ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ - ตอนที่ 2763 มีผู้ช่วยเช่นกัน
“คิดไม่ถึงเลยว่ามู่เฉียนซีจะเป็นคนของเผ่าคำสาป นางซ่อนเอาไว้ลึกมาก จนพวกเราไม่สามารถค้นพบได้เลย!”
คนที่สามารถใช้ทักษะคำสาปได้ล้วนเป็นคนของเผ่าคำสาป และนี่ก็คือสิ่งที่ผู้คนทั่วไปต่างรู้กันดี
มู่เฉียนซีไม่ได้ยอมรับหรือปฏิเสธ ในเมื่อพวกเขาต้องการให้เผ่าคำสาปรับผิดชอบ เช่นนั้นก็ปล่อยให้เผ่าคำสาปรับผิดชอบไปเถอะ!
“คิดไม่ถึงเลยว่า มหาวัตถุศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์จะตกอยู่ในน้ำมือของเผ่าคำสาป แต่เผ่าคำสาปกลับไม่ได้ปล่อยข่าวใด ๆ ออกมาเลยด้วยซ้ำ!”
มู่เฉียนซีเพียงแค่แสดงทักษะคำสาปที่ร้ายกาจเล็กน้อย ก็ทำให้คนของเผ่าคำสาปถูกคนของเผ่าเทพเหล่านี้คับแค้นใจแล้ว
“ต้องกำจัดมู่เฉียนซี มีเพียงนักเล่นคาถาอาคมอย่างนาง ถึงจะสามารถหยุดทักษะคำสาปได้!” เผ่าเทพมีทั้งหมดเจ็ดคน และพวกเขาก็แบ่งออกมาสามคนเพื่อไปจัดการกับมู่เฉียนซี ส่วนคนที่เหลือเหล่านั้นก็รับมือกับราชาโครงกระดูกดำตัวนี้
“มาแล้วสินะ!” ภายในดวงตาของนิรันดร์ฉายแววเย็นยะเยือกออกมา และเตรียมเผชิญหน้ากับศัตรูเหล่านั้น
มังกรวารีได้กลายร่างเป็นเทพมังกรสีฟ้า พลางกล่าวอย่างเย็นชาว่า “นายท่านของข้า พวกเจ้าจะสามารถมาทำร้ายได้อย่างไร”
ปัง ปัง ปัง!
การต่อสู้ระหว่างเผ่าเทพและพวกของมังกรวารีเริ่มต้นขึ้น ซึ่งมู่เฉียนซีก็อยู่ภายใต้การคุ้มครองของพวกเขา เพื่อไม่ปล่อยให้คนของเผ่าเทพเหล่านี้สามารถมาทำอันตรายนางได้แม้แต่น้อย
และพวกเขาก็ได้รู้ถึงความแข็งแกร่งของมหาวัตถุศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์ ซึ่งนั่นยิ่งทำให้พวกเขามุ่งมั่นอยากจะนำเอามหาวัตถุศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์ไปถวายให้เจ้านายของพวกเขามากขึ้นไปอีก
หากสามารถนำเอามหาวัตถุศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์ไปถวายแก่เจ้านายของพวกเขาได้ พวกเขาจะต้องสามารถบรรลุถึงผลสำเร็จในชั่วเวลาสั้น ๆ ได้อย่างแน่นอน
ตูมม โครมม!
พรึ่บ!
ทันทีที่นิรันดร์ลงมือ ก็ได้ใช้พลังธาตุวายุรั้งคอคนของเผ่าเทพคนหนึ่งเอาไว้
แต่ทว่าความแข็งแกร่งของนิรันดร์ในเวลานี้อ่อนแอจนมาถึงจุดที่เปราะบางมากที่สุดแล้ว ดังนั้นมังกรวารีจึงต้องสู้กับคนสองคนเพียงลำพัง และโจมตีศัตรูอย่างดุเดือด
การต่อสู้ระหว่างมู่อวู่ซวงกับโยวเยี่ยจี๋ยังคงดำเนินต่อไป มู่อวู่ซวงอย่างเขาเป็นถึงองค์จักรพรรดิกุ่ยจวิน สำหรับผู้แข็งแกร่งจอมปลอมที่ยกระดับความสามารถด้วยการบีบคั้นออกมาคนหนึ่งผู้นี้ แม้ว่าการต่อสู้ก่อนหน้านี้จะทำให้ผลาญพลังไปไม่น้อย แต่เขาไม่มีทางพ่ายแพ้อย่างแน่นอน
เฟี้ยวว!
