ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ - ตอนที่ 2757 บดขยี้จิตวิญญาณ
โยวเยี่ยจี๋มองไปที่ผู้คนพลางกล่าวว่า “ทุกคนต่างก็รู้ดี เสด็จพ่อของข้าเป็นองค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณมาเป็นเวลานานมากแล้ว ชีวิตของเขากำลังจะสิ้นสุดลงแล้ว หากไม่สามารถบรรลุได้ตลอดชีวิต ไม่ว่าก่อนหน้านี้จะเป็นองค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณที่ทรงพลังหรือไม่ แต่เขาก็ไม่สามารถต้านทานโชคชะตาได้”
“ข้าค้นพบว่าเสด็จพ่อเจอหนทางต่อต้านโชคชะตาได้แล้ว ซึ่งนั่นก็คือหาคนที่มีสายเลือดเดียวกัน จากนั้นก็กลืนกินจิตวิญญาณ พร้อมทั้งใช้ร่างกายของเขา เพื่อซ่อนจากสวรรค์ และใช้ชีวิตอยู่ต่อไป”
“ที่เสด็จพ่อแทบรอให้น้องอวู่ซวงสืบทอดบัลลังก์ไม่ไหว นั่นก็เป็นเพราะต้องการกลืนกินจิตวิญญาณของน้องอวู่ซวงที่อยู่ภายในเสาทงเทียนต้นนี้ และใช้ร่างกายของเขา เพื่อกลายเป็นองค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณองค์ใหม่! เมื่อถึงเวลานั้นก็ไม่อาจรู้ได้เลยว่าน้องอวู่ซวงกลายเป็นองค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณ หรือเสด็จพ่อได้เป็นองค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณต่อกันแน่! เสด็จพ่อได้คำนวณแผนการมาอย่างรอบครอบแล้ว ซึ่งมันก็ได้ทำลายความประทับใจที่อยู่ภายในใจของข้าไปจนหมดสิ้นจริง ๆ ดังนั้นวันนี้แม้ว่าเฉียนซีจะไม่บังคับให้ข้าพูด ข้าก็จะพูดมันออกมาอยู่ดี! ข้าเองก็ไม่สามารถปล่อยให้น้องอวู่ซวงตายไปทั้งอย่างนี้ได้เช่นกัน!” โยวเยี่ยจี๋กล่าวด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความโศกเศร้า
“อาเล็กของข้าไม่มีทางตายแน่นอน โยวเยี่ยจี๋ เจ้าอย่าพูดจาไร้สาระให้มากเกินไปนักเลย!” ดวงตาของมู่เฉียนซีลุกโชนไปด้วยความโกรธเคือง
กระบี่มังกรเพลิงพิฆาตวิญญาณที่อยู่ภายในมือ ก็ได้ระเบิดพลังแห่งเปลวเพลิงอันน่าสะพรึงกลัวออกมา และห่อหุ้มโยวเยี่ยจี๋เอาไว้!
พรึ่บ!
ความสามารถของโยวเยี่ยจี๋เองก็ไม่ได้อ่อนแอเช่นกัน
ที่เขายอมอยู่ในกำมือของมู่เฉียนซีเมื่อครู่นี้ ก็เป็นเพียงแค่การเสแสร้งของเขา เพื่อเป็นข้ออ้าง ในการพูดเรื่องนี้ออกมาเท่านั้น
โยวเยี่ยจี๋กล่าวว่า “มู่เฉียนซี ข้ารู้ว่าเจ้าให้ความสำคัญกับน้องอวู่ซวงมาก และยังถือว่าน้องอวู่ซวงเป็นญาติคนสำคัญของเจ้าอีกด้วย แต่ในเมื่อเรื่องมาถึงขนาดนี้แล้ว เจ้าก็อย่าหุนหันพลันแล่นเกินไปนักเลย! เสด็จพ่อของข้าเป็นถึงองค์จักรพรรดิที่ปกครองแดนวิญญาณ ทั้งยังใช้ร่างกายของน้องอวู่ซวง ฉะนั้นเจ้าอย่าได้ทำเรื่องที่บู่มบ่ามอย่างการลงมือโจมตีเสด็จพ่อของข้าเป็นอันขาด!”
“ปากนั่นเต็มไปด้วยคำพูดไร้สาระสินะ!” มู่เฉียนซีกล่าวอย่างเดือดดาล และกวัดแกว่งกระบี่ออกไปอีกครั้ง
“เจ้าหุบปากไปเสียเถอะ!”
