ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ - ตอนที่ 2736 สะกดจิตให้ลุ่มหลง
“ผู้หญิงคนนี้น่ารำคาญเหลือเกิน จับนางโยนออกไปเสีย!” มู่เฉียนซีกล่าวอย่างเหลืออด
“ขอรับ ฝ่าบาทน้อย!” คนของเมืองอวู่ซวงทั้งหมดต่างก็รู้ว่า คำสั่งของฝ่าบาทน้อยนั้นเทียบเท่ากับคำสั่งของฝ่าบาทอวู่ซวงของพวกเขา
หญิงสาวผู้นี้ช่างแปลกประหลาดจริง ๆ ฝ่าบาทอวู่ซวงยังไม่ทันจะยอมรับนาง หรือแม้แต่จะเหลือบมองนาง แต่กลับทำตัวเหมือนตนเองกลายเป็นนายหญิงของเมืองอวู่ซวงไปแล้วเสียอย่างนั้น
ทั้งยังกล้าทำตัวหยิ่งผยองต่อหน้าฝ่าบาทน้อยเช่นนี้อีก ช่างรนหาที่ตายเสียจริง ๆ!
“เจ้าเป็นเพียงสาวน้อยคนหนึ่งเท่านั้น คิดไม่ถึงเลยว่าจะกล้าทำกับข้าเช่นนี้ กล้าสู้กับข้าอย่างนั้นหรือ?!” ภายในแววตาของเฟิ่งเสี่ยวเยี่ยนลุกโชนไปด้วยเพลิงแห่งความโกรธ และหลังจากนั้นร่างของนางก็แผ่กระจายกลิ่นหอมอ่อน ๆ ออกมา
นี่คือกลิ่นหอมที่มีพลังทำให้จิตวิญญาณหลงใหล ซึ่งมันก็ทำให้ผู้คนรู้สึกมึนงง
นิ้วหยกที่เรียวบางของนางชี้ไปที่มู่เฉียนซีพลางกล่าวว่า “นางเด็กสาวผู้นี้ต้องการจะโยนข้าออกไปสินะ! พวกเจ้าไปเปลื้องผ้านางแล้วโยนออกไปซะ!”
องครักษ์เหล่านั้นไม่สามารถควบคุมการกระทำของตนเองได้อย่างสิ้นเชิง และวิธีการปลดปล่อยพลังดึงดูดออกมาจากภายในกระดูกของนางช่างแข็งแกร่งมากจริง ๆ
มู่เฉียนซีเองก็เข้าใจแล้วเช่นกัน ว่าเพราะเหตุใดองค์จักรพรรดินีแห่งแดนวิญญาณถึงได้ส่งนางมาให้อาเล็กของตนเองเช่นนี้
ปังง!
ปังง!
ในตอนที่คนเหล่านั้นกำลังจะลงมือ ก็มีพลังสองชนิดพุ่งเข้าจู่โจมจนหญิงสาวผู้นั้นลอยกระเด็นออกไปทันที
เฟิ่งเสี่ยวเยี่ยนเบิกตาโพลงด้วยความตกใจ จากนั้นก็มองไปยังชายหนุ่มรูปงามทั้งสองคนนั้น
คนหนึ่งมีรูปร่างหน้าตาที่ดูเจ้าชู้อย่างชั่วร้าย ส่วนอีกคนให้ความรู้สึกที่ดูสุขุมและน่าเกรงขาม คิดไม่ถึงเลยว่าชายทั้งสองคนนี้จะไม่ลุ่มหลงนาง
พรึ่บบ!
เสื้อผ้าของเฟิ่งเสี่ยวเยี่ยนถูกถอดออกจนหมด จากนั้นก็ถูกโยนลงไปในทะเลสาบนอกพระราชวัง
“กรี๊ดดดด!” หลังจากนั้นก็มีเสียงร้องอันแหลมสูงดังออกมา
“มู่เฉียนซี เจ้าบังอาจนัก!”
