ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ - ตอนที่ 2741 การข่มขู่อย่างหยิ่งผยอง
นางคิดจะทำตามที่วางแผนเอาไว้จริง ๆ เหมือนอย่างที่นางได้กล่าวไว้ เพราะรอหลังจากที่อาเล็กยืนหยัดอยู่ในแดนวิญญาณได้เมื่อไร นางก็จะกลายเป็นรุ่นที่สองที่ไม่ต้องเกรงกลัวผู้ใดในแดนวิญญาณอีก
ครั้งนี้เป็นตระกูลเฟิ่งเองที่ขาดเหตุผล และยังแอบทำเรื่องที่น่าละอายโดยที่ไม่บอกใคร แล้วยังกล้าซ่อนจากองค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณอีกด้วย
หากนางก่อเรื่องใหญ่จนเรื่องไปถึงองค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณ คนที่ต้องพบจุดจบต้องไม่ใช่นาง แต่เป็นตระกูลเฟิ่งต่างหาก คอยดูว่าใครจะกลัวใครกันแน่
ในเมื่อมู่เฉียนซีตัดสินใจได้แล้ว นางก็ตรงออกไปอย่างอวดดีทันที
นางไม่กลัวโดนตระกูลเฟิ่งค้นพบ และเตรียมเผชิญหน้าโดยตรง!
แม้แต่การปลอมตัวยังถูกยกเลิก และการที่มู่เฉียนซีไม่ได้ปกปิดเช่นนี้ แน่นอนว่าย่อมต้องทำให้คนของตระกูลเฟิ่งตื่นตกใจเป็นธรรมดา
“ท่านผู้นำตระกูล แย่แล้วขอรับ มีคนบุกเข้าไปในห้องลับขอรับ!”
“ท่านผู้นำตระกูล!”
ความลับของพวกเขาตระกูลเฟิ่งจะถูกคนอื่นล่วงรู้ได้อย่างไร ดังนั้นคนนอกทุกคนที่ได้รู้เรื่องนี้ จะต้องถูกฆ่าอย่างไร้ความปรานี!
หลังจากนั้นนายน้อยของตระกูลเฟิ่งก็พายอดฝีมือกลุ่มหนึ่ง บุกไปยังทางเข้าของห้องลับแห่งนั้น
และในตอนนี้มู่เฉียนซีก็กำลังเดินออกมาจากห้องลับพอดี นางกล่างว่า “นายน้อยเฟิ่ง ข้าคือแขกผู้มีเกียรติของตระกูลเฟิ่งของพวกเจ้า แต่การที่เจ้าพาคนมามากมายเช่นนี้ ทำให้ข้าที่เป็นแขกผู้มีเกียรติตกใจมากจริง ๆ ตระกูลเฟิ่งของพวกเจ้าปฏิบัติต่อแขกเช่นนี้อย่างนั้นหรือ?”
ในงานเลี้ยงเล็ก ๆ นั่น มู่เฉียนซีเองก็เคยเห็นนายน้อยของตระกูลเฟิ่งผู้นี้เช่นกัน
รูปลักษณ์ภายนอกของเขามีความคล้ายกับโยวเยี่ยจี๋เล็กน้อย ช่างสมกับที่เป็นลูกพี่ลูกน้องกันจริง ๆ
นางกำลังคิดว่าจะไปตามหาเขาอยู่พอดี คิดไม่ถึงว่าเขาจะมาหานางถึงที่เช่นนี้
ดูเหมือนว่าการค้นหาเมล็ดพันธุ์ของม่านถัวหลัว จะเป็นไปได้อย่างราบรื่นมากเลยทีเดียว
นายน้อยเฟิ่งกล่าวอย่างประหลาดใจเล็กน้อยว่า “มู่เฉียนซี คิดไม่ถึงเลยว่าจะเป็นเจ้า! ถือว่าอยู่ในฐานะแขกผู้มีเกียรติของพวกเราตระกูลเฟิ่ง แล้วคิดว่าจะมายังสถานที่ที่ไม่ควรมาได้อย่างนั้นหรือ นี่คือเรื่องที่แขกอย่างเจ้าควรทำหรืออย่างไรกัน”
มู่เฉียนซีกล่าวตอบว่า “ใช่แล้ว! นอกจากนี้ข้ายังได้เห็นเรื่องที่ตระกูลเฟิ่งของพวกเจ้าแอบซ่อนเอาไว้เหล่านั้นอีกด้วย! เฟิ่งเสี่ยวเยี่ยนผู้หญิงคนนั้น คาดว่าก็คงใช้วิธีนี้สร้างออกมาเหมือนกันสินะ! ตระกูลอันดับที่สองของแดนวิญญาณอะไรกัน ทั้งหมดนี้ก็เป็นแค่คนขี้ขลาดที่อาศัยเหล่าหญิงสาวกลุ่มหนึ่งมาทำให้ตระกูลของตนเองมั่นคงขึ้นเท่านั้น มันช่างน่าขันเสียจริง ๆ”
แววตาของนายน้อยเฟิ่งฉายแววโหดเหี้ยมขึ้นมาทันที เขากล่าวอย่างดุดันว่า “มู่เฉียนซี อย่าคิดว่าองค์จักรพรรดินีแห่งแดนวิญญาณเป็นคนพาเจ้ามา หรือเพราะเป็นหลานสาวขององค์รัชทายาทอวู่ซวง แล้วตระกูลเฟิ่งของข้าจะไม่กล้าแตะต้องเจ้า! ตอนนี้เจ้ารู้ความลับของพวกเรามากเกินไปแล้ว จงรอรับการลงโทษจากพวกเราเสียเถอะ!”
