ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ - ตอนที่ 2737 มารดาผู้ให้กำเนิดอวู่ซวง
นี่เป็นครั้งแรกที่เฟิ่งเสี่ยวเยี่ยนพ่ายแพ้อย่างย่อยยับต่อหน้าผู้ชายเช่นนี้ และยังต้องไปเป็นสาวใช้ให้นางเด็กน้อยนั่นอีก ซึ่งมันทำให้นางโมโหจนแทบจะระเบิดออกมาอยู่แล้ว นอกจากนี้นางยังถูกมู่เฉียนซีกลั่นแกล้งสารพัดอีกด้วย
มู่เฉียนซีกล้าให้หญิงสาวที่บอบบางอย่างนางทำงานหนักทุกชนิด อย่างเช่นให้ไปขุดดิน แบกหิน ตักน้ำ ตัดต้นไม้เป็นต้น…
ที่นี่คือพระราชวังของแดนวิญญาณ ดังนั้นจะมีความจำเป็นที่ต้องทำงานหยาบ ๆ เหล่านี้ที่ไหนกัน และนี่ก็เป็นเพราะฝ่าบาทน้อยเฉียนซีมีความตั้งใจที่จะทรมานคนเท่านั้นเอง
เฟิ่งเสี่ยวเยี่ยนรู้ว่าหากเป็นเช่นนี้ต่อไปต้องไม่ดีแน่ เชื่อฟังนางเด็กสาวผู้นี้แล้วอย่างไร ยังไงเสียนางเด็กสาวที่น่ารังเกียจนี่ก็ไม่มีทางช่วยนางตามจีบฝ่าบาทอวู่ซวงอยู่แล้ว
ด้วยเหตุนี้นางจึงใช้ความสามารถที่มีทั้งหมดพยายามสานสัมพันธ์เชิงชู้สาวกับมู่อวู่ซวง แต่สุดท้ายนางก็ถูกมู่อวู่ซวงโยนออกไปอย่างไม่มีข้อยกเว้น
หลังจากนั้น มู่เฉียนซีก็มอบงานที่หนักยิ่งขึ้นให้กับนาง
เนื่องจากว่ามู่อวู่ซวงกำลังจะกลายเป็นองค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณคนใหม่ ตอนนี้องค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณโยวเยี่ยจุนจึงให้มู่อวู่ซวงคอยติดตามอยู่ข้างกายของเขา ซึ่งมันก็ได้ทำให้มู่อวู่ซวงคุ้นเคยกับงานต่าง ๆ นอกจากนี้ยังให้ติดตามโยวเยี่ยจี๋ ซึ่งโยวเยี่ยจี๋ก็พยายามทุ่มเทอย่างเต็มที่เช่นกัน
นอกจากมู่เฉียนซีจะออกมาศึกษาและทรมานหญิงสาวที่องค์จักรพรรดินีแห่งแดนวิญญาณส่งมาแล้ว นางก็ไปกลั่นยากับนิรันดร์เพื่อศึกษาว่าจะทำให้ว่านจันทรกานต์เติบโตขึ้นมาบนเศษไม้ที่เน่าเปื่อยนี้ได้อย่างไร
หลังจากที่มู่เฉียนซีร่วมมือกับนิรันดร์อย่างแข็งขัน เจ้าเศษท่อนไม้เน่าเปื่อยสีขาวขุ่นนั้นก็มีการตอบสนองขึ้นมาจริง ๆ
ทันใดนั้นดอกตูมที่เหมือนกับภูตขนาดเล็กดอกหนึ่งก็ปรากฏออกมา ซึ่งนี่ก็ทำให้มู่เฉียนซีดีใจอย่างบ้าคลั่งเลยทีเดียว
“นิรันดร์ ยอดเยี่ยมจริง ๆ! เจ้าว่านจันทรกานต์นั่นโตขึ้นแล้ว”
แต่ทว่าว่านจันทรกานต์ที่เพิ่งเกิดนั้นอ่อนแอมากเป็นพิเศษ มู่เฉียนซีกล่าวว่า “ไม่รู้ว่าพวกมันต้องปลูกที่ใดถึงจะเหมาะสม แต่ชีวิตของพวกมันก็ไม่เหมาะที่จะใช้ชีวิตบนทะเลสาบภูตวิญญาณเช่นกัน”
นิรันดร์กล่าวว่า “เจ้าสามารถให้เสี่ยวถิงสร้างสวนใต้ทะเลสาบสักแห่งหนึ่งได้ ที่นั่นค่อนข้างมืดมิด เหมาะที่จะปลูกว่านจันทรกานต์ นอกจากนี้มันยังมีพลังของความโกลาหลที่ไม่สิ้นสุด ซึ่งเหมาะสมที่จะให้พืชชนิดนี้เติบโตเป็นอย่างมาก”
“ตกลง!”
