ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ - ตอนที่ 2740 เมล็ดม่านถัวหลัว
ฟิ้ว ฟิ้ว ฟิ้ว!
ความสามารถในการต่อสู้ของนักปรุงยาเหล่านี้ค่อนข้างต่ำมาก ทันทีที่เข็มยาของมู่เฉียนซีพุ่งทะยานออกไป มันก็โจมตีโดนพวกเขาทั้งหมดในทันที
พรวด!
ทันใดนั้นเลือดสีดำก็ทะลักออกมา และสีหน้าของพวกเขาก็เปลี่ยนไปอย่างมากทันที!
“พิษ เจ้าวางยาพิษพวกข้าอย่างนั้นหรือ?”
ในฐานะของนักปรุงยาที่อยู่ชั้นบนสุดของยอดพีระมิดอย่างพวกเขา คิดไม่ถึงเลยว่าจะถูกคนอื่นวางยาพิษได้!
และเรื่องที่น่าหงุดหงิดดว่าก็คือ ด้วยความสามารถของพวกเขา คิดไม่ถึงเลยว่าพวกเขาจะไม่รู้ว่านี่คือยาพิษชนิดใดกันแน่
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “ด้วยความสามารถของพวกเจ้า ไม่มีทางถอนพิษด้วยตนเองได้หรอก! จงบอกข้ามา ว่าเมล็ดพันธุ์ของม่านถัวหลัวอยู่ที่ใด พวกเจ้าไปเอาเมล็กพันธุ์เหล่านี้มาจากที่ใดกันแน่ มิเช่นนั้นข้าจะให้พวกเจ้าได้ลิ้มรส พิษที่ทำให้พวกเขาตายทั้งเป็นมากยิ่งขึ้นกว่านี้แน่นอน”
“พวกเรา…คือว่าพวกเรา ท่านผู้นำตระกูลเป็นผู้มอบเมล็ดม่านถัวหลัวเหล่านั้นให้พวกเรา! ดูเหมือนจะได้ยินมาว่าท่านผู้นำตระกูลค้นพบมันในอาณาจักรลับ ซึ่งในอาณาจักรลับนั้นได้ผนึกเมล็ดพันธุ์เหล่านี้เอาไว้ เขาจึงนำมันมาด้วย! แต่อย่างไรเสียเมล็ดพันธุ์เหล่านั้นก็ไม่สามารถปลูกออกมาเป็นดอกไม้ศักดิ์สิทธิ์เหมือนอย่างเคยได้ ดังนั้นเขาจึงมอบให้นักปรุงยาอย่างพวกเรานำไปใช้ประโยชน์อย่างอื่นแทน!” นักปรุงยาที่ใจกล้าคนหนึ่งกล่าวตอบอย่างรวดเร็ว
เพราะความรุ่งเรืองของตระกูลเฟิ่งกำลังเสื่อมถอย และไม่ได้รับทรัพยากรที่เพียงพอ ฉะนั้นหากไม่ก้าวหน้าก็ต้องถดถอย และถูกตระกูลอื่น ๆ นำหน้าไป จนต้องสูญเสียความรุ่งโรจน์ในอดีตไปในที่สุด
ซึ่งเรื่องเช่นนี้ ตระกูลเฟิ่งของพวกเขายากที่จะรับได้แน่นอน ดังนั้นหลังจากที่ได้รับเมล็ดพันธุ์ของม่านถัวหลัวมาแล้ว จึงได้มีความคิดเช่นนี้ขึ้น
ในความเป็นจริงแล้ว ผู้นำตระกูลเฟิ่งรู้สึกว่ามันประสบความสำเร็จแล้ว
แม้ว่าจะมีหญิงสาวจากตระกูลรองมากมายที่ต้องถูกสังเวย ทว่าพวกเขาก็มีอัตราความสำเร็จหลายสิบคนเช่นกัน
พวกนางใช้ข้อได้เปรียบทางร่างกายของตนเองทำให้ผู้ชายเหล่านั้นหลงรักนางอย่างสุดหัวใจ ซึ่งก็ทำเพื่อให้ตระกูลเฟิ่งของพวกเขาได้รับผลประโยชน์อย่างมหาศาล หลังจากนั้นจึงจะสามารถรักษาตำแหน่งของตระกูลเฟิ่งให้มั่นคงได้
และหลังจากที่ดำเนินตามแผนการแล้ว ผู้นำตระกูลเฟิ่งก็ค้นพบว่าตระกูลของพวกเขาเหมือนจะแข็งแกร่งกว่าก่อนหน้านี้มากนัก