“ลงมือ จับมู่เฉียนซีเอาไว้!”
เพราะเรื่องนี้ไม่สามารถปล่อยให้ถูกเปิดเผยได้เป็นอันขาด ดังนั้นนายน้อยเฟิ่งจึงสั่งให้คนลงมือทันที
แต่ทว่าถึงแม้มู่เฉียนซีจะตกอยู่ในฐานทัพขนาดใหญ่ของคนตระกูลเฟิ่ง แต่นางที่กำลังถูกล้อมโจมตีก็ไม่ได้มีความหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย
นางกล่าวด้วยความหยิ่งผยองว่า “มาสู้กันเลย! ข้ายินดีมากที่จะได้เล่นเป็นเพื่อนเจ้า มังกรร้าย เจ้าผลไม้น้อย โจมตี!”
ตูมม โครมมม!
มีเสียงดังสนั่นหวั่นไหวออกมา และทั้งสองฝ่ายก็เริ่มต่อสู้กันไปสักระยะหนึ่ง
ทั้งมังกรวารีและนิรันดร์ต่างก็ต่อสู้ด้วยพลังที่เหนือกว่า เจ้าพวกคนเหล่านี้ช่างอ่อนแอเสียจริง ๆ!
ฟิ้ววว!
และเข็มยาของมู่เฉียนซีก็เจาะลงไปบนผิวหนังของนายน้อยเฟิ่งโดยตรง
หลังจากนั้นนายน้อยเฟิ่งก็เซไปเล็กน้อย และเขาก็ถูกมู่เฉียนซีจับเอาไว้อย่างรวดเร็ว
นี่เขาถูกจับเป็นตัวประกันอย่างนั้นหรือ! นายน้อยเฟิ่งเบิกตากว้างด้วยความตกใจ
เวลานี้ผู้นำตระกูลเฟิ่งได้มาถึงแล้ว เขากล่าวอย่างโกรธเคืองว่า “มู่เฉียนซี ตระกูลเฟิ่งของข้าเห็นว่าเจ้าเป็นแขกผู้มีเกียรติ แต่คิดไม่ถึงเลยว่าเจ้าจะกล้ามาก่อปัญหาในตระกูลเฟิ่งของข้าเช่นนี้! อย่าคิดว่าฝ่าบาทจะกลายเป็นองค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณ แล้วเจ้าจะทำตัวไร้ยางอาย ไม่เห็นตระกูลเฟิ่งของข้าอยู่ในสายตาได้นะ”
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “ท่านผู้นำตระกูลเฟิ่ง ข้ามีคำขอเพียงข้อเดียวเท่านั้น! หาท่านยอมรับปากแล้วละก็! ข้าก็จะปล่อยคนไป และพวกเราก็มาประนีประนอมกัน! แต่หากท่านไม่ยอมรับปากแล้วละก็ หัวของนายน้อยเฟิ่งคงต้องตกลงไปบนพื้นเป็นแน่”
หลังจากนั้นกระบี่ยาวที่คมกริบก็วางอยู่บนต้นคอของนายน้อยเฟิ่ง ซึ่งมันก็ทำให้ร่างของนายน้อยเฟิ่งสั่นเทาเล็กน้อย “เจ้า…เจ้ามันเป็นผู้หญิงบ้า เจ้ากล้าดีอย่างไร”
ตระกูลเฟิ่งหยิ่งผยองถึงขนาดนี้ แม้แต่ขุนนางหรือเหล่าองค์ชายก็ยังไม่กล้าทำเช่นนี้เลย! คิดไม่ถึงเลยว่าเด็กน้อยอย่างมู่เฉียนซีจะกล้าอาละวาดถึงขนาดนี้ได้
ผู้นำตระกูลเฟิ่งกัดฟันด้วยความโกรธเคือง เขากล่าวว่า “มู่เฉียนซี เจ้าต้องการอะไรกันแน่”
มู่เฉียนซีกล่าว “ข้าต้องการเมล็ดพันธุ์ของม่านถัวหลัว เรื่องง่าย ๆ แค่นี้แหละ”