“ได้! ข้าจะหุบปาก! ข้ารู้แล้ว เจ้าใจเย็นลงสักหน่อยเถอะ” โยวเยี่ยจี๋กล่าว
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า! ที่แท้ก็เป็นอย่างนี้นี่เอง ที่โยวเยี่ยจุนให้โยวเยี่ยอวู่ซวงเป็นองค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณ ไม่ได้เป็นเพราะว่าพระองค์ชื่นชมมันมากมายขนาดนั้นสินะ! ที่แท้ก็ทำเพื่อขโมยร่างของมันเท่านั้น! ข้าบอกแล้ว! เขารักในตำแหน่งองค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณมากขนาดนั้น แม้ตายก็คงตายบนตำแหน่งองค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณนั่นแหละ จะยอมสละตำแหน่งได้อย่างไร ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้นี่เอง!” องค์จักรพรรดินีหัวเราะขึ้นมาอย่างมีความสุข
มู่เฉียนซีกล่าวอย่างเย็นชาว่า “เจ้าหุบปากไปเลย!”
คนที่มาชมพิธีสืบทอดตำแหน่งเหล่านี้ต่างพากันถอนหายใจเช่นกัน เดิมทีคิดว่าวันนี้จะเป็นวันที่รุ่งโรจน์ที่สุดของโยวเยี่ยอวู่ซวงเสียอีก
แต่คิดไม่ถึงเลยว่าคนที่น่าสงสารผู้นี้กลับถูกบิดาแท้ ๆ ที่เป็นถึงเจ้าครองแดนวิญญาณคนหนึ่งวางแผนร้ายเช่นนี้
มีบางคนที่สงสารมู่อวู่ซวง และมีบางคนที่รู้สึกโกรธเคืองเพราะสิ่งที่มู่อวู่ซวงต้องเผชิญ
องค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณในฐานะที่เป็นเจ้าครองดินแดน คิดไม่ถึงเลยว่าจะกล้าทำเรื่องที่ทั้งน่ารังเกียจและไร้ยางอายเช่นนี้ออกมาได้ แม้แต่ลูกชายของตนเองยังวางแผนเช่นนี้ เขาไม่มีคุณสมบัติในการเป็นเจ้าครองดินแดนเลยแม้แต่น้อย
แต่ก็ยังมีบางคนที่คิดว่ามู่อวู่ซวงสมควรที่จะเสียสละ อย่างไรเสียองค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณก็เป็นถึงบิดาผู้ให้กำเนิดเขา อีกทั้งยังเป็นเจ้าครองดินแดนอีกด้วย
หากเสด็จพ่อต้องการจิตวิญญาณหรือชีวิตเขาก็ควรที่จะต้องมอบให้ อย่างไรเสียหากไม่มีองค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณ องค์รัชทายาทอวู่ซวงอย่างเขาก็คงไม่สามารถมีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้ได้หรอก
“อาเล็ก!” ภายในใจของมู่เฉียนซีทั้งโกรธและเป็นกังวลนัก
นางเอาแต่บอกกับตนเองว่า อาเล็กเคยเป็นถึงองค์จักรพรรดิวิญญาณอวู่ซวง ฉะนั้นแค่ลูกไม้เหล่านี้ขององค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณไม่เพียงพอที่จะอยู่ในสายตาของอาเล็กได้เลยด้วยซ้ำ
แต่เมื่อเห็นว่าอาเล็กยืนนิ่งไม่ขยับเขยื้อนอยู่ตรงนั้น นางก็อดที่จะเป็นกังวลไม่ได้เลยจริง ๆ!