เนื่องจากว่าสิ่งนี้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการฟื้นฟูพลังของมู่เฉียนซี ฉะนั้นอาถิงจึงรีบเปิดพื้นที่ให้มู่เฉียนซีในทันที
เขากล่าวว่า “เจ้าผู้หญิงโง่ หาดอกไม้ศักดิ์สิทธิ์ทั้งสี่เจอสองชนิดแล้ว ถือว่ามีประสิทธิภาพไม่เลวเลยทีเดียว! แต่ก็รีบหาเข้าเถอะ! เดิมทีความสามารถก็อ่อนแอมากอยู่แล้ว ผ่านมานานขนาดนี้ยังไม่สามารถฝึกฝนจนแข็งแกร่งขึ้นได้อีก ข้าจะทนไม่ไหวอยู่แล้วนะ”
“ข้ารู้แล้ว แน่นอนว่าข้ารีบอยู่ เรารู้ตำแหน่งเมล็ดของดอกพลับพลึงแดงแล้ว เหลือแค่ม่านถัวหลัวแห่งแดนวิญญาณเท่านั้น และตอนนี้เราก็ได้เบาะแสมาบ้างแล้วเช่นกัน” มู่เฉียนซีกล่าวตอบ
“เช่นนั้นเมื่อไรข้าถึงจะสามารถออกไปสูดอากาศภายนอกเป็นเพื่อนเจ้าได้เสียทีล่ะ! ทั้งนิรันดร์และมังกรวารีต่างก็เอาเปรียบทั้งนั้น มันทำให้ข้าโกรธมากเลยจริง ๆ ทำไมล่ะ” อาถิงเต้นแร้งแต้นกาด้วยความโกรธ
นิรันดร์สามารถปรุงยาได้ ส่วนมังกรวารีสามารถดูแลคนได้ดีเป็นพิเศษ ซึ่งอาถิงก็รู้เหตุผลเป็นอย่างดี ส่วนเขาทำอะไรไม่ได้เลย แต่มันกลับยิ่งทำให้เขาโกรธมากขึ้นไปอีก
“เอาล่ะ! มันต้องมีโอกาสแน่นอนอยู่แล้ว เจ้าพยายามฟื้นฟูอยู่ในมิติต่อไปเถิด!”
“ข้าพยายามอยู่ตลอดอยู่แล้วเถอะ เจ้าคิดว่าข้าทำอะไรไม่ได้ใช่หรือไม่ ข้าต้องฟื้นฟูความแข็งแกร่งให้ไปถึงจุดสูงสุดเพื่อไปคิดบัญชีกับเจ้าสารเลวพวกนั้น พวกมันกล้ามาทำร้ายผู้ผูกพันธสัญญาของข้า ฉะนั้นไม่ว่ามันจะเป็นสวรรค์หรือมนุษย์ ข้าก็จะไม่มีทางปล่อยมันไปแน่นอน” อาถิงกล่าวอย่างอาฆาต
“อื้ม! พวกเราจะจัดการมันไปด้วยกัน!” มู่เฉียนซีกล่าวด้วยรอยยิ้ม
หลังจากที่ว่านจันทรกานต์แตกหน่อออกมาได้แล้ว นี่ก็ถือว่าสามารถจัดการเรื่องใหญ่ได้เรื่องหนึ่งแล้วเช่นกัน และลำดับต่อไปก็คือม่านถัวหลัว
ตอนนี้มู่อวู่ซวงสามารถตรวจสอบตัวตนของเฟิ่งเสี่ยวเยี่ยนได้แล้ว เขากล่าวว่า ” เฟิ่งเสี่ยวเยี่ยนเป็นคนของตระกูลองค์จักรพรรดินีแห่งแดนวิญญาณ ในแดนวิญญาณนอกจากตระกูลโยวเยี่ยแล้ว ตระกูลเฟิ่งก็ถือว่าเป็นตระกูลที่ทรงอิทธิพลมากที่สุด นางไม่ใช่สายตรงแต่เป็นเพียงสายรองที่ไม่เป็นที่รู้จักเท่านั้น ได้ยินมาว่านางเกิดมาพร้อมกับร่างกายที่เต็มไปด้วยพลังมหาเสน่ห์ ซึ่งนางก็เป็นของขวัญที่ดีที่สุดที่จะมอบให้กับผู้ชาย! ดังนั้นองค์จักรพรรดินีแห่งแดนวิญญาณจึงมอบนางให้ข้า ซึ่งทำให้ดูเหมือนเต็มไปด้วยความจริงใจอย่างเห็นได้ชัด!”