“ข้าไม่รู้ว่าสิ่งนั้นคืออะไร ม่านถัวหลัวแห่งแดนวิญญาณหายสาบสูญไปนานกว่าหลายแสนปีแล้ว ฉะนั้นข้าจะไปมีเมล็ดพันธุ์ของพวกมันได้อย่างไร เจ้าอย่ามาพูดจาไร้สาระไปหน่อยเลย!” ผู้นำตระกูลเฟิ่งกล่าวอย่างเดือดดาล
“ความจริงแล้วมีหรือไม่นั้น ท่านเองรู้ดีอยู่แก่ใจ คิดว่าข้าไม่ได้เข้าไปดูในห้องกลั่นยามาอย่างนั้นหรือ คิดว่าข้าไม่เคยถามนักปรุงยาเหล่านั้นมาก่อนเลยหรือ อย่างไรเสียมันก็มีอยู่แล้ว ผู้นำตระกูลเฟิ่ง เป็นคนมันก็ต้องซื่อสัตย์สักหน่อยนะ” มุมปากของมู่เฉียนซียกโค้งขึ้นมาอย่างเย็นชา
ผู้นำตระกูลเฟิ่งโมโหจนแทบที่จะกระอักเลือดออกมาอยู่แล้ว “ไม่มีทาง หากเจ้าปล่อยคนเสียตั้งแต่ตอนนี้ ข้าจะไว้ชีวิตเจ้า มิเช่นนั้นแล้วละก็ อย่าหาว่าผู้นำตระกูลเฟิ่งอย่างข้าไม่เกรงใจก็แล้วกัน!”
“ข้าไม่มีทางปล่อยหรอก จะให้หรือไม่ให้ล่ะ” มู่เฉียนซีกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา
แววตาของผู้นำตระกูลเฟิ่งมืดมนลงทันที เขาออกคำสั่งว่า “ไปกำจัดมู่เฉียนซีเดี๋ยวนี้ และไม่ว่าอย่างไรก็อย่าปล่อยให้นางสาวน้อยที่น่ารังเกียจผู้นี้มีชีวิตรอดไปได้เป็นอันขาด!”
“แต่ว่านายน้อย…” คนของตระกูลเฟิ่งผงะไปเล็กน้อย ตอนนี้นายน้อยกำลังถูกจับเป็นตัวประกันอยู่นะขอรับ!
“ไม่ต้องสนใจเขาแล้ว!” ผู้นำตระกูลเฟิ่งกล่าวอย่างเย็นชา
ตระกูลในแดนวิญญาณแห่งนี้มีความสัมพันธ์ทางครอบครัวที่เบาบางเป็นพิเศษ ผู้นำตระกูลเฟิ่งสนใจแต่ตระกูลเฟิ่งของเขาเท่านั้น เพราะมันคืออำนาจในมือของเขานั่นเอง
ส่วนลูกชาย สำหรับเขาแล้วไม่มีอะไรไปมากกว่านี้อีกแล้ว
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “อ๋อ! ที่แท้เจ้านี่ก็ไม่มีประโยชน์อะไรเลยสินะ!”
นายน้อยเฟิ่งเกือบจะหมดสติไปด้วยความตกใจ และนางก็รีบคว้าเขาเอาไว้ก่อนที่จะถูกคนคนหนึ่งโจมตี จากนั้นก็ใช้การเคลื่อนย้ายภายในชั่วพริบตาหายตัวไปจากจุดนั้นในทันที
“นายท่าน!” มังกรวารีเฝ้าอยู่ข้างกายมู่เฉียนซี ซึ่งมันก็ทำให้การโจมตีของพวกเขาไม่สามารถเข้าใกล้มู่เฉียนซีได้เลยแม้แต่น้อย
นางกล่าวว่า “ในที่สุดข้าก็เข้าใจแล้ว ผู้นำตระกูลเฟิ่ง สิ่งที่เจ้าให้ความสำคัญมากที่สุดก็คือตระกูลเฟิ่ง! เช่นนั้นข้าจะพูดอีกประโยคหนึ่ง หากเจ้าอยากให้ตระกูลเฟิ่งถูกทำลายแล้วละก็ เจ้าก็สามารถลองลงมือกับข้าได้ แต่หากต้องการให้ตระกูลเฟิ่งอยู่อย่างสงบสุขปลอดภัย เจ้าก็จงมอบเมล็ดพันธุ์ของม่านถัวหลัวให้กับข้า แล้วเรื่องในวันนี้จะสิ้นสุดลง!”