“เด็ก ๆ! ยังไม่รีบเอาเสื้อผ้ามาให้พระชายาองค์รัชทายาทอย่างข้าอีก”
คิดไม่ถึงเลยว่าตอนที่เสื้อผ้าของนางปลิวออกไป มันจะกลายเป็นเศษเล็กเศษน้อยไปแล้ว
“ใครลองกล้าหยิบเสื้อผ้าให้นางดูสิ!” มู่เฉียนซีกล่าวอย่างดุดัน
ภายใต้การข่มขู่ของมู่เฉียนซี ทำให้ไม่มีผู้ใดกล้าเคลื่อนไหวเลยแม้แต่คนเดียว
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “พวกเจ้าทั้งหมดออกไปให้ไกลจากผู้หญิงคนนั้นเสีย”
“มู่เฉียนซี เจ้าจะกล้าเกินไปแล้วนะ!” เฟิ่งเสี่ยวเยี่ยนกล่าวตำหนิ
“ข้าเป็นคนกล้าหาญมาตลอดอยู่แล้ว เจ้าไม่สนิทกับข้าย่อมไม่รู้เรื่องนี้ อย่าคิดว่าองค์จักรพรรดินีแห่งแดนวิญญาณส่งเจ้ามาแล้วข้าจะไม่กล้าฆ่าเจ้า เจ้ายั่วยุจนทำให้ข้าไม่มีความสุข ฉะนั้นการฆ่าเจ้าจึงไม่ใช่เรื่องผิด! อย่างไรเสียอาเล็กก็จะต้องปกป้องข้า นอกจากนี้เขาก็กำลังจะกลายเป็นองค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณ ดังนั้นในแดนวิญญาณแห่งนี้ข้ามู่เฉียนซี นอกจากองค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณแล้ว ก็ไม่รู้เลยว่าตนเองต้องกลัวผู้ใดอีก” มู่เฉียนซีกล่าวอย่างหยิ่งผยองเป็นอย่างยิ่ง
เฟิ่งเสี่ยวเยี่ยนโกรธจนหน้าดำหน้าแดง “จะ…เจ้า…”
นางเคยเห็นหญิงสาวที่ได้รับความโปรดปรานจนหยิ่งผยองมาบ้าง แต่นางไม่เคยเห็นคนที่ได้รับความโปรดปรานจนหยิงผยองถึงขนาดนี้มาก่อนเลย
“ถ้าเจ้าฉลาดสักหน่อยก็รีบไสหัวไปเองจะดีกว่า! อารมณ์ข้าไม่ดี” ทันทีที่กล่าวจบ มู่เฉียนซีก็จากไปโดยที่ไม่มองนางเลยแม้แต่น้อย
“บนร่างกายของผู้หญิงคนนี้ไม่มีพิษ แต่พลังในการสะกดจิตของนางนั้นแข็งแกร่งมาก ดูเหมือนว่ามันจะมีมาตั้งแต่กำเนิดแล้ว มิแปลกใจเลยว่าเหตุใดถึงไร้สมองเช่นนี้ อย่างไรเสียก็เป็นคนที่องค์จักรพรรดินีแห่งแดนวิญญาณส่งมา! หากอยู่กับนางนานไป มันก็อาจจะทำให้จิตใจเคลิบเคลิ้มหลงใหลไปได้ หลังจากนั้นก็จะยอมทำตามคำสั่งนางแต่เพียงผู้เดียว” มู่เฉียนซีพึมพำด้วยเสียงทุ้มต่ำ
มู่อวู่ซวงกลับมาหลังจากที่พูดคุยกับองค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณเรียบร้อยแล้ว และหลังจากที่ได้รู้เรื่องราวที่เกิดขึ้นเขาก็มองไปทางมู่เฉียนซีอย่างเป็นกังวลพลางกล่าวถามว่า “ซีเอ๋อร์ ผู้หญิงคนนั้นไม่ได้รังแกเจ้าใช่หรือไม่!”
ไม่ง่ายเลยกว่านางจะปีนป่ายขึ้นมาจากทะเลสาบได้ และรอยยิ้มของหญิงสาวที่แต่งตัวเรียบร้อยเพื่อเตรียมไปพบฝ่าบาทอวู่ซวงผู้นั้นก็ต้องแข็งทื่อไปทันที อันที่จริงแล้วใครรังแกใครกันแน่
มู่เฉียนซีเหลือบมองไปที่นางพลางกล่าวว่า “อาเล็ก นางเป็นเพียงแค่คนโง่เง่าเท่านั้น ท่านคิดว่าหลานสาวของท่านจะถูกรังแกได้อย่างนั้นหรือ?”