เขารู้ว่านี่เป็นความคิดที่ดี ดังนั้นจึงพยายามเพาะเลี้ยงตัวหมากออกมาเพื่อเอาไว้ใช้งานต่อไป
และเพื่อความมั่นคงของตระกูล จึงไม่รู้ว่าพวกเขาได้ทำลายสาวน้อยไปมากมายขนาดไหนแล้ว ทั้งยังแอบทำเรื่องเช่นนี้อย่างลับ ๆ อีกด้วย
มิแปลกใจเลยที่ภายในงานเลี้ยงเล็ก ๆ นี้ ตระกูลเฟิ่งจะมีจำนวนของผู้ชายมากกว่าหลายส่วน และมีเด็กสาวยังไม่ถึงส่วนหนึ่งเลยด้วยซ้ำ
มู่เฉียนซีถามว่า “ตอนนี้ที่นี่ยังมีผู้หญิงที่ถูกขังเอาไว้อีกกี่คน”
“มีสามคนที่ใกล้จะประสบความสำเร็จแล้ว สามสิบคนกำลังอยู่ในระหว่างดำเนินการ และมีอีกยี่สิบคนที่อยู่ในสภาวะที่มีความเสี่ยงสูง คาดว่าน่าจะอยู่รอดได้อีกไม่นาน”
นิรันดร์กล่าวอย่างเย็นชาว่า “พวกเจ้านี่มันช่างไร้ประโยชน์จริง ๆ มีวัตถุดิบที่ดีขนาดนี้แล้ว แต่ยังทำให้ตายไปตั้งมากมายขนาดนั้นได้อีก”
“เห็นได้ชัดว่าพวกเรายอดเยี่ยมมากแล้ว ทั่วทั้งแดนวิญญาณแห่งนี้ ไม่มีนักปรุงยาคนไหนสามารถทำได้เหมือนพวกเราหรอก พวกข้าคือนักปรุงยาที่แข็งแกร่งมาก!” ถึงพลังในการต่อสู้ของพวกเขาจะสู้คนอื่นไม่ได้ แต่พวกเขาไม่มีทางยอมให้ใครมาดูหมิ่นความสามารถในด้านการกลั่นยาของพวกเขาแน่นอน!
แม้ว่าจะมีคนตายไปมากมาย แต่พวกเขาก็ยังมีกรณีที่ประสบความสำเร็จด้วย ซึ่งพวกเขาก็มีความรู้สึกภาคภูมิใจในตนเองเป็นอย่างมาก
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “สายตาสั้นราวกับกบในกะลา คนอย่างพวกเจ้าคิดอยากจะเป็นนักปรุงยาอีกหรือ เลิกทำตัวไร้สาระอยู่ที่นี่ได้แล้ว!”
นิรันดร์กล่าวว่า “ที่รัก แสดงฝีมือให้พวกเขาได้ดู ทำให้พวกเขารู้ว่า พวกเขามันไร้ประโยชน์มากแค่ไหนกันเถอะ!”
มู่เฉียนซีกวาดสายตามองไปที่ห้องกลั่นยาแห่งนี้ และที่นี่ก็มีสมุนไพรวิญญาณล้ำค่ามากมายอีกด้วย
นางพยักหน้าเล็กน้อยพลางกล่าวว่า “มอบให้พวกเขาก็เปล่าประโยชน์ เช่นนั้นให้ข้าเอามากลั่นสักหน่อยก็แล้วกัน!”
“นางสาวน้อย เจ้าอย่ามาทำเรื่องไร้สาระนะ!”
“เจ้ายังเด็กอยู่ จะไปรู้เรื่องอะไรกัน”
“นั่นมันสมุนไพรวิญญาณของข้านะ!” ในตอนที่มู่เฉียนซีกำลังจะเริ่มกลั่นยา พวกเขาก็เริ่มโหยหวนขึ้นมาทันที และมู่เฉียนซีก็กลั่นยาน้ำบางอย่างออกมาตามใจชอบ
สำหรับสิ่งของที่มู่เฉียนซีกลั่นออกมาเหล่านั้น พวกเขารู้สึกดูถูกมันเป็นอย่างมาก และคิดว่ามันเป็นเพียงของเล่นของสาวน้อยผู้นี้เท่านั้น
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “ตอนนี้เด็กสาวที่ตกอยู่ในสถานการณ์อันตรายเหล่านั้นอยู่ที่ไหน นำทางไปสิ!”