ความหยิ่งผยองเช่นนี้ของมู่เฉียนซี ทำให้คนของตระกูลเฟิ่งตื่นตระหนกมากทีเดียว
นางสาวน้อยผู้นี้คิดว่ามีโยวเยี่ยอวู่ซวงคอยหนุนหลังอยู่ แล้วจะกำเริบเสิบสานได้อย่างนั้นหรือ
โยวเยี่ยอวู่ซวงจะกลายเป็นองค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณได้หรือไม่ มันก็ยังไม่แน่เสียหน่อย!
“กำจัดนางซะ!” ผู้นำตระกูลเฟิ่งตะโกนกล่าว
“ในเมื่อเจ้าไม่ยอมให้ความร่วมมือเช่นนี้ พวกข้าก็คงทำได้เพียงต่อสู้ต่อไปเท่านั้น” หลังจากนั้นมู่เฉียนซีก็ปล่อยพลุสัญญาณออกไป ทันใดนั้นดอกไม้ไฟก็ปรากฏขึ้นมากลางท้องฟ้า
เมื่อต้องเข้ามาในถ้ำเสือแล้ว คนอย่างมู่เฉียนซีจะไม่มีการเตรียมตัวได้อย่างไร
ดอกไม้ศักดิ์สิทธิ์ทั้งสี่มีความสำคัญสำหรับนางเป็นอย่างมาก หากค้นพบมันเมื่อไรแน่นอนว่าต้องทำทุกวิถีทางเพื่อเอามันมาให้ได้
ไม่ว่าจะต้องแย่งมันมาจากมือของผู้ใด หรือไม่ว่าจะมีอุปสรรคมากมายแค่ไหนก็ตาม
และหากว่ามีอุปสรรคคอยขัดขวาง ก็แค่เก็บกวาดให้เรียบร้อยก็เพียงพอแล้ว
นี่เป็นการตัดสินใจร่วมกันของนางกับจิ่วเยี่ย อาเล็กและยังมีผู้ผูกพันธสัญญาของนางอีกด้วย ดังนั้นแม้ว่านางจะต้องเผชิญหน้ากับตระกูลอันดับสองของแดนวิญญาณ ผู้ที่เป็นถึงตระกูลขององค์จักรพรรดินีแห่งแดนวิญญาณ แต่มู่เฉียนซีก็ไม่หวาดกลัวอยู่ดี
“เจ้า…นี่เจ้ากำลังจะเรียกกำลังเสริมมาช่วยอย่างนั้นหรือ ยอมแพ้เถอะ! เพราะกว่าจะรอให้กำลังเสริมมาถึง เจ้าก็คงได้กลายเป็นนักโทษของตระกูลเฟิ่งของข้าไปแล้ว!” ผู้นำตระกูลเฟิ่งกล่าวอย่างโกรธเคือง
ตูมม โครมมม!
พวกมู่เฉียนซีมีเพียงแค่ห้าคนเท่านั้น แต่คนของตระกูลเฟิ่งของพวกเขากลับมีคนหลั่งไหลมาเรื่อย ๆ ราวกับสายน้ำก็มิปาน
พวกเขารู้สึกว่า ยอดฝีมือของตระกูลเฟิ่งสามารถจัดการมู่เฉียนซีได้อย่างง่ายดาย
แต่พวกเขาก็ค้นพบว่าผู้พิทักษ์ที่อยู่ข้างกายของมู่เฉียนซีนั้นกลับมีความสามารถที่แข็งแกร่งเป็นอย่างมาก พวกเขาไม่สามารถเจาะการป้องกันมาได้สักระยะแล้ว ทีนี้ก็ไม่สามารถจัดการมู่เฉียนซีได้น่ะสิ
“ไปแจ้งให้ผู้อาวุโสคนอื่นมาที่นี่ เร็วเข้า! เจ้ามังกรร้ายนั่นยังพอจัดการได้ แต่เจ้าผู้ชายสองคนนั้น…”
“มุ่งเป้าโจมตีมู่เฉียนซี เมื่อเจ้านายของพวกมันอยู่ในมือของพวกเรา ถึงพวกมันจะแข็งแกร่งเพียงใดก็เป็นได้เพียงแค่เสือกระดาษเท่านั้น”
และในเวลานี้เอง นักปรุงยาหลายคนก็พุ่งทะยานออกมาพลางกล่าวว่า “ท่านผู้นำตระกูล ระวังด้วยขอรับ!”
.
.