เฟิ่งเสี่ยวเยี่ยนที่รู้สึกว่าตนเองถูกมู่เฉียนซีดูหมิ่นมาตั้งแต่แรกจนถึงตอนนี้ ทำให้นางโกรธเป็นอย่างมาก นางใช้ความพยายามอย่างสุดความสามารถ และมองไปยังมู่อวู่ซวงอย่างออดอ้อนพลางกล่าวว่า “ฮือออออ! ฝ่าบาทอวู่ซวง…”
นางร้องไห้อย่างน่าสงสาร และเต็มไปด้วยเสน่ห์
ในตอนที่นางกำลังร้องไห้อยู่นั้น ความสามารถของนางก็เปลี่ยนเป็นแข็งแกร่งมากขึ้นไปอีก ไม่มีชายคนใดที่จะไม่สงสารและไม่เจ็บปวดใจเพราะนางแน่นอน
ภายในใจของเฟิ่งเสี่ยวเยี่ยนภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง นางคิดว่าอีกไม่นานองค์รัชทายาทอวู่ซวงจะต้องมาซุกอยู่ใต้กระโปรงของนางแน่นอน ส่วนนางเด็กแก่นแก้วผู้นั้นก็รอรับความโชคร้ายได้เลย!
กลิ่นหอมจาง ๆ ลอยคลุ้งวนเวียนไปในอากาศ ซึ่งกลิ่นหอมเช่นนี้ได้ทำให้มู่อวู่ซวงรู้สึกถึงความคุ้นเคยมาก
น่าจะบอกได้ว่าอยู่ภายในความทรงจำของจักรพรรดิวิญญาณอวู่ซวงมากกว่า ซึ่งกลิ่นหอมนี้ก็ทำให้เขารู้สึกคุ้นเคยมากจริง ๆ
เมื่อเฟิ่งเสี่ยวเยี่ยนเห็นว่ามู่อวู่ซวงเสียสมาธิไปเล็กน้อย นางก็รู้ว่าตนเองทำสำเร็จแล้ว
นางเข้าใกล้มู่อวู่ซวงทีละก้าว และเตรียมจะทำให้ชายหนุ่มรูปงามผู้อ่อนโยนราวกับหยกผู้นี้มาอยู่ในอ้อมกอดของนาง
สุดท้ายมู่อวู่ซวงก็กล่าวขึ้นมาว่า “ในเมื่อเป็นคนที่องค์จักรพรรดินีแห่งแดนวิญญาณส่งมา อีกทั้งองค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณก็บอกว่าให้รับเอาไว้ เช่นนี้ช่วงที่ข้าอยู่ในพระราชวังของแดนวิญญาณ เจ้าก็คอยอยู่ข้างกายซีเอ๋อร์ และเป็นสาวใช้ของซีเอ๋อร์ก็แล้วกัน! และหลังจากที่พวกเรากลับไปที่เมืองอวู่ซวงแล้ว เจ้าก็ทำตามใจตนเองได้เลย!”
ใบหน้าของเฟิ่งเสี่ยวเยี่ยนแข็งทื่อไปทันที นางไม่กล้าที่จะเชื่อหูของตนเองเลยจริง ๆ อะไรนะ เป็นสาวใช้อย่างนั้นหรือ
ให้สาวงามอย่างนางไปเป็นสาวใช้ นี่มันเป็นการทำลายของล้ำค่าอย่างสิ้นเชิง! ฝ่าบาทอวู่ซวงไม่ได้บ้าไปแล้วใช่หรือไม่!
ที่เขาไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองใด ๆ เลยเช่นนี้ หากไม่ใช่เพราะว่าองค์รัชทายาทอวู่ซวงชื่นชอบผู้ชายแล้วละก็ เขาก็ไม่มีทางที่จะไม่ถูกพลังเสน่ห์ของนางแน่นอน!
มู่เฉียนซีกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “เช่นนั้นคงต้องขอบคุณอาเล็กแล้วล่ะเจ้าค่ะ! สาวใช้ผู้นี้ ข้าจะรับนางเอาไว้เอง”
มู่อวู่ซวงกล่าวอย่างตามใจว่า “อื้ม! หากนางไม่เชื่อฟังและทำให้ซีเอ๋อร์ไม่พอใจ เจ้าก็จัดการได้ตามต้องการเลย!”
