ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ - ตอนที่ 2738 คำเชิญขององค์จักรพรรดินีแห่งแดนวิญญาณ
- Home
- ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
- ตอนที่ 2738 คำเชิญขององค์จักรพรรดินีแห่งแดนวิญญาณ
“เจ้า…คิดไม่ถึงเลยว่าเจ้าจะแอบฟังเรื่องที่ข้าคุยกับฝ่าบาทอวู่ซวง มู่เฉียนซี นี่เจ้าจะมากเกินไปแล้วนะ!” เฟิ่งเสี่ยวเยี่ยนกล่าวด้วยความโกรธเคือง
“องค์รัชทายาท ท่านดูนางเด็กน้อยผู้นี้สิเพคะ!” เฟิ่งเสี่ยวเยี่ยนรู้สึกว่าครั้งนี้มู่อวู่ซวงจะต้องตกหลุมรักนางแล้วอย่างแน่นอน ดังนั้นนางจึงเริ่มทำนิสัยออดอ้อนอย่างเอาแต่ใจต่อหน้ามู่อวู่ซวง
ผลปรากฏว่านางกลับสัมผัสได้ถึงแววตาที่เย็นชาของมู่อวู่ซวงที่มองมาที่นาง เขากล่าวว่า “ข้าไม่มีความลับที่ซีเอ๋อร์ไม่สามารถรับรู้ได้ หากซีเอ๋อร์ต้องการฟังก็สามารถฟังได้อย่างเปิดเผย นี่ไม่ใช่เรื่องที่เจ้าสามารถควบคุมได้หรอกนะ”
เฟิ่งเสี่ยวเยี่ยนผงะไปทันที ถึงขนาดนี้แล้วยังไม่สามารถควบคุมฝ่าบาทอวู่ซวงได้อีกหรือ นี่มันเป็นเพราะเหตุใดกันแน่
“ฝ่าบาทอวู่ซวง ท่านได้ยินเรื่องที่ข้าพูดก่อนหน้านี้ใช่หรือไม่”
“ได้ยินแล้ว!”
“ท่านไม่มีความคิดอื่นเลยจริง ๆ อย่างนั้นหรือเพคะ”
“ไม่มี!”
“ฮือออออ! ท่านทำเช่นนี้ไม่กลัวว่าจะทำร้ายจิตใจเสด็จแม่แท้ ๆ อย่างนั้นหรือ นั่นคือญาติของท่านนะเพคะ!” เฟิ่งเสี่ยวเยี่ยนกล่าวอย่างเหลือเชื่อ
มู่เฉียนซีกล่าวอย่างเย็นชาว่า “หยุดเสแสร้งได้แล้ว ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นสิ่งที่องค์จักรพรรดินีสอนเจ้ามาอย่างนั้นสินะ! เจ้าคิดจะให้อาเล็กของข้ามีความคิดที่จะวางแผนทำร้ายองค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณก่อนที่จะสืบทอดตำแหน่งองค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณอย่างเป็นทางการ และแม้ว่าองค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณอยากจะให้อาเล็กของข้าสืบทอดตำแหน่งมากเพียงใด แต่พระองค์ย่อมมีไม่ทางลงมืออย่างเกรงใจแน่นอน เมื่อถึงเวลานั้นลูกชายขององค์จักรพรรดินีแห่งแดนวิญญาณอย่างโยวเยี่ยจี๋ก็จะมีโอกาสอีกครั้ง”
“นางช่างเจ้าเล่ห์จริง ๆ ที่ส่งแม้กระทั่งไพ่ตายของตระกูลเฟิ่งอย่างเจ้าออกมา! แต่นางก็ดูถูกอาเล็กของข้าเกินไปหน่อย! เพราะการกระทำเช่นนี้ของเจ้า ไม่อยู่ในสายตาด้วยซ้ำ!”
เฟิ่งเสี่ยวเยี่ยนกล่าวอย่างโกรธเคืองว่า “มู่เฉียนซี เจ้าใส่ร้ายข้าให้มันน้อย ๆ หน่อยเถอะ ข้าไม่ได้ทำ! ข้าเพียงแค่ชื่นชอบฝ่าบาทอวู่ซวงเท่านั้น จึงได้นำความลับที่ข้าไปบังเอิญได้ยินมาบอกฝ่าบาทอวู่ซวง เจ้ามาสงสัยในความหลงใหลของข้าได้อย่างไรกัน! เจ้าทนเห็นข้ากับฝ่าบาทวู่ซวงดีต่อกันไม่ได้ใช่หรือไม่”
ผลปรากฏว่านี่ทำให้มู่อวู่ซวงจ้องมองนางอย่างเย็นชามากยิ่งขึ้น ซึ่งมันก็ทำให้เฟิ่งเสี่ยวเยี่ยนรู้สึกเย็นยะเยือกไปทั้งตัว ฝ่าบาทอวู่ซวงผู้นี้ช่างเป็นคนที่ดื้อรั้นมากจริง ๆ!