พลังจิตวิญญาณของมู่เฉียนซีระเบิดออกไปทั่วแท่นบูชาแห่งนี้ ซึ่งพลังจิตวิญญาณนี้ก็ทำให้รู้สึกหายใจไม่ออกเลยทีเดียว
มู่เฉียนซีต้องการที่จะแทรกซึมเข้าไปในเสาหินทงเทียนนั้น เพื่อดูว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นกับอาเล็กกันแน่
ผู้คนต่างจ้องมองไปยังคนที่สวมกระโปรงยาวสีม่วงเข้มผู้นั้นด้วยความตกตะลึง สาวน้อยในชุดสีม่วงผู้นั้นช่างดูสูงศักดิ์เป็นอย่างยิ่ง
พลังจิตวิญญาณที่น่าสะพรึงกลัวเช่นนั้น นางแพร่กระจายมันออกมาเพียงลำพังอย่างนั้นหรือ! มันจะแข็งแกร่งเกินไปแล้ว! นี่ยังเป็นมนุษย์อยู่หรือไม่
โยวเยี่ยจี๋กล่าวว่า “มู่เฉียนซี เจ้าอย่าทำอะไรส่งเดช นั่นคือเสาทงเทียน หากไม่ใช่จิตวิญญาณของพวกเราราชวงศ์แดนวิญญาณก็ไม่สามารถเข้าไปได้หรอก เจ้าอาจจะถูกพลังของเสาทงเทียนฆ่าตายก็ได้!”
“ทำเช่นนี้ไม่เพียงแต่เจ้าจะช่วยน้องอวู่ซวงไม่ได้ ยังอาจทำให้ตัวเจ้าเองต้องตายอีกด้วย! ใจเย็นลงหน่อยเถอะ”
“ฝ่าบาทน้อยเฉียนซี!” คนของเมืองอวู่ซวงเหล่านั้นต่างกังวลเรื่องความบู่มบ่ามของมู่เฉียนซีเช่นกัน
ถึงพวกเขาไม่สามารถช่วยฝ่าบาทอวู่ซวงได้ แต่พวกเขาก็ไม่อาจปล่อยให้เกิดเรื่องอะไรขึ้นกับฝ่าบาทน้อยเฉียนซีได้เช่นกัน! มิเช่นนั้นพวกเขาจะไปอธิบายให้ฝ่าบาทอวู่ซวงฟังได้อย่างไร
มู่เฉียนซีมองไปทางมังกรวารีที่อยู่ข้างกลายพลางกล่าวว่า “มังกรวารี ครั้งนี้ข้าสามารถทำตามอำเภอใจได้หรือไม่”
มังกรวารีกล่าวตอบว่า “มันเป็นเพียงเสาหลักของโลกแห่งนี้เท่านั้น ซึ่งมันก็ไม่มีพลังเพียงพอที่จะทำลายจิตวิญญาณของนายท่านได้ ของเพียงนายท่านสามารถปล่อยวางได้ก็ทำให้ดียิ่งขึ้นแล้วขอรับ”
“อื้ม!” ในเมื่อมังกรวารีกล่าวถึงขนาดนี้ ฉะนั้นมู่เฉียนซีย่อมยอมที่จะปล่อยวางอย่างง่ายดายอยู่แล้ว
“มู่เฉียนซี นางช่างรนหาที่ตายจริง ๆ!” โยวเยี่ยจี๋จ้องมองแผ่นหลังของมู่เฉียนซีที่พุ่งทะยานออกไป พลางบ่นพึมพำ
พรวด พรวด พรวด!
ภายในเสาทงเทียนเวลานี้ องค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณได้รับบาดเจ็บอย่างต่อเนื่อง
เขาจ้องมองไปที่มู่อวู่ซวงอย่างเหลือเชื่อพลางกล่าวว่า “คิดไม่ถึงเลยว่าพลังจิตวิญญาณของเจ้าจะแข็งแกร่งถึงเพียงนี้! หรือว่าภายในอาณาจักรลับขององค์จักรพรรดิกุ่ยจวิน เจ้าไม่เพียงแต่ได้สืบทอดมรดกขององค์จักรพรรดิกุ่ยจวินเท่านั้น แต่ยังได้รับพลังจิตวิญญาณบางส่วนขององค์จักรพรรดิกุ่ยจวินมาด้วย มิเช่นนั้นเจ้าจะแข็งแกร่งถึงเพียงนี้ได้อย่างไร”
มู่อวู่ซวงกล่าวอย่างเย็นชาว่า “แผนการของเจ้าล้มเหลวแล้ว และเจ้าก็ต้องชดใช้อย่างสาสมเช่นกัน”