กระบี่สะท้านนภาแผดเสียงออกมา หลังจากนั้นเงากระบี่จำนวนนับไม่ถ้วนก็พุ่งจู่โจมไปทางโยวเยี่ยจี๋
ฉัวะ ฉัวะ ฉัวะ!
บนร่างกายของโยวเยี่ยจี๋มีรอยแผลปรากฏขึ้นมาอีกหลายแห่ง ซึ่งมันก็ทำให้สีหน้าของเขาเปลี่ยนเป็นซีดเผือดขึ้นมาทันที
“คิดว่ายกระดับความสามารถแล้วจะกลายเป็นยอดฝีมือไร้เทียมทานอย่างนั้นหรือ คิดว่ารู้จักการวางแผนเพียงไม่กี่ครั้ง ก็จะสามารถกลายเป็นเจ้าผู้ปกครองแดนวิญญาณได้แล้วหรืออย่างไร ข้าจะบอกเจ้าให้นะ! มันไม่มีทางเป็นไปได้หรอก!” แววตาของมู่อวู่ซวงกวาดไปทางโยวเยี่ยจี๋อย่างเย็นชา
ด้วยท่าทางที่สูงส่งของมู่อวู่ซวง ได้ทำให้โยวเยี่ยจี๋โกรธเคืองเป็นอย่างยิ่ง
เขาคำรามด้วยความโกรธว่า “ข้าสามารถเอาชนะได้ ข้าเอาชนะเจ้าได้อย่างแน่นอน การต่อสู้นี้ ข้าได้คำนวณเอาไว้แล้ว และข้าก็คำนวณเอาไว้แล้วว่าข้ามีโอกาสสูงที่จะเอาชนะได้ ดังนั้นข้าไม่มีทางพ่ายแพ้แน่!”
การคำนวณของเขา เป็นสภาวะที่เหมาะสมมากที่สุดสำหรับตนเอง แต่หากดูข้อเท็จจริงที่เหมือนว่าจะเกิดขึ้น ตัวแปรที่เปลี่ยนไปหาใช่สิ่งที่เขาจะสามารถคำนวณออกมาได้
แม้แต่เทพพยากรณ์อันดับหนึ่งของแดนเทพยังเกิดข้อผิดพลาดได้ และยังทำให้แผนการของตนเองล้มเหลวอย่างน่าสมเพชครั้งแล้วครั้งเล่า ฉะนั้นยิ่งไม่ต้องพูดถึงโยวเยี่ยจี๋ที่ไม่ใช่เทพพยากรณ์เลย!
พรึ่บ พรึ่บ พรึ่บ!
พลังธาตุวารีที่แข็งแกร่งได้แช่แข็งคนของเผ่าเทพสองคนนั้นเอาไว้ ส่วนที่เหลืออีกสี่คนยังคงต่อสู้อยู่กับราชาโครงกระดูกดำ
เมื่อพวกเขาเห็นว่าสหายทั้งสามของตนตายไปแล้ว ส่วนโยวเยี่ยจี๋เจ้าคนไร้ความสามารถที่เชื่อถือไม่ได้ผู้นั้น แม้จะใช้เวลาไปนานมากแล้ว นอกจากจะยังไม่สามารถจัดการองค์จักรพรรดิอวู่ซวงได้ แต่กลับทำให้ตนเองต้องเสียเปรียบอีกด้วย
พวกเขากล่าวอย่างเย็นชาว่า “พวกเรามีหนทางแล้ว! ปิดกั้นกลิ่นอายของพวกเรา หลังจากนั้นก็มาดูกันว่าเจ้าราชาโครงกระดูกดำนี่จะโจมตีใคร”
พวกเขานำเอามหาวัตถุศักดิ์สิทธิ์เทพออกมาชิ้นหนึ่ง หลังจากนั้นมหาวัตถุศักดิ์สิทธิ์เทพชิ้นนี้ก็ได้ระเบิดลำแสงศักดิ์สิทธิ์ออกมาปกคลุมพวกเขาเอาไว้ ซึ่งมันก็สามารถซ่อนกลิ่นอายของเผ่าเทพได้อย่างสมบูรณ์
ในเมื่อไม่มีกลิ่นอายของเผ่าเทพแล้ว มันก็หาเป้าหมายในการโจมตีไม่เจอ แน่นอนว่าราชาโครงกระดูกดำนี่ย่อมต้องหันไปโจมตีมู่เฉียนซีอยู่แล้ว
คนของเผ่าเทพเหล่านั้นกล่าวว่า “มู่เฉียนซี เจ้าคิดจะใช้ประโยชน์จากเจ้าสิ่งนี้ในการจัดการพวกข้า! แต่เกรงว่าเจ้าจะคิดไม่ถึงว่า มันในตอนนี้จะเริ่มแว้งกัดเจ้าสินะ! เจ้าจะต้องเสียใจภายหลังอย่างแน่นอน ที่ไม่สามารถกำจัดมันไปได้อย่างสมบูรณ์!”
