบากใจเป็นแน่!”
มู่เฉียนซีมีความหยิ่งผยองมากเป็นพิเศษ ด้วยสถานะปัจจุบันของอาเล็กในแดนวิญญาณ ดูเหมือนว่านางมีคุณสมบัติที่จะดำเนินการเช่นนี้ได้จริง ๆ
ฟิ้ว ฟิ้ว!
เข็มยาที่อยู่ในมือของมู่เฉียนซีลอยออกไป
นี่แตกต่างจากเข็มยาที่ใช้กับพี่น้องทั้งสองคนนั้น เพราะเข็มยานี้มีพิษทาอยู่ด้วยนั่นเอง
ฟึ่บ ฟึ่บ ฟึ่บ!
และโยวเยี่ยฉื้ออวิ๋นก็หลบหลีกอย่างกะทันหัน เขาสั่งการว่า “จับนางสาวน้อยผู้นี้เอาไว้ซะ วันนี้ไม่ว่าใครก็ไม่อาจขวางข้าไม่ให้พาเด็กทั้งสองคนนี้ไปได้”
“ฝ่าบาทฉื้ออวิ๋น ข้าว่านี่มันไม่ดีนัก! อย่างไรเสียฝ่าบาทอวู่ซวง…”
โยวเยี่ยฉื้ออวิ๋นกล่าวตำหนิว่า “เจ้านายของพวกเจ้าคือโยวเยี่ยฉื้ออวิ๋น หรือว่าโยวเยี่ยอวู่ซวงกันแน่! ถึงแม้ว่าพวกเจ้าจะอยากกลายเป็นคนของเขา แต่เกรงว่าเขาก็ไม่ชอบพวกเจ้าหรอก ฉะนั้นเลิกพูดจาไร้สาระได้แล้ว รีบไปจัดการนางสาวน้อยผู้นั้นซะ”
“ขอรับ!”
“ฝ่าบาทน้อยเฉียนซี ล่วงเกินท่านแล้ว! พวกเราแค่ต้องทำตามคำสั่งเท่านั้น”
ฟิ้ว ฟิ้ว ฟิ้ว!
เข็มยาที่อยู่ในมือของมู่เฉียนซีพุ่งโจมตีพวกเขาราวกับห่าฝนก็มิปาน นางย้อนกาลเวลา และหยิบกระบี่มังกรเพลิงพิฆาตวิญญาณออกมา
“เพลิงนภาพิฆาต!”
เปลวเพลิงสีแดงฉานแผ่กระจายออกมา ทำให้โยวเยี่ยฉื้ออวิ๋นตะลึงงันไปทันที “คิดไม่ถึงเลยว่าจะมีเจ้าเพียงคนเดียวจริง ๆ เจ้าส่งผู้ติดตามของตนเองออกไปหมดแล้วหรือ ฮ่า ฮ่า ฮ่า! มู่เฉียนซี ข้ากำลังกังวลอยู่เลยว่าจะไม่มีโอกาสจัดการเจ้า!”