เฟิ่งเสี่ยวเยี่ยน แทบจะอาเจียนออกมาเป็นเลือด นางไม่เคยได้ยินมาก่อนเลยว่าองค์รัชทายาทอวู่ซวงจะเป็นคนที่ชอบปกป้องความผิดของคนอื่นเช่นนี้ นอกจากนี้ยังยกยอหลานสาวนอกสายเลือดไว้เหนือหัวอีกด้วย
ตอนนี้นางได้เห็นมันกับตาแล้ว ซึ่งนางก็ถูกทำให้โกรธจนช้ำในไปหมด
“องค์รัชทายาท ข้าคือคนที่องค์จักรพรรดินีแห่งแดนวิญญาณมอบให้ท่าน ไว้คอยปรนนิบัติ ไม่ใช่…”
ยังไม่ทันที่นางจะกล่าวจบ มู่อวู่ซวงก็กล่าวขึ้นมาว่า “ในเมื่อมอบให้ข้าแล้ว เช่นนั้นข้าจะจัดการกับเจ้าอย่างไร ก็เป็นเรื่องของข้า! ตอนนี้เจ้าถอยออกไปได้แล้ว!”
นางยังคงใช้ความสามารถของตนเองอย่างไม่ยอมแพ้ และยังใช้สายตาที่ยั่วยวนมองไปที่มู่อวู่ซวงอยู่ตลอด
แต่ผลปรากฏว่าไม่สามารถทำให้มู่อวู่ซวงหวั่นไหวได้เลยแม้แต่น้อย ให้ตายเถอะ!
องค์รัชทายาทผู้นี้ค่อนข้างจัดการได้ยากเลยทีเดียว แต่ทว่าถึงคนผู้นี้จะจัดการได้ยากมากแค่ไหน นางก็มีหนทางรับมือได้อยู่ดี!
“เพคะ! องค์รัชทายาท เช่นนั้นหม่อมฉันขอตัวก่อน! หากมีสิ่งใดที่ต้องการ ก็อย่าลืมเรียกหม่อมฉันนะเพคะ หม่อมฉันจะมาตามที่เรียกแน่นอน” เฟิ่งเสี่ยวเยี่ยนกล่าวอย่างมีเสน่ห์
หลังจากที่หญิงสาวผู้นั้นออกไปแล้ว มู่เฉียนซีก็กล่าวขึ้นมาอย่างประหลาดใจเล็กน้อยว่า “คิดไม่ถึงว่าอาเล็กจะเก็บนางไว้ นางนี่ไม่ธรรมดาเลยจริง ๆ”
“ซีเอ๋อร์ เจ้าอย่าเข้าใจผิดไป! อาไม่ได้มีความสนใจในตัวหญิงสาวผู้นั้นเลยแม้แต่น้อย เพียงแต่กลิ่นอายบนร่างกายของนาง ทำให้อารู้สึกคุ้นเคยเล็กน้อย เหมือนกับว่ามันจะเป็นกลิ่นหอมของม่านถัวหลัวแห่งแดนวิญญาณ” มู่อวู่ซวงกล่าว
“เมื่อได้ยินท่านกล่าวเช่นนี้ ข้าก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ มันเหมือนมาก แต่ก็เบาบางมากเช่นกัน ใบของม่านถัวหลัวแห่งแดนวิญญาณ ดอก และเมล็ดสามารถใส่เข้าไปในยาได้ ก่อนหน้านี้ข้าก็เคยเอาม่านถัวหลัวมากลั่นยาเช่นกัน” นิรันดร์กล่าวตอบ
และการที่ผู้หญิงคนนี้มีร่างกายเช่นนี้ มันก็ทำให้คนอื่นอดคิดไม่ได้เลยจริง ๆ
ที่อาเล็กให้นางมาเป็นสาวใช้ของตนเองก็เพื่อที่จะให้นางลองค้นคว้าดูสักหน่อย และดูว่าสถานการณ์ของผู้หญิงคนนี้เป็นอย่างไรกันแน่
“ส่วนอาจะให้คนไปตรวจสอบเบื้องลึกของผู้หญิงคนนี้มาให้ละเอียดเอง” มู่อวู่ซวงกล่าว
.