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “ตั้งแต่เกิดอย่างนั้นหรือ มันอาจไม่เป็นเช่นนั้น ให้คนคอยจับตาดูนางต่อไป จำเป็นต้องตรวจสอบเรื่องกลิ่นอายของม่านถัวหลัวที่อยู่บนร่างกายของนางให้ชัดเจน นอกจากนี้ยังเต็มไปด้วยลักษณะพิเศษของม่านถัวหลัวอีกด้วย นี่มันมีเหตุผลเพราะอะไรกันแน่”
“อื้ม!” มู่อวู่ซวงพยักหน้ากล่าว
เฟิ่งเสี่ยวเยี่ยนที่ถูกละเลยและถูกทำให้ทรมานมาเป็นเวลานาน ไม่สามารถทำต่อไปได้อีกแล้ว
ร่างกายที่น่าดึงดูดนี้ของนางสำหรับมู่อวู่ซวงแล้ว กลับไม่มีแรงดึงดูดใด ๆ เลยแม้แต่น้อย
ในที่สุดนางก็ได้พูดข้อมูลที่น่าตกใจเรื่องหนึ่งออกมา นางกล่าวว่า “ฝ่าบาทอวู่ซวง ท่านเคยคิดถึงมารดาแท้ ๆ ของท่านบ้างหรือไม่เพคะ มารดาแท้ ๆ ผู้ให้กำเนิดท่าน”
สีหน้าของมู่อวู่ซวงมืดมนลงทันที เขาไม่มีความทรงจำเกี่ยวกับมารดาของตนเองมาตั้งแต่เด็กแล้ว
เพราะว่าเขาถูกท่านพ่อเก็บมาเลี้ยงตั้งแต่ตอนที่เขายังเด็กมากนั่นเอง
และหลังจากที่กลับมาที่แดนวิญญาณอีกครั้ง ก็ดูเหมือนว่าโยวเยี่ยจุนจะไม่อนุญาตให้เขากล่าวถึงมารดาแท้ ๆ ของเขาต่อหน้าตนเอง
“เพราะข้าเป็นคนขององค์จักรพรรดินี เป็นคนตระกูลเฟิ่ง ดังนั้นจึงรู้เรื่องราวเหล่านี้มาบ้าง! มารดาแท้ ๆ ของท่านมาจากตระกูลโบราณตระกูลหนึ่ง ฉะนั้นจึงไม่ต้องพูดถึงสายเลือดหรือพรสวรรค์เลย ซึ่งมันก็ทำให้นางถูกฝ่าบาทเลือกให้มาเป็นสนมของพระองค์ เพื่อที่จะให้กำเนิดเด็กที่ทั้งแข็งแกร่งและมีพรสวรรค์มากกว่าพระองค์ออกมา”
“ความจริงนางมีคนในดวงใจอยู่แล้ว แต่ถูกแรงกดดันของฝ่าบาท และการคุกคามจากคนทั้งเผ่าของนาง ทำให้นางจำเป็นต้องยอมรับ แต่ในขณะที่นางตั้งครรภ์นางก็หนีไปกับชายคนหนึ่ง ซึ่งนางก็ได้พาท่านหายไปจากแดนวิญญาณด้วย”
มิแปลกใจเลยที่ไม่มีผู้ใดกล้าพูดถึงเรื่องที่เกี่ยวข้องกับมารดาของเขา
อย่างไรเสียในแดนวิญญาณแห่งนี้นางก็เป็นหญิงสาวที่กล้าสวมหมวกเขียวให้กับองค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณ ซึ่งทำให้ไม่มีผู้ใดกล้าเอ่ยถึงนางเลยแม้แต่คนเดียว
“หลังจากนั้น องค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณก็ทำลายเผ่าของนางจนสิ้น! แม้ว่าเผ่าโบราณนั้นจะมีผู้ที่มีพรสวรรค์มากมาย แต่ก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเจ้าผู้ครองดินแดนได้อยู่ดี!” เฟิ่งเสี่ยวเยี่ยนกล่าว
เห็นได้ชัดว่าถึงเขาจะได้รู้เรื่องเช่นนี้ แต่นางก็ค้นพบว่าฝ่าบาทอวู่ซวงยังคงนิ่งสงบเป็นอย่างยิ่ง
เขาไม่มีทั้งความโกรธ! และความอาฆาตแค้นเลย!