เขาหาข้อมูลมาก่อนแล้ว ว่านางสาวน้อยอมนุษย์และเจ้าหนูนั่นเข้าไปในป่า จนตอนนี้ก็ยังไม่กลับออกมาเลย
และตอนนี้ข้างกายของนางก็มีเพียงชายหนุ่มที่เหมือนพ่อบ้านคนหนึ่ง ซึ่งดูเหมือนว่าจะทุ่มเทให้กับการดูแลเรื่องการใช้ชีวิตประจำวันให้นางโดยเฉพาะเท่านั้น
มู่เฉียนซีไม่มีตัวละครที่แข็งแกร่งคอยปกป้องอีกแล้ว ชายหนุ่มผู้แข็งแกร่งในชุดสีขาวผู้นั้นน่าจะไม่สามารถอยู่ข้างกายนางได้ตลอดเวลาเช่นกัน หากเป็นเช่นนี้เขาก็สามารถจัดการนางได้ง่ายดายราวกับพลิกฝ่ามือ
โยวเยี่ยฉื้ออวิ๋นระเบิดพลังแห่งภูตวิญญาณของเขาออกมา และกล่าวว่า “หากเจ้าอยู่ในเมืองเล็ก ๆ แห่งนี้ ขอเพียงข้าจัดการอย่างเหมาะสม และบอกกับโยวเยี่ยอวู่ซวงว่าเจ้าถูกสัตว์ภูตวิญญาณฉีกเป็นชิ้น ๆ ก็ไม่เป็นไรแล้ว เขาไม่มีทางรู้แน่ว่าข้าเป็นคนลงมือ”
มู่เฉียนซีกล่าวอย่างเย็นชาว่า “โยวเยี่ยฉื้ออวิ๋น ใครทำให้เจ้ามั่นใจขนาดนั้น ว่าจะสามารถเอาชนะข้าได้กันน่ะ”
“อาศัยแค่ระดับผู้บำเพ็ญภูตพลังขั้นปราชญ์แห่งภูต เจ้าคิดว่าวันนี้เจ้าจะหนีรอดไปได้อย่างนั้นหรือ” โยวเยี่ยฉื้ออวิ๋นกล่าว
ตูมมมม!
มู่เฉียนซีฝึกมือกับคนเหล่านี้ และหากมีอันตรายก็จะถูกป้องกันโดยโล่ปีกทมิฬ
ก่อนหน้านี้พลังของโล่ปีกทมิฬถูกใช้ไปจนหมดสิ้น ซึ่งก่อนที่จิ่วเยี่ยจะจากไปเขาได้เอามันไปด้วย หลังจากนั้นเขาก็เติมพลังแห่งความมืดเข้าไปอย่างรวดเร็ว และให้จื่อโยวนำมันมามอบให้นางอีกครั้ง
ฉัวะ ฉัวะ ฉัวะ!
แม้ว่าการโจมตีของพวกเขาจะแข็งแกร่งมากเพียงใดก็ไม่อาจทำร้ายมู่เฉียนซีได้ เพราะทั้งหมดนั้นล้วนถูกมหาวัตถุศักดิ์สิทธิ์เทพป้องกันนี้สกัดกั้นเอาไว้ได้ แต่ทว่าการโจมตีของมู่เฉียนซีกลับทำให้พวกเขาไม่สามารถรับมือได้ไหวจริง ๆ!
พรวด พรวด พรวด!
มีหลายคนที่ถูกวางยาพิษ และล้มลงไปบนพื้นด้วยความเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส
“ฝ่าบาท หากฝ่าบาทน้อยเฉียนซีมีมหาวัตถุศักดิ์สิทธิ์เทพป้องกันเช่นนั้นอยู่ด้วย พวกเราจะสามารถจัดการนางได้อย่างไรเล่าขอรับ! หรือไม่พวกเราก็หยุดเถิดขอรับ บอกนางว่าเมื่อครู่นี้พวกเราแค่ล้อเล่นเท่านั้น จากนั้นก็ขอให้นางยกโทษให้!” ลูกน้องของเขากล่าวเสนอแนะขึ้น
“เจ้าพวกไร้ค่า ขี้ขลาด รนหาที่ตายนัก เจ้าคิดว่าโอกาสที่ดีเช่นนี้ ข้าจะพลาดไปได้ง่าย ๆ อย่างนั้นหรือ” และโยวเยี่ยฉื้ออวิ๋นก็คว้าลูกน้องที่พูดเช่นนั้นออกมาด้วยมือเดียว
ดวงตาคู่นั้นของเขาฉายแววที่น่าสะพรึงกลัวออกมา และกลิ่นอายที่เย็นชาก็ปะทุออกมาทั่วร่างของเขา ซึ่งนี่ก็คือพลังแห่งความตายนั่นเอง
มู่เฉียนซีผงะไปเล็กน้อย โยวเยี่ยฉื้ออวิ๋นไม่เคยมีกลิ่นอายเช่นนี้มาก่อน คิดไม่ถึงว่าตอนนี้จะมีกลิ่นอายเช่นนี้ได้
หลังจากที่เขาสูญเสียตำแหน่งเจ้าเมืองไป เขาจะต้องไปเจอกับอะไรบางอย่างมาแน่นอน
ฉัวะ ฉัวะ ฉัวะ!