มู่เฉียนซีกลับกล่าวอย่างสงบว่า “ข้าเป็นคนทำเจ้าสิ่งนี้ออกมา ฉะนั้นข้าไม่มีทางปล่อยให้มันทำร้ายเจ้านายอยู่แล้ว!”
“ระเบิด! ระเบิด! ระเบิด!” เยี่ยหลิงกล่าวอย่างดุเดือด
ทันใดนั้น ภายในกระดูกราชาโครงกระดูกดำก็ได้มีพลังแห่งชีวิตไหลทะลักออกมาอย่างต่อเนื่อง และพลังแห่งชีวิตเหล่านี้ทำให้โครงกระดูกดำระเบิดขึ้นโดยตรง!
ทันทีที่นิรันดร์โบกมือ ก็ทำให้ราชาโครงกระดูกดำที่ระเบิดนี้ พุ่งไปทางคนของเผ่าเทพที่กำลังซ่อนกลิ่นอายอยู่ทางนั้น
สีหน้าของคนคนจากเผ่าเทพเหล่านั้นเปลี่ยนไปอย่างมาก มีคนกล่าวว่า “บัดซบเอ้ย! รีบหลบเร็ว!”
ตูมม โครมม!
มีเสียงระเบิดดังออกมา ราชาโครงกระดูกดำที่ระเบิดอย่างสมบูรณ์เมื่อครู่นี้กำลังทำลายล้างไปทั่วทุกทิศทาง ซึ่งมันก็ทำให้คนของเผ่าเทพเหล่านั้นจนตรอกเป็นอย่างยิ่ง
หลังจากที่รอให้เสียงระเบิดหยุดลง พวกเขาก็กลับมาอีกครั้ง และพุ่งทะยานไปทางมู่เฉียนซี!
“การต่อสู้ใหญ่ครั้งแล้วครั้งเล่าเมื่อครู่นี้ต้องทำให้พลังของพวกเจ้าถูกผลาญไปอย่างรวดเร็ว ฉะนั้นการเผชิญหน้ากับพวกเราในครั้งนี้ พวกเจ้าจะต้องตายแน่นอน!”
“พวกเจ้าลงมือช้าเกินไปแล้ว! รอมานานขนาดนี้ ยังไม่สามารถจัดการได้ และยังเอามหาวัตถุศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์มาไม่ได้อีก!”
ทันใดนั้น ร่างเงาทั้งห้าก็พุ่งทะยานออกมาราวกับสายฟ้าก็มิปาน
เผ่าเทพที่ลงมือก่อนหน้านี้ ไม่ใช่เผ่าเทพที่ร่วมมือกับโยวเยี่ยจี๋ทั้งหมด
คิดไม่ถึงเลยว่าจะมีเผ่าเทพซ่อนตัวอยู่ในแดนวิญญาณมากกว่าสิบคน ซึ่งมันก็ทำให้โยวเยี่ยจุนเบิกตากว้างด้วยความตกใจ
เรื่องเช่นนี้ เขาที่เป็นองค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณเพิ่งจะมารู้วันนี้ ลูกชายของเขาโยวเยี่ยจี๋ช่างทำเรื่องไว้ดีจริง ๆ!
ในเมื่ออีกฝ่ายมีคนเพิ่มมาอีกหลายคน ซึ่งนี่ก็ได้สร้างแรงกดดันให้กับพวกของมู่เฉียนซีเป็นอย่างมาก
แต่ทว่ามู่เฉียนซีกลับไม่กลัวเลยแม้แต่น้อย และกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “โยวเยี่ยจี๋ ข้ารู้ว่าพวกเจ้าคิดว่ามีแค่พวกเจ้าที่มีกำลังเสริม แต่ข้าไม่มีอย่างนั้นหรือ?”