“ข้าไม่มีทางพ่ายแพ้ให้กับเด็กเหลือขออย่างเจ้าแน่ ไม่มีทางแน่นอน!” ภายในใจของโยวเยี่ยจุนเดือดดาลเป็นอย่างยิ่ง และพลังจิตวิญญาณของเขาก็พุ่งทะยานไปจนถึงขีดสุด
“ข้าเป็นเจ้าผู้ปกครองแห่งแดนวิญญาณของแดนวิญญาณมานานหลายปีขนาดนี้ ฉะนั้นไม่มีทางพ่ายแพ้ให้กับเจ้าอย่างแน่นอน” เนื่องจากว่าเขาใช้กลอุบายบางอย่างบนเสาทงเทียน เขาจึงกลายเป็นผู้ครอบครองความเหมาะสมอย่างสมบูรณ์แบบเอาไว้
“เช่นนั้นหากพวกเรารุมรังแกเจ้าสองต่อหนึ่งล่ะ! เจ้าคิดว่าเจ้าจะยังไม่แพ้อีกหรือไม่” ทันใดนั้นก็มีน้ำเสียงที่เย็นยะเยือกเสียงหนึ่งดังเข้ามา
พลังจิตวิญญาณที่ทำให้คนหายใจไม่ออกนั้น ได้ทำให้เสาทงเทียนนี้สั่นสะเทือนขึ้นมาทันที
“มู่เฉียนซี คิดไม่ถึงเลยว่าเจ้าจะเข้ามา!” โยวเยี่ยจุนรู้สึกเหลือเชื่อเป็นอย่างยิ่งที่ได้เห็นมู่เฉียนซี
“ซีเอ๋อร์เหตุใดเจ้าถึงบุกเข้ามาล่ะ ก็แค่สู้กับจิตวิญญาณของโยวเยี่ยจุนเท่านั้น อาสามารถรับมือได้อยู่แล้ว!” มู่อวู่ซวงกล่าวถาม
“แต่ข้าถูกปล่อยให้รออยู่ข้างนอกเพียงลำพัง และยังไม่รู้สถานการณ์ของอาเล็กอีกด้วย มันทำให้ข้าเป็นกังวลมากจริง ๆ นี่เจ้าคะ! ดังนั้นข้าเลยบุกเข้ามาเสียเลย” มู่เฉียนซีกล่าวตอบ
“ไม่สิ! เจ้า…เจ้าไม่ใช่คนของแดนวิญญาณของข้า แล้วจะเข้ามาข้างในนี้ได้อย่างไร” โยวเยี่ยจุนรู้สึกได้ว่ามีบางอย่างผิดปรกติ
หากคนที่ไม่ใช่คนของเผ่าวิญญาณเข้ามาที่นี่ ก็จะทำให้เสาทงเทียนนี้ขุ่นเคือง และทำให้จิตวิญญาณนั้นก็ถูกเสาทงเทียนกลืนกินไปในที่สุด
แต่ทว่าตอนนี้มู่เฉียนซีกลับเข้ามาได้ และเสาทงเทียนนี้ก็ไม่มีการตอบสนองเลยแม้แต่น้อย มีความผิดปกติเกิดขึ้นกับเสาทงเทียนนี้อย่างนั้นหรือ
ความจริงแล้วมันไม่ได้มีปัญหาอะไร เพียงแต่มันไม่กล้า! มีทั้งมหาวัตถุศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์หนุนหลัง และเป็นจิตวิญญาณแห่งโชคชะตา ดังนั้นมันจะกล้าขุ่นเคืองได้อย่างไร
มู่เฉียนซีกล่าวตอบว่า “องค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณ เรื่องนี้ไม่สำคัญหรอก เรื่องที่สำคัญก็คือแผนการของเจ้าได้ล้มเหลวแล้ว! เจ้าไม่สมควรที่จะเป็นพ่อคน และไม่สมควรที่จะเป็นเจ้าผู้ปกครองแดนวิญญาณอีกแล้ว เพื่อให้ตนเองมีชีวิตต่อไป เพื่อความทะเยอทะยานของตนเอง เจ้าถึงกับวางแผนเช่นนี้กับลูกชายของตนเอง เจ้านี่มันช่างชั่วร้ายจริง ๆ!”
“เจ้ารู้ได้อย่างไร” องค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณผงะไปทันที
“เจ้าคงต้องไปขอบคุณลูกชายของเจ้าโยวเยี่ยจี๋เสียแล้วล่ะ! เพราะเขาได้เอาเรื่องทั้งหมดของเจ้าไปป่าวประกาศให้ทุกคนรู้หมดแล้ว ตอนนี้ทุกคนต่างรู้แล้วว่าเจ้ากำลังทำอะไร!”
.