และโยวเยี่ยฉื้ออวิ๋นก็ลงมือสังหารลูกน้องของตนเองอย่างต่อเนื่องจนหมด
“ฝ่าบาท ทะ…ท่าน…”
แม้ว่าโยวเยี่ยฉื้ออวิ๋นจะตกอับ พวกเขาก็ยังคงเลือกที่จะติดตามโยวเยี่ยฉื้ออวิ๋น แต่คิดไม่ถึงเลยว่าจุดจบของพวกเขาคือการต้องตายด้วยน้ำมือของโยวเยี่ยฉื้ออวิ๋น ซึ่งนี่ก็ทำให้พวกเขาตายอย่างไม่สงบ
โยวเยี่ยฉื้ออวิ๋นกล่าวด้วยเสียงทุ้มต่ำว่า “อย่างไรเสียหลังจากที่ข้าฆ่ามู่เฉียนซีแล้ว ข้าก็ต้องกำจัดพยานอย่างพวกเจ้าอยู่ดี ไม่สู้ฆ่าพวกเจ้าเสียตั้งแต่ตอนนี้ อย่างน้อยพวกเจ้าก็สามารถช่วยเหลือข้าได้บ้าง”
และโยวเยี่ยฉื้ออวิ๋นก็ได้ใช้ความตายของคนเหล่านี้ มาทำให้พลังแห่งความตายของตนเองแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น
คิดไม่ถึงเลยว่าพลังแห่งความตายเหล่านี้ จะทำให้ความสามารถของโยวเยี่ยฉื้ออวิ๋นพุ่งทะยานถึงเพียงนี้ได้!
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า! มู่เฉียนซี ข้าแข็งแกร่งมากใช่หรือไม่! ความสามารถของโยวเยี่ยอวู่ซวงและโยวเยี่ยจี๋ถึงระดับราชันย์วิญญาณแล้วอย่างไร ตอนนี้ข้าก็สามารถอยู่ในระดับราชันย์วิญญาณได้แล้วเช่นกัน!” โยวเยี่ยฉื้ออวิ๋นหัวเราะขึ้นมาอย่างบ้าคลั่ง
“ตอนแรกข้าเองก็โง่เขลาเช่นกัน คิดไม่ถึงเลยว่าจะไม่เห็นด้วยกับเงื่อนไขของเขา มิเช่นนั้นตำแหน่งองค์รัชทายาทของแดนวิญญาณต้องเป็นของข้า! เป็นของข้าโยวเยี่ยฉื้ออวิ๋นผู้นี้!””
สีหน้าของโยวเยี่ยฉื้ออวิ๋นเต็มไปด้วยความบ้าคลั่งและดุร้าย พลังนี้แข็งแกร่งมากจริง ๆ แต่ทว่ามันไม่ใช่พลังของตัวเขาเอง
โยวเยี่ยฉื้ออวิ๋นกล่าวว่า “มู่เฉียนซี เจ้าได้เหลือโอกาสในการฆ่าเจ้าไว้ให้ข้า เช่นนั้นข้าจะใช้มันอย่างดีแน่นอน! เจ้าตายซะเถอะ! ฮ่า ฮ่า ฮ่า! ข้าตั้งตารอเหลือเกินว่าในตอนที่โยวเยี่ยอวู่ซวงรู้ข่าวการตายของเจ้า เขาจะเผยสีหน้าเช่นไรออกมากันแน่”
“ฆ่าข้าหรือ เจ้ากำลังล้อเล่นอะไรอยู่! โยวเยี่ยฉื้ออวิ๋น เจ้านี่คิดเพ้อเจ้อมากเกินไปแล้ว!” มู่เฉียนซีกล่าวอย่างเรียบเฉย
“เจ้าคิดว่าโล่นี่ของเจ้าจะใช้ได้ผลหรืออย่างไร ข้าจะบอกเจ้าให้นะ มันไม่สามารถปกป้องเจ้าได้แน่นอน!”