“กำลังเสริมอย่างนั้นหรือ! เผ่าเทพของพวกข้าแข็งแกร่งที่สุดแล้ว เจ้าจะสามารถไปเอากำลังเสริมมาจากที่ไหนได้อีก ไปแดนปีศาจอย่างนั้นหรือ” คนเผ่าเทพสองสามคนที่อยู่ตรงหน้านี้กล่าวอย่างดูถูก
ดูเหมือนว่าพวกเขาจะคิดว่าพวกของมู่เฉียนซีเป็นคนง่าย ๆ ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่สามารถต่อต้านพวกเขาได้ก็มิปาน
“แดนปีศาจหรือ ไม่ใช่! เป็นแดนนรกต่างหาก!” มู่เฉียนซีกล่าวอย่างเย็นชา
และทันใดนั้น พวกเขาก็รู้สึกว่าท้องฟ้ามืดลงอย่างกะทันหัน
อย่างที่รู้กันว่าเรื่องในครั้งนี้ โยวเยี่ยจี๋เป็นคนวางแผน มีเผ่าเทพคอยช่วยเหลือ แล้วมู่เฉียนซียจะออมมือได้อย่างไร
แม้ว่าพวกมังกรวารีและอาเล็กจะแข็งแกร่งเพียงพอ แต่มู่เฉียนซีก็ได้วางแผนขั้นสุดท้ายเอาไว้แล้ว
แดนนรก!
ทันใดนั้น คนของเผ่าเทพเหล่านี้ก็รู้สึกได้ถึงลางสังหรณ์ที่เลวร้ายเป็นอย่างมาก
สถานที่อย่างแดนนรกเป็นสถานที่ต้องห้ามสำหรับพวกเขา เพราะไม่รู้ว่ามีคนที่ต้องไปตายอยู่ที่นั่นมากมายแค่ไหนแล้ว และทุกคนที่ไปล้วนไม่ได้กลับมาทั้งสิ้น
เพราะที่แห่งนั้น เป็นสถานที่ที่อยู่ภายใต้การควบคุมของฝ่าบาทจิ่วเยี่ยนั่นเอง
และทันทีที่พวกเขารู้สึกได้ว่าท้องฟ้ามืดมนลง
ก็ได้มีสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นมากลางท้องฟ้า ซึ่งกลิ่นอายที่น่าสะพรึงกลัวนั้นก็ทำให้คนรู้สึกหายใจไม่ออก “สัตว์ร้ายตัวนี้ สัตว์ร้ายตัวนี้คือ…!”
“คิดไม่ถึงเลยว่าเจ้าลูกสมุนของเผ่าเทพจะกล้ามากำเริบเสิบสานอยู่ที่นี่ ดูเหมือนว่าพวกเจ้าจะไม่อยากมีชีวิตอยู่กันแล้วสินะ พวกเจ้าทั้งหมดจงหายไปเสียเถอะ!” ทันใดนั้นก็มีเสียงที่เย็นยะเยือกดังขึ้นมากลางอากาศ ซึ่งมันก็คือเสียงของจื่อโยวนั่นเอง
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “มังกรวารี นิรันดร์ พวกเจ้าพักผ่อนได้แล้ว พวกเขามาแล้ว เรื่องของคนเผ่าเทพหลังจากนี้ มอบให้พวกเขาเป็นคนจัดการเถอะ!”
นิรันดร์เลิกคิ้วเล็กน้อยพลางกล่าวว่า “อื้ม! เช่นนั้นก็เชื่อฟังที่รักก็แล้วกัน ปล่อยให้พวกเขาทั้งสองคนเล่นกับเจ้าพวกเผ่าเทพนั่นไปเถอะ!”
ใช่แล้ว มาแค่สองคนเท่านั้น และไม่ได้มีเพียงจื่อโยวคนเดียว
ร่างเงาสีดำสนิทร่างหนึ่งพุ่งทะยานผ่านไปในอากาศ และพวกเขาก็ได้เห็นชุดเกราะที่สร้างขึ้นมาอย่างใหม่เอี่ยมอีกชุดหนึ่ง
พวกเขาต่างถอนหายใจด้วยความโล่งอก “เจ้านี่มันเป็นใครกัน”
.