ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ - ตอนที่ 2769 กระสอบทรายมนุษย์
ซี! ซี! ภายในใจของเขาคิดคำนึงถึงแต่คำนี้ เขารู้สึกเป็นห่วงอาการของนางเป็นอย่างยิ่ง
เขาสวมชุดเกราะนั้นเอาไว้ จากนั้นก็มุ่งหน้าไปที่แดนวิญญาณด้วยความวิตกกังวล
ถึงรู้ว่าชุดเกราะนี้มีประโยชน์ แต่จิ่วเยี่ยก็รู้สึกหวาดกลัวอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าจะเข้าใกล้มู่เฉียนซีเพียงเล็กน้อยก็ตาม และเขาก็กลัวว่าเรื่องเช่นนั้นจะเกิดขึ้นมาอีกครั้ง
ถึงคนที่อยู่บนเตียงจะยังคงหลับอย่างเงียบสงบ แต่ก็ไม่ได้หลับอย่างมั่นคงนัก และกลิ่นอายก็ไม่ได้อ่อนแอมากขนาดนั้นอีกแล้ว
สาวน้อยในชุดกระโปรงสีเหลืองคนหนึ่งถือผลไม้ลูกหนึ่งอยู่ในมือพลางพึมพำอยู่ข้างเตียงของนาง “เจ้านาย กั๋วเอ๋อร์น้อยออกผลได้อีกลูกหนึ่งแล้ว ท่านรีบตื่นขึ้นมาชิมมันเร็วเข้า!”
ทันทีที่อ๋องจิ่วเยี่ยปรากฏตัว เขาก็ถูกเจ้าผู้ปกครองดินแดนวิญญาณค้นพบได้ในทันที
ทันใดนั้น พลังขององค์จักรพรรดิกุ่ยจวินก็ได้ระเบิดออกมา
มู่อวู่ซวงกล่าวอย่างก้าวร้าวว่า “ข้าไม่ต้อนรับเจ้าเข้ามาในแดนวิญญาณของข้าเลยแม้แต่น้อย”
แม้ว่าเขาจะไม่ต้อนรับ แต่จิ่วเยี่ยก็ไม่ไปอยู่ดี!
ทั้งสองเริ่มต่อสู้กันอย่างยากที่จะเลี่ยงได้ และภายในใจของมู่อวู่ซวงในเวลานี้ก็ลุกโชนไปด้วยเปลวเพลิง
เดิมทีซีเอ๋อร์ของเขาก็ดีอยู่แล้ว ผลปรากฏว่าหลังจากที่อยู่กับชายคนนี้แค่ไม่นาน ก็เปลี่ยนจนกลายเป็นเช่นนี้
ตูมม โครมมม!
มีเสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหวออกมา มู่อวู่ซวงและจิ่วเยี่ยต่อสู้กันจนยากที่จะแยกจากกันได้
จิ่วเยี่ยออกไปจากแดนวิญญาณ และมู่อวู่ซวงก็ไล่ตามออกไป
แน่นอนว่าเขาอยากที่จะให้คนผู้นี้ออกไปให้ไกลซีเอ๋อร์ ยิ่งไกลมากเท่าไรยิ่งดี
หลังจากที่ออกจากแดนวิญญาณแล้ว เขาก็สามารถถอดชุดเกราะออกและต่อสู้ได้ เขาไม่ต้องกลัวว่าชุดเกราะจะเสียหายอีกแล้ว เพราะอย่างที่รู้ว่ากว่าจะสร้างชุดเกราะออกมาได้ชุดหนึ่งนั้นใช้เวลาไม่น้อยเลย
ดวงตาที่เย็นชาคู่นั้นของจิ่วเยี่ยจ้องมองไปที่มู่อวู่ซวงพลางกล่าวว่า “องค์จักรพรรดิอวู่ซวง พวกเรามาสู้กันอย่างเต็มที่สักครั้งเถอะ!”
“ตกลง! เอาตามที่เจ้าต้องการเลย!” มู่อวู่ซวงกัดฟันกล่าว
เขาย่อมรู้ว่าคนที่ทำให้ซีเอ๋อร์ได้รับบาดเจ็บคือใคร แต่เมื่อเผชิญหน้ากับญาติที่ได้รับบาดเจ็บ มันก็ยากที่จะควบคุมความมีเหตุผล และทำให้โกรธมากอย่างเลี่ยงไม่ได้
นอกจากนี้เจ้าหมอนี่ก็เป็นสาเหตุด้วยส่วนหนึ่งเช่นกัน!