โยวเยี่ยฉื้ออวิ๋นแสยะยิ้มพลางระเบิดพลังที่แข็งแกร่งอย่างหาที่เปรียบมิได้ออกมา และพลังนั้นก็ได้พุ่งโจมตีไปทางมู่เฉียนซีอย่างกะทันหัน
แต่ยังไม่ทันที่มันจะได้สัมผัสโล่ มันก็ถูกม่านวารีสกัดกั้นเอาไว้เสียก่อน!
ตูมมมม!
มีเสียงระเบิดที่เต็มไปด้วยพลังอันมหาศาลดังออกมา
ร่างของโยวเยี่ยฉื้ออวิ๋นถูกโจมตีจนลอยกระเด็นออกไป แต่ทว่ามู่เฉียนซีที่อยู่หลังม่านน้ำแข็งนั้นกลับไม่ได้รับผลกระทบอะไรเลยแม้แต่น้อย
ทันใดนั้นร่างเงาสีเขาร่างหนึ่งก็เดินมาอยู่ข้างหน้าโยวเยี่ยฉื้ออวิ๋น และมังกรวารีก็กล่าวอย่างเย็นชาว่า “คิดจะทำร้ายเจ้านายของข้าหรือ ช่างรนหาที่ตายนัก!”
“เจ้า…เจ้าไม่ใช่พ่อบ้านที่ทำงานทั่วไปคนหนึ่งหรอกหรือ เจ้าแข็งแกร่งถึงเพียงนี้ได้อย่างไร เหตุใดถึงได้แข็งแกร่งขนาดนี้” โยวเยี่ยฉื้ออวิ๋นตื่นตกใจจนดวงตาแทบจะถลนออกมาเลยทีเดียว
นี่เป็นครั้งที่สองที่เขาได้เจอชายผู้มีกลิ่นอายที่แข็งแกร่งเช่นนี้ และคนแรกที่เขาเจอก็คือชายในชุดขาวที่ลงโทษเขาตอนอยู่ที่เมืองเทียนจี๋คนนั้น
แต่เขาได้ยินมาว่าชายผู้นี้เป็นเพียงแค่คนที่รับผิดชอบดูแลเรื่องในชีวิตประจำวันของมู่เฉียนซีเท่านั้น
หากเขาเป็นชายที่แข็งแกร่งมากคนหนึ่ง เขาจะสามารถทำเรื่องที่ไม่ยุติธรรมต่อตนเองเช่นนี้ออกมาได้อย่างไร
ถึงโยวเยี่ยอวู่ซวงจะเก่งกาจมากเพียงใด ก็ไม่น่าจะสามารถทำให้ผู้ที่แข็งแกร่งทำเรื่องที่ต่ำกว่าสถานะตนเองได้มิใช่หรือ
สำหรับโยวเยี่ยฉื้ออวิ๋นแล้ว การรับผิดชอบเรื่องเล็กน้อยในการใช้ชีวิตประจำวันเป็นเรื่องที่ไม่ยุติธรรมสำหรับผู้แข็งแกร่งเลย
แต่สำหรับมังกรวารีแล้ว ชื่นชอบที่จะทำเรื่องเช่นนี้มาก ซึ่งมันก็เป็นเกียรติสำหรับเขาที่สามารถทำเพื่อนายท่านได้ และเขายอมที่จะเผชิญความลำบากอย่างมีความสุข!
ตูมมมม!
มังกรวารีโบกมือเพียงแผ่วเบา โยวเยี่ยฉื้ออวิ๋นก็ถูกโจมตีจนลอยกระเด็นออกไป
ร่างของเขาถูกแช่เอาไว้ด้วยน้ำแข็ง จนเขาตัวสั่นสะท้านด้วยความหนาวเย็น
แม้ว่าเขาจะได้รับพลังที่แข็งแกร่ง แต่ก็ไม่สามารถหลุดพ้นจากการโจมตีของพลังธาตุวารีที่ทรงพลังนี้ได้อยู่ดี
.