ภายในใจของเฟิ่งเสี่ยวเยี่ยนรู้สึกกังวลเล็กน้อย นี่นางจะทำอย่างไรดี
ร่างกายของเฟิ่งเสี่ยวเยี่ยนค่อนข้างพิเศษเล็กน้อย แม้แต่องค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณยังได้รับผลกระทบจนสั่งให้มู่อวู่ซวงยอมรับนางเอาไว้เลย
แต่หากอาเล็กของนางไม่ได้เป็นอดีตจักรพรรดิวิญญาณอวู่ซวง คาดว่าน่าจะมีผลกระทบบ้างไม่มากก็น้อย
แต่ทว่า ตอนนี้เฟิ่งเสี่ยวเยี่ยนทำได้เพียงอยู่ในสถานะที่ถูกบีบให้ต้องยอมรับความพ่ายแพ้เท่านั้น!
มู่เฉียนซีกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาว่า “อาเล็ก พวกเราอย่ามาเสียเวลากับผู้หญิงคนนี้เลย พวกเราจับกุมนางแล้วสอบปากคำนางโดยตรงเลยดีกว่า”
“สอบปากคำหรือ! ข้าคือคนที่องค์จักรพรรดินีแห่งแดนวิญญาณส่งมาเชียวนะ คิดไม่ถึงเลยว่าจะอยากสอบปากคำข้า” เฟิ่งเสี่ยวเยี่ยนกล่าวอย่างเหลือเชื่อ
การสอบปากคำผู้หญิงคนนี้ไม่ใช่เรื่องยากเลย มู่เฉียนซีเพียงแค่ใช้ยา ก็ทำให้นางยอมจำนนได้แล้ว
นางเป็นเพียงแค่เครื่องมือเท่านั้น ดังนั้นสิ่งที่รู้จึงไม่มากนัก
แต่เรื่องที่มู่เฉียนซีต้องการจะถามมีเพียงแค่สองเรื่องเท่านั้น เรื่องแรกก็คือเรื่องที่เกี่ยวกับกลิ่นของม่านถัวหลัวบนตัวของนาง และอันที่จริงแล้วนางก็ไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่ากลิ่นที่อยู่บนตัวของนางเรียกว่าม่านถัวหลัว
นางถูกผู้นำตระกูลเฟิ่งรับมาเลี้ยงตั้งแต่ยังเด็ก นอกจากนี้ยังถูกขังอยู่ในสถานที่ปิดแห่งหนึ่งและถูกป้อนยาหลากหลายชนิดตลอดทั้งวันอีกด้วย
บางคนก็หมดสติจนตายทันทีหลังจากที่กินเข้าไปแล้ว ซึ่งนางก็ถือได้ว่าเป็นหนึ่งของกลุ่มคนที่โชคดี ที่สามารถมีชีวิตรอดมาจนถึงตอนนี้ได้
พวกนางที่มีชีวิตรอดมาได้เหล่านั้น ได้ถูกคนของตระกูลเฟิ่งส่งไปให้ผู้ที่แข็งแกร่ง และองค์ชาย
แต่นางเป็นคนที่มีพลังในการสะกดจิตที่แข็งแกร่งที่สุดคนหนึ่ง ดังนั้นจึงได้กลายเป็นไพ่ตายขององค์จักรพรรดินีแห่งแดนวิญญาณ และถูกส่งมาให้กับองค์รัชทายาทอวู่ซวง
ซึ่งนี่ก็เพื่อให้นางมาควบคุมองค์รัชทายาทอวู่ซวง และทำให้องค์รัชทายาทอวู่ซวงถูกองค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณเกลียด
จากนั้นก็ทำให้ฝ่าบาทจี๋กลับมารับตำแหน่งองค์รัชทายาทใหม่อีกครั้ง และกลายเป็นองค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณในที่สุด
แต่ทว่าตอนนี้นอกจากเฟิ่งเสี่ยวเยี่ยนจะทำไม่สำเร็จแล้ว นางยังถูกมู่เฉียนซีขุดภูมิหลังของตนเองออกมาอีกด้วย
มู่เฉียนซียังถามนางอีกเรื่องหนึ่ง นั่นก็คือเรื่องที่เกี่ยวข้องกับมารดาของอาเล็ก นางบอกว่าองค์จักรพรรดินีแห่งแดนวิญญาณเป็นคนบอกให้นางพูดออกมาเช่นนี้
ฉะนั้นเรื่องจริงคืออย่างไรกันแน่ นางเองก็ไม่รู้เรื่องนี้เลยเช่นกัน และคาดว่านางจะมีเพียงองค์จักรพรรดินีแห่งแดนวิญญาณเท่านั้นที่รู้ความจริงเรื่องนี้!