“เจ้า…เจ้าต้องการจะทำอะไร” พวกเขาตะลึงงันไปทันที
“นำทางเถอะ เมื่อถึงตอนนั้นเจ้าก็จะรู้เอง” น้ำเสียงของมู่เฉียนซีเย็นชาเป็นอย่างมาก
พวกเขาเปิดประตูลับบานหนึ่ง และสุดท้ายก็พบสาวน้อยจำนวนยี่สิบกว่าคนถูกจองจำอยู่ภายในคุก
ร่างกายของพวกนางมีรอยสีเขียวอยู่ทั่วทุกหนทุกแห่ง และมีอีกหลายคนที่เริ่มหายใจลำบากแล้ว
ยาลูกกลอนขยะที่นักปรุงยาเหล่านั้นกลั่นออกมา ได้สร้างภาระให้กับร่างกายของพวกนางอย่างหนัก
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “กินสิ่งเหล่านี้เข้าไปเถอะ! เมื่อกินเข้าไปแล้วพวกเจ้าจะรู้สึกดีขึ้น”
พวกนางถูกขังอยู่ที่นี่จนมึนงงไปหมด พวกนางต้องกินยาที่มีคนมอบให้ มิเช่นนั้นก็จะถูกทุบตีอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้
สาวน้อยเหล่านี้ดื่มยาน้ำลงไปราวกับหุ่นกระบอกก็มิปาน ซึ่งนักปรุงยาเหล่านั้นไม่ได้สนใจเลยแม้แต่น้อย
อย่างไรเสียสาวน้อยเหล่านี้ก็ต้องตายอยู่แล้ว แม้ว่าจะถูกคนวางยาพิษ ก็ไม่ได้รู้สึกปวดใจมากเท่าไรนัก!
แต่พวกเขากลับได้ค้นพบเรื่องที่น่าประหลาดอย่างหนึ่ง ซึ่งก็คือการที่พวกนางแต่ละคนเริ่มอาการดีขึ้นเรื่อย ๆ นั่นเอง
พวกนางทั้งหมดเปลี่ยนเป็นมีชีวิตชีวาขึ้นมาทันที และร่องรอยสีเขียวบนร่างกายเหล่านั้นก็ค่อย ๆ หายไปอย่างช้า ๆ
บนใบหน้าของเหล่าสาวน้อยที่นิ่งสงบและสิ้นหวังเหล่านี้ปรากฏรอยยิ้มออกมา ในที่สุดพวกนางก็ไม่เจ็บปวดและทรมานอีกต่อไปแล้ว
“เป็นไปได้อย่างไร?” นักปรุงยาเหล่านั้นไม่กล้าที่จะเชื่อสิ่งที่เห็นทั้งหมดนี้เลยจริง ๆ
“เจ้า…เจ้าทำอะไรกันแน่”
“มันง่ายจะตายไป ข้าเพียงแค่กลั่นยาแบบเดียวกับที่พวกเจ้ากลั่นเท่านั้น เพียงแต่ยาที่พวกเจ้ากลั่นออกมามันขยะมากเกินไป ไม่ว่าจะเป็นความบริสุทธิ์และระดับของการผสมผสานกันล้วนไม่เพียงพออย่างสิ้นเชิง การแยกตัวก็ไม่สมดุล มันจึงทำให้อัตราการรอดชีวิตต่ำ และทำลายคนไปมากมายถึงขนาดนี้”
ร่างของพวกเขาสั่นเทาขึ้นมาทันที แม่สาวน้อยผู้นี้เก่งกาจเหลือเกิน นางจะแข็งแกร่งเกินไปแล้ว!
เมื่อนึกถึงเรื่องที่พวกเขาโอ้อวดว่าตนเองเก่งกาจเพียงใดก่อนหน้านี้ มันก็ทำให้ตอนนี้พวกเขาแทบอยากจะแทรกแผ่นดินหนีไม่ไหวไปทันที!