“ฝ่าบาทอวู่ซวง…ท่านไม่เศร้าหรือเพคะ หากท่านรู้สึกเศร้าแล้วละก็ เสี่ยวเยี่ยนสามารถปลอบโยนท่านได้” เฟิ่งเสี่ยวเยี่ยนกล่าวด้วยน้ำเสียงที่อ่อนหวาน
พลังในการสะกดจิตนั้นถูกปลดปล่อยออกมาอย่างเต็มที่ นางสามารถทำให้มู่อวู่ซวงเข้าไปในภาพลวงตา และย้อนกลับไปฉากเดิมได้ครั้งแล้วครั้งเล่า
แต่ทว่าถึงนางจะทำถึงขนาดนี้แล้ว แต่มู่อวู่ซวงก็ยังคงไม่มีการตอบสนองใด ๆ อยู่ดี
ความรู้สึกที่เขามีต่อบิดาและมารดาแท้ ๆ ของตนเองนั้นเบาบางมาก ซึ่งนั่นก็เป็นเพราะว่าเขาใช้ชีวิตอยู่ที่ตระกุลมู่มาตั้งแต่เด็กนั่นเอง
บวกกับเมื่อความทรงจำขององค์จักรพรรดิกุ่ยจวินของเขาตื่นขึ้น นางก็เป็นเพียงมารดาผู้ให้กำเนิดเขาในชีวิตนี้เท่านั้น
เขาขอบคุณที่นางทำให้เขามีชีวิต เพราะเหตุนี้จึงทำให้เขาสามารถพบเจอคนที่สำคัญมากที่สุดในชีวิตของเขาได้ แต่เรื่องอื่น…
ดูเหมือนว่าเขาจะเฉยเมยเป็นอย่างมาก แน่นอนว่านิสัยเดิมของเขานั้นทั้งเลือดเย็นและไร้ความรู้สึกราวกับเทพผู้สูงส่งก็มิปาน
แต่พี่ใหญ่และพวกของซีเอ๋อร์มาค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงเขาไปทีละน้อย แต่แม้ว่ามันจะเปลี่ยนไปแล้ว ก็มีเพียงพวกเขาเท่านั้นที่ได้รับการปฏิบัติที่พิเศษจากเขา
“ข้ารู้ว่าฝ่าบาทอวู่ซวงต้องเศร้ามากเป็นแน่ ภายในใจก็คงจะเต็มไปด้วยความแค้น แม้ว่าองค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณจะเป็นเจ้าผู้ครองแดนวิญญาณ แต่การที่เขาบีบบังคับแย่งชิง และทำลายตระกูลเสด็จแม่ของท่าน เป็นการกระทำที่เกินไปจริง ๆ! หากฝ่าบาทอวู่ซวงต้องการที่จะแก้แค้นให้เสด็จแม่ของตนเอง ข้าสามารถช่วยท่านได้ เพราะร่างกายของข้ามีความพิเศษ แม้ว่าจะเป็นองค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณก็น่าจะชื่นชอบเช่นกัน ขอเพียงท่าน…”
และนางก็ใช้ความสามารถนี้ เพื่อสะกดจิตมู่อวู่ซวง!
“แค้น!” น้ำเสียงที่ก้องกังวาลได้ทำลายการกระทำของเฟิ่งเสี่ยวเยี่ยนในเวลานี้
“ทำไมต้องแค้นด้วย! หากแค้นขึ้นมาก็จะให้ไปทำลายองค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณอย่างนั้นหรือ อาเล็กของข้ากำลังจะกลายเป็นองค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณอยู่แล้ว เหตุใดต้องไปแค้นองค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณ และไปหาองค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณเพื่อแก้แค้นด้วย! ความสามารถต่างกันมากถึงขนาดนี้ เจ้าคิดจะให้อาเล็กของข้าไปตายหรืออย่างไร”
แววตาที่เย็นยะเยือกของมู่เฉียนซีจ้องมองไปที่เฟิ่งเสี่ยวเยี่ยน ซึ่งมันก็ทำให้เฟิ่งเสี่ยวเยี่ยนอดที่จะตัวสั่นเทาไม่ได้
.
.