ทว่าอาเล็กไม่ได้สนใจเรื่องนี้มากเท่าไรนัก และไม่แม้แต่จะคิดถึงมารดาที่ไม่เคยเจอหน้ามาก่อนคนนั้นอีกด้วย
แต่ไม่ว่าอย่างไรมู่เฉียนซีก็รู้สึกขอบคุณนางที่มอบชีวิตให้กับอาเล็ก เพราะเหตุนี้ทำให้นางได้มีโอกาสได้พบอาเล็กของนาง
หากว่านางตาย เพราะมีใครบางคนทำร้ายนางแล้วละก็ มู่เฉียนซีก็ไม่รังเกียจที่จะช่วยแก้แค้นให้นาง!
มู่เฉียนซีบ่นพึมพำ “องค์จักรพรรดินีแห่งแดนวิญญาณอย่างนั้นหรือ”
แน่นอนว่าถึงอยากจะรู้คำตอบ แต่ก็ไม่สามารถจับองค์จักรพรรดินีแห่งแดนวิญญาณมาทรมานเพื่อดึงคำสารภาพออกมาได้อยู่แล้ว
องค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณมีสตรีมากมาย ฉะนั้นจึงไม่สนใจตำแหน่งขององค์จักรพรรดินีแห่งแดนวิญญาณมากเท่าไรนัก
แต่เป็นเพราะนางให้กำเนิดลูกชายที่มีพรสวรรค์ยอดเยี่ยมและมีตระกูลที่แข็งแกร่ง นางจึงกลายเป็นองค์จักรพรรดินีแห่งแดนวิญญาณ
ด้วยเหตุนี้ ผู้แข็งแกร่งมากมายจึงคอยปกป้องอยู่ข้างกายขององค์จักรพรรดินีแห่งแดนวิญญาณ และไม่สามารถลงมือได้
เนื่องจากมู่อวู่ซวงเริ่มยุ่งมากขึ้นเรื่อย ๆ จึงทำให้มีเวลาอยู่เป็นเพื่อนมู่เฉียนซีน้อยลงเรื่อย ๆ เช่นกัน
องค์จักรพรรดินีแห่งแดนวิญญาณรู้สึกว่าเฟิ่งเสี่ยวเยี่ยนเป็นเพียงคนไร้ประโยชน์คนหนึ่งเท่านั้น เพราะนานขนาดนี้แล้วยังไม่สามารถทำให้โยวเยี่ยอวู่ซวงเริ่มเคลื่อนไหวได้เลย
ลูกชายของนางก็เช่นกัน พูดว่ามีหนทางแล้ว แต่นางก็ไม่เห็นว่าเขาจะลงมือทำอะไรเสียที
ตระกูลเฟิ่งของนางในตอนนี้ก็เริ่มร้อนใจแล้วเช่นกัน นางจำเป็นต้องให้ลูกชายกลายองค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณให้ได้ จะยอมให้เป็นโยวเยี่ยอวู่ซวงไม่ได้เด็ดขาด
“มันจะต้องเป็นเพราะเด็กสาวคนนั้นแน่นอน หลานสาวคนนั้นของโยวเยี่ยอวู่ซวงมีอิทธิพลต่อเขามากเกินไป นอกจากนี้นางยังงดงามกว่าเฟิ่งเสี่ยวเยี่ยน ทั้งยังอายุน้อยกว่านาง ซึ่งนี่ก็เป็นตัวขัดขวางที่แข็งแกร่งที่สุด! จำเป็นต้องให้เด็กสาวผู้นั้นออกห่างจากโยวเยี่ยอวู่ซวงให้ได้!” องค์จักรพรรดินีแห่งแดนวิญญาณกล่าวด้วยเสียงทุ้มต่ำ
เมื่อองค์จักรพรรดินีแห่งแดนวิญญาณมีความคิดเช่นนี้ ตระกูลของนางก็ได้จัดงานเลี้ยงเล็ก ๆ ขึ้นพอดี ซึ่งมันก็ทำให้องค์จักรพรรดินีแห่งแดนวิญญาณคิดแผนการบางอย่างภายในใจ
นางมุ่งหน้าไปหามู่เฉียนซีด้วยตนเอง เพื่อแสดงความจริงใจอย่างเต็มเปี่ยม!