ตูมม โครมม!
มีเสียงระเบิดดังออกมา และในเวลานี้ลมพายุจำนวนนับไม่ถ้วนก็ปรากฏขึ้นมาในอากาศอย่างกะทันหัน
มู่เฉียนซีไม่รู้เลยว่า ในตอนที่ตนเองกำลังหมดสติอยู่นั้น อาเล็กของตนเองและจิ่วเยี่ยได้ต่อสู้กันเป็นเวลานานเลยทีเดียว
จนกระทั่งนางตื่นขึ้นมาอีกครั้ง นางก็ยังไม่เห็นพวกเขาทั้งสองกลับมาเลย
“นายท่าน ท่านตื่นแล้ว ช่างดีจริง ๆ!” หลังจากที่มู่เฉียนซีตื่นขึ้น กั๋วเอ๋อร์น้อยก็กล่าวด้วยความดีใจอย่างบ้าคลั่ง
“กั๋วเอ๋อร์น้อย อาเล็กกับจิ่วเยี่ยล่ะ” มู่เฉียนซีกล่าวถาม
“อืมม! เรื่องนี้กั๋วเอ๋อร์น้อยก็ไม่รู้เหมือนกันเจ้าค่ะ!” กั๋วเอ๋อร์น้อยตอบด้วยแววตาที่เปล่งประกาย
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “กั๋วเอ๋อร์น้อย เจ้านี่ไม่เหมาะกับการโกหกเลยจริง ๆ ดังนั้นจากนี้ไปเจ้าไม่ต้องโกหกแล้วนะ”
นี่ทำให้กั๋วเอ๋อร์น้อยรู้สึกล้มเหลวเล็กน้อย นางกล่าวว่า “จริงหรือเจ้าคะ ความจริงแล้วท่านอวู่ซวงกับท่านจิ่วเยี่ยกำลังสู้กันอยู่ แต่ข้าไม่รู้ว่าพวกเขาไปสู้กันอยู่ที่ใด”
อาเล็กจะต้องโกรธมากอย่างแน่นอน ซึ่งจิ่วเยี่ยก็คงจะโทษตนเองเป็นแน่ และนี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่ทั้งสองคนทะเลาะกัน
พรวด พรวด พรวด!
ในเวลานี้จิ่วเยี่ยก็ได้รับบาดเจ็บขึ้นมาแล้ว
มู่อวู่ซวงรู้สึกว่านี่ค่อนข้างไร้ความหมาย เขากล่าวว่า “หวงจิ่วเยี่ย เจ้าคิดว่าข้าไม่รู้หรือว่าเจ้าออมมือ เจ้าคิดว่าเจ้าทำเช่นนี้แล้วข้าจะยกโทษให้เจ้า และวางใจให้ซีเอ๋อร์อยู่ด้วยกันกับเจ้าอย่างนั้นหรืออย่างไร ข้าจะบอกเจ้าให้นะ อย่าได้หวังเลย!”
ในแง่ของความสามารถ ตอนนี้เขายังไม่อยู่ในระดับที่เคยเป็น จึงทำให้ความจริงแล้วไม่ใช่คู่ต่อสู้ของคนที่วิปลาสอย่างจิ่วเยี่ยเลย
เมื่อรวบรวมความทรงจำตั้งแต่ในชีวิตก่อนจนถึงในตอนนี้ มู่อวู่ซวงก็ถือว่ามีความรู้มากมายแล้ว
คนที่อยู่ตรงหน้านี้ลึกล้ำเกินกว่าจะหยังถึง และเขาจะมีความสามารถที่เหนือกว่าได้เพียงเพราะการออมมือของเขาเท่านั้น!
เขาอยากจะอาศัยพลังของตนเองจัดการผู้ชายที่จะมาแย่งซีเอ๋อร์ไปคนนี้ และไม่คิดจะปล่อยพวกเขาไป!
การต่อสู้ของทั้งสองคนได้สร้างการเคลื่อนไหวที่ยิ่งใหญ่มาก ซึ่งก็มีคนกลุ่มหนึ่งปรากฏตัวขึ้นมาอย่างกะทันหัน
เป้าหมายของพวกเขาคือการมุ่งหน้าไปที่แดนวิญญาณ แต่ผลสุดท้ายพวกเขากลับเจอคนสองคนกำลังต่อสู้กันกลางอากาศในแดนวิญญาณ!