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “พวกเจ้าไปเอาเมล็ดม่านถัวหลัวที่ผู้นำตระกูลของตระกูลเฟิ่งทุกเดือน และไม่จำเป็นต้องบดมันจนแตกละเอียดต่อหน้าผู้นำตระกูลเลยด้วยซ้ำ ถึงจะทำมานานขนาดนี้แล้ว แต่คิดไม่ถึงเลยว่าในมือของพวกเจ้าจะไม่มีเมล็ดของม่านถัวหลัวเลยแม้แต่เมล็ดเดียวเช่นนี้”
พวกเขากล่าวตอบว่า “ท่านผู้นำตระกูลให้ความสำคัญกับเมล็ดของม่านถัวหลัวเป็นพิเศษ อย่างไรเสียนี่อาจจะเป็นเมล็ดพันธุ์ของม่านถัวหลัวแห่งแดนวิญญาณชุดสุดท้ายที่เหลืออยู่บนโลกนี้แล้วก็เป็นได้ ฉะนั้นมันจึงล้ำค่าเป็นพิเศษ ซึ่งมันก็เป็นของมีค่าสำหรับตระกูลเฟิ่งของพวกเราเช่นกัน ดังนั้น…”
“ดูเหมือนว่าจะมีเพียงผู้นำตระกูลของพวกเจ้าที่มีสินะ! และผู้นำตระกูลของพวกเจ้าก็คงไม่มีทางมอบให้โดยง่ายเป็นแน่” มู่เฉียนซีบ่นพึมพำออกมา
“ใช่แล้ว! ได้ยินมาว่าช่วงนี้องค์จักรพรรดิก็ตามหาดอกไม้ศักดิ์สิทธิ์เช่นกัน และผู้นำตระกูลของพวกเราก็รู้เรื่องนี้เป็นอย่างดี แต่เขากลับซ่อนมันเอาไว้ไม่กราบทูลองค์จักรพรรดิ ฉะนั้นแปลว่าเขาคงไม่ยอมมอบเมล็ดพันธุ์เหล่านี้ให้กับองค์จักรพรรดิเป็นแน่”
“ช่างเป็นคนที่ขี้เหนียวจริง ๆ!” ถึงจะแย่งมาด้วยกำลัง ผู้นำตระกูลเฟิ่งก็คงไม่มีทางมอบให้แน่นอน
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “ผู้นำตระกูลของพวกเจ้าให้ความสำคัญหรือสนใจต่อสิ่งใดมากเป็นพิเศษหรือไม่?”
หากต้องการข่มขู่ หรือต่อรอง! มันก็ต้องมีสิ่งของที่ผู้นำตระกูลเฟิ่งให้ความสนใจก่อน
ในเมื่อมีของมาเป็นข้อแลกเปลี่ยน เขาก็ไม่น่าจะเก็บเมล็ดพันธุ์ของม่านถัวหลัวเหล่านั้นเอาไว้ราวกับปู่โสมเฝ้าทรัพย์ก็มิปานหรอกกระมัง!
“สิ่งที่ท่านผู้นำตระกูลให้ความสำคัญมากที่สุดแน่นอนว่าต้องเป็นตระกูลเฟิ่งอยู่แล้ว ส่วนอันดับที่สองก็น่าจะเป็นนายน้อยนั่นแหละ!”
“เอาล่ะ! เช่นนั้นก็ไปจับนายน้อยของตระกูลเฟิ่งมาไว้ในมือก่อนค่อยว่ากัน!” ตอนนี้มู่เฉียนซีมีแผนบางอย่างแล้ว
พวกเขาจ้องมองไปทางมู่เฉียนซีอย่างตื่นตกใจพลางกล่าวว่า “เจ้า…เจ้าบ้าไปแล้วหรือ คนที่มีพรสวรรค์เช่นเจ้า เหตุใดต้องตั้งตัวเป็นศัตรูกับตระกูลเฟิ่งด้วย หากตั้งใจช่วยตระกูลเฟิ่งทำงาน เจ้าก็จะสามารถมี…”
“ตอนนี้ข้าก็มีมันอยู่แล้ว! ข้าจะไปต้องการอะไรจากตระกูลเฟิ่งอีกล่ะ ช่างน่าขันเสียจริง แม้ว่าข้าจะต้องโค่นล้มตระกูลเฟิ่ง ข้าก็จะเอาสิ่งที่ข้าต้องการมาให้ได้!” มู่เฉียนซีกล่าวอย่างหยิ่งผยองเป็นอย่างยิ่ง
.
.