การที่องค์จักรพรรดินีแห่งแดนวิญญาณไม่สามารถทนได้จนมาที่นี่ทำให้มู่เฉียนซีประหลาดใจเป็นอย่างมาก ซึ่งนางก็กล่าวขึ้นมาว่า “องค์จักรพรรดินี พระองค์มาหาข้าด้วยตนเองเช่นนี้ มีเรื่องอะไรเช่นนั้นหรือเพคะ”
“ช่วงนี้อวู่ซวงต้องคอยติดตามฝ่าบาทเพื่อเรียนรู้วิธีการจัดการเรื่องใหญ่ต่าง ๆ ของแดนวิญญาณ และเขาก็ไม่ยอมปล่อยให้เจ้ากลับไปที่เมืองอวู่ซวงเพียงลำพังด้วย เจ้าไม่เบื่อบ้างหรือ?” องค์จักรพรรดินีแห่งแดนวิญญาณกล่าว
“ใช่เพคะ! ข้าค่อนข้างเบื่อเลยทีเดียว ข้าไม่รู้จักสหายคนอื่นในเมืองหลวงเลย ข้าที่ได้แต่อยู่ภายในตำหนักรู้สึกเบื่อจนจะบ้าอยู่แล้ว! และข้าก็ทำได้เพียงทรมานนางจิ้งจอกที่คิดจะมาล่อลวงอาเล็กของข้าคนนั้นเท่านั้น!”
และองค์จักรพรรดินีแห่งแดนวิญญาณก็ค้นพบว่าจิ้งจอกระดับสูงที่ตระกูลเฟิ่งเลี้ยงดูมาอย่างระมัดระวัง กำลังขุดดินปลูกหญ้าอยู่ในสวน
ร่างของนางเต็มไปด้วยสิ่งสกปรก และบนใบหน้าของนางก็มีด้วยเช่นกัน
ด้วยสภาพเช่นนี้ ต่อให้มีพื้นฐานที่ดีกว่านี้ก็อย่าคิดว่าจะทำให้โยวเยี่ยอวู่ซวงหลงใหลได้เลย!
องค์จักรพรรดินีแห่งแดนวิญญาณจ้องมองไปที่มู่เฉียนซี นางรู้แล้วว่าเพราะเหตุใดถึงได้ไม่มีความคืบหน้าเสียที
ที่แท้ก็เป็นเพราะนางสาวน้อยที่มีความสามารถในการผูกขาดความโปรดปรานเอาไว้อย่างแข็งแกร่งสร้างปัญหาขึ้นมานี่เอง ซึ่งมันทำให้เฟิ่งเสี่ยวเยี่ยนไม่สามารถแสดงใบหน้าที่งดงามต่อหน้าโยวเยี่ยอวู่ซวงได้เลย
เฟิ่งเสี่ยวเยี่ยนที่โดนปฏิบัติแบบไม่เป็นธรรมมององค์จักรพรรดินีแห่งแดนวิญญาณอย่างขอความช่วยเหลือ และนางก็หวังว่าองค์จักรพรรดินีแห่งแดนวิญญาณจะสามารถช่วยให้นางหลุดพ้นจากความทุกข์ทรมานนี้ได้
นางถูกมู่เฉียนซีวางยาพิษ จนไม่สามารถพูดได้ ถึงองค์จักรพรรดินีแห่งแดนวิญญาณจะมองเห็นนางโดนปฏิบัติแบบไม่เป็นธรรม แต่ก็ดูไม่มีความคิดที่จะช่วยนางเช่นกัน
องค์จักรพรรดินีแห่งแดนวิญญาณกล่าวว่า “ตระกูลเฟิ่งของพวกเราอยู่ไม่ห่างจากเมืองหลวงมากเท่าไรนัก วันมะรืนนี้ตระกูลของพวกข้าจะจัดงานเล็ก ๆ ขึ้นมา และหนุ่มสาวที่โดดเด่นหลายคนก็จะมาร่วมงานด้วย บางทีเจ้าอาจจะสามารถหาสหายดี ๆ ได้บ้างก็เป็นได้! ตอนบ่ายข้าจะกลับไปที่ตระกูลเฟิ่งอยู่พอดี เจ้าอยากจะไปด้วยกันหรือไม่!”
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “ข้าค่อนข้างสนใจมากทีเดียว หากอาเล็กอนุญาตให้ข้าไป ข้าก็จะไปเพคะ!”
.
.