“นี่มันองค์จักรพรรดิอวู่ซวงของแดนวิญญาณกับ…นั่นมันฝ่าบาทจิ่วเยี่ยนี่!”
“คิดไม่ถึงเลยว่าพวกเขาจะสู้กัน องค์จักรพรรดิอวู่ซวงเก่งกาจถึงขนาดนั้นเลยหรือ คิดไม่ถึงเลยจริง ๆ!”
“…”
“พวกเขามาต่อสู้กันอยู่ที่นี่ยิ่งดี เช่นนั้นพวกเราจะได้ไปทำภารกิจในแดนวิญญาณได้อย่างราบรื่น พวกเราอ้อมไปกันเถอะ อย่าไปรบกวนพวกเขาทั้งสองคน” หนึ่งคนในนั้นกล่าวขึ้น
สำหรับมู่อวู่ซวงที่สามารถต่อสู้อย่างดุเดือดจนแยกไม่ออกกับคนที่พวกเขาหวาดกลัวมากที่สุดอย่างฝ่าบาทจิ่วเยี่ยได้ และยังไม่ถูกทำให้กลายเป็นกระดูกขาวอีก เป็นสิ่งที่คนเหล่านี้ชื่นชมเป็นอย่างมาก
พวกเขาเดิมทางอ้อมเพื่อมุ่งไปยังแดนวิญญาณ ก่อนหน้านี้ไม่นานคนของเผ่าเทพได้ส่งข่าวมาว่า หลานสาวของโยวเยี่ยอวู่ซวงหรือองค์จักรพรรดิอวู่ซวงผู้เป็นผู้ปกครองแดนวิญญาณคนใหม่ของแดนวิญญาณได้ครอบครองมหาวัตถุศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์ชิ้นหนึ่งเอาไว้ หลังจากนั้นพวกเขาก็ถูกทำลายจนสิ้นซาก และไม่สามารถนำมหาวัตถุศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์กลับมาได้
ดังนั้นครั้งนี้พวกเขาจึงมาเพื่อนำมหาวัตถุศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์กลับคืน!
“มีคนกำลังมาล่ะ! พวกเขามีเจตนาที่ไม่ดีด้วย!” ลูกบอลสีดำลูกเล็ก ๆ ลูกหนึ่งอยู่บนไหล่ของมู่เฉียนซี ซึ่งมันก็คือต้นกำเนิดแห่งแดนวิญญาณนั่นเอง ฉะนั้นมันจึงสามารถรับรู้ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นในแดนวิญญาณได้
หากมีบุคคลภายนอกเข้ามา มันก็จะสามารถรับรู้ได้ทันที
มู่เฉียนซีกล่าวด้วยเสียงทุ้มต่ำว่า “มีคนนอกมาแล้ว!”
เมื่อพูดถึงคนนอก พวกเขาก็มาถึงทันที ยอดฝีมือของพระราชวังอยู่ในสภาวะตื่นตัว และทันใดนั้นก็มีร่างสีขาวปรากฏตัวขึ้นกลางอากาศหลายร่างเลยทีเดียว
กลิ่นอายที่อยู่บนร่างนั้นแผ่กระจายออกมา ไม่ต้องให้พวกเขาบอกถึงตัวตนของตนเอง มู่เฉียนซีก็รู้แล้วว่าพวกเขาคือใครกันแน่
เผ่าเทพนี่! เผ่าเทพกลับมาอีกแล้วหรือ?
“คงเป็นเจ้าสินะ!” ผู้นำของเผ่าเทพคนหนึ่งจ้องเขม็งไปที่มู่เฉียนซี
“เอามันออกมา!” คนของเผ่าเทพกล่าวพลางก้มมองลงมาจากจุดที่สูงกว่าด้วยท่าทางก้าวร้าว
“พวกเจ้าบอกให้มอบให้แล้วข้าจะต้องให้ด้วยหรือ! ไม่ดูเลยหรืออย่างไรว่าที่นี่คือที่ไหน เจ้าคิดว่าข้าจะเชื่อฟังเจ้าอย่างนั้นหรือ” ถึงจะเผชิญหน้ากับคนที่ก้าวร้าวเช่นนี้ แต่มู่เฉียนซีกลับไม่เห็นพวกเขาอยู่ในสายตาเลยแม้แต่น้อย
“พวกเรายอมรับว่า องค์จักรพรรดิอวู่ซวงนั้นยอดเยี่ยมมากจริง ๆ! แต่เขาในตอนนี้กำลังต่อสู้อยู่กับฝ่าบาทจิ่วเยี่ย จนยากที่จะเอาตัวรอดได้ เจ้าคิดว่าเขาจะสามารถมาปกป้องเจ้าได้อย่างนั้นหรือ” พวกเขากล่าวอย่างเย็นชา
ยากที่จะเอาตัวรอดได้หรือ แม้ว่าอาเล็กจะต่อสู้กับจิ่วเยี่ย แต่ไม่มีทางทำเกินความพอดี จนสู้กันถึงชีวิตแน่นอน
การที่คนเหล่านี้เห็นพวกเขาที่ทะเลาะกัน จนได้ข้อสรุปเช่นนี้ออกมา มันช่างน่าขันเสียจริง
“พวกเจ้ารีบไสหัวออกไปจะดีกว่า มิเช่นนั้นหากอาเล็กของข้ากลับมา พวกเจ้าได้ตายแน่ แต่ข้าจะเก็บคำพูดนั้นเอาไว้ก่อนแล้วกัน”
“เลิกพูดจาไร้สาระกับนางได้แล้ว พวกเราลักพาตัวนางไปก็เพียงพอ ไม่ควรอยู่ที่นี่เป็นเวลานาน เพราะฝ่าบาทจิ่วเยี่ยก็อยู่ไม่ไกลนัก! หากเผชิญหน้ากับเขา พวกเราอาจจะ…”
“ใช่! โจมตี!”
พวกเขาดำเนินการลงมือตามที่เตรียมไว้ อย่างรวดเร็วและเด็ดขาด
และในเวลานี้ต้นกำเนิดแห่งแดนวิญญาณก็กล่าวขึ้นมาว่า “แดนวิญญาณไม่ชอบพวกเจ้า ฉะนั้นพวกเจ้ารีบไสหัวไปได้แล้ว! ข้าจะส่งพวกเจ้าไปเจออวู่ซวงเอง”
“เจ้านี่มันคืออะไรน่ะ” พวกเขากล่าวพลางจ้องมองไปยังลูกบอลเล็กสีดำประหลาดที่พูดอยู่เมื่อครู่นี้
เกรงว่าพวกเขาน่าจะไม่เคยได้ยินเกี่ยวกับต้นกำเนิดสามโลกา ฉะนั้นพวกเขาจึงไม่มีทางรู้ว่าเจ้าลูกบอลน้อยลูกนี้ก็คือต้นกำเนิดแห่งแดนวิญญาณแน่นอน
พวกเขายังไม่ทันได้เข้าใกล้มู่เฉียนซี ก็ได้ถูกแดนวิญญาณขับไล่ออกมาทันที นี่คืออาณาเขตของมัน ฉะนั้นมันจึงเป็นผู้ตัดสินใจ!
ในแดนวิญญาณอวู่ซวงคือพี่ใหญ่ และมันก็คือพี่ใหญ่เช่นกัน
แม้ว่ามันจะไม่มีพลังในการต่อสู้ แต่มันก็สามารถขับไล่ขยะเหล่านั้นออกไปจากแดนวิญญาณได้ ทั้งยังเป็นเรื่องที่ง่ายดายมากอีกด้วย เพราะพวกเขาเองก็ไม่ได้เก่งกาจมากเท่าไรนักเช่นกัน
ด้วยเหตุนี้ศัตรูที่อยู่เบื้องหน้าเหล่านั้น จึงหายไปต่อหน้าต่อตาเช่นนี้ ซึ่งมันก็ทำให้ยอดฝีมือที่กำลังเตรียมจะปกป้องฝ่าบาทเฉียนซีเหล่านั้นผงะไปทันที
“เจ้าส่งพวกเขาให้ไปเป็นตัวรับแรงระแทกให้อาเล็ก ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีเลยทีเดียว อย่างไรเสียมันก็ดีกว่าให้ทั้งสองต้องมาทะเลาะกัน เจ้าส่งกระสอบทรายมนุษย์ไปให้ถึงที่เลยสินะ! ช่างยอดเยี่ยมมากจริง ๆ!” มุมปากของมู่เฉียนซียกยิ้มเล็กน